กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะ - บทที่ 287 โลกไร้ที่ว่างสำหรับสุภาพบุรุษ
สงครามนองเลือดที่ซวีเฉิงเพิ่งจะปิดฉากลง
ภายในค่ายผู้บังคับบัญชาทหารเจ้าเต็มไปด้วย
ความเคร่งขรึม เหล่านายพลที่ยืนเรียงแถวอยู่
สองข้างทางมือค้ำดาบ แม่ทัพซือหม่ายืนมือ
ขนาบข้างลำตัวอยู่บนพื้นที่ว่างเปล่าตรงกลาง
เพี๊ยะ!
กงซุนกู่เหวี่ยงเอกสารไผ่ในมือลงไปบนโต๊ะ สีหน้า
เปียมด้วยความโมโห
สองปีนี้เขาแก่ลงไปมาก วัยชราทำให้ไรขมับทั้ง
สองข้างของเขาขาวเหมือนเกล็ดน้ำค้าง แต่
ร่างกายสูงใหญ่แข็งแรง คิ้วดุจดาบดวงตาเป็น
ประกาย ยังคงเป็นผู้ชายที่มั่นคงและหล่อเหลา
“ท่านแม่ทัพ โมโหเรื่องใด?” นายพลคนสนิทคน
หนึ่งที่อยู่ทางซ้ายหน้าสุดเอ่ยถามเสียงทุ้ม
“กลับไปพักผ่อนก่อน ให้ข้าได้สงบสติอารมณ์
หยวน เจ้าอยู่ต่อ” กงซุนกู่ข่มความโกรธใน
น้ำเสียงเอาไว้
“ขอรับ!”
หลังจากทหารทั้งหมดทำความเคารพแล้วก็ถอย
ออกไป
หน้าตาของกงซุนหยวนคล้ายกับกงซุนกู่สามถึงสี่
ส่วน ทว่าโครงหน้าซูบตอบกว่าเล็กน้อย ใบหน้า
ปราณีตชวนมองกว่ากงซูนกู่ ทว่าดวงหน้าไม่
แข็งแกร่งมั่นคงเช่นเขา
กงซุนกู่ส่งเอกสารส่วนนั้นให้กงซุนหยวน
กงซูนหยวนคลี่เอกสารออก อ่านอย่างละเอียด
รอบหนึ่ง จึงเข้าใจสาเหตุที่กงซุนกู่โมโห…เนื้อหา
ภายในชวนให้อึดอัดใจจริงๆ
เริ่มจากการขายข้อพกพร่องของซวีเฉิงให้พวกเขา
ทั้งยังเล่าถึงสถานการณ์ของรัฐเจ้าในระยะนี้ แม่
ทัพใหญ่แห่งรัฐเจ้าแก่ชราแล้วและกำลังจะถอน
ตัว คนที่มีโอกาสจะได้เป็นแม่ทัพใหญ่ในอนาคตมี
สองคน กงซุนกู่ก็คือหนึ่งในนั้น บวกกับครั้งนี้ส่งห
ลี่ว์ซู่มาตีซวีเฉิงได้พอดี ท้ายที่สุดก็เอ่ยยั่วยุอย่าง
ไม่ซ่อนเร้นว่า “ข้า” จะหาวิธีทำให้ชาวอี้ฉวี
ฉุนเฉียว ทำให้หลี่ว์ซู่จากไปไม่คืนกลับมา นี่เป็น
โอกาสอันดีที่จะกำจัดคู่ต่อสู้รวมถึงสร้างผลงาน
ให้แซ่จี่ของท่านฟืนตัวได้อีกครั้ง ท่านมีความกล้า
ที่จะลองหรือไม่?
“ใครเป็นคนส่งสารนี้มา? เป็นคือความจริง
หรือ?” กงซุนหยวนถาม
“ผู้ส่งสารเป็นคนบอกหัวหน้ากองซือหม่า นี่เป็น
สารที่กั๋วเว่ยรัฐฉินแอบส่งมา” กงซุนกู่ขบเขี้ยว
เคี้ยวฟัน “บุคคลนี้รู้ว่าหัวหน้ากองซือหม่าเป็นคน
สนิทของข้า เกรงว่าจะมีสายสืบรัฐฉินอยู่ใน
กองทัพเจ้าของพวกเรา”
กงซูยหยวนกล่าวว่าครุ่นคิด “ได้ยินว่ารัฐฉินเชิญ
สำนักม่อมาฝึกซ้อมให้กับผู้อารักขาลับ หากเป็น
เช่นนี้เกรงว่าจะเป็นความจริง! หากเป็นสารที่ซ่ง
หวยจินส่งมาจริง กลยุทธ์ยิงธนูนัดเดียวได้นกสอง
ตัวก็ใช้ไม่ได้แล้ว”
“เจ้าว่าเป็นไปได้รึ?!” กงซุนกู่มองเขาด้วยความ
โมโห เอ่ยอย่างเย็นชา “สกุลหลี่ว์เป็นนายพลใน
รัฐเจ้ารุ่นแล้วรุ่นเล่า หลี่ว์ซู่เป็นขุนนางผู้ภักดีต่อ
รัฐเจ้า ข้าจะทำลายขุนนางผู้ซื่อสัตย์เพื่อ
ประโยชน์ของตัวเองได้อย่างไร! อีกอย่างซ่งหวย
จินผู้นี้เป็นคนต่ำต่อยน่ารังเกียจที่คำพูดไม่
น่าเชื่อถือ วาจาของเขาเชื่อถือได้มากน้อย
เพียงใดเชียว!”
ครั้งแรกที่กงซุนกู่พบซ่งชูอีก็ถูกนางหลอกจนหัว
หมุน ต่อมาในรัฐเจ้า เขาเสี่ยงอันตรายช่วยนาง
ออกจากเมือง ผลปรากฏว่านางจากไปไม่กลับ
ทั้งยังให้กองทัพกบฏโจมตีนครหลวง!
“พี่ใหญ่!” กงซุยหยวนกดเสียงต่ำ ดวงตาแดงก่ำ
“ท่านลืมไปแล้วหรือว่าความรุ่งโรจน์และความ
เสื่อมโทรมของตระกูลพวกเราล้วนยังอยู่ในกำมือ
ของท่านมหาเสนาบดี! ท่านได้แต่นั่งมองชีวิตของ
คนในตระกูลเหมือนมดตาปริบๆ หรือ? ท่าน
คิดถึงท่านแม่ คิดถึงน้องสาว คิดถึงท่านพ่อที่ต้อง
ตายเพราะท่านสิ!”
ในสมัยชุนชิวมีรัฐเล็กๆ จำนวนมหาศาล หลังจาก
รัฐเล็กๆ มากมายถูกผนวกและพังพินาศแล้ว เพื่อ
เป็นการระลึกถึงศักด์ศรีแห่งตระกูลราชวงศ์จึงให้
เรียกรุ่นหลังๆ ว่าสกุลกงซุน ด้วยเหตุนี้ไม่ว่า
ตระกูลราชวงศ์แห่งรัฐเล็กๆ ใดก็เป็นสกุลกงซุน
ได้
สกุลมีไว้เพื่อแบ่งแยกความสูงศักดิ์และต่ำต้อย
แซ่นั้นมีไว้แบ่งแยกตระกูล มหาเสนาบดีแห่งรัฐ
เจ้า กงซุนพีแซ่เจียง กงซุนกู่แซ่จี่ เป็นสอง
ครอบครัวที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
คนรุ่นหลังแห่งราชวงศ์เช่นพวกเขาให้
ความสำคัญต่อตระกูลมาก… บ้านเมืองจะล่ม
สลายได้ทว่าตระกูลจะล่มสลายไม่ได้ อย่างไรก็
ตามเนื่องจากกงซุนกู่ถูกคนร้ายคิดวางแผน พ่าย
แพ้ในสงครามเมื่อสามปีก่อน ทำให้ทั้งตระกูล
ต้องลำบาก กงซุนพีฉวยโอกาสนี้ควบคุมตระกูล
แซ่จี่โดยตั้งใจว่าจะเก็บไว้ใช้งานเอง ดังนั้นเขาจึง
ยื่นมือเข้าช่วยกงซุนกู่ แต่กลับให้พ่อของเขาแบก
รับความผิดทั้งหมด เชือดคอตัวเองฆ่าตัวตายเป็น
การขอโทษในท้องพระโรง
บัดนี้วิธีเดียวที่จะรับความไว้วางใจจากเจ้าโหวได้
เร็วขึ้นก็คือขึ้นเป็นตำแหน่งท่านแม่ทัพใหญ่
เทียบเท่ากงซุนพี จึงจะสามารถปลดพันธนาการ
นี้ได้ มิฉะนั้นหากรออีกสองปี กงซุนพีควบคุมเส้น
ชีวิตของทั้งตระกูลไว้อย่างแน่นหนา ก็ยิ่งไม่มี
โอกาสได้ฟืนตัว ถึงตอนนั้นตระกูลแซ่จี่ก็จะเป็นขี้
ข้าของตระกูลอื่น ท่านพ่อก็จะสละชีวิตโดยเปล่า
ประโยชน์…
“โอกาสครั้งนี้เป็นสิ่งที่พวกเราพยายามอย่าง
เต็มที่เพื่อให้ได้มันมา ต่อไปจิ้งจอกเฒ่ากงซุนพีจะ
ไม่ให้โอกาสนี้แก่พวกเราอีก!” กงซุนหยวนสำลัก
อยู่ในลำคอ
กงซุนกู่ไหล่ตก รู้สึกปวดใจ ในเวลานี้เขาเกลียด
ซ่งชูอีจริงๆ เกลียดที่นางมีเจตนาชั่วร้ายเช่นนี้
เกลียดที่นางเหยียบย่ำความภาคภูมิใจครั้ง
สุดท้ายที่เหลืออยู่ในใจของตนอย่างโหดร้าย…
“พี่ใหญ่ หากว่ากันอย่างยุติธรรม ก่อนหน้านี้ซ่ง
หวยจินหลอกท่านสองครั้ง ครั้งแรกก็เพื่อปกปั้อง
ตัวเอง ครั้งที่สองเพราะสถานการณ์บีบบังคับ”
กงซุนหยวนนำเอกสารม้วนไม่ไผ่ในมือเข้าใกล้
ตะเกียง เผาตัวเองที่อยู่ด้านบนจนกลายเป็นวงสี
ดำไหม้เกรียม “ถ้าอย่างไรคืนนี้ส่งคนไป
ตรวจสอบว่าเส้นทางที่ระบุไว้ข้างต้นเป็นจริง
หรือไม่ หากจริง พวกเราจะปล่อยโอกาสนี้ไป
ไม่ได้”
“เช่นนั้นหลี่ว์ซู่…” กงซุนกู่หลับตา แม้ว่าสกุลห
ลี่ว์จะเป็นคู่ต่อสู้กับตระกูลเขามาโดยตลอด ทว่า
เนื่องจากทั้งสองตระกูลล้วนเป็นแม่ทัพรัฐเจ้า
เป็นการแข่งขันระหว่างลูกผู้ชาย ต่อให้บัดนี้จะ
แย่งตำแหน่งท่านแม่ทัพเหมือนกันกับเขา พวก
เขาก็ยังรักษามิตรภาพอันดีงามไว้ หรือแม้กระมั่ง
มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน
“หยวน” น้ำเสียงกงซุนกู่แหบแห้ง
กงซุนหยวนเห็นเขาเช่นนี้ก็ทนไม่ไหว ทว่ากลับ
กล่าวคำปลอบใจไม่ออก “พี่ใหญ่…”
กงซุนกู่ลุกขึ้นยืน เดินออกไปจากกระโจมช้าๆ
“ข้าไม่เหมือนเจ้า”
กงซุนหยวนเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง มองแผ่น
หลังของพี่ชายที่ดูแก่ลงทันตาก็รู้สึกหวั่นไหว
เล็กน้อย เขาชื่นชมพี่ชายผู้มีคุณธรรมสูงส่งเทียม
ฟั้าตั้งแต่เด็ก และยึดถือพี่ชายเป็นแบบอย่างมา
โดยตลอด อย่างไรก็ดีอาจเป็นเพราะเรื่องของ
อารมณ์ เขามักจะกำจัดความเห็นไม่ตัวไม่ได้อยู่
เสมอ เขามักดูเป็นคนต่ำต้อยน่ารังเกียจต่อหน้า
คุณธรรมของพี่ชาย…
ในเวลานี้ พี่ชายที่เคารพรักคนนั้นกลับพูดกับเขา
ด้วยน้ำเสียงไร้เรี่ยวแรงว่า: หยวน ข้าไม่เหมือน
เจ้า
ในโลกนี้ ไม่มีที่ว่างสำหรับสุภาพบุรุษใจกว้าง
ในใจของกงซุนหยวนสับสนเป็นอย่างยิ่ง
เขาจ้องมองประตูค่ายที่ว่างเปล่าพลางจมอยู่ใน
ความคิด บัดนี้กองทัพอี้ฉวีมีกำลังเพียงห้าหมื่น
นายโดยประมาณ อีกทั้งเป็นสงครามต่อเนื่อง ต่อ
ให้พวกเขาจะไล่ต้อนไปจนถึงนครสือหลีมันก็มิได้
มีผลใดๆ ต่อกองทัพฉินเลย! ครั้นเห็นการกระทำ
อันโหดเหี้ยมของซ่งหวยจินแล้ว หากคิดจะ
สังหารทหารอี้ฉวีไม่กี่หมื่นนายก็ไร้อุปสรรค…
ทว่าหากดำเนินการตามแผนของซ่งหวยจินจริงๆ
แล้วฆ่าไม่กี่หมื่นคนได้อย่างง่ายดาย กองทัพเจ้ามี
ความดีความชอบ พวกเราก็จะได้สร้างผลงาน
ครั้งใหญ่! หากสามารถฉวยโอกาสนี้ยืมมีดฆ่าคน
ได้…
“หัวหน้ากองซือหม่า!” กงซุนหยวนกล่าวเสียงดัง
“รายงานตัวขอรับ!”
กงซุนหยวนเห็นเขาเข้ามาก็ลุกขึ้นกวักมือเรียก
เขา จนกระทั่งเข้าเข้ามาใกล้ก็โน้มตัวกระซิบข้าง
หูสองสามคำ
“ขอรับ!” หัวหน้ากองซือหม่าตอบรับเสียงต่ำ รีบ
ออกไป
จากนั้นกงซุนหยวนก็เดินออกมาจากค่าย
หลังจากหาอยู่ในกองทัพรอบหนึ่ง ในที่สุดก็เห็น
เงาที่คุ้นเคยอยู่บนจุดเฝั้าระวัง
ชุดเกราะสีทองแดงหลอมละลายในยามค่ำคืน สี
หน้ามืดมน ดูหดหู่อย่างมาก
“บัดนี้ข้าส่งคนออกไปสืบแล้ว พี่ใหญ่มีเวลา
พิจารณาอีกหนึ่งคืน” เสียงทอดถอนใจต่ำของกง
ซุนหยวนดังก้องอยู่ในยามราตรี “ไม่ว่าพี่ใหญ่
ตัดสินใจเช่นไร น้องชายก็จะไม่คัดค้าน”
“เจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ต่อหน้าข้า ข้าไม่ได้
โง่” กงซุนกู่มองเขา มีแสงจันทร์สะท้อนอยู่ใน
แววตา ทว่าแสงสดใสนั้นกลับว่างเปล่า “หากเจ้า
คิดเช่นนี้จริงๆ ก็คงไม่เอ่ยถึงท่านพ่อต่อหน้าข้า
ทั้งที่เจ้าก็รู้ว่านั่นคือบาดแผลของข้าที่แตะต้อง
ไม่ได้…”
กงซุนหยวนขมวดคิ้ว แต่มิได้อธิบายมาก เอ่ย
เพียงว่า “ข้ายอมรับว่าตัวเองไม่ใช่ลูกผู้ชายที่
ตรงไปตรงมา ทว่าแต่ละคำพูดที่พูดกับพี่ใหญ่
ล้วนมาจากก้นบึ้งของหัวใจ”
บังคับให้เขาโจมตีซวีเฉิงและวางแผนคร่าชีวิตห
ลี่ว์ซู่คือเรื่องจริง หวังว่าเขาจะเที่ยงธรรมและใจ
กว้างต่อไปก็คือเรื่องจริง…
ในใจของกงซุนหยวนสับสนยิ่ง หากวันนี้เขาต้อง
เป็นคนที่เผชิญกับทางเลือกเช่นนี้เสียเองก็คงไม่
รู้สึกขัดแย้งเช่นนี้ เขาไม่เคยมีข้อผูกมัดของ
“คุณธรรมลูกผู้ชาย” อยู่แล้ว
กงซุนกู่ลุกขึ้นตบๆ ไหล่ของเขา แววตาที่ว่าง
เปล่าค่อยๆ ถูกเติมเต็มด้วยความรู้สึกบางอย่าง
เขาหัวเราะด้วยเสียงไม่ดังมากแต่เปิดกว้างยิ่ง