กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะ - บทที่ 336 ลางสังหรณ์ไม่ดี
“กั๋วเว่ย…” อิ๋งตั้งขยี้ตาและหยุดร้องไห้
“ตั้งเอ๋อร์” จู่ๆ อิ๋งซื่อก็พูดขึ้น “ให้กั๋วเว่ยเป็น
อาจารย์ของเจ้าว่าเยี่ยงไร?”
ทุกคนประหลาดใจ ชูหลี่จี๋เอ่ยว่า “ท่านอ๋อง แม้
ว่ากั๋วเว่ยมีความสามารถ ทว่าด้วยสภาพร่างกาย
ในตอนนี้เกรงว่าจะไม่สามารถทำพ่ะย่ะค่ะ”
อิ๋งซื่อไม่สนใจคำพูดของเขา เพียงแต่จ้องอิ๋งตั้ง
อิ๋งตั้งเอ่ยด้วยความงุนงง “เสด็จพ่อ อาจารย์คือ
อะไร?”
“อาจารย์ก็คือคนที่สอนให้เจ้าอ่านหนังสือและ
รู้จักตัวอักษร” อิ๋งซื่อเอ่ย
อิ๋งตั้งมองซ่งชูอี พยักหน้าหงึกหงัก “อืม”
“เยี่ยม” มีรอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าของอิ๋
งซื่อ “คำนับอาจารย์เถิด”
อิ๋งตั้งยกกำปันขึ้น “ตั้งเอ๋อร์คำนับอาจารย์”
“องค์ชายไม่ต้องมากพิธี” ซ่งชูอียิ้มรับไว้แล้ว
ชูหลี่จี๋และจางอี๋ค่อนข้างไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้
บางที่การที่หวังโฮ่วส่งองค์ชายตั้งมาทันเวลาเป็น
เพียงความบังเอิญ ทว่าอิ๋งซื่อให้เขาคารวะซ่งชูอี
เป็นอาจารย์ทันที ทำให้ยากที่จะเข้าใจโดยแท้
รัฐฉินมีคนที่มีคุณสมบัติเป็นอาจารย์ให้กับองค์
ชายมากมาย เวลานี้เป็นโอกาสดีที่จะจ้างคน ว่า
กันตามเหตุผลแล้วควรจะเป็นคนที่มีความรู้ มี
บารมี มีความอาวุโสและไม่เก่งกาจด้านวางแผน
ไม่มีความจำเป็นที่จะให้ซ่งชูอีผู้ที่มีภาระหนักอึ้ง
อยู่แล้ว
หากเป็นการปลอบใจก็ยิ่งไม่จำเป็น ข้อหนึ่งอิ๋งซื่อ
ไม่ใช่คนประเภทนั้น อีกประการหนึ่งซ่งชูอีไม่
ต้องการความพยายามเช่นนี้
“กลับไปก่อนเถิด วันนี้กั๋วเว่ยก็พาอิ๋งตั้งไปที่ว่า
การ วันหน้าก็สอนเขาในที่ว่าการ” อิ๋งซื่อเอ่ย
ซ่งชูอีค่อนข้างชอบองค์ชายตั้ง และดูเหมือนเด็ก
คนนี้ก็ชอบนางมากเช่นกัน ดังนั้นเมื่ออิ๋งซื่อยก
หน้าที่นี้ให้กับนาง นางจึงไม่รู้สึกติดขัดใดๆ
ข้างนอกท้องฟั้ามืดแล้ว หิมะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ
ในส่วนลึกของพระราชวัง พระตำหนักเรียงราย
กันแน่นหนา เว่ยหว่านยืนอยู่หน้าท้องพระโรง
ตามลำพัง ดวงตาของนางเหม่อลอยออกไปใน
ระยะไกลจนกระทั่งเด็กในวังคนหนึ่งวิ่งฝั่าหิมะ
เข้ามาด้วยความรวดเร็ว
“หวังโฮ่ว” คนนั้นยืนตรงในหิมะ
เว่ยหว่านดึงสติกลับมาแล้วรีบเอ่ยถาม “ท่านอ๋อง
ว่าอย่างไรบ้าง? ตั้งเอ๋อร์เล่า?”
เด็กในวังหลุบตาเอ่ย “ตอนที่ส่งองค์ชายเข้าไป
ท่านอ๋องกำลังหารือเกี่ยวกับกิจการของรัฐกับขุน
นางหลายคน แม้แต่ขันทีเถาก็ถูกไล่ให้ออกมา มี
เพียงแม่นมอุ้มองค์ชายเข้าไปตามลำพัง บ่าวไม่ได้
ยินว่าท่านอ๋องพูดว่ากระไรบ้าง แต่ว่าองค์ชาย
ถูกกั๋วเว่ยพาตัวไป บ่าวจึงบังอาจเดาว่า ท่านอ๋อง
ต้องการให้กั๋วเว่ยเป็นอาจารย์องค์ชาย”
“กั๋วเว่ย? กั๋วเว่ยคนไหน?” เว่ยหว่านถาม
เด็กในวังรู้ว่าเว่ยหว่านรวมคนที่รักษาตำแหน่ง
แทนกั๋วเว่ยเข้าไปด้วยแล้ว ดังนั้นจึงกล่าวอย่าง
ระมัดระวัง “ต้าฉินมีกั๋วเว่ยเพียงคนเดียวนะพ่ะ
ย่ะค่ะ”
“ซ่งหวยจิน?” สีหน้าของเว่ยหว่านเปลี่ยนเป็นสี
เทาครู่หนึ่ง บ่นพึมพำ “นาง…หายปั่วยแล้ว?”
“พ่ะย่ะค่ะ” เด็กในวังตอบเสียงเบา
ยืนอยู่เงียบๆ ครู่หนึ่ง หิมะสีขาวตกเต็มตัวเด็กใน
วังแล้ว
“เจ้าออกไปเถิด” เว่ยหว่านเอ่ย
“พ่ะย่ะค่ะ” เด็กในวังค่อยตัวถอยออกไป
เว่ยหว่านยื่นมือออกไปประคองเสาจึงจะสามารถ
ยืนอย่างมั่นคงได้ นางจมอยู่กับความรักมาก่อน
และถูกความอิจฉาตีเข้าที่ศีรษะอย่างจัง แม้ว่า
นางจะหึงหวงทว่านางกลับไม่เคยลงมือกับซ่งชูอี
ไม่เพียงเพราะการทำเช่นนี้จะทำให้อิ๋งซื่อโกรธ
และเพราะว่าผู้ชายคนหนึ่งไม่สามารถทำให้
ตำแหน่งชายาเอกของนางสั่นคลอนได้
แต่ตอนนี้นางมีลูกแล้ว ในฐานะแม่คนหนึ่ง
จะต้องวางแผนให้ลูกของตัวเอง การมีหมี่ปาจื่อ
ศัตรูเป็นศัตรูที่แท้จริงทำให้นางได้สติมากขึ้น
เห็นได้ชัดจากเหตุการณ์นี้ว่าวิกฤตครั้งใหญ่กำลัง
ก่อตัวขึ้น
วิกฤตประเภทนี้มันมาจากไหนกัน? สมองของ
นางสับสัน คิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
ทว่ามีอย่างหนึ่งที่นางเข้าใจเป็นอย่างดี…ไม่ว่า
อย่างไรนางจะล้มไม่ได้!
บัดนี้อิ๋งซื่อยังหนุ่มแน่น ขอเพียงเขายินดี ต่อไปก็
สามารถมีลูกได้หลายคน ทันทีที่นางถูกปลด
แม้แต่ชีวิตของลูกชายตนก็น่าเป็นห่วง อย่าว่าแต่
ตำแหน่งรัชทายาทเลย!
ดังนั้นหากนางจะตายก็ต้องตายในตำแหน่ง
หวังโฮ่ว อย่างนั้นอย่างน้อยลูกชายของนางจะได้
เป็นองค์ชายคนโตตลอดไป ลูกสาวของนางจะ
เป็นองค์หญิงคนโตตลอดไป
อย่างไรก็ดีหากไม่จำเป็น เว่ยหว่านจะไม่ฆ่าตัว
ตาย เพราะว่าการที่นางได้เห็นกับตาตัวเองว่าลูก
ชายได้นั่งอยู่ในตำแหน่งรัชทายาทจึงจะสามารถ
วางใจที่สุด
สายลมเย็นทำให้เว่ยหว่านค่อยๆ สงบลง เมื่อ
ครุ่นคิดดูแล้ว ภายใต้สถานการณ์คับขันอิ๋งซื่อได้
มอบลูกชายได้คนที่เขาโปรดปรานและเห็น
ความสำคัญมากที่สุด อย่างน้อยก็สามารถพิสูจน์
ได้ว่าเขาให้ความสำคัญกับลูกชายเป็นที่สุดและก็
แสดงให้เห็นว่าในตอนนี้นางยังไม่มีความเสี่ยงที่
จะถูกถอดออกจากตำแหน่ง
หากคิดที่จะปลดตำแหน่งนางจริงๆ มันก็ไม่ง่าย
เหมือนการหาอาจารย์มาสอน…
เมื่อเข้าใจตรงนี้ หัวใจของนางก็ผ่อนคลายลง
**
ในช่วงกลางฤดูหนาว สนามรบเบื้องหน้าเต็มไป
ด้วยความผันผวน เหล่าขุนนางล้วนทุ่มเทความ
สนใจไปที่สงคราม ความวุ่นวายหลังการยกเลิก
การปลดหวังโฮ่วค่อยๆ บรรเทาลงภายใต้การไกล่
เกลี่ยของชูหลี่จี๋ จากนั้นทุกคนก็ประหลาดใจกับ
เรื่องที่ซ่งชูอีเป็นอาจารย์ขององค์ชายตั้ง ร่วมลง
ชื่อในหนังสือแนะนำให้มีการเปลี่ยนตัว
ครั้งนี้ชูหลี่จี๋มิได้ปราบปราม ทั้งยังแสดงความ
สนับสนุนต่อหน้าอิ๋งซื่อ
เนื่องจากองค์ชายตั้งยังเด็กและไม่อาจทนต่อ
ความหนาวเย็นได้ ซ่งชูอีจึงหยุดการสอนชั่วคราว
ในขณะนี้นางต้องการใช้พลังงานทั้งหมดของนาง
เพื่อการต่อสู้ของฉินเว่ย
บัดนี้เว่ยอ๋องชราภาพแล้ว ร่างกายก็แย่ลงทุกที
ความขัดแย้งระหว่างองค์รัชทายาทและองค์ชาย
ซื่อก็ยิ่งดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ หากอาศัยเหตุการณ์นี้ก็
สามารถทำลายกิจการภายในของรัฐเว่ยได้
เท่านั้น แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะทำลายมันในบัดดล
รัฐเว่ยตั้งอยู่ในตำแหน่งศูนย์กลางที่สุดในหลายรัฐ
ภูติศาสตร์เปิดกว้างทุกด้านและเป็นที่ราบทั้งหมด
หากมีรัฐใดรัฐหนึ่งกลืนกินพื้นที่เป็นวงกว้างก็ย่อม
ก่อให้เกิดความตื่นตัวและการต่อต้านในรัฐอื่น
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นใน “ทฤษฎีโค่นรัฐ”
ซ่งชูอีจึงเลือกที่จะลงมือจากรัฐฉู่ก่อน
ตู้เหิงแตะต้องสุสานบรรพบุรุษนับเป็นโอกาสอันดี
ที่สวรรค์ประทาน รัฐฉินสามารถใช้โอกาสนี้ใน
การพิชิตเมืองที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และกินพื้นที่
ใกล้เคียงทั้งหมดของรัฐเว่ยกับด่านหานกู่
ซ่งชูอียืนเหม่ออยู่หน้าแผนที่ ครั้งนี้มีท่านแม่ทัพซื
อหม่าเป็นผู้นำทัพ นางจึงไม่ต้องกังวลกับการสู้
รบแนวหน้า นางเกรงว่าตัวหมากรุกเยี่ยงสวีจ่างห
นิงอาจอยู่ได้ไม่นานแล้ว
นางและสวีจ่างหนิงใช้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน ใน
ตอนแรกเขาไม่มีทางเลือก ทำได้เพียงทำตาม
แผนของนางให้องค์ชายซื่อเห็นความสำคัญ ทว่า
บัดนี้เขากลายเป็นน้องเขยขององค์ชายซื่อแล้ว
ด้วยการเล่นพรรคเล่นพวกระดับนี้ไม่จำเป็นต้อง
กังวลเกี่ยวกับอนาคตอีกต่อไป ทว่าหากองค์ชาย
ซื่อพบว่าเขาเป็นไส้ศึกก็จะตายอย่างไร้ที่ฝังทันที
ไม่ต้องพูดถึงความมั่งคั่งและความรุ่งโรจน์ด้วยซ้ำ
แต่อย่างน้อยก่อนที่จะกำจัดองค์รัชทายาท สวี
จ่างหนิงยังต้องทำให้ตำแหน่งของตัวเองมั่นคง
ซ่งชูอีเดาว่าครั้งนี้ถึงเวลาที่จะต้องยุติการเดิน
หมากของรัฐเว่ยแล้ว
“กั๋วเว่ย! ราชทูตลับขอพบขอรับ”
ซ่งชูอีหมุนตัวไป “เข้ามา”
กู่หานซึ่งแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำและสวม
หน้ากากเดินเข้ามา ยื่นกระบอกจดหมายให้ด้วย
สองมือ “นี่คือจดหมายจากสวีจ่างหนิงขอรับ”
ซ่งชูอีรับมาอ่านรอบหนึ่ง
ระหว่างที่นางกำลังอ่าน กู่หานพูดขึ้นว่า “ที่
รัฐเว่ยยังมีข่าวว่า เว่ยอ๋องประชวรมาเดือนกว่า
แล้ว อาการร้ายแรง องค์รัชทายาทกำลังตามหา
เปียนเชวี่ยเป็นการส่วนตัว ระยะนี้มีองค์รัช
ทายาทเป็นผู้ปกครองรัฐ องค์รัชทายาทเปิดแท่น
บูชาและสาบานกับบรรพบุรุษของเขาว่าเขาไม่ได้
ทำอะไรเพื่อล่วงเกินสุสานของอดีตกษัตริย์แห่งรัฐ
ฉิน”
ที่แท้องค์ชายซื่อก็ตกอยู่ในความเสี่ยง ซ่งชูอีเอ่ย
“หึ มิน่าเล่า คำพูดของสวีจ่างหนิงจึงเร่งด่วนนัก”
ซ่งชูอีมีแผนการที่ดีอยู่แล้วในใจแล้ว คลี่ผ้าไหมสี
ขาวออกทันที หยิบพู่กันขึ้นเขียนจากนั้นก็ปิด
ผนึกไว้ในกระบอกจดหมายด้วยขี้ผึ้ง “บอกสวี
จ่างหนิง เขาจะได้เพลิดเพลินไปกับความมั่งคั่ง
หรือจะหัวหลุดจากบ่าล้วนขึ้นอยู่กับครั้งนี้แล้ว!
รีบไป!”
“ขอรับ!” กู่หานเอากระบอกจดหมายใส่ไว้ในอก