กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะ - บทที่ 355 การคาดเดาอันน่าสะพรึง
ซ่งชูอียกยิ้มมุมปาก แสดงให้เห็นว่าตนเข้าใจ
“อืม ข้าจะไปคัดคนเพื่อเตรียมฝึกกองทัพรูปแบบ
อี่ฟูั่ก่อน”
“ไปเถิด” ซือหม่าชั่วกล่าว
เมื่อออกจากกระโจม ซ่งชูอีได้ละทิ้งปัญหากังวล
ใจของตนและเตรียมทหารเพื่อโจมตีนครอีกครั้ง
ตกกลางคืน
คบเพลิงที่ถูกจุดบนเชิงเทินของนครจงตูคดเคี้ยว
เหมือนมังกร
แสงจันทร์มืดสลัว นายทหารเว่ยบนหอ
สังเกตการณ์จ้องไปที่บริเวณคูเมือง มีเงาคน
เคลื่อนไหวท่ามกลางน้ำและหญ้า
“เอ๋ เจ้าเห็นว่าตรงนั้นมีคนหรือเปล่า?”
นายทหารเว่ยชี้ไปที่ฝังคูเมืองและหันไปถาม
เพื่อนของเขา
อีกฝั่ายโน้มตัวไปข้างหน้าพร้อมมองดูทิศทางที่
เขาชี้อย่างระมัดระวัง บริเวณริมฝังแม่น้ำมีหญ้า
สูงและต้นอ้อ หากมีคนหนึ่งหรือสองคนซ่อนตัว
อยู่พวกเขาจะมองไม่เห็นเลย แต่มีการเคลื่อนไหว
อย่างยิ่งใหญ่ในหญ้า ทั้งยังสามารถมองเห็นผู้คน
ได้เป็นระยะๆ เห็นได้ชัดว่ามีจำนวนคนไม่น้อย!
คนนั้นเอ่ยด้วยความร้อนใจ “ทหารฉินซุ่มโจมตี
รีบไปรายงานท่านแม่ทัพเร็ว!”
นายทหารคนหนึ่งลงจากหอคอยไปอย่างรวดเร็ว
และพุ่งไปที่กระโจมอย่างบ้าคลั่ง หายใจหอบ
ตลอดทาง “ราย…”
หมิ่นฉือกำลังตำหนิหลี่ว์จี้ที่จัดการหน่วยสอด
แนมของทหารฉินผิดพลาด เมื่อได้ยินเสียง
รายงานฉุกเฉินก็พูดขึ้นทันที “เข้ามา”
ทหารเว่ยก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปในกระโจม
“รายงานท่านแม่ทัพ มีเงาคนอยู่ใกล้คูเมืองที่
ประตูด้านทิศเหนือ มองด้วยตาเปล่ามีอย่างน้อย
หนึ่งพันคน สงสัยว่าจะเป็นทหารฉินซุ่มโจมตี
ขอรับ!”
หมิ่นฉือตื่นตกใจ “ไป ไปดูกัน”
เขาพูดจบก็ตามทหารเว่ยออกไป หลี่ว์จี้ส่งเสียงหึ
แล้วกลับกระโจมของตัวเอง
ไม่กี่วันที่ผ่านมาหน่วยสอดแนมของฉินได้ยิงธนู
เข้าไปในกระโจมของเขาด้วยหน้าไม้ มีผ้าไหมสี
ขาวพันรอบเพลาลูกศร ด้านบนเขียนไว้ว่าฝั่าย
เก่าขององค์ชายซื่อถูกย้ายออกจากพื้นที่ศักดินา
เป็นแผนของหมิ่นฉือที่จะกำจัดพวกเขาเพื่อสร้าง
ความน่าเชื่อถือแก่เว่ยเฮ่อ ทั้งยังมี “หลักฐาน”
และสิ่งที่ทำให้หลี่ว์จี้หวาดกลัวก็คือ ด้านบนเขียน
ไว้ว่าหมิ่นฉือใช้แผนการยั่วยุให้พันธมิตรแตกคอ
กัน ก่อนหน้านี้ที่องค์ชายซื่อถูกจำคุก พวกเขา
กลับเชื่อฟังหมิ่นฉือและเข้าต่อสู้กับจงตู องค์ชาย
ซื่อจะต้องมีความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้แน่ ส่วนสวี
จ่างหนิงก็ภูมิใจกับความสำเร็จของตัวเอง ถ้าฉวย
โอกาสคนล้มแล้วข้ามกำจัดพวกเขาเสีย ใน
อนาคตเขาก็จะเป็นขุนนางเพียงคนเดียวที่องค์
ชายซื่อไว้ใจที่สุด…
เหตุใดหลี่ว์จี้จะไม่รู้ว่านี่เป็นแผนการยั่วยุ! ตอน
แรกเขาไม่เห็นด้วย แต่หลังจากนั้นเขากลับกังวล
มากขึ้นเรื่อยๆ นี่เป็นแผนการของสวีจ่างหนิงคน
เดียวทั้งหมดจริงหรือ? สุดท้ายแล้วตอนนั้นก็เป็น
เขาที่สั่งห้ามไม่ให้พวกเขาเคลื่อนย้ายกองทัพ!
ชาวฉินถูกกวาดล้างและจงตูก็กลายเป็นนครโดด
เดี่ยว ไม่สามารถส่งข่าวออกไปได้ หลี่ว์จี้ร้อนใจ
อย่างมาก
หลี่ว์จี้ติดตามองค์ชายซื่อมาหลายปี รู้นิสัยใจคอ
ของเขาเป็นอย่างดี ดำรงตนอยู่ในความไม่
ประมาท หากเขาสงสัยพวกเขาจริงๆ ไม่ว่าจะ
ชนะหรือพ่ายแพ้ศึกจงตูในครั้งนี้ล้วนมีแต่ความ
ตาย!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลี่ว์จี้ก็นั่งไม่ติดและรู้สึก
กระสับกระส่าย เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานก็ยังโดน
หมิ่นฉือตำหนิ ในใจก็ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้น บัดนี้
การส่งสารไปยังต้าเหลียงเห็นทีจะไม่ทันการแล้ว
ควรจะทำอย่างไรดี…
หลี่ว์จี้นั่งคิดอยู่ในกระโจม อีกด้านหนึ่งหมิ่นฉือก็
ได้ขึ้นไปบนหอสังเกตการณ์แล้ว คาดว่าจำนวน
กองทัพฉินมีไม่เกินหนึ่งหมื่นนาย ทั้งยังรู้ด้วยว่า
พวกเขาไม่ได้ซุ่มโจมตีแต่มีแผนการอื่น
“ท่านแม่ทัพ ข้าน้อยเฝั้าติดตามมาระยะหนึ่งแล้ว
ชาวฉินดูเหมือนจะถางกองดินที่ทับซ้อนอยู่ทั้ง
สองข้างของคูเมือง” นายทหารบนหอ
สังเกตการณ์เอ่ย
หมิ่นฉือหรี่ตามองสักพักและก็ตระหนักว่ามันเป็น
เช่นนั้น “สังเกตการณ์ต่อไป มารายงานได้ทุก
เมื่อ”
ความกว้างของคูเมืองในจงตูมีข้อดีและข้อเสีย
เนื่องจากร่องน้ำกว้างเกินไป จึงต้องอยู่ห่างจาก
กำแพงมากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการจมลงลงของ
กำแพงดินเมื่อน้ำขึ้นและเขื่อนระเบิด
ส่งผลให้เกิดระยะทางกว่าสี่ร้อยก้าวระหว่าง
กำแพงเมืองและแม่น้ำ ประกอบกับความกว้าง
ของแม่น้ำทำให้ลูกศรไปถึงอีกฝังของแม่น้ำได้
ยาก ไม่ว่าทหารศัตรูจะมีความเคลื่อนไหวอะไรที่
นั่น ทหารที่รักษาการณ์ในนครก็อยู่ไกลเกินเอื้อม
หมิ่นฉือกลับมาถึงกระโจม ยืนอยู่หน้าแผนที่
แผนผังของนครจงตูทั้งหมดปรากฏขึ้นสู่สายตา
ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจเปั้าหมายของกองทัพฉิน
ในทันที “ทหาร!”
“ขอรับ!”
หมิ่นฉือเอ่ย “เชิญแม่ทัพซู่เข้ามา”
“ขอรับ!”
นายทหารถอยออกไปข้างนอก ไม่ช้าชายร่าง
กำยำสูงแปดฉื่อก็เดินเข้าไปมาในกระโจม “ท่าน
แม่ทัพ!”
หมิ่นฉือพยักหน้า “กองทัพฉินเคลื่อนตัวไปตามคู
เมืองทางทิศเหนือ เชื่อว่าตอนนี้ท่านคงรู้แล้ว
ท่านจงไปติดอาวุธปั้องกันทันที เมื่อกองทัพฉิน
ข้ามแม่น้ำให้ยิงและฆ่าได้เลย”
ซู่ถงเอ่ย “หากกองทัพฉินเฝั้าอยู่ที่คูเมืองและไม่
เข้าใกล้ แม้ว่าสามารถยิงธนูไปถึง แต่ความ
แม่นยำและความแข็งแกร่งจะลดลงอย่างมาก
เกรงว่าคงทำร้ายคนได้ไม่เท่าไร…ไม่ทราบว่าจะ
ให้เปิดประตูฝั่าออกไปหรือไม่?”
หมิ่นฉือเงียบไปครู่หนึ่ง “รอข่าวจากหลายๆ ที่
ก่อนค่อยหารืออีกที”
“ขอรับ! เช่นนั้นข้าน้อยออกไปเตรียมตัวก่อน”
ซู่ถงรับคำสั่งแล้วจากไป
หมิ่นฉือนั่งลงหน้าแผนที่อย่างเหนื่อยล้า ในขณะ
นี้เขารู้สึกไร้พลังอย่างมาก นึกถึงครั้งแรกที่ตน
ได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจสำคัญ แต่เขา
กลับมาจากปาสู่พร้อมความล้มเหลว เป็นผลให้
เขาไม่เคยได้รับความไว้วางใจจากเว่ยฮุ่ยอ๋องใน
เวลาต่อมา อย่างไรก็ดีเว่ยฮุ่ยอ๋องกลับไม่ได้ใช้งาน
เขาแต่ก็ไม่ได้ปล่อยเขา ขังเขาไว้ในต้าเหลียง
หลังจากวางแผนมาหลายปีในที่สุดเขาก็สังหาร
เว่ยฮุ่ยอ๋องในบัดดล สนับสนุนกษัตริย์ที่มองเขา
ในแง่ดีให้ขึ้นสู่บัลลังก์ แล้วผลลัพธ์เล่า…
เหตุใดหมิ่นฉือจะไม่รู้ว่าครั้งตนได้กระทำการ
อย่างบุ่มบ่ามเกินไป ทว่าบัดนี้เขาอยู่ในต้าเหลียง
มาเจ็ดปีแล้ว ในชีวิตคนเราจะมีเจ็ดปีสักกี่ครั้ง?
สกุลตู้เพิ่งจะประสบกับโทษของการถูกฆ่าล้าง
ตระกูล คนอื่นไม่รู้ว่าพวกเขายังมีสายลับอีกคนที่
ยังอยู่ อย่างไรก็ตามหมิ่นฉือรู้ดีว่าหากเขาไม่ใช้
ประโยชน์จากความยุ่งเหยิงโดยเร็วที่สุด เขาจะ
เสียโอกาสที่ไม่อาจหวนกลับมาอีก! เขาถูกเว่
ยอ๋องจับตามองและไม่มีโอกาสที่จะสะสมกำลัง
เลย ทันทีที่พลาดโอกาส ถึงเวลานั้นก็จะเป็นฝั่าย
ถูกกระทำอีกครั้ง
อีกทั้งความยากลำบากที่เขาพบล้วนเกี่ยวข้องกับ
คนๆ เดียว
หมิ่นฉือมักจะคิดว่าถ้าชาตินี้เขาไม่เคยพบซ่งชูอี
เขาก็จะมีชีวิตที่ราบรื่นกว่านี้ ความเกลียดชังที่ซ่ง
ชูอีแสดงต่อเขาในตอนแรกนั้น เขาคิดไปคิดมาก็
ได้ผลลัพธ์ที่น่าขนลุก…สมมติว่าภาพที่เขาฝันถึง
นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชาติก่อน เช่นนั้นก็เป็นไป
ได้มากที่ซ่งชูอีอาศัยอยู่ในชาตินี้พร้อมกับความ
ทรงจำของชาติก่อน!
แน่นอนว่าก็มีความเป็นไปได้ที่ซ่งชูอีก็ฝันเห็น
ภาพเหมือนกับเขา เหตุผลที่หมิ่นฉือปฏิเสธการ
คาดเดานี้เพราะว่าเขาไม่ได้สัมผัสมันกับตัวเอง
และมันไม่สามารถอธิบายได้ถึงความเกลียดชังใน
ดวงตาของนางที่มาก้นจากบึ้งหัวใจเมื่อพบกัน
เป็นครั้งแรก มันยากสำหรับเขาที่จะจินตนาการ
ว่าคนที่มีเหตุผลและฉลาดอย่างซ่งชูอีจะเกลียด
ใครบางคนโดยอาศัยความฝันเพียงอย่างเดียว
“ราย…” เสียงรายงานของทหารข้างนอกดังเข้า
มาใกล้
หมิ่นฉือลูบแก้มอย่างแรงเพื่อเสริมสร้างกำลังใจ
หัวหน้ากองซือหม่าเข้ามาในกระโจม ประสานมือ
รายงาน “ท่านแม่ทัพ มีข่าวส่งมาจากแปดทิศว่า
พบกองทัพฉินทางทิศใต้ ทิศตะวันออกเฉียงใต้
และทิศตะวันตกเฉียงใต้ ไม่พบในทิศอื่นขอรับ”
หมิ่นฉือลุกขึ้นและมองไปที่แผนที่โดยเดาว่า
กองทัพฉินจะเริ่มต้นจากที่ใด “ส่งหน่วยสอดแนม
ออกจากนครผ่านเส้นทางลับเพื่อดูว่ามีกองทัพ
ฉินอยู่ตามแควคูเมืองหรือไม่”
เขาชี้ไปยังบางจุดบนแผนที่ “ให้ความสนใจกับ
สถานที่เหล่านี้!”
“ขอรับ!”
จงตูเคยเป็นนครหลวงของรัฐเล็กๆ ในยุคสมัยชุน
ชิว ในนครมีเส้นทางลับในนำไปสู่ภายนอก
อย่างไรก็ตามเส้นทางลับนั้นต่ำคับแคบและมี
สภาพทรุดโทรมมาเป็นเวลานาน ทำให้เดินทาง
ลำบาก ไม่สามารถอนุญาตให้ผู้คนสัญจรไปมา
มากเกินไป หลังจากที่กองทัพเว่ยยึดครองได้พวก
เขาก็ใช้เส้นทางนี้เป็นเส้นทางลับ
ถนนลับนี้นำไปสู่นอกนครและไม่ได้ผ่านคูเมือง
การข้ามแม่น้ำอย่างลับๆ แน่นอนว่าข้ามสะพาน
ไม่ได้ ทำได้เพียงว่ายน้ำข้ามไปเท่านั้น