ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 130 แจ้งตำรวจแล้ว จุดเกิดเหตุฆาตกรรมแรก
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 130 แจ้งตำรวจแล้ว จุดเกิดเหตุฆาตกรรมแรก
เมื่อได้ยินเรื่องทั้งหมด ผมรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว
คนประเภทไหนกันที่สามารถทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ได้
คนที่รักเขาสุดหัวใจ…กลับถูกเขาเข่นฆ่าอย่างโหดเหี้ยม
‘ความรักที่แปรเปลี่ยนเป็นความวิปริต’
หากมีคำไหนที่อธิบายอดีตแฟนของจูเจินเจินได้ก็คงเป็นคำนี้
เธอพยายามดิ้นรน อ้อนวอนขอชีวิต แต่ไม่มีอะไรช่วยเธอได้
สุดท้าย เธอเสียเลือดมากเกินไปจนสิ้นใจ ร่างของเธอถูกกดทับไว้ใต้อ่างอาบน้ำ
หกเดือนผ่านไป
เธอยังคงจมอยู่ในความทุกข์ทรมาน ไม่อาจเป็นอิสระ
ต่อให้ตายไป วิญญาณของเธอก็ไม่สามารถหนีจากสถานที่นี้ได้
อ่างอาบน้ำที่กดทับร่างเธอไว้กลายเป็นพันธนาการที่กักขังเธอเอาไว้ที่นี่
เธอทำได้เพียงปีนขึ้นมาเกาะอ่างอาบน้ำทุกค่ำคืน
และเมื่อยามเที่ยงคืนมาถึง เธอจะพยายามร้องขอความช่วยเหลือจากแขกที่มาพัก
แต่จะมีใครกล้าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องเช่นนี้ล่ะ
แขกส่วนใหญ่ เพียงแค่รู้สึกถึงบางอย่างผิดปกติก็เผ่นหนีไปทันทีแล้ว
บางคนถึงกับทิ้งเงินค่ามัดจำ ไม่แม้แต่จะเก็บข้าวของด้วยซ้ำ
จนกระทั่งผมเข้ามาพักที่นี่ เธอถึงได้เล่าความทุกข์ทรมานของเธอให้ผมฟัง
ขณะเล่า ผมสังเกตเห็นว่าพลังอาฆาตของจูเจินเจินกำลังเพิ่มขึ้น
หากปล่อยไว้อีกไม่นาน เธออาจกลายเป็นวิญญาณอาฆาตเต็มตัว
ผมรีบปลอบเธอ “คุณจู ไม่ต้องห่วง ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วผลกรรมย่อมตามสนอง คนที่ทำร้ายเธอ สักวันหนึ่งจะได้รับผลกรรมที่สมควร”
จูเจินเจินพยักหน้าทั้งน้ำตา
ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก ตามมาด้วยเสียงของชายวัยกลางคนที่ผมเจอที่เคาน์เตอร์เมื่อครู่ “คงมีใครแจ้งความเท็จแน่ๆ โรงแรมของเราซื่อสัตย์ ไม่มีทางมีศพซ่อนอยู่หรอก! อีกอย่าง ถ้ามีศพอยู่จริง มันต้องส่งกลิ่นเน่าเหม็นไปหมดแล้วสิ ดูสิ ลูกค้าเยอะแค่ไหน ไม่เห็นมีใครได้กลิ่นอะไรเลย!”
“ใจเย็นก่อนนะคุณหม่า พวกเราแค่ได้รับแจ้งเหตุเลยมาตรวจสอบดูเท่านั้น”
“…”
ผมฟังเสียงสนทนาเหล่านั้นก่อนจะหันไปมองจูเจินเจินที่อยู่ในอ่างอาบน้ำ
“พวกเขามาแล้ว ฉันจะไปเปิดประตู”
จูเจินเจินพยักหน้ารัวๆ แล้วค่อยๆ ซุกตัวอยู่ในอ่าง ไม่ขยับเขยื้อน
ผมเดินไปที่ประตู เปิดมันออกก่อนที่พวกเขาจะเคาะ
เมื่อประตูเปิดออก ผมเห็นชายสองหญิงหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น
หนึ่งชายหนึ่งหญิงเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ส่วนชายอีกคนคือเจ้าของโรงแรม ชายวัยกลางคนที่ผมพบก่อนหน้านี้
พวกเขาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าผมเป็นฝ่ายเปิดประตูเอง
และผมก็พูดขึ้นก่อน “ผมเป็นคนแจ้งตำรวจเอง!”
ยังไม่ทันที่เสียงของผมจะจางหาย เจ้าของโรงแรมวัยกลางคนก็โพล่งออกมา “น้องชาย ฉันลดค่าห้องให้แล้วนะ ทำไมคุณถึงแจ้งตำรวจมาเล่นงานฉันล่ะ”
ผมยักไหล่ ยกมือขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ “ผมไม่ได้แจ้งความมั่วซั่ว ถ้าตำรวจเข้ามาตรวจสอบ เดี๋ยวก็รู้เอง”
ผมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เต็มไปด้วยความมั่นใจ
ตำรวจที่นำทีมเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโส เขามองสำรวจผมตั้งแต่ต้น
พอได้ยินคำพูดของผม เขาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้ามาพร้อมกับตำรวจหญิงรุ่นน้องที่ดูแข็งแรงและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
พวกเขาเริ่มตรวจสอบห้อง โดยเฉพาะบริเวณห้องน้ำ
เสียงของตำรวจหญิงดังขึ้น “คุณแจ้งความว่ามีศพซ่อนอยู่ใต้อ่างอาบน้ำ ทำไมคุณถึงมั่นใจขนาดนั้น”
เธอดูสง่างามและทรงพลัง แถมยังหน้าตาดีไม่น้อย
เมื่อได้ยินคำถาม ผมก็ไม่ลังเลที่จะตอบ “อ้อ! ผมจมูกไวมาก ได้กลิ่นเหม็นเน่าลอยออกมาจากใต้อ่างอาบน้ำ ผมเคยได้กลิ่นแบบนี้จากศพมาก่อน มันเหมือนกันเป๊ะ เลยคิดว่าน่าจะมีอะไรซ่อนอยู่ใต้อ่างอาบน้ำนี้”
ทั้งสามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมต่างมองมาที่ผมด้วยความงุนงง
พวกเขาพยายามใช้จมูกสูดดมกลิ่น แต่กลับไม่พบกลิ่นผิดปกติแต่อย่างใด
“น้องชาย…ฉันไม่เห็นจะได้กลิ่นอะไรเลยนะ” เจ้าของโรงแรมพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์
แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจวัยกลางคนกลับถามผมด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณเคยได้กลิ่นศพเน่ามาก่อนอย่างนั้นหรือ”
“ผมเป็นนักศึกษาแพทย์ เคยผ่านการชันสูตรศพมาไม่น้อย จึงคุ้นเคยกับกลิ่นนี้ดี!” ผมตอบกลับไปทันที
ความจริง มันก็แค่ข้ออ้างเท่านั้นแหละ เพราะว่าตั้งแต่ที่ผมก้าวเข้ามาในห้องนี้…ผมไม่ได้กลิ่นอะไรสักนิด
คนตายไปตั้งครึ่งปี ต่อให้ศพเน่าจริง กลิ่นก็คงจางหายไปหมดแล้ว
แน่นอนว่าผมไม่สามารถพูดออกไปได้ว่าผมเห็นวิญญาณของเหยื่อ และรู้ว่ามีศพซ่อนอยู่ใต้อ่างอาบน้ำ
ถ้าพูดไปแบบนั้น พวกเขาต้องคิดว่าผมบ้าแน่ๆ ไม่แน่อาจหันหลังเดินหนีไปเลยก็ได้
ตำรวจวัยกลางคนพยักหน้า “โอเค งั้นเราจะตรวจสอบดู”
พูดจบ เขาเดินไปยังอ่างอาบน้ำ
อาจเป็นเพราะพลังหยางของเขาแข็งแกร่งเกินไป ทำให้วิญญาณหญิงสาวในอ่างอาบน้ำแสดงท่าทีหวาดกลัว
เธอยกมือขึ้นป้องกันตัว ก่อนจะค่อยๆ ถอยหลังห่างจากเขา
สุดท้าย ด้วยแรงกดดันมหาศาล เธอหายวับลงไปใต้พื้นทันที
อ่างอาบน้ำถูกกดทับแน่นอยู่ในพื้นกระเบื้อง ดูเรียบร้อยและสวยงาม
ตำรวจวัยกลางคนตรวจสอบรอบๆ เคาะไปตามขอบของอ่างเพื่อฟังเสียงสะท้อน
จากนั้นหันไปพูดกับเจ้าของโรงแรม “คุณหม่า เอาขวานดับเพลิงมาให้ผมหน่อย ผมจะต้องทุบอิฐตรงนี้เพื่อตรวจสอบข้างใน”
เจ้าของโรงแรมหันมามองผมตาขวาง “ไอ้หนู ถ้าตำรวจตรวจสอบแล้วไม่เจออะไร นายต้องจ่ายค่าห้องคืนให้ฉันสามสิบเท่า!”
ผมไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ตอบกลับทันที “ไม่มีปัญหา! แต่อย่าลืมสิ่งที่คุณพูดไว้ก่อนหน้านี้ ถ้ามีอะไรซ่อนอยู่ใต้อ่าง คุณต้องทำตามที่พูดไว้นะ ยืนกลับหัวกินขี้!”
คำพูดของผมทำให้ตำรวจทั้งสองคนหันไปมองเจ้าของโรงแรมพร้อมกัน
ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวเล็กน้อย แต่ยังคงฝืนยิ้มออกมา “ได้! มาดูกันว่าใครกันแน่ที่จะต้องเสียเงินสามสิบเท่า เจ็ดพันแปดร้อยหยวน…ฉันจะคอยดูว่าคุณจะจ่ายไหวไหม!”
“ไม่มีปัญหา!” ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เจ้าของโรงแรมหัวเราะหยัน แล้วเดินออกไปด้านนอกเพื่อไปหยิบขวานดับเพลิง
ตำรวจวัยกลางคนหันกลับมามองผม ก่อนถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พ่อหนุ่ม ฉันทำงานมาเป็นสิบๆ ปี ยังไม่เคยมั่นใจว่าจะแยกแยะกลิ่นศพมนุษย์กับกลิ่นซากสัตว์ได้ ฉันแทบไม่ได้กลิ่นอะไรเลยสักนิด แล้วคุณแน่ใจได้ยังไงว่ามีศพอยู่ใต้อ่างอาบน้ำ”
ระหว่างที่เขาพูด เขายังคงจับตาดูสีหน้าและท่าทางของผม
ผมยักไหล่ ตอบอย่างไม่ลังเล “ก็ไม่ถึงกับมั่นใจเต็มร้อยหรอกครับ แต่ก็แปดเก้าสิบเปอร์เซ็น หากพลาดจริงๆ ผมจะรับผิดชอบค่าเสียหายเอง แต่ถ้ามันมีจริงๆ ขึ้นมา ผู้เคราะห์ร้ายก็จะได้ระบายความคับข้องใจเร็วขึ้นไม่ใช่เหรอครับ”
ประโยคสุดท้าย ผมย้อนถามกลับไป
ตำรวจวัยกลางคนพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเงียบไป
ไม่นาน เจ้าของโรงแรมก็กลับมา
ในมือของเขาถือขวานดับเพลิง ด้านหลังของมันมีส่วนที่ใช้เป็นค้อน
ตำรวจวัยกลางคนรับขวานมา แล้วฟาดลงบนอิฐที่หุ้มอ่างอาบน้ำอย่างแรง
‘ปัง! ปัง!’
ด้วยความที่อ่างอาบน้ำถูกฝังอยู่ในโครงสร้างของผนัง ด้านในจึงกลวง
เพียงไม่กี่ครั้งที่ขวานกระแทกลงไป กำแพงก็แตกเป็นช่องขนาดพอดี
และในเสี้ยววินาทีต่อมา กลิ่นเน่าเหม็นรุนแรงพลันพวยพุ่งออกมาจากภายในช่องว่างนั้น
ทุกคนรีบยกมือขึ้นปิดจมูกโดยอัตโนมัติ
เมื่อไฟฉายถูกส่องเข้าไปในช่องที่เปิดออก
สิ่งที่เราเห็นทำให้ทุกคนแทบหยุดหายใจ
ในพื้นที่แคบๆ ใต้อ่างอาบน้ำนั้น มีร่างแห้งกรังถูกห่อด้วยพลาสติกถนอมอาหาร!
“ศพ…ศพมนุษย์…” ตำรวจหญิงอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง
เจ้าของโรงแรมและตำรวจวัยกลางคนต่างมีสีหน้าตกใจสุดขีด
ตำรวจวัยกลางคนรีบหันไปสั่งการตำรวจหญิงทันที “แจ้งหน่วยพิสูจน์หลักฐาน แจ้งว่าเราพบสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรม”
“คะ…ค่ะ!” ตำรวจหญิงรีบรับคำสั่ง ก่อนหยิบวิทยุขึ้นมาติดต่อหน่วย
ส่วนเจ้าของโรงแรม ตัวเขาสั่นเทาไปทั้งร่าง ใบหน้าซีดเผือดสลับกับสีเขียวคล้ำ
เขาพึมพำเสียงสั่นเครือ “เป็นไปไม่ได้… เป็นไปไม่ได้…”