ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1088 บอสเผย ร่างสัญญาให้ผมที!
บทที่ 1088 บอสเผย ร่างสัญญาให้ผมที!
ไม่นานหลังไปทํางานในวันจันทร์ เมิ่งชั่งก็แวะไปห้องทํางานของบอสเผยพร้อม
แผนประชาสัมพันธ์
ตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะตรงไปฝ่ายโฆษณาและการตลาดแล้วส่งแผนให้หยูเย่า
ดําเนินการต่อเร็วที่สุด
แต่หลังจากคิดทบทวนซ้ําไปมา เขาก็ตัดสินใจแวะไปหาบอสเผยก่อนเพราะมีเรื่อง
สําคัญมากต้องจัดการ ซึ่งเกี่ยวกับความสําเร็จและความล้มเหลวของแผน
ประชาสัมพันธ์ทั้งหมด
ถ้าบอสเผยไม่ตอบตกลง…
เมิ่งชั่งยอมไม่ทําแผนประชาสัมพันธ์และไม่ใช้งบประชาสัมพันธ์แม้แต่หยวนเดียว
ยังดีเสียกว่า
เพราะเขาต้องการคําสัญญาจากบอสเผย ถ้าไม่ได้คํามั่นสัญญา เมิ่งชั่งก็รู้สึกว่า
โอกาสที่เขาจะล้มเหลวยังมีอยู่และสูงมากด้วย
แต่ถ้าบอสเผยให้คํามั่นสัญญา โอกาสประสบความสําเร็จก็จะเพิ่มขึ้นมาก
เรื่องนี้มีความจําเป็นต่อการทํางานต่อไป
ถึงงานต่อจากนี้ของแผนประชาสัมพันธ์จะปล่อยให้หยูเย่าจัดการทั้งหมดโดยที่เมิ่ง
ชั่งไม่ต้องลําบากอะไร แต่ถ้าแผนประชาสัมพันธ์นี้ถูกกําหนดเอาไว้แล้วว่าจะล้มเหลว
และสร้างกําไรให้บอสเผยได้มากมายแม้จะต้องผลาญเงิน เมิ่งชั่งก็เลือกทิ้งแผน
ประชาสัมพันธ์ไปยังดีกว่าปล่อยให้บอสเผยได้ผลประโยชน์ไปฟรีๆ!
เขาไม่มีทางเลือกอื่น เมิ่งชั่งยืดอกยอมรับอย่างไม่อายมาตลอดว่าเป็นคนใจแคบ
บอสเผยเล่นตุกติกใส่เขามาแล้วหลายครั้ง จะให้ใจดีตอบเหรอ
ไม่มีทาง!
ฉันจะไม่มีทางทําอะไรที่เถิงต๋าได้ประโยชน์เด็ดขาด!
หลังจากยืนยันกับฝ่ายต้อนรับแล้วว่าวันนี้บอสเผยเข้าออฟฟิศ เขาก็เดินไปเคาะ
ประตูห้องทํางานบอสเผยเบาๆ
“เชิญ”
เมิ่งชั่งเปิดประตูเข้าไป เขาเห็นบอสเผยกําลังขมวดคิ้วจ้องจอคอมพิวเตอร์ ไม่รู้ว่า
กังวลเรื่องกิจการไหนอยู่
เขาอดทึ่งขึ้นมาไม่ได้
ตัดเรื่องนิสัยออก บอสเผยถือว่าเป็นคนที่มีจิตวิญญาณนักสู้มากๆ
เมิ่งชั่งเคยเปิดธุรกิจของตัวเองมาก่อน แต่เป้าหมายสูงสุดของเขาคือการสร้าง
ชื่อเสียงให้บริษัทแล้วรีบดึงเงินออกมาและชิ่งหนีไปเพื่อให้ตัวเองมีอิสระทางการเงิน
ถ้าเป้าหมายของเขาคือหนึ่ง เป้าหมายปัจจุบันของบอสเผยก็น่าจะเป็นหนึ่งร้อย
หรืออาจจะหนึ่งพัน
บอสเผยสร้างตํานานธุรกิจมาเองกับมือแล้วมากมาย ความสําเร็จของเขากระจาย
ไปยังวงการและอุตสาหกรรมอื่นๆ ไม่ใช่สิ่งที่การคุยโวจะเทียบชั้นได้
ธุรกิจของเถิงต๋าไม่ได้ดีแต่พูด แต่ละกิจการมีโมเดลธุรกิจเป็นของตัวเองและต่าง
ทํากําไรได้!
เมิ่งชั่งถามตัวเอง ถ้าประสบความสําเร็จได้เท่าบอสเผย ไม่สิ ถ้าประสบ
ความสําเร็จได้สักหนึ่งส่วนสิบ สมมติสร้างกิจการสักอย่างในเถิงต๋าขึ้นจากศูนย์ได้ เขา
ก็คงขายบริษัทให้บริษัทที่ใหญ่กว่าและออกไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขหลังจากที่มี
อิสรภาพทางการเงิน
ทําไมต้องมาเค้นหัวคิดเรื่องการพัฒนาบริษัทต่อด้วย
แต่บอสเผยไม่เป็นแบบนั้น
บอสเผยเพิ่งจะประสบความสําเร็จอย่างยิ่งใหญ่กับราวตากผ้าออกกําลังกาย
อัจฉริยะและ Mission & Choice แต่กลับไม่มัวนั่งอู้ เขาเข้าบริษัทแต่เช้าเพื่อมาคิด
เรื่องกิจการอื่นๆ
จิตวิญญาณนักสู้นี้ทําให้เมิ่งชั่งรู้สึกละอายใจ
แน่นอนว่าถึงจะรู้สึกละอายใจ แต่ความโกรธและความเกลียดชังที่มีต่อบอสเผยก็
ยังไม่เปลี่ยนแปลง มันไม่ได้ทําให้เมิ่งชั่งเปลี่ยนใจไม่ใช้แผนประชาสัมพันธ์แก้แค้น
บอสเผย
เผยเชียนแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นเมิ่งชั่ง “มีอะไรเหรอ”
ตอนแรกเขาคิดว่าเมิ่งชั่งน่าจะใช้เวลาอย่างน้อยสองถึงสามวันในการเก็บข้อมูล
กิจการต่างๆ เพื่อตัดสินใจว่าจะทําแผนประชาสัมพันธ์ให้กิจการไหน
เมิ่งชั่งตอบ “บอสเผยครับ ผมรวบรวมข้อมูลใกล้เสร็จแล้ว และพอจะมีแนวทาง
ที่ชัดเจนเกี่ยวกับแผนประชาสัมพันธ์แล้วครับ
“แต่…
“ผมอยากให้บอสเผยสัญญาอย่างหนึ่งก่อนจะเดินหน้าทําแผนประชาสัมพันธ์นี้
ถ้าร่างเป็นสัญญาได้ก็ยิ่งดีครับ…”
เสียงของเมิ่งชั่งเบาลงเรื่อยๆ ยิ่งพูดเขาก็ยิ่งไม่มั่นใจ
เพราะตําแหน่งของเขากับบอสเผยห่างชั้นกันมาก การที่เขาเป็นคนเอ่ยขอเองดูไม่
เหมาะเลย เพราะจะเหมือนเขาจริงจังมากเกินไป
แต่เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้ค่าคอมมิชชันอย่างราบรื่น เมิ่งชั่งก็ไม่มีทางเลือกอื่น
นอกจากยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด
เผยเชียนแปลกใจเล็กน้อย
คราวนี้เมิ่งชั่งคิดจะมาไม้ไหนอีกเนี่ย
อยากให้ฉันร่างสัญญาอย่างนั้นเหรอ
เผยเชียนสงสัย “ถ้าไม่ขัดกับสัญญาที่เราเซ็นกันก่อนหน้านี้ ผมก็พิจารณาดูได้”
เมิ่งชั่งพยักหน้าแล้วหยิบโปสเตอร์พิมพ์สีจากกระเป๋ายื่นให้อีกฝ่าย “นี่คือแผน
ประชาสัมพันธ์สําหรับคอร์สสร้างแรงบันดาลใจเว็บจงเตี่ยนจงเหวินครับบอสเผย
“ผมอยากให้บอสร่างสัญญายืนยันว่าเถิงต๋าคอร์เปอเรชันจะไม่ประกาศให้โลก
ภายนอกรู้เกี่ยวกับการดัดแปลงผลงานสามเรื่องของคอร์สสร้างแรงบันดาลใจผ่าน
ช่องทางออฟฟิเชียลใดๆ ภายในสองเดือนนี้ครับ”
เหมือนคําพูดที่ว่า เจ็บแล้วจําคือคน
เมิ่งชั่งไม่ใช่คนโง่ เขาไม่มีทางทําพลาดซ้ําเดิมอีก
ตอนทําแผนโปรโมต Mission & Choice และเกือบจะได้ค่าคอมมิชชัน จู่ๆ
บอสเผยก็เปลี่ยนวันเปิดตัว ทําให้แผนของเขาพังไม่ท่าและค่าคอมมิชชันลอยหายไป
ต่อหน้าต่อตา
หลังจากแอบไปสืบข้อมูลในคอร์สสร้างแรงบันดาลใจ เมิ่งชั่งย่อมต้องรู้เกี่ยวกับ
การดัดแปลงผลงานทั้งสามเรื่อง
แต่เขาก็สังเกตเห็นว่าการดัดแปลงลิขสิทธิ์ผลงานจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในอีก
สองเดือน
ภายใต้สถานการณ์ปกติก็ไม่น่าจะมีอะไรขัดขวางไม่ให้เขาได้ค่าคอมมิชัน เพราะ
ค่าคอมมิชชันคํานวณจากผลลัพธ์การประชาสัมพันธ์ในเดือนนั้นๆ
ส่วนจะเกิดอะไรขึ้นหลังผ่านสองเดือนนี้ไปก็ไม่ได้เกี่ยวกับเขา
เมิ่งชั่งจึงเลือกทําแผนประชาสัมพันธ์ให้กับคอร์สสร้างแรงบันดาลใจ
แต่เขาก็ไม่ควรประมาทจนเกินไป
ถ้าบอสเผยจงใจกลั่นแกล้งเขาและจู่ๆ ก็เผยแพร่เรื่องนี้ในเดือนนี้ขึ้นมาล่ะ แบบ
นั้นก็จะมีตัวแปรที่สร้างความไม่แน่นอนโผล่ขึ้นมา
ดังนั้นเมิ่งชั่งจึงเข้ามาขอให้บอสเผยร่างสัญญาเรื่องนี้โดยเฉพาะ
ถ้าบอสเผยตกลง เขาก็จะดําเนินแผนต่อได้โดยไร้กังวล
ถ้าบอสเผยไม่ตกลง ก็หมายความว่าอีกฝ่ายคิดจะเล่นตุกติกอะไรแน่นอน
ในเมื่อเป็นแบบนั้นเมิ่งชั่งก็จะยกเลิกแผนนี้แล้วไม่ทําอะไรเลยไปตลอดทั้งเดือน
เขายอมรับเงินเดือนพื้นฐานดีกว่าทํางานให้บอสเผยฟรีๆ!
แม้โปสเตอร์จะพิมพ์สี แต่ก็ไม่ได้มีสีเยอะอะไร แค่ข้อความบางข้อความใช้สี
ต่างกัน
พอเห็นโปสเตอร์เผยเชียนก็นึกถึงบรรจุภัณฑ์น้ํามะพร้าวแบรนด์หนึ่งทันที บรรจุ
ภัณฑ์แบรนด์นั้นว่ารกแล้ว โปสเตอร์ของเมิ่งชั่งรกยิ่งกว่า!
เพราะโปสเตอร์นี้ใหญ่กว่าและมีข้อความเยอะกว่า
เขาลองอ่านเนื้อหาบนโปสเตอร์ดู…
เผยเชียนอดไม่ได้ที่จะผุดยิ้มพึงพอใจ
อืม พยายามได้ดีมาก!
เผยเชียนเข้าใจวงการเว็บโนเวลและรู้ว่าตัวเลขที่เมิ่งชั่งใส่มาบนโปสเตอร์ไม่ใช่การ
อวดอ้าง แต่เป็นการทําให้ขายหน้า
ถ้าปล่อยโปสเตอร์นี้ออกไป บวกกับชื่อเสียงที่ย่ําแย่ของคอร์สสร้างแรงบันดาลใจ
เว็บจงเตี่ยนจงเหวิน ผู้คนต้องหัวเราะเยาะแน่นอน แถมยังสร้างผลลัพธ์ประชาสัมพันธ์
ให้คอร์สสร้างแรงบันดาลใจไม่ได้เลยด้วย!
ดูเหมือนว่าเมิ่งชั่งจะมีไฟขึ้นมาหลังแก้รายละเอียดสัญญาและเพิ่มเงินเดือน
พื้นฐาน การคิดแผนประชาสัมพันธ์แบบนี้ได้ในเวลาสั้นๆ ถือเป็นเรื่องที่ควรค่ากับการ
ฉลองจริงๆ
สําหรับเผยเชียนคําขอให้ร่างสัญญาของเมิ่งชั่งไม่ได้ทําให้เขาไม่พอใจเลย แต่กลับ
ทําให้มีความสุขด้วยซ้ํา
เพราะมันหมายความว่าเมิ่งชั่งคิดหาทางที่ดีที่สุดในการทําแผนประชาสัมพันธ์แบบ
ย้อนกลับจริงๆ
ถึงจุดนี้เผยเชียนกับเมิ่งชั่งก็คิดไปในทางเดียวกันแล้ว
ในเมื่อเป็นแบบนี้ ร่างสัญญาให้จะเป็นปัญหาอะไร
นอกจากจะร่างสัญญาแล้ว เขาต้องขยายเนื้อหาเพิ่มด้วย!
เผยเชียนหยิบปากกากับกระดาษจากด้านข้างขึ้นมาทันที “ไม่มีปัญหา เดี๋ยวผม
ร่างให้เลย!
“แต่…”
มือของเขาที่จับปากกาอยู่ชะงัก “เราต้องคิดเนื้อหาเฉพาะของสัญญา เรื่องนี้ต้อง
รอบคอบมากๆ”
เมิ่งชั่งหัวเราะในใจ
เขารู้ว่าบอสเผยต้องพยายามต่อรองแน่นอน
แต่เมิ่งชั่งคิดว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร ถ้าบอสเผยขออะไรมากเกินไป เขาก็จะเดิน
จากไปและเลิกล้มแผนประชาสัมพันธ์นี้
เผยเชียนพูดระหว่างที่มือจดขยุกขยิก “เถิงต๋าจะไม่ประกาศเรื่องการดัดแปลง
ผลงานทั้งสามของคอร์สสร้างแรงบันดาลใจผ่านช่องทางออฟฟิเชียลภายในสองเดือนนี้
… แค่นี้จะพอได้ยังไง
“คุณไม่รู้เหรอว่าเถิงต๋าไม่ค่อยเผยแพร่ข้อมูลสู่โลกภายนอกผ่านช่องทางออฟฟิเชี
ยลอยู่แล้ว ปกติข้อมูลมักจะรั่วออกไปอย่างเป็นปริศนาและถูกชาวเน็ตขุดคุ้ยจนเจอ
“เราควรทําแบบนี้ดีกว่า
“ผมจะออกประกาศแจ้งกิจการที่เกี่ยวข้องว่าการดัดแปลงผลงานทั้งสามของคอร์ส
สร้างแรงบันดาลใจเป็นความลับของบริษัทชั่วคราว ห้ามเผยแพร่โดยเด็ดขาด
นอกจากนั้นผมจะช่วยรับรองด้วยว่าถ้ามีการปล่อยให้ข้อมูลรั่วไหลจากภายในบริษัท
และไปกระทบกับแผนโปรโมตของคุณ ผมจะให้ค่าคอมมิชชันคุณสามหมื่นหยวนโดย
ไม่สนผลลัพธ์
“เอ่อ… เว้นแต่ว่าคุณจะเปิดเผยความลับเอง”
เผยเชียนกังวลว่าเมิ่งชั่งอาจเห็นว่าทําตามเป้าหมายไม่สําเร็จ เลยจงใจปล่อย
ความลับเพื่อเอาค่าคอมมิชชันสามหมื่น แบบนี้เขาก็โดนโกงสิ
ดังนั้นเขาต้องปิดช่องโหว่นี้
เมิ่งชั่งเบิกตากว้างเมื่อได้ยินตัวเลข ‘สามหมื่นหยวน’
แม่เจ้า ค่าคอมมิชชันก้อนนี้เท่ากับเงินเดือนพื้นฐานก่อนหน้านี้สิบเดือนเลยนะ!
เงื่อนไขบอสเผยใจกว้างเกินไป แถมยังเข้มงวดกว่าเงื่อนไขที่เมิ่งชั่งเสนอหลายเท่า
เมิ่งชั่งแค่ขอให้ ‘ไม่ประกาศผ่านช่องทางออฟฟิเชียล’ แต่บอสเผยเพิ่มกฎเกณฑ์
เกี่ยวกับ ‘การรั่วไหลข้อมูล’ เข้าไปอีก
แม้แต่ตัวเมิ่งชั่งเองก็สับสนเล็กน้อย
บอสเผยอยู่ฝั่งไหนกันแน่
เขารู้สึกว่าบางครั้งบอสเผยก็เหมือนผู้บงการที่น่าสะพรึงกลัว เป็นบอสใหญ่ที่แอบ
ควบคุมทุกอย่างและทําลายแผนการของเขา แต่บางครั้งเขาก็เหมือนพ่อพระที่อยาก
ช่วยกันจากใจจริง คอยตรวจสอบช่องโหว่และปิดรอยรั่วให้ แถมยังเสนอให้การ
สนับสนุนต่างๆ เองโดยไม่ต้องขออีก
ภาพลักษณ์ทั้งสองแตกต่างกันมากจนเมิ่งชั่งสับสนไปหมด
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามัวงง
บอสเผยร่างสัญญา ลงนาม และยื่นให้
เมิ่งชั่งรับมาตรวจสอบอย่างละเอียด
ไม่มีปัญหาอะไรเลย
ในสัญญาระบุชัดเจนว่าเมิ่งชั่งได้เงื่อนไขที่ดีเกินความคาดหมายไปอีก
เผยเชียนยิ้มและเอนหลังพิงพนักเก้าอี้
อันที่จริงเงื่อนไขนี้ทําให้เขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบเล็กน้อย
ถ้าแผนประชาสัมพันธ์ของเมิ่งชั่งเป็นกระแสขึ้นมาเพราะการรั่วไหลจากภายใน
บริษัท ก็หมายความว่าเขาน่าจะทํากําไรได้ก้อนโต ซึ่งเผยเชียนก็จะเจ็บหนัก
เผยเชียนคิดว่าไม่ยุติธรรมสําหรับเขาเท่าไหร่ถ้าจะให้ค่าคอมมิชชันกับเมิ่งชั่งใน
กรณีนี้
แต่หลังจากไตร่ตรองดู เผยเชียนก็รู้สึกว่าช่วงนี้เมิ่งชั่งโดนเล่นงานหนักมาก
อีกฝ่ายพยายามทํางานอย่างหนักทุกเดือนแต่กลับได้เงินเดือนพื้นฐานเดือนละสาม
พันหยวน เงินเดือนต่ํากว่าคุณป้าแม่บ้านอีก
ไม่ใช่ว่าเขาสงสารเมิ่งชั่ง หลักๆ คือเผยเชียนกลัวว่าอีกฝ่ายจะโดนเล่นงานหนัก
เกินไปจนถอดใจ
นอกจากนั้นเมิ่งชั่งยังไม่รู้ด้วยว่างานของตัวเองยากขนาดไหน ในขณะที่เผยเชียน
ตระหนักเป็นอย่างดี
เผยเชียนรู้สึกว่าโหดร้ายเกินไปหน่อยที่จะปล่อยให้เมิ่งชั่งทํางานนี้ เขาต้องผ่อน
ปรนข้อกําหนดบางอย่างลงบ้างถ้ามันไม่ขัดกับเงื่อนไข เพื่อให้อีกฝ่ายไม่หมดความ
มั่นใจ
เมิ่งชั่งพับสัญญาเก็บใส่กระเป๋าอย่างระมัดระวังเหมือนกระดาษแผ่นนั้นเป็นพระ
ราชกฤษฎีกา
เพราะค่าคอมมิชชันของเดือนนี้ระบุไว้ในกระดาษแผ่นนี้!
“เดี๋ยวก่อน”
ขณะที่เมิ่งชั่งกําลังจะกลับออกไป เผยเชียนก็รั้งตัวเขาไว้
“มีอะไรอีกเหรอครับบอสเผย” เมิ่งชั่งกังวลเล็กน้อย กลัวว่าบอสเผยจะเปลี่ยนใจ
สีหน้าเผยเชียนจริงจังมาก “ผมเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ การเก็บข้อมูลทั้งสามกิจการ
และคิดแผนงานถือเป็นงานหนักทีเดียว คุณทําเสร็จในเวลาสั้นๆ ได้ยังไง
“คุณทํางานล่วงเวลารึเปล่า”
เมิ่งชั่งไม่รู้ว่าบอสเผยจะสื่ออะไร แต่เขาได้ยินมานานแล้วว่าบอสเผยไม่ชอบให้
พนักงานทํางานล่วงเวลา เขาจึงส่ายหัวเพื่อเลี่ยงปัญหายุ่งยากที่ไม่จําเป็น “เปล่าครับ
“ผมเก็บข้อมูลเสร็จตั้งแต่วันศุกร์ครับ
“แค่เห็นทําเลผมก็รู้ว่าร้านค้าประสบการณ์ต้องเป็นที่นิยมแน่นอน ผมเลยไปที่อื่น
ต่อเพื่อไม่ให้เสียเวลา ส่วนตลาดร้านข้างทางผมสรุปได้จากเบาะแสบางอย่างว่าต้องเป็น
ที่นิยมอีกเหมือนกัน
“เพราะงั้นผมเลยเก็บข้อมูลเสร็จแล้ว จากนั้นก็รีบกลับมาออกแบบโปสเตอร์
ไม่ได้ทํางานล่วงเวลาเลยครับ”
หากว่ากันตามตรงเมิ่งชั่งทํางานล่วงเวลาช่วงวันเสาร์อาทิตย์ เพราะถึงจะเป็นแผน
ขยะ เขาก็ต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งในการคิด แถมการออกแบบโปสเตอร์ให้ออกมาดู
ไม่ดีก็ไม่ใช่งานง่ายเหมือนกัน
แต่สัญญาระหว่างเมิ่งชั่งกับบอสเผยไม่กําหนดเรื่องสวัสดิการบริษัทหรือค่า
ล่วงเวลา มีแค่เงินเดือนพื้นฐานกับค่าคอมมิชชัน
เมิ่งชั่งไม่ได้คิดอะไรมากตอนเซ็นสัญญา เขารู้สึกว่าค่าคอมมิชชันเดือนละหนึ่ง
แสนนั้นมากพอแล้ว จะเอาสวัสดิการบริษัทกับค่าล่วงเวลาเล็กน้อยไปทําไมอีก
แน่นอนถ้าเขารู้ว่าสวัสดิการของบริษัทเถิงต๋ามีอะไรบ้าง เขาคงยอมลดค่าคอมมิช
ชันลงเพื่อขอให้บอสเผยเพิ่มสวัสดิการเหล่านั้นให้…
แต่ไม่ว่ายังไงเนื้อหาสัญญาก็เปลี่ยนไม่ได้แล้ว ถึงเมิ่งชั่งจะทํางานล่วงเวลาจริงก็
ไม่ได้ค่าล่วงเวลาอยู่ดี
เผยเชียนเงียบไป ในดวงตาฉายแววเศร้าสร้อย
เฮ้อ แม้แต่เมิ่งชั่งเองมองแวบเดียวก็บอกได้ว่าตลาดร้านข้างทางกับร้านค้า
ประสบการณ์ต้องเป็นที่นิยมแน่นอน…
แต่เขาก็ยังหวังว่าทั้งสองกิจการจะซบเซา
น่าเศร้าใจจริงๆ…
แต่ก็หมายความว่าเมิ่งชั่งเหมือนเป็นเครื่องชี้วัดบางอย่างให้เขาได้เหมือนกัน โป
รเจ็กต์ไหนที่เมิ่งชั่งไม่ชอบหมายความว่าน่าจะมีโอกาสประสบความสําเร็จสูง ต้องเฝ้า
ระวังมากขึ้น
เผยเชียนมองเมิ่งชั่งแล้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องดีจริงๆ ที่มีคนในบริษัทคิดเหมือนกันกับ
เขา
น่าเสียดายที่เมิ่งชั่งไม่ได้ทํางานล่วงเวลา ไม่อย่างนั้นเผยเชียนก็ไม่รังเกียจที่จะ
เปลี่ยนเนื้อหาสัญญาและให้ค่าล่วงเวลาอีกฝ่ายเป็นการให้กําลังใจ
แต่เมิ่งชั่งไม่ได้ทํางานล่วงเวลาเลยนับตั้งแต่เข้ามาทํางานในเถิงต๋า แค่นี้ก็แสดงให้
เห็นแล้วว่าเขาไม่ชอบทํางานล่วงเวลา การให้ค่าล่วงเวลาอาจส่งผลเสียได้ เผยเชียนเลย
ไม่ได้พูดอะไรออกไป
เขาได้แต่หวังว่าครั้งนี้อีกฝ่ายจะเก็บค่าคอมมิชชันไปได้สําเร็จ!