ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1098-2 ต้อนรับผู้ปกครองเข้าสู่ครอบครัว GOG (2)
- Home
- ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี
- บทที่ 1098-2 ต้อนรับผู้ปกครองเข้าสู่ครอบครัว GOG (2)
บทที่ 1098 ต้อนรับผู้ปกครองเข้าสู่ครอบครัว GOG (2)
แผนออกแบบฮีโร่ตัวใหม่ร่างขึ้นอย่างรวดเร็วจากการร่วมมือของหมิ่งจิ้งเชาและหู
เสี่ยนปิน
ชัดเจนว่าแรงบันดาลใจจากแนวคิดของบอสเผยกับการรวบรวมแนวคิดและการ
ออกแบบระบบเกมตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาช่วยพวกเขาได้มาก
ฮีโร่ตัวใหม่ใช้ชื่อว่า ‘Keeper’ อยู่ในตําแหน่งแอสซาซิน
สกิลพาสซีฟคือ ‘ปรับลมปราณ’ ซึ่งคล้ายกับแมคคานิกค่าลมปราณในกลับเกิด
ชั่วกัปกัลป์
Keeper ไม่มีแถบมานาหรือแถบพลังงาน แต่จะใช้เป็นแถบพลังกายแทน ซึ่งการ
ใช้สกิลหรือการโจมตีปกติจะใช้พลังกาย
นอกจากนั้นใต้เท้าของ Keeper จะมีเอฟเฟกต์รัศมีวงกลมอยู่ โดยขยายและหด
ตามความถี่ที่กําหนดไว้ รัศมีนี้คือค่าลมปราณ ขยายออกหมายถึงหายใจเข้า หดเข้า
หมายถึงหายใจออก
เมื่อรัศมีนี้ขยายถึงระยะสูงสุดจะเป็นจังหวะที่ดีที่สุดในการโจมตีหรือปล่อยสกิล
ถ้าโจมตีภายใต้เงื่อนไขนี้บ่อยๆ จะมีผลในการปรับลมปราณ พลังกายฟื้นตัวเร็วขึ้น
ความเร็วเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และเพิ่มโอกาสในการปัดป้องการโจมตี
แต่ถ้าโจมตีหรือปล่อยสกิลผิดจังหวะ Keeper จะปรับลมปราณของตัวเองให้เข้า
กับความถี่ในการโจมตีอัตโนมัติ แต่ผลข้างเคียงคือลมปราณจะเริ่มปั่นป่วน
สถานะค่าลมปราณแสดงผ่านสีของรัศมีแสงใต้เท้า ทุกอย่างเหมือนในกลับเกิดชั่ว
กัปกัลป์ สถานะเริ่มต้นปกติคือสีขาว ปั่นป่วนคือสีเหลืองหรือสีแดง มั่นคงคือสีเขียว
ถ้าเห็นรัศมีแสงใต้เท้าเป็นสีเขียวและแถบพลังกายเต็มหลอด ทางทีดีคือไม่ควรเข้า
มาสู้ด้วยซึ่งๆ หน้า
สกิลหนึ่งและสกิลสองของ Keeper คือ ‘ปัดป้องสมบูรณ์’ และ ‘ก้าวหลบ’
แมคคานิกนี้เชื่อมกับแมคคาคิกดันแอนาล็อกเพื่อสะท้อนการโจมตีและหลบของ
ตัวเอกในกลับเกิดชั่วกัปกัลป์
สองสกิลนี้มีความแตกต่างกันอยู่
ปัดป้องสมบูรณ์มีระยะคูลดาวน์สั้น ไม่มีความสามารถในการเคลื่อนที่ กินพลัง
กายน้อย แต่มีโอกาสล้มเหลว ผู้เล่นต้องชี้เมาส์ไปให้ถูกทิศทางและกดสกิลในจังหวะ
ที่ถูกต้องเพื่อปัดป้องการโจมตีให้ได้อย่างสมบูรณ์ ไม่อย่างนั้นการปัดป้องจะไม่
สมบูรณ์หรืออาจล้มเหลวได้
ไม่ว่าการปัดป้องจะสมบูรณ์หรือไม่ย่อมส่งผลต่อความเสียหายที่ฮีโร่ได้รับ การ
เปลี่ยนแปลงของค่าลมปราณ การใช้พลังกาย และเวลาคูลดาวน์ของสกิล
เวลาคูลดาวน์ของสกิลก้าวหลบค่อนข้างนาน มีความสามารถในการเคลื่อนที่ระยะ
สั้น กินพลังกายมากกว่า แต่ใช้งานได้ง่ายกว่าสกิลปัดป้องสมบูรณ์ จึงเป็นมิตรกับผู้
เล่นที่ฝีมือไม่ค่อยเก่งมากกว่า
ความยากในการปัดป้องแบ่งเป็นสามระดับ การโจมตีธรรมดาจากคู่ต่อสู้ปัดป้อง
ได้ค่อนข้างง่าย สกิลทั่วไปนอกเหนือจากสกิลอัลติเมตปัดป้องได้ยากขึ้นมาหน่อย
และสกิลอัลติเมตปัดป้องได้ยากที่สุด การจะปัดป้องให้สําเร็จนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝีมือ
อย่างเดียว แต่ต้องอาศัยดวงด้วย
เมื่อพิจารณาจากจังหวะการออกแอกชันที่ต่างกัน ความเร็วในการเคลื่อนที่ของส
กิล และปัจจัยอื่นๆ ผู้เล่นจะปัดป้องได้สําเร็จหรือไม่ถือเป็นบททดสอบฝีมือและ
ปฏิกิริยาการตอบสนองของแต่ละคน
ถ้าปัดป้องล้มเหลวก็เท่ากับเอาหน้าไปรับสกิลตรงๆ ผลที่ตามมาย่อมสาหัส
สากรรจ์
สกิลทั้งสองและแมคคานิกค่าลมปราณคือกุญแจสําคัญในการทําให้ฮีโร่ตัวนี้ได้
เฉิดฉาย
สกิลที่สามคือ ‘เปลี่ยนอาวุธ’ ตามเซ็ตติ้ง Keeper คือเทพยุทธ์ผู้เชี่ยวชาญอาวุธ
หลากหลายประเภท ดังนั้นเขาจึงสับเปลี่ยนอาวุธต่างๆ ได้อย่างอิสระ
หมิ่งจิ้งเชาออกแบบอาวุธไว้สามโหมด เพราะทําให้ซับซ้อนเกินไปก็ไม่ดี
โหมดที่หนึ่งคืออาวุธสองมือ เมื่ออยู่ในโหมดนี้ระยะหน่วงก่อนการโจมตีจะเพิ่มขึ้น
ระยะโจมตีกว้างขึ้น พลังโจมตีสูงขึ้นเล็กน้อย การโจมตีแบบกวาดทําความเสียหาย
แบบ AOE แต่ความเร็วการโจมตีจะลดลงมาก
โหมดที่สองคือกระบี่ถือมือเดียว ในโหมดนี้ระยะโจมตี ความเร็วการโจมตี และ
พลังการโจมตีอยู่ในระดับกลางๆ แต่เพิ่มประสิทธิภาพการปัดป้องขึ้นเล็กน้อย
โหมดที่สามคือมีดคู่ ระยะโจมตีสั้นที่สุด พลังโจมตีต่ําสุด แต่ความถี่ในการโจมตี
สูงมาก อีกทั้งยังทําความเสียหายแบบคริติคอลเมื่อโจมตีศัตรูจากด้านหลัง
การเลือกโหมดอาวุธต่างๆ ต้องคํานึงถึงค่าลมปราณในปัจจุบันและไอเทมที่สวม
ใส่ ตัวอย่างเช่น ถ้าอยากเล่นสายแอสซาซินก็ต้องเน้นไปทางมีดคู่เพื่อความเร็วการ
โจมตีและการตีติดคริติคอล ถ้าอยากเล่นสายกึ่งแทงก์ก็ต้องเน้นไปทางอาวุธสองมือ
แต่การใช้แค่อาวุธเดียวตั้งแต่เริ่มจนจบดูไม่เหมาะนัก เพื่อส่งเสริมให้ผู้เล่นเปลี่ยน
อาวุธบ่อยขึ้น ทุกครั้งที่สลับอาวุธ จะมีบัพเพิ่มความเสียหายและโอกาสปัดป้อง
เล็กน้อยชั่วคราว
จุดนี้ใช้เซ็ตติ้งตัวละครอธิบายได้ง่าย ถ้าใช้อาวุธเดิมนานเกินไป ศัตรูจะอ่านกล
ยุทธ์ได้ ถ้าเปลี่ยนอาวุธและกลยุทธ์ใหม่ ศัตรูก็จะไม่ทันตั้งตัว ทําให้สร้างความ
เสียหายได้มากขึ้น
สกิลอัลติเมตคือปลุกพลังเทพยุทธ์ มีทั้งผลแบบกดใช้และแบบพาสซีฟ
ผลแบบพาสซีฟคือทุกครั้งที่ปัดป้องหรือโจมตีสําเร็จมีโอกาสทําให้ลมปราณของคู่
ต่อสู้ปั่นป่วน รัศมีแสงจะปรากฏใต้เท้าศัตรูโดยแสดงสถานะสีเขียว ขาว เหลือง และ
แดง
ยิ่งลมปราณของศัตรูปั่นป่วน การเคลื่อนไหวของพวกเขาจะยิ่งช้าลงและได้รับ
ความเสียหายมากขึ้น เมื่อลมปราณอยู่ในสถานะสีแดงและเลือดเหลือน้อยกว่า 8%
Keeper จะสามารถปลิดชีพศัตรูได้ในการโจมตีถัดไป
แต่เงื่อนไขคือต้องโจมตีศัตรูต่อเนื่อง ถ้ารบกวนลมปราณของศัตรูอย่างต่อเนื่อง
ไม่ได้ ลมปราณของศัตรูก็จะค่อยๆฟื้นสภาพคงที่จนเป็นสีเขียวและหายไป
นอกจากนั้นยังมีผลพาสซีฟอีกหนึ่งอย่างคือ โดนครอบงํา เมื่อผู้เล่นใช้สกิลปัด
ป้องบ่อยครั้งขึ้นแต่พลาดติดกันต่อเนื่องและจํานวนครั้งที่ตายเพิ่มมากขึ้น Keeper จะ
เข้าสู่สถานะมาร อัตราสําเร็จของสกิลปัดป้องจะเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีโอกาสเปิดใช้งาน
การปัดป้องแบบอัตโนมัติ
ผลแบบกดใช้ของสกิลอัลติเมตคือเข้าสู่สถานะปลุกพลังเทพยุทธ์ ผลลัพธ์ของส
กิลเพิ่มขึ้นเมื่อทําให้ลมปราณของศัตรูปั่นป่วน ลมปราณของศัตรูจะฟื้นสภาพคงที่ช้า
ลง เกณฑ์ในการลดเลือดก่อนปลิดชีพเพิ่มขึ้นมาเป็น 12% เมื่อสังหารศัตรูได้หนึ่งคน
จะขยายระยะแสดงผลของสกิลออกไปอีกเล็กน้อย พูดง่ายๆ คือจะสร้างความกดดัน
ในสนามรบได้ดีขึ้น
แต่การปลิดชีพก็ไม่ได้ทําได้ง่ายๆ เพราะต้องทําให้ค่าลมปราณของศัตรูปั่นป่วน
ก่อนจึงจะฆ่าได้ ดังนั้นจึงไม่ถือว่าไร้เทียมทานเกินไป
สรุปคือเป็นฮีโร่ที่เล่นยากตัวหนึ่ง
แมคคานิกการเล่นต้องศึกษาลงลึก ถ้าเล่นจนช่ําชองได้ก็ถือเป็นตัวเลือกหลักใน
การสู้แบบตัวต่อตัวหรือสร้างความกดดันในเกม
แต่จะเล่นให้ดีได้นั้นมีเงื่อนไขสุดโหดหินขวางอยู่
ผู้เล่นต้องสังเกตลมปราณขณะโจมตีหรือปล่อยสกิล ต้องกดสกิลปัดป้องให้
แม่นยําทุกครั้งและเลือกระหว่างจะปัดป้องหรือหลบตามศัตรูที่เจอ ต้องตัดสินใจว่าจะ
เล่นโหมดอาวุธไหนเป็นหลักและจับคู่ไอเทมให้ถูก สับเปลี่ยนระหว่างโหมดอาวุธทั้ง
สามเพื่อเอาบัพ และต้องตัดสินใจให้ถูกว่าจะแยกดันหรือรวมทีม
เมื่อผู้เล่นฝีมือเซียนหรือผู้เล่นฝีมือกากหยิบมาใช้งานจะเหมือนเป็นฮีโร่คนละตัว
แต่ที่น่าสนใจคือถึงผู้เล่นฝีมือกากจะหยิบไปเล่นและตายบ่อยๆ ก็ยังพอจะช่วย
ทีมได้เมื่อเข้าสู่สถานะโดนครอบงํา ฮีโร่ตัวนี้จะเฉิดฉายได้ด้วยสกิลปัดป้อง ไม่เหมือน
ปราชญ์แห่งสายลม Ruan ที่ตายบ่อยๆ แล้วกลายเป็นขยะและภาระของทีม
ในแง่ของความสมดุล ฮีโร่ตัวนี้แตกต่างไปโดยสิ้นเชิงเมื่อใช้งานในการแข่งขัน
ระดับสูงและระดับล่าง
ในเกมการแข่งขันระดับล่างผู้เล่นส่วนใหญ่เล่นได้ไม่ค่อยดี ดังนั้นจึงไม่ต้องเป็น
ห่วงว่าจะแกร่งเกินจนเอาไม่ลง และไม่ต้องกลัวจะโกงเกินไปเมื่อเข้าสู่สถานะโดน
ครอบงํา
ในเกมการแข่งขันระดับสูงคู่ต่อสู้สามารถแก้ทางได้โดยการเล็งที่ค่าลมปราณและ
การเปลี่ยนอาวุธ นอกจากนั้นถึงสกิลปัดป้องของ Keeper จะดูแข็งแกร่ง แต่ถ้าปัด
ป้องล้มเหลวก็นํามาซึ่งความฉิบหายได้ ผลตอบแทนสูงย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงสูง
โปรเพลเยอร์อาจหยิบมาเล่นให้ดูไม่ได้บ่อยๆ แต่เมื่อไหร่ที่หยิบมารับรองแมตช์
นั้นดูมันแน่นอน
หมิ่งจิ้งเชามีลางสังหรณ์ว่า Keeper น่าจะกลายเป็นคู่หูมะเร็งกับปราชญ์แห่งสาย
ลม Ruan ในอนาคตน่าจะต้องแข่งกันว่าตัวไหนมะเร็งกว่ากัน
แต่ไม่ว่าจะเล่น Keeper แล้วแจกคิลบ่อยขนาดไหน ก็ยังมีประโยชน์มากกว่า
มะเร็ง Ruan อยู่ดี
ถือเป็นความสําเร็จยิ่งใหญ่ของนักออกแบบ!