ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1186 เฟยหวงสตูดิโอ เตรียมลุย!
บทที่ 1186 เฟยหวงสตูดิโอ เตรียมลุย!
ขณะเดียวกันที่เฟยหวงสตูดิโอ จูเสี่ยวเช่อจัดประชุมร่วมกับทีมงานหลักของเฟยหวงสตูดิโอในห้องประชุม นอกจากนั้นยังมีลู่จือเหยา จางจู่ถิง หลินเจียเฉียง และกลุ่มนักแสดงที่เคยร่วมงานกัน มาก่อน หวงซื่อปั๋วไม่อยู่เพราะไปพักร้อนกับหูเสี่ยนปิน แถมยังออกเดินทางอย่างสบาย
ใจ… ไม่สิ ก็ดูรีบร้อนอยู่เหมือนกัน เป็นเรื่องยากเล็กน้อยที่จูเสี่ยวเช่อจะรับหน้าที่ตามลําพัง โชคดีที่เฟยหวงสตูดิโอ
ปั้นผู้กํากับรุ่นต่อไปไว้ ถ้าผู้ดูแลไม่อยู่ ก็มีคนรับหน้าที่ต่อทันที ทําให้ไม่มีปัญหาอะไร บทสําหรับ Successor เขียนเสร็จแล้ว งานเตรียมการต่างๆ ก็จัดการใกล้เสร็จ
แล้ว การประชุมครั้งนี้เป็นการทบทวนบทครั้งสุดท้าย เพื่อปรับจูนความคิดให้เข้ากัน
ก่อนเริ่มถ่ายทําอย่างเป็นทางการ การถ่ายทําครั้งนี้แตกต่างจากที่ผ่านมา พวกเขาต้องร่วมงานกับทีมงานจาก สหรัฐอเมริกา บทในซีรีส์ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ นักแสดงที่จะมารับบทย่อมต้อง เป็นชาวต่างชาติ จูเสี่ยวเช่อจึงไม่คิดจะมองหานักแสดงจนี แต่ลู่จือเหยาเคยได้ลิ้มรสผลประโยชน์จากการร่วมงานกันมาก่อน เขาจึงยืนกราน
ขอมีบทได้ซีรีส์ด้วย จะเป็นตัวประกอบก็ได้ ถ้าไม่ได้บทก็จะไม่ยอมไปไหน จางจู่ถิง หลินเจียเฉียง กับคนอื่นๆ ก็บอกว่าอยากช่วยด้วยเหมือนกัน ถึงจะเป็น
แค่ตัวละครรับเชิญที่ออกไมก่ี่นาทีก็ไม่เป็นไร
จูเสี่ยวเช่อไม่รู้จะปฏิเสธพวกเขายังไง ก็เลยต้องหาวิธีจับพวกเขายัดลงในซีรีส์ โชคดีที่คนเหล่านี้มีทักษะภาษาอังกฤษที่ดี จึงไม่มีปัญหาเรื่องการจําบท ถึงจะพูดติด สําเนียงบ้าง แต่ก็ดูสมจริงขึ้น ถ้าไม่ผ่านจริงๆ ก็ยังพากย์เสียงทับทีหลังได้ เพราะงั้นก็ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร จูเสี่ยวเช่อแนะนําเนื้อหาการถ่ายทาํคร่าวๆ
“ครั้งนี้เราจะถ่ายในรูปแบบเว็บซีรีส์ มีทั้งหมดสิบสองตอน ความยาวตอนละห้า
สิบนาทีถึงหนึ่งชั่วโมง
“ผมส่งบททั้งสิบสองตอนให้ทุกคนแล้วและแนบเรื่องย่อคร่าวๆ ไว้ท้ายบท ทุก คนจะได้เข้าใจเรื่องราวมากขึ้น
“หลังจากถ่ายทําเสร็จ ซีรีส์จะออกอากาศในจีน ซึ่งอาจลงเป็นเนื้อหาเฉพาะของ เว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่ง ตอนนี้ยังไม่มีแผนออกฉายในต่างประเทศ
“เรื่องการฉายไม่ใช่ประเด็นสําคัญ เพราะถ้าคุณภาพดีก็ไม่มีอะไรต้องกังวล ยัง
เร็วเกินไปที่จะมาคิดเรื่องนี้ตอนนี้
“คุณชุยเกิ่งที่เป็นนักเขียนนิยายต้นฉบับให้เกียรติมาร่วมประชุมกับเราในวันนี้ ด้วย ถ้ามีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง สามารถถามได้เลย คุณชุยเกิ่งกับทีมเขียน บทจะพยายามตอบทุกคาํอย่างเต็มที่” หลินเจียเฉียงเองก็ขอมีส่วนร่วมด้วยเหมือนกัน ถึงคุณสมบัติของเขาจะเทียบกับดาราใหญ่อย่างลู่จือเหยาและจางจู่ถิงไม่ได้ แต่เขา ก็ร่วมงานกับเถิงต๋ามาแล้วหลายครั้ง ดังนั้นเขาจึงอาสามาช่วยรับบทเล็กๆ โดยไม่หวัง ว่าจะต้องได้ค่าตอบแทนสูง
ถ้าเขายังอ้วนเหมือนเดิมก็คงรับได้แค่บทตลก ซึ่งชัดเจนว่าไม่เหมาะที่จะมาเป็น ดารารับเชิญในซีรีส์เรื่องนี้ แต่ตอนนี้เขาลดน้ําหนักลงแล้ว ก็เลยไม่มีปัญหาอะไรถ้าจะ ให้มารับบทชาวบ้านหนึ่งชาวบ้านสอง แต่พอเปิดอ่านบท เขาก็แสดงสีหน้างุนงงเล็กน้อย จะไปรอดเหรอ
ซีรีส์ที่เฟยหวงสตูดิโอจะถ่ายครั้งนี้มีข้อบกพร่องเต็มไปหมด ซึ่งมากกว่าครั้งไหนๆ
ที่ผ่านมา ข้อแรกเลยคือ ทุนสร้างมหาศาลและต้องร่วมงานกับทีมโปรดักชันสหรัฐอเมริกา
แต่สิ่งที่ถ่ายทํากลับเป็นแค่เวบ็ซีรีส์ ไม่ใช่หนังใหญ่ ข้อสอง เว็บซีรีส์เป็นภาษาอังกฤษหมด เนื้อเรื่องเกิดที่ต่างประเทศ แต่ไม่มีแผน
ออกฉายต่างประเทศ และให้ความสําคัญกับตลาดจีนเป็นหลัง ข้อสาม จากตีมและเนื้อหาอาจบอกได้ว่าเป็นซีรีส์เกี่ยวกับซูเปอร์ฮีโร่ แต่จริงๆ แล้วไม่มีความเป็นซูเปอร์ฮีโร่แบบเดิมๆ ที่รู้จักเลย ทั้งซีรีส์ไม่มีตัวละครไหนเป็นคนดี ตามแบบแผนทั่วไป ตัวละครหลักๆ มีแต่พวกร้ายแบบสุดขั้ว ข้อสุดท้าย นิยายต้นฉบับที่นํามาดัดแปลงลงให้อ่านในเว็บจงเตี่ยนจงเหวิน ซึ่ง
กระแสตอบรับไม่ค่อยดเีท่าไหร่ นักอ่านเว็บโนเวลไม่ค่อยให้ความสนใจ จะไปรอดจริงๆ เหรอ
หลินเจียเฉียงแอบเหลือบมองลู่จือเหยาและจางจู่ถิง แล้วพบว่าถึงสีหน้าทั้งสองจะ ดูนิ่งๆ แต่ท่าทางเล็กน้อยบางอย่างบอกชัดเจนว่าพวกเขาไม่มั่นใจในบทนี้ร้อย เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าปาฏิหาริย์จะเกิดมาแล้วกี่ครั้ง ครั้งนี้หลายคนต่างคลางแคลงใจว่าจะเกิดขึ้น
อีกหรือเปล่า
นี่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ นอกจากนั้นความยากครั้งนี้ยังสูงกว่าครั้งก่อนๆ อย่าง
เห็นได้ชัด จูเสี่ยวเช่อเองก็ตระหนักเรื่องนี้ เขาจึงเรียกประชุมล่วงหน้าเพื่อปรับจูนความคิดให้ เป็นหนึ่งเดียวกัน ถ้าแม้แต่คนในทีมยังคลางแคลงใจในความสําเร็จของซีรีส์นี้ การ ถ่ายทําข้างหน้าน่าจะเจอปญัหามากมาย พวกเขาต่างรู้จักกันมานาน ดังนั้นจึงเลือกที่จะไม่ซ่อนความคลางแคลงใจไว้และ
พูดออกไปตรงๆ
จางจู่ถิงเริ่มพูดเป็นคนแรก
“บทรอบนี้…ค่อนข้างพิเศษ แต่คุณแน่ใจจริงๆ เหรอครับว่าจะทําเป็นเว็บซีรีส์ เท่าที่ผมรู้มาเว็บซีรีส์มักจะใช้ต้นทุนต่ําและทีมโปรดักชันเล็กๆ เพราะเว็บซีรีส์มี ข้อจํากัดด้านการทําเงิน
“ถ้าอยากหาเงินคืนทุนก้อนโต วิธีที่ดีที่สุดคือทําภาพยนตร์และหารายได้จากการ ขายตั๋ว ซึ่งเอาไปฉายต่างประเทศทํารายได้จากการขายตั๋วทั่วโลกต่อได้
“เว็บซีรีส์ ตีมต่างประเทศ นักแสดงชาวต่างชาติ ให้เสียงภาษาอังกฤษ และต้อง ใส่ซับไตเติ้ลเวลาฉายในจีน… ข้อจํากัดเหล่านี้ทําให้กลุ่มคนดูน้อยลง กลายเป็นเจาะ กลุ่มผู้ชมเฉพาะกลุ่มมากๆ แทน
“แบบนี้จะทําเงินคืนทุนได้เหรอครับ” สําหรับจางจู่ถิง ลู่จือเหยา และนักแสดงคนอื่นๆ ซีรีส์จะทําเงินคืนทุนได้หรือเปล่า ก็ไม่ได้เกี่ยวกับพวกเขา เพราะพวกเขาได้ค่าตอบแทนคงที่อยู่แล้ว ถ้าซีรีส์ประสบ ความสําเร็จก็ได้ชื่อเสียง แต่ถ้าไม่ประสบความสําเร็จก็ไม่ได้เสียหายอะไร แต่พวกเขากลัวว่าถ้าครั้งน้ีพลาด อาจส่งผลกระทบครั้งใหญ่กับเฟยหวงสตูดิโอทั้ง ในด้านการเงินและสภาพจิตใจ ถ้าความล้มเหลวครั้งนี้ทําให้เฟยหวงสตูดิโอสูญเสียจินตนาการที่ไม่เหมือนใคร และความกล้าที่จะลองสิ่งใหม่ๆ ไป ทําให้คุณภาพผลงานในอนาคตแย่ลงก็คงเป็น เรื่องที่น่าเสยีดายมาก ดังนั้นพวกเขาจําเป็นต้องเตือน จูเสี่ยวเช่อตอบ “ลุงจาง สิ่งที่คุณถามเป็นเรื่องที่บอสเผยให้ความสําคัญเป็นพิเศษ
“ตอนแรกผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ผมมองว่าโอกาสสําเร็จของการใช้แนวทางนี้ ไม่สูงเลย แต่หลังจากคิดทบทวนอย่างถี่ถ้วนแล้ว ผมกลับคิดว่าซีรีส์เรื่องนี้ต้องใช้วิธีนี้ แหละ!
“เหตุผลแรกคือ เนื้อหาแบบนี้ต้องถ่ายทําในต่างประเทศ เหมือนกับเกมดิ้นรนที่ ใช้ต่างประเทศเป็นฉากหลัก ไม่อย่างนั้นจะไม่สมจริง
“เหตุผลที่สอง ซีรีส์เรื่องนี้มีเนื้อหาเยอะมาก และมีฉากสําคัญมากมาย ถ้าจะทํา เป็นภาพยนตร์ก็ต้องมีอยา่งน้อยสามภาค ไม่อย่างนั้นเนื้อหาสําคัญหลายส่วนจะหายไป
“ถึงจะแบ่งย่อยเป็นหลายภาคได้ แต่การชมภาพยนตร์แต่ละภาคแยกกันมันไม่ได้ อรรถรส เรื่องราวจะถูกตัดทอนออกจากกัน ต้องทําเป็นซีรีส์เพื่อให้สามารถนําเสนอ เนื้อหาทั้งหมดได้อย่างครบถ้วน
“ส่วนทําไมถึงพิจารณาฉายในประเทศก่อน… เพราะเรื่องนี้มีแค่ผู้ชมในจีนเท่านั้น ที่จะเข้าใจความหมายที่ลึกซึ้งได้จากมุมมองของผู้สังเกตการณ์
“ไม่ใช่ว่าผู้ชมต่างประเทศจะไม่เข้าใจ แต่เราต้องการมุ่งเป้าไปที่ผู้ชมในประเทศ ก่อน
“จากเหตุผลที่บอกไปทําให้เราต้องเลือกแนวทางนี้ โอกาสสําเร็จอาจลดทอนลง แต่ผมเชื่อว่าในเมื่อเป็นแนวทางที่บอสเผยยืนยันแล้ว ตราบใดที่เราถ่ายทําอย่างจริงจัง เราก็จะสร้างผลงานที่โดดเด่นออกมาได้แน่นอน!”
ลู่จือเหยาถามต่อ “แก่นของเรื่องนี้คืออะไรเหรอครับ จริงๆ แล้วผมก็ไม่ค่อย เข้าใจเท่าไหร่ ผมอ่านเรื่องย่อดูแล้ว รู้แค่ว่าเป็นเรื่องราวของคนชั่วที่ดําเนินแผนการ หลายอยา่งแล้วประสบความสําเร็จในที่สุด” จูเสี่ยวเช่อตอบ “ตามความเข้าใจของผม… เรื่องนี้จะคล้ายๆ กับผลงานสะท้อน
ความเป็นจรงิอย่างวันพรุ่งนี้ที่สดใสและดิ้นรน
“ส่วนความหมายที่แท้จริง… ให้ผู้เขียนต้นฉบับเป็นคนอธิบายเองดีกว่าครับ” พูดจบเขาก็หันไปมองชุยเกิ่ง สถานการณ์ครั้งนี้แตกต่างจากที่ผ่านมา บทก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่เป็นผลงาน สร้างสรรค์ของบอสเผย ส่วนจะตีความความคิดสร้างสรรค์ของบอสเผยออกมายังไง ก็ขึ้นอยู่กับหวงซื่อปั๋วและจูเสี่ยวเช่อ
แต่บทรอบนี้เป็นผลงานต้นฉบับของชุยเกิ่ง บอสเผยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้น
สิทธิ์ในการตีความขั้นสุดท้ายจึงเป็นของผู้เขียนตน้ฉบับ ทุกคนไม่ไว้วางใจในบทนี้เพราะบอสเผยไม่ใช่ผู้แตง่ ชุยเกิ่งกระแอมกระไอ “จริงๆ แล้วนิยายของผมได้รับแรงบันดาลใจมาจากบอส
เผย
“สรุปง่ายๆ คือ วันพรุ่งนี้ที่สดใส ดิ้นรน และ Successor มีความเหมือนกันอยู่ หลายอยา่ง เรื่องราวทั้งสามมีการสะท้อนถึงความเป็นจริง
“ดิ้นรนกับวันพรุ่งนี้ที่สดใสเชื่อมโยงกันตรงที่ ถ้าสภาพสังคมในดิ้นรนพัฒนา ต่อไปอีกหลายสิบปี เทคโนโลยีมีการก้าวกระโดดและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โครงสร้าง สังคมก็จะกลายเป็นโครงสร้างสังคมที่มีความสุดโต่งข้ึน เหมือนในวันพรุ่งนี้ที่สดใส “ส่วน Successor จะคล้ายๆ กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในจักรวาลคู่ขนาน เรื่องนี้ นําเสนอผ่านสมมติฐานที่ว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าโลกนี้เป็นโลกที่ ‘ซูเปอร์ฮีโร่ต้องพึ่งพา แรงศรัทธา ส่วนเหล่าวายร้ายต้องพึ่งพาการกลายพันธุ์’
“เหมือนกันกับวันพรุ่งนี้ที่สดใสที่พูดถึงเรื่องความกังวลและความไม่ไว้วางใจใน โครงสร้างสังคม ผมแปลกใจมากที่พบว่าเรื่องราวใน Successor ก็เต็มไปด้วยความ กังวลและความไม่ไว้วางใจเหมือนกัน
“เนื้อหาส่วนนี้มีความสอดคล้องกัน
“อันที่จริงบอสเผยเป็นคนเลือกตีมเรื่องให้ผม ตอนแรกผมไม่เข้าใจจุดประสงค์ ของบอสเผยเลย ผมรู้สึกว่าตีมซูเปอร์ฮีโร่เป็นตีมทีเอามาเขียนได้ยาก
“แต่บอสเผยก็ทําให้ผมตาสว่างด้วยสามประโยค บอสบอกว่า ‘ตีมซูเปอร์ฮีโร่เอา มาเขียนให้คนจีนอ่านได้’ ‘ไม่จําเป็นต้องทําให้คนจีนชอบซูเปอร์ฮีโร่พวกนี้’ และ ‘เรา เขียนซูเปอร์ฮีโร่พวกนี้ให้ออกมาเป็นวายร้ายได้’
“ผมคิดอยู่นานก่อนที่จะเข้าใจในที่สุด ปรากฏว่าบอสเผยอยากให้ผมเอามุมมอง ด้านวัฒนธรรมของเรามาพลิกแพลงตีมซูบเปอร์ฮีโร่ บอสต้องการให้เราใช้มุมมองทาง วัฒนธรรมของคนจีนในการมองเรื่องราวฝั่งตะวันตก รื้อฉากหน้าที่ดูสมบูรณ์แบบออก แล้วเผยเนื้อในออกมาให้เห็นอย่างหมดเปลือก!
“Successor ก็เหมือนกับดิ้นรน มันต้องการรื้อโครงสร้างผลงานวัฒนธรรม ตะวันตกที่สร้าง ‘ยูโทเปีย’ จอมปลอมขึ้นมา และแสดงปัญหาทางสังคมออกมาใน รูปแบบที่ค่อนข้างแหวกแนว
“เมื่อเราหลุดออกจากกรอบของความเป็นจริง ปัญหาต่างๆ จะเห็นได้ชัดเจนขึ้น”