ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1222 เหล่าผู้ระทมทุกข์
วันพุธที่ 12 กันยายน
ศูนย์ฝึกพิเศษระทมทัวร์
ทีมผู้ดูแลกิจการยืนเรียงแถวอยู่หน้าผาหินสมจริง
สูงเกือบยี่สิบเมตรในศูนย์ฝึก สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วย
ความขมขื่น
ไม่ยุติธรรมเลย!
หูเสี่ยนปินกับหวงซื่อปั๋วโดนลักพาตัวมาเมื่อวันพุธ
สัปดาห์ที่แล้ว ส่วนผู้ดูแลคนอื่นๆ ทยอยโดน ‘จับกุม’ มาเมื่อ
วันศุกร์ที่แล้วและวันจันทร์ที่ผ่านมา
พวกเขาใช้เวลาในศูนย์ฝึกพิเศษมาสามถึงห้าวันแล้ว
ไม่รวมช่วงสุดสัปดาห์
เปาซวี่ยังเมตตาพวกเขาอยู่บ้าง เขายังยึดมั่นจิตวิญ
ญาณเถิงต๋าในเรื่องไม่ทำงานล่วงเวลา จึงไม่ได้จัดฝึกวันเสาร์
อาทิตย์ ปล่อยให้พวกเขาได้กลับไปเจอหน้าครอบครัว
เพราะยังไงก็ไม่ต้องกังวลว่าพวกเขาจะหนีไปไหน
แต่ชัดเจนว่าความเมตตานี้ไม่เพียงพอที่จะชดเชยความ
ทุกข์ระทมจากการฝึก
เหล่าผู้ดูแลกิจการไม่เคยต้องทุกข์ทรมานแบบนี้มาก่อน
พวกเขาโกรธมากแต่ก็ไม่กล้าโวยวายอะไร สีหน้าของทุกคน
ดูเหมือนคนท้องผูก
ตารางการฝึกค่อนข้างยึดหลักวิทยาศาสตร์
ตื่นหกโมงครึ่งมากินข้าวเช้า
เจ็ดโมงถึงแปดโมง ศึกษาเรื่องการเอาชีวิตรอดใน
ถิ่นทุรกันดาร
แปดโมงถึงเก้าโมง วิ่งจ็อกกิ้งเพื่อวอร์มร่างกาย
เก้าโมงถึงสิบโมง ฝึกปีนผาและโรยตัว
สิบโมงครึ่งถึงเที่ยง เทรนร่างกาย
เที่ยงถึงบ่ายโมง กินข้าวเที่ยง
บ่ายโมงถึงบ่ายสอง พักผ่อน
บ่ายสองถึงห้าโมงเย็น ฝึกภาคสนาม เช่น กระโดดกบ
สควอตยกน้ำหนัก ทรงตัวขาเดียว ยิงธนู และอื่นๆ
ห้าโมงเย็นถึงหนึ่งทุ่ม ฝึกพิเศษเรื่องทักษะการใช้ชีวิต
กลางแจ้ง เช่น ตั้งเต็นท์ สร้างที่พัก เชือดไก่ ถอนขน เชือดปลา
ขอดเกล็ด เป็นต้น
กินข้าวเย็นตอนหนึ่งทุ่ม จากนั้นก็เรียนเรื่อง
การเอาตัวรอดในถิ่นทุรกันดารต่ออีกหน่อย ก่อนจะปล่อยไป
นอนตอนประมาณสามทุ่ม
ถึงจะการันตีได้ว่ามีเวลานอนที่เพียงพอและได้กิน
อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ แต่ประสบการณ์ที่ได้รับก็ยัง
เป็นความทรมานอยู่ดี
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการฝึกเยอะมาก ฝึกจนหมดสภาพ
ทุกวัน แต่ที่พักและอาหารการกินนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่
ทุกคนต้องนอนในเต็นท์และถุงนอนเพื่อปรับตัวให้เข้ากับ
สภาพการใช้ชีวิตในที่แจ้ง ถึงอาหารจะมีคุณค่าทาง
โภชนาการ แต่ก็ยังมีขนมปังอัดแท่ง อาหารกระป๋อง เนื้ออบ
แห้ง และอื่นๆ เสริมมาด้วย แถมยังต้องกินให้หมด
แต่ก็น่าแปลกตรงที่ความทรมานที่ว่ากลับรักษาให้อยู่ใน
ระดับที่สามารถทนได้ และฟันฝ่าไปได้ด้วยความพยายาม
เพียงเล็กน้อย
เพราะยังไงก็แค่เดือนเดียว พวกเขาได้แต่กัดฟันฝึกให้
จบ
เปาซวี่เดินไปรอบๆ ทุกคนด้วยสีหน้าจริงจัง
“หลังจากฝึกมาสองวัน ทุกคนได้เรียนรู้ทักษะพื้นฐาน
ด้านการปีนผากันแล้ว
“วันนี้ทุกคนจะได้ลองปีนผาจำลองสูงยี่สิบเมตรนี้
เป็นครั้งแรก
“คนที่ปีนขึ้นไปได้สูงที่สุดภายในเวลาที่กำหนดจะได้
รางวัล ซึ่งก็คือเล่นมือถือระหว่างช่วงพักบ่ายโมงถึงบ่ายสองได้
!”
ทุกคนหูผึ่งทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น
เพราะพวกเขาไม่ได้แตะมือถือมาสามวันแล้ว!
ใครจะไปรู้ว่ามันทรมานขนาดไหน
ถึงจะเล่นมือถือได้แค่หนึ่งชั่วโมง แต่ก็เป็นรางวัลที่ล่อใจ
มาก
เปาซวี่พอใจกับปฏิกิริยาของทุกคนมาก “โอเค
จำประเด็นหลักที่เรียนมาก่อนหน้านี้ให้ดี อย่าลืมมาตรการ
ด้านความปลอดภัย เริ่มปีนได้!”
พอเขาให้สัญญาณ เหล่าผู้ดูแลก็รีบสวมอุปกรณ์ป้องกัน
ทันที
เนื่องจากพวกเขาวอร์มร่างกายยืดเส้นยืดสายกันมาแล้ว
จึงไม่ต้องเตรียมความพร้อมกันอีก
ซาจื่อหรานที่เป็นผู้ฝึกพิเศษเคยสอนเรื่องการสวม
อุปกรณ์ป้องกันไปแล้ว ห้ามสวมแน่นหรือหลวมเกินไป ดีที่
ส่วนคือควรรักษาระยะห่างจากรอบขาประมาณหนึ่งนิ้วชี้
หลังจากตรวจดูเข็มขัดนิรภัย หมวกกันน็อก อุปกรณ์กัน
ตกเรียบร้อย ครูฝึกจะตรวจสอบทีละคนอีกครั้งก่อนให้เริ่มปีน
ผา
เปาซวี่เป่านกหวีด เหล่าผู้ดูแลเริ่มปีนผาจำลองทันที
ส่วนเปาซวี่ยิ้มพอใจอยู่ด้านล่าง
อา ฉันรักงานนี้ สุขใจจริงๆ!
เปาซวี่มองเหล่าผู้ดูแลค่อยๆ ปีนผาขึ้นไปอย่าง
ยากลำบาก เขารู้สึกว่างานนี้สนุกและน่าหลงใหลมากกว่าเกม
ซะอีก
กั่วลี่เฉิงนำโด่งตามคาด
ในบรรดาผู้ดูแล กั่วลี่เฉิงที่เป็นโค้ชมืออาชีพจึงมีแต้มต่อ
มากกว่าคนอื่นๆ เขาไม่เป็นสองรองใครด้านการเทรนร่างกาย
แต่แต้มต่อนั้นไม่ได้สร้างความแตกต่างชัดเจนในส่วน
ของการปีนผา
เพราะการปีนผาเป็นกีฬาที่ต้องสู้กับแรงโน้มถ่วง ต้อง
ใช้ความแข็งแกร่งของนิ้วมือสูงมาก ซึ่งความแข็งแกร่งของ
นิ้วมือนั้นแตกต่างจากกล้ามเนื้อขนาดใหญ่อื่นๆ ในร่างกาย
พัฒนาได้ยาก ขีดจำกัดในการพัฒนาความแข็งแกร่งนั้น
เห็นได้ชัดเจน
ในสถานการณ์แบบนี้กล้ามเนื้อและไขมันที่ใหญ่และ
มากเกินไปจะส่งผลกับการปีนผา เพราะเป็นการเพิ่มน้ำหนักที่
ต้องแบกและถือเป็นภาระ
นอกจากนั้นกล้ามเนื้อที่ใหญ่เกินไปยังส่งผลต่อ
ความยืดหยุ่นในการเคลื่อนไหวบางท่า การปีนผาเป็นกีฬาที่
เน้นความยืดหยุ่นเป็นพิเศษ คนกล้ามโตบางส่วนอาจไขว้
แขนขาได้ยากเพราะกล้ามที่ใหญ่เกินไป ทำให้ความยืดหยุ่น
และความอึดลดลง
กั่วลี่เฉิงเป็นผู้ชายเล่นกล้าม มีกล้ามเป็นมัดๆ ทั่วร่างกาย
น้ำหนักตัวเกินร้อยกิโลกรัม ดังนั้นเขาจึงไม่มีข้อได้เปรียบที่
เห็นได้ชัดด้านการปีนผา
หูเสี่ยนปินตามหลังมาติดๆ มือเท้าตะกายปีนขึ้นไป
ราวกับกำลังพยายามเต็มที่เพื่อเอาชนะอีกฝ่ายให้ได้
“โฮ่ หูเสี่ยนปินใจสู้ทีเดียว ไม่เลวๆ” เปาซวี่พยักหน้า
ยอมรับ
เหล่าผู้ดูแลกิจการของเถิงต๋ามีแผนออกกำลังกายที่
ฟิตเนสฝากประจำ ถึงจะไม่ได้เทรนจนกล้ามล่ำเท่ากั่วลี่เฉิง
แต่สมรรถภาพร่างกายถือว่าค่อนข้างดีทีเดียว หูเสี่ยนปินอายุ
น้อยที่สุดในกลุ่ม สมรรถภาพร่างกายค่อนข้างโดดเด่น จึงไต่
ขึ้นไปได้ไวมาก
การปีนผาเป็นกีฬาที่ต้องใช้กำลังกายเยอะมาก ผ่าน
ไปได้พักหนึ่งบางคนก็เริ่มหอบ ก่อนจะยอมแพ้หลังปีนต่อไปได้
อีกหน่อยแล้วคว้าเชือกโรยตัวลงมา
ซาจื่อหรานจดบันทึกความสูงที่ทุกคนปีนถึงเงียบๆ
หูเสี่ยนปินกัดฟันทนจนถึงขีดสุด เขาเอาชนะกั่วลี่เฉิง
ไปได้ ไม่รู้ว่าชนะมาด้วยกำลังของตัวเองล้วนๆ หรือแอบตกลง
อะไรกันด้านบนให้กั่วลี่เฉิงยอมหลีกทางให้
แต่พอเห็นว่าหูเสี่ยนปินพยายามมากขนาดไหน เปาซวี่ก็
หลับตาข้างหนึ่งและยอมรับผลที่ออกมา
หลังจบการฝึกปีนผาและโรยตัว พวกเขาก็พักกันสักพัก
ก่อนเริ่มฝึกเทรนร่างกาย
การเทรนร่างกายตอนเช้าเป็นการเทรนร่างกายทั่วไป
ผู้ดูแลคนอื่นๆ จึงแพ้กั่วลี่เฉิงราบคาบ
หูเสี่ยนปินใช้พลังกับการปีนผาเยอะเกินไป ตอนเทรน
ร่างกายจึงสภาพดูไม่ได้
ขนาดตอนพักกินข้าวเที่ยงมือของเขาก็ยังสั่นอยู่ ไม่สา
มารถหยิบอาหารกินได้
ในที่สุดก็ถึงเวลาพัก หูเสี่ยนปินคว้ามือถือมาจากเปาซวี่
แล้วพุ่งตัวเข้าเต็นท์
“รีบเลยๆๆ… กลับเกิดชั่วกัปกัลป์เป็นยังไงบ้าง…”
หูเสี่ยนปินเปิดดูหน้าเว็บต่างๆ อย่างกังวลใจ
สุดสัปดาห์ก่อนเขาพบว่ากลับเกิดชั่วกัปกัลป์เริ่มอัปเดต
เนื้อหาแล้ว แต่ยังไม่ได้อัปเดตระบบต่อสู้ ทำให้เกิดกระแส
ถกเถียงบนโลกออนไลน์
หูเสี่ยนปินไม่เข้าใจเลยว่าเมิ่งชั่งกับหยูเฟยกำลังทำอะไร
อยู่ เดือนก่อนเขาไปพักร้อนมา จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้เจอกับหยู
เฟยและถามเกี่ยวกับสถานการณ์เลย
ตอนนี้ผ่านไปอีกสามวันแล้ว เขาโดนตัดขาดออกจาก
โลกตลอดสามวันที่ผ่านมา จึงอยากรู้เรื่องสถานการณ์ปัจจุบัน
ของกลับเกิดชั่วกัปกัลป์มาก
“มีประกาศเหรอ
“หือ? จะอัปเดตระบบต่อสู้ล่วงหน้าอีกเหรอ
“นี่มัน…”
หูเสี่ยนปินเกาหัว
เขารู้สึกว่าเป็นวิธีที่ไม่เหมาะมากๆ แต่ก็ได้แค่ร้อนใจ ไม่
สามารถทำอะไรได้
ก่อนหน้านี้ตอนที่เป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบของฝ่ายเกม
เถิงต๋า ถ้าเจอปัญหาอะไร เขาจะถามบอสเผยตรงๆ ถึงจะ
มีเหตุการณ์พลิกผันบ้าง แต่ผลลัพธ์สุดท้ายจะออกมาดีเสมอ
สิ่งสำคัญที่สุดคือเขาอยู่ในเถิงต๋าตลอด ถึงจะไม่เข้าใจ
จุดประสงค์เบื้องลึกของบอสเผย อย่างน้อยเขาก็รู้สึกโล่งใจ
แต่ตอนนี้เขาไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ภายในฝ่ายเกม
เถิงต๋าเป็นยังไง จึงไม่แปลกที่จะรู้สึกไม่สบายใจ
เห็นได้ชัดจากกระแสตอบรับของผู้เล่นว่า ประกาศนี้
ทำให้กระแสถกเถียงกันในตอนแรกสงบลงไปประมาณหนึ่ง
แต่ก็ทำให้เกิดประเด็นถกเถียงใหม่ขึ้นมา
“เพราะเกิดข้อผิดพลาดในการทำงานเลยไม่ได้ผลลัพธ์
ตามที่คาดหวังไว้งั้นเหรอ ดูกำกวมเกินไปมั้ย หมายความว่า
ยังไงกันแน่ ผลลัพธ์ที่คาดหวังคืออะไร”
“บริษัทแบบเถิงต๋าทำงานพลาดเป็นด้วยเหรอ เกิดขึ้น
ยากมากนะเนี่ย”
“น่าจะเป็นปัญหาเรื่องประสบการณ์การเล่นที่หลายคน
บ่น! ฉันบอกแล้วว่ากลับเกิดชั่วกัปกัลป์มีปัญหาใหญ่เรื่อง
ประสบการณ์การเล่น แต่คนอื่นหาว่าเพราะฉันเล่นกากเอง!
แหกตาดูสิ เถิงต๋ายอมรับแล้วว่าทำพลาด เลิกปกป้องกันได้
แล้ว!”
“ฉันว่าน่าจะเป็นปัญหาที่เกิดจากการแบ่งอัปเดต
ถ้าปล่อยอัปเดตรวดเดียวก็คงไม่เป็นแบบนี้”
“จะยังไงก็แล้วแต่ แค่อัปเดตระบบต่อสู้ให้ล่วงหน้าก็
ดีแล้ว”
“สี่ตีนยังรู้พลาด ทำไมนักปราชญ์จะไม่รู้พลั้ง บอสเผย
ไม่ใช่พนักงานคนเดียวในเถิงต๋า ถึงแผนบอสเผย
จะสมบูรณ์แบบ แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่ลูกน้องจะเจอปัญหาตอน
ทำงานตามแผน ไม่ต้องใส่ใจเรื่องนี้กันมาก มันไม่ใช่ปัญหา
เรื่องหลักการ ไม่จำเป็นต้องเอามาขยี้ไม่จบไม่สิ้น”
“เฮ้อ ฉันว่ามันเป็นสัญญาณที่ไม่ดี เหมือนว่ามีปัญหา
ด้านการจัดการภายในเลย”
“ฉันกลัวว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นการตกจากบัลลังก์ของ
เถิงต๋าจริงๆ!”
ผู้เล่นถกกันไปต่างๆ นานา ถึงจะมีเถียงกันบ้าง แต่
ส่วนใหญ่ก็เน้นไปที่เรื่องอัปเดตใหม่วันศุกร์นี้
ถ้ากลับเกิดชั่วกัปกัลป์อัปเดตระบบต่อสู้ และ
ประสบการณ์การเล่นทั้งหมดดีขึ้นมาก ปัญหาก็จะจบ แต่
ถ้าประสบการณ์การเล่นยังไม่เปลี่ยน ก็เท่ากับจบเห่
หูเสี่ยนปินถอนหายใจเงียบๆ
ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ เขาช่วยอะไรไม่ได้เลย
“รีบฝึกให้มันจบๆ แล้วกัน ทนรอกลับไปทำงานไม่ไหว
แล้ว
“เฮ้อ แต่มองในแง่ดี หลังจบฝึกพิเศษหนึ่งเดือนนี้ฉันก็
น่าจะเป็นอิสระแล้ว
“ผู้ดูแลกิจการเถิงต๋ายังมีอีกเยอะ อย่างน้อยก็น่าจะจัด
ฝึกพิเศษได้อีกสองกลุ่ม
“ไหนจะพวกพนักงานหลักในกิจการต่างๆ อีก
“พูดอีกอย่างคือ ยิ่งตายเร็วก็ยิ่งเกิดใหม่เร็ว ขอแค่รอด
จากการฝึกพิเศษเดือนนี้ไปได้ ฉันก็ไม่ต้องมาทนทุกข์อีกในหก
เดือนข้างหน้า
“อืม ถ้างั้นชีวิตก็ยังมีหวังอยู่”
หูเสี่ยนปินรู้สึกเหมือนนักโทษโดนจับขัง แทบรอไม่ไหว
ที่จะได้ขีดนับวันบนผนังว่าต้องติดอยู่ในนี้ไปอีกนานเท่าไหร่
เขารู้สึกสิ้นหวังจากก้นบึ้งของหัวใจเมื่อคิดว่าโทษขังหนึ่ง
เดือนเพิ่งผ่านไปไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์
เฮ้อ ตอนนั้นไม่น่าร่วมมือกับคนอื่นๆ เล่นงานเปาซวี่เลย
!