ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1264 วิธีการออกแบบเกมของบอสเผย
อีรีกพูดต่อ “ตามความเข้าใจของผม ข้อได้เปรียบนี้หลัก
ๆ มีอยู่สององค์ประกอบ
“อย่างแรกคือเราเข้าใจกระบวนการภายในของ IОI เป็น
อย่างดี และคุ้นเคยกับแบบแผนพฤติกรรมของดายักคอร์เปอ
เรชันและ Fingеr Gаmе ดังนั้นเวลาเจอกิจกรรมต่างๆ เรา
จะคาดการณ์การเคลื่อนไหวของ IОI ได้ดีกว่า
“แน่นอนว่าบอสเผยเองก็ทำได้ แต่บอสเผยงานยุ่งมาก
ไม่สามารถติดตามการเคลื่อนไหวของ IОI ได้ตลอดเวลา
“เราเข้าใจ IОI อย่างลึกซึ้ง ขณะเดียวกันก็เข้าใจ GОG
เป็นอย่างดี ดังนั้นเมื่อสองเกมนี้ปะทะกัน เราจึงสามารถเจาะ
จุดอ่อนของ IОI ได้อย่างแม่นยำ ทำให้ GОG กดดัน IОI ได้
อย่างต่อเนื่อง และอาจขยายความได้เปรียบออกไปอีก!
“อย่างที่สองคือ เรามีประสบการณ์ในการประสานงาน
กับทีมขนาดใหญ่มากกว่า
“ตอนนี้ทีมโปรเจ็กต์ GОG ยังรักษารูปแบบตั้งต้นไว้อยู่
คือผู้ดูแลมีอำนาจควบคุมเต็มที่
“ข้อดีของรูปแบบนี้คือมีประสิทธิภาพสูง ตอบสนองได้
รวดเร็ว และสามารถชนะในการแข่งขันที่ดุเดือดได้ง่ายขึ้น
“แต่ข้อเสียคือ เมื่อธุรกิจขยายตัวขึ้นและจำนวน
พนักงานเพิ่มขึ้น ภาระงานของผู้ดูแลจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้
ยากที่จะจัดการทุกปัญหาได้ทั่วถึง และเสี่ยงต่อการเกิด
ข้อผิดพลาดได้ง่าย
“ในอนาคตถ้า GОG เอาชนะ IОI ได้และกลายเป็นผู้ชนะ
เพียงหนึ่งเดียวในเกมแนว МОВА โปรเจ็กต์ GОG ก็ต้อง
พัฒนาต่อไป ซึ่งจำนวนพนักงานจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
“ในสถานการณ์แบบนี้ รูปแบบการทำงานเดิมที่
มีประสิทธิภาพสูงจะใช้ไม่ได้อีก เราต้องชะลอความเร็วลงและ
ปรับเข้าสู่รูปแบบขององค์กรใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
“นี่คือจุดที่เราสามารถปรับใช้ประสบการณ์ของเรา
ร่วมกับรูปแบบการทำงานของ GОG เพื่อพัฒนาเป็นรูปแบบ
ใหม่ที่ผสมผสานทั้งประสิทธิภาพและความเป็นระบบ ซึ่ง
จะตอบสนองต่อความต้องการในยุคใหม่ได้ดียิ่งขึ้น!
“นี่คือเหตุผลที่บอสเผยดึงเราสองคนมา!”
การวิเคราะห์ของอีรีกครอบคลุมทุกด้าน เมื่อพิจารณา
ร่วมกับพฤติกรรมก่อนหน้านี้ของบอสเผย ความน่าเชื่อถือก็ยิ่ง
เพิ่มมากขึ้น
เจ้าซวี่หมิงพยักหน้าเข้าใจ
อย่างนี้นี่เอง!
เขาคิดว่าตัวเองยังสู้หมิ่งจิ้งเชาไม่ได้ในหลายๆ ด้าน แต่
ถ้าเป็นเรื่องความเข้าใจใน IОI เขาเหนือกว่าหมิ่งจิ้งเชาแน่นอน
!
เพราะหมิ่งจิ้งเชาให้ความสำคัญกับ GОG เป็นหลัก จึง
ไม่มีเวลาหรือความจำเป็นที่จะต้องศึกษา IОI แบบลงลึก
ถ้าต้องเล่นงาน IОI ต่อไป จะมีใครเหมาะสมไปกว่าคนที่
เคยเป็นผู้ดูแลการดำเนินงานของ IОI อย่างอีรีกและเจ้าซวี่
หมิง
ทำไมกษัตริย์ในประวัติศาสตร์ถึงให้ความสำคัญกับ
แม่ทัพที่แปรพักตร์เป็นพิเศษ ก็เพราะแม่ทัพเหล่านั้นรู้จักศัตรู
เป็นอย่างดี สามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้
อีรีกกับเจ้าซวี่หมิงจัดการ IОI ได้หนักกว่าหมิ่งจิ้งเชาอีก!
อะไรนะ ให้ปรานีเจ้านายเก่าเหรอ
ฝันไปเถอะ ยิ่งเป็นเจ้านายเก่ายิ่งต้องเล่นงานให้หนัก!
ไม่อย่างนั้นก็เท่ากับยอมรับว่าความล้มเหลวในอดีต
ไม่ใช่ความผิดของเจ้านายเก่า แต่เป็นความผิดของตัวเอง
แถมถ้ามองในระยะยาว การผสมผสานรูปแบบ
การบริหารสองรูปแบบที่แตกต่างกันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
พูดอีกอย่างคือ ‘การตีเมือง’ กับ ‘การกันเมือง’ นั้นแตก
ต่างกัน อย่างแรกเน้นโจมตี อย่างหลังเน้นรักษาผลประโยชน์
ช่วงที่ใกล้จะคว้าชัยมาได้ บอสเผยโยกแม่ทัพที่มีความ
สามารถในการรบอย่างหมิ่งจิ้งเชาไปบุกดินแดนอื่น และให้คน
ที่เชี่ยวชาญเรื่องการบริหารจัดการมาแทนที่ เพื่อเตรียมพร้อม
สำหรับการรวมแคว้นในอนาคต
อีรีกพูดต่อ “เพราะงั้นการส่งต่องานอย่างเร่งรีบก็
มีเหตุผลอธิบายที่สมเหตุสมผล
“จริงๆ แล้วท่าทีของบอสเผยเป็นการบอกใบ้ว่า เรา
ไม่ควรนำรูปแบบการทำงานของหมิ่งจิ้งเชามาใช้ตรงๆ สิ่งที่
เราต้องทำคือทำความเข้าใจและนำมาประยุกต์ใช้ ไม่ใช่รับมา
ใช้ทั้งดุ้น
“ถ้าให้เวลาส่งต่องานนานเกินไป สมมติว่าสักครึ่งปี
แบบแผนการคิดของเราคงจะเปลี่ยนไปจนยากเปลี่ยนกลับ
“ระยะเวลาส่งต่องานตอนนี้ดูเหมือนสั้น แต่เวลาเจอ
ปัญหา เรายังขอคำแนะนำคนอื่นๆ ในทีมได้ ที่สำคัญคือเรา
ไม่โดนจำกัดกรอบความคิด ผมคิดว่าเท่านี้กำลังพอดีเลย”
เจ้าซวี่หมิงพยักหน้าเข้าใจ เขาไม่ว้าวุ่นใจแล้ว
พอได้ฟังเหตุผลที่อีรีกอธิบาย เขาก็สบายใจขึ้น แถมยัง
พบวิธีโยนความผิดให้คนอื่นด้วย
ถึงทั้งสองจะแบ่งกันรับผิดชอบในส่วนของต่างประเทศ
และในประเทศ แต่เจ้าซวี่หมิงสามารถลอกสิ่งที่อีรีกทำได้!
อีรีกทำอะไร เจ้าซวี่หมิงก็จะทำตาม
ทำแบบนี้ไม่ถือว่าเป็นการขโมยความคิด แต่เป็น
กิจกรรมความร่วมมือ เป็นการปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียม
และเป็นการจัดการที่มองภาพรวมทั้งหมด
ยังไงอีรีกก็จะโจมตี IОI ในระดับโลกแน่นอน เจ้าซวี่หมิง
ก็แค่ลอกการบ้าน ด้วยความที่ GОG ครองตลาดในประเทศ
ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่น่าจะแตกต่างกัน
เขาแค่เสนอไอเดียให้อีรีกตัดสินใจ คนหนึ่งออกไอเดีย
อีกคนตัดสินใจ สมบูรณ์เลยทีเดียวเชียว
อืม รู้สึกเหมือนคู่หูทองคำจะกลับมาแล้ว!
เจ้าซวี่หมิงยิ้มอย่างมีความสุข “โอเค งั้นเราเริ่มเตรียม
กิจกรรมกันเลยดีกว่า ใกล้ถึง 1024 วันดิจิทัลแล้ว เราต้อง
จัดกิจกรรมใหญ่สักอย่างเพื่อดึงดูดผู้เล่นให้มากที่สุด!”
ต้องทำให้บอสเผยเห็นว่าการดึงตัวพวกเรามานั้นคุ้มค่า!
...
ขณะเดียวกันเผยเชียนกับหมิ่งจิ้งเชากำลังนั่งเครื่องบิน
ไปกว่างโจว
พวกเขาต้องไปจัดการเรื่องเกมใหม่ให้เทียนหัวสตูดิโอ!
จริงๆ แล้วฝั่งหลงอวี่คอร์เปอเรชันกับเทียนหัวสตูดิโอ
ไม่ได้เร่งรัด แค่หวังว่าบอสเผยจะเจียดเวลามาช่วยให้เร็วที่สุด
แต่ไม่ได้กำหนดเวลา
เหตุผลหลักคือพวกเขาไม่กล้าเร่งอีกฝ่าย
เพราะการออกแบบเกมเป็นงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์
ล้วนๆ บางครั้งการออกแบบภาพรวมอาจดูดี แต่ข้อบกพร่อง
แค่เล็กน้อยก็อาจทำให้แผนการทั้งหมดล่มได้
ถ้าบอสเผยไม่พอใจแล้วตั้งใจใส่ข้อบกพร่องลงใน
แผนการออกแบบขึ้นมาจะทำยังไง
ถึงทุกคนจะคิดว่าบอสเผยไม่น่าทำอะไรไร้จริยธรรมแบบ
นั้น แต่กันไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย แค่เกมออกมาทำเงินได้
พวกเขาก็พอใจแล้ว
แน่นอนว่าพวกเขาคิดเยอะเกินไป
เพราะเผยเชียนเองก็คาดเดาไม่ได้ว่าเกมที่เขาออกแบบ (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
จะออกมาเป็นยังไง
เขารู้เรื่องนี้ดี
ต่อให้ออกแบบแย่ขนาดไหนก็อาจจะประสบความสำเร็จ
ได้ หรือออกแบบมาดีมากก็อาจล้มเหลวได้เหมือนกัน
ในเมื่อการออกแบบไม่มีความเชื่อมโยงกับผลลัพธ์
สุดท้าย… เล่นตุกติกไปก็ไม่มีความหมายอะไร ทุกอย่าง
ขึ้นอยู่กับชะตาฟ้ากำหนด
เผยเชียนคิดว่าในเมื่อทุกคนตกลงกันแล้ว เขาก็
จะออกแบบเกมให้พวกเขาตามขั้นตอนปกติของเถิงต๋า
เกมนี้จะทำเงินได้หรือเปล่าขึ้นอยู่กับดวงของพวกเขา
ถ้าทำเงินได้ ก็ถือว่าเป็นโชคดีของพวกเขา แต่ถ้าทำเงิน
ไม่ได้ ก็อย่ามาโทษกัน เพราะเขาพยายามเต็มที่แล้ว
ดังนั้นยิ่งไปเร็ว ก็ยิ่งได้กลับเร็ว
หมิ่งจิ้งเชาไม่ได้แสดงความไม่พอใจที่ไม่ได้ดูแล GОG
แล้ว
ตอนแรกอาจจะประหลาดใจเล็กน้อย แต่สองสามวัน
ที่ผ่านมาเขาคิดออกแล้ว
ถ้าเป็นบริษัทอื่น จากผลงานใน GОG เขาคงจะได้ทำ
ตำแหน่งนั้นไปตลอดชีวิต
แต่เถิงต๋าไม่ใช่บริษัททั่วไป
ใครก็ตามที่ทำผลงานได้ดีในตำแหน่งของตัวเองจะถูก
บอสเผยย้ายไปที่อื่น
เพราะการฝึกในตำแหน่งเดิมเป็นการวนซ้ำ ได้ทำงาน
เดิมๆ วนไปเรื่อยๆ ทำให้ฝีมือไม่ค่อยพัฒนาขึ้น
ถึงจะช่วยให้โปรเจ็กต์เติบโตต่อไปอย่างมั่นคง แต่ก็
เป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรบุคคลในทางหนึ่ง
เมื่อถึงจุดหนึ่ง ความสามารถในการทำงานของผู้ดูแลจะ
ไม่พัฒนาอีกต่อไป สิ่งที่พัฒนาขึ้นมีแค่ทักษะการบริหาร
จัดการ
แต่ชัดเจนว่าไม่ใช่ผู้ดูแลทุกคนจำเป็นต้องมีทักษะ
การบริหารที่แข็งแกร่ง และไม่ใช่ทุกคนที่จะถนัดด้านนี้
บอสเผยต้องการพัฒนาผู้ดูแลทุกคนให้เติบโตไปเป็นคน
ที่มีความสามารถหลากหลาย ต้องการให้หมิ่งจิ้งเชาก้าว
ไปไกลในเส้นทางนักออกแบบ แทนที่จะจำกัดตัวเองอยู่กับ
GОG ไปจนตาย
พอดึงตัวอีรีกกับเจ้าซวี่หมิงเข้ามา งาน GОG ก็ถูกส่งต่อ
หมิ่งจิ้งเชาต้องออกไปเผชิญกับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ขึ้น
ครั้งนี้บอสเผยบอกว่าจะได้ไปช่วยเทียนหัวสตูดิโอ
ออกแบบเกมที่กว่างโจว
เขาจึงทั้งตื่นเต้นและกังวล
บอสเผยเหมือนจะต้องการให้สมาชิกหลักของฝ่ายเกม
เถิงต๋าทุกคนก้าวขึ้นไปเป็นนักออกแบบระดับเหรียญทอง แต่ห
มิ่งจิ้งเชามีประสบการณ์แค่งานที่เกี่ยวกับ GОG ยังไม่เคยได้
ดูแลการพัฒนาเกมจริงๆ
โชคดีที่เขาเป็นพนักงานเก่าและได้ทำงานร่วมกับหูเสี่ย
นปินบ่อยๆ ทำให้เข้าใจวิธีการเติมเต็มความคิดสร้างสรรค์ของ
บอสเผย และวิเคราะห์เจตนาของบอสเผย เพราะงั้นงานนี้คง
ไม่ยากเกินไป
แต่เทียนหัวสตูดิโอเป็นยังไง จะทำงานร่วมกันได้
หรือเปล่า
นี่ก็เป็นคำถามเหมือนกัน
ที่นั่งในชั้นธุรกิจเอนนอนได้สบายมาก เนื่องจาก
ไม่มีอะไรทำ หมิ่งจิ้งเชาจึงอยากถามบอสเผยเกี่ยวกับงานที่
เทียนหัวสตูดิโอ
ควรทำเกมแบบไหน บอสเผยมีความต้องการอะไรพิเศษ
สำหรับเขาไหม ถ้าเกิดปัญหาขึ้นควรจัดการยังไง
เพราะพอบอสเผยกลับจิงโจวหลังสรุปแผนการออกแบบ
แล้ว เขาต้องอยู่ที่กว่างโจวต่อจนกว่าเกมจะพัฒนาเสร็จถึง
จะกลับได้
หลายๆ เรื่องควรถามให้ชัดเจนล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นโทร
ถามทีหลังอาจจะยุ่งยากกว่าเดิม
“บอสเผยครับ งานหลักของผมที่นั่นคืออะไรเหรอครับ
แล้วเวลาทำงานและกระบวนการพัฒนาในภาพรวม… จะอิง
ตามที่เทียนหัวสตูดิโอกำหนด หรือจะอิงตามที่เรากำหนด
เหรอครับ
“พวกเขาควรทำงานเยอะขนาดไหน”
ที่ถามแบบนี้ไม่ใช่ว่าหมิ่งจิ้งเชาอยากอู้ แต่แค่อยากเข้า
ใจความสำคัญของโปรเจ็กต์นี้
ถ้าบอสเผยให้ความสำคัญเป็นพิเศษ และเป็นเรื่องที่
มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ เขาก็ต้องทุ่มเทเต็มที่เพื่อให้ทุกอย่าง
ออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด
ถ้าเทียนหัวสตูดิโอพบปัญหาใดๆ เขาต้องช่วยแก้ไข
อย่างเต็มที่
แต่ถ้าโปรเจ็กต์นี้ไม่สำคัญ หรือบอสเผยไม่ได้ตั้งใจให้
เกมนี้ทำเงินมาก หมิ่งจิ้งเชาก็ไม่จำเป็นต้องทุ่มเทเกินไป แค่ทำ
ในส่วนของตัวเองให้ดี เกมจะสำเร็จหรือเปล่าก็ไม่ใช่เรื่องที่
ใครคนหนึ่งจะกำหนดได้
เผยเชียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง “อืม… แน่นอนว่าต้องอิงตาม
เถิงต๋า
“ทำแบบที่คุณทำที่นี่ ถ้ามีปัญหาก็ไปหาโจวมู่หยัน แล้ว
บอกให้พวกเขาให้ความร่วมมือโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
“แน่นอนว่าเรื่องวันหยุดและการพักผ่อนด้วยก็ต้องอิง
ตามเถิงต๋า อย่าให้ตัวเองเหนื่อย”
สำหรับเผยเชียน นี่เป็นการทดลองอย่างหนึ่ง จึงต้อง
ทำตามแนวทางของเถิงต๋า
ถ้าทำตามแบบเถิงต๋าครึ่งหนึ่ง แล้วมาทำตามแบบของ
เทียนหัวสตูดิโอครึ่งหนึ่ง ผลลัพธ์สุดท้ายก็ใช้อ้างอิงไม่ได้
เพราะจะไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้
สำเร็จหรือไม่สำเร็จ
อีกอย่างเผยเชียนแค่ทำตามสัญญาเท่านั้น จะสำเร็จ
หรือเปล่าก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตา เขาจึงไม่คิดจะวางข้อกำหนด
อะไรให้หมิ่งจิ้งเชามากนัก
เขาไม่อยากให้ ‘การบรรเทาความยากจน’ ครั้งนี้ทำลาย
จิตวิญญาณแห่งการอู้ที่อุตส่าห์ปลูกฝังมาอย่างยากลำบาก
ถ้าหมิ่งจิ้งเชากลับมาหลังจากได้ทำงานล่วงเวลาแล้ว
กลายเป็นคนขยันเกินไป ก็เท่ากับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่
อยู่ในโหมดอู้ยังสร้างปัญหาได้ขนาดนี้ ถ้ากลายเป็นคน
ขยันเกินไปคงรับมือได้ยากมาก
ดังนั้นกระบวนการทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่เคยเป็น
ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงและไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน
หมิ่งจิ้งเชาพยักหน้าเบาๆ สื่อว่าเข้าใจแล้ว
แบบนี้ก็เหมือนกับเถิงต๋าเปิดกิจการใหม่และจ้างทีมงาน
หน้าใหม่มาพัฒนาเกม!
สิ่งเดียวที่ควรระวังคือต้องมั่นใจว่าโปรเจ็กต์จะอยู่ใน
การควบคุมโดยสมบูรณ์ ทุกคนต้องทำตามคำสั่งของเขาโดย
ไม่มีข้อแม้ ถ้าใครไม่ยอมทำตามก็ไปบอกโจวมู่หยันให้กำจัด
ทิ้ง
จะกลัวอะไรในเมื่อมีบอสเผยคอยหนุนหลัง