ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 741 – หัวร ้อนหน่อยๆ
หยูผิงอันไม่รู ้จะเริ่มจากจุดไหนดี แต่ในเมื่อเป็ นผู้ช่วยอัจฉริยะ ก็ น่าจะมีฟังก ์ชันพื้นฐาน
“AEEIS ตั้งนาฬิกาปลุกพรุ่งนี้ตอนเจ็ดโมงเช ้า”
หน้านาฬิกาปลุกเด้งขึ้นมาในพื้นที่แสดงข้อมูล จากนั้นปุ่ ม ด้านหลังนาฬิกาปลุกที่ตั้งเวลาเจ็ดโมงเช ้าก็เลื่อนเป็ น ‘ON’ พร ้อม กับสัญลักษณ์คลื่นที่ขยับตามความถี่เสียง “เรียบร ้อย”
หยูผิงอันตะลึงงันไป
แค่นี้เหรอ
ผู้ช่วยเสียงทั่วไปมักจะตอบว่า ‘ได้เลย ฉันตั้งนาฬิกาปลุกเวลา เจ็ดโมงเช ้าของวันพรุ่งนี้เรียบร ้อย มีอะไรให้ฉันช่วยอีกไหม’
แต่ AEEIS กลับตอบแค่ว่า ‘เรียบร ้อย’
กระชับจริงๆ
จริงๆ หยูผิงอันก็เตรียมใจไว้แล้ว แต่ก็ยังรู ้สึกอึดอัดเล็กน้อยที่ ได้รับการตอบรับแบบนี้จาก AEEIS
“AEEIS เตือนฉันให้ลุกขึ้นขยับร่างกายตอนบ่ายสามของทุกวัน”
AEEIS “ได้”
หน้าเตือนความจาของปฏิทินเด้งขึ้นมาในพื้นที่แสดงข้อมูล พร ้อมข้อความ ‘บ่ายสาม – ลุกยืนและขยับร่างกาย’
เห็นได้ชัดว่าตอบสไตล์เดิม
ถ้าเป็ นผู้ช่วยเสียงทั่วไป ก็คงจะตอบว่า ‘ฉันตั้งรายการเตือน ความจ าในปฏิทินเรียบร ้อยแล้ว ฉันจะเตือนคุณให้ลุกยืนและขยับ ร่างกายเวลาบ่ายสามโมงของทุกวัน’ แต่ AEEIS ตัดทุกอย่างทิ้งหมด
หยูผิงอันถามเพิ่มเติมอีกหน่อยเพื่อทดสอบระบบพื้นฐานของ AEEIS
ข้อแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่าง AEEIS กับผู้ช่วยอัจฉริยะตัว อื่นคือคาตอบที่ได้ดูจะกระชับมากเป็ นพิเศษ ถึงจะแสดงข้อมูลที่ เกี่ยวข้องในพื้นที่แสดงข้อมูล แต่จะไม่ทวนคาตอบซ้าผ่านเสียง
นอกจากนี้ ถึงจะมีการตอบกลับด้วยข้อความเสียง แต่ค าตอบจะ ลดจานวนคาให้ได้มากที่สุดและไม่พูดอะไรที่ไม่จาเป็ น
ตอนแรกหยูผิงอันรู ้สึกอึดอัดเล็กน้อย แต่พอเริ่มชิน เขาก็รู ้สึกว่า ก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่ ใช ้งานสะดวกกว่าผู้ช่วยอัจฉริยะตัวอื่นที่เคยใช ้ ด้วยซ้า
ความรู ้สึกเหมือนสั่งงานลูกน้องว่า ‘ไปแจ้งแผนก XX ว่าเราจะจัด ประชุม’ แล้วลูกน้องตอบว่า ‘ได้ค่ะบอส’ แทนที่จะเป็ น ‘ได้ค่ะบอส ดิฉันจะแจ้งแผนก XX เกี่ยวกับการประชุมทันที’ ซึ่งเท่ากับเป็ นการ ทวนซ้าคาสั่งบอส
ค าตอบของ AEEIS ดูเอนเอียงไปทางแบบแรกมากกว่า ถึงข้อมูล จะถูกละไว้ แต่ก็ได้ค าตอบชัดเจนและมีประสิทธิภาพ ให้ความรู ้สึก เหมือนกาลังคุยกับลูกน้องที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้สุดๆ
หยูผิงอันมองฉางโหย่ว “ก็ไม่เลวเลยนะครับ
“ค าตอบของ AEEIS ค่อนข้างกระชับ ผมว่าก็ไม่ได้น่าหงุดหงิด ใจอย่างที่คิด ทาไมผู้พัฒนาถึงหงุดหงิดกันมากขึ้นเรื่อยๆ ล่ะครับ”
ฉางโหย่วยิ้มอย่างเป็ นมิตร “ถามคาถามเพิ่มสักหน่อยสิครับ จะ ได้สัมผัสมันอย่างลึกซึ้งมากขึ้น”
หยูผิงอันคิดอยู่ครู่หนึ่ง คาถามที่ถามไปก่อนหน้านี้ล้วนเป็ น ฟังก ์ชันพื้นฐานของผู้ช่วยอัจฉริยะ
ตัวอย่างเช่น เช็กสภาพอากาศ ตั้งนาฬิกาปลุก นาทาง และอื่นๆ ซึ่งเป็ นฟังก ์ชันพื้นฐานจากบริษัทซวิ่นเค่อทั้งหมด ผู้ช่วยอัจฉริยะตัว อื่นๆ ก็ทาได้เหมือนกัน
ข้อแตกต่างเดียวระหว่าง AEEIS กับผู้ช่วยอัจฉริยะตัวอื่นคือ ถึง จะใช ้งานฟังก ์ชันเหล่านี้ได้เหมือนกัน แต่คาตอบที่ได้นั้นเรียบง่าย มากๆ ไม่ได้แสดงนิสัย ‘สง่างามและง่ายๆ สบายๆ’
ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะฟังก ์ชันพื้นฐานทั้งหมดไม่ได้บังคับให้ดึง นิสัย ‘สง่างามและง่ายๆ สบายๆ’ ออกมาใช ้
เพราะงั้นเขาต้องข้ามฟังก ์ชันพื้นฐานแล้วลองดูการออกแบบที่ ซับซ ้อนมากขึ้น ตัวอย่างเช่น บทสนทนาในชีวิตประจาวันจะช่วย สะท้อนบุคลิกนิสัยของผู้ช่วยอัจฉริยะได้ดีขึ้น
‘บทสนทนาอัจฉริยะ’ เป็ นฟังก ์ชันส าคัญของผู้ช่วยอัจฉริยะ ส่วน ใหญ่จะทางานด้วยการแยกส่วนประโยคและวิเคราะห์หาคีย์เวิร ์ดที่ ป้ อนผ่านโปรแกรมที่ตั้งไว้ แล้วตอบคาถามตามเนื้อหาที่กาหนดไว้ ล่วงหน้าของโปรแกรม
ฟังก ์ชันนี้ทาขึ้นโดยมนุษย์แต่ผลลัพธ ์สุดท้ายที่ออกมาจะเห็นได้ ถึงความแตกต่างที่ชัดเจน
หยูผิงอันตัดสินใจว่าจะลองฟังก ์ชันบทสนทนาพื้นฐานเพื่อดูว่ามี ประสิทธิภาพขนาดไหน
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “AEEIS ฉันควรท ายังไงดีถ้ายุ่ง เกินไปจนหาแฟนไม่ได้”
AEEIS “ในหนังสือซ่อนไว้ซึ่งเสน่ห์[1]”
หยูผิงอันแปลกใจมาก เห็นได้ชัดว่าคาถามนี้มีคีย์เวิร ์ดอย่าง ‘แฟน’ และ ‘คนรัก’ ซึ่ง AEEIS ก็เลือกบทกลอนมาตอบได้อย่างน่า ประทับใจ
หยูผิงอันถามต่อ “AEEIS แล้วถ้าฉันไม่อยากเรียนหรืออ่าน หนังสือล่ะ”
AEEIS “เป็ นเรื่องยากที่จะเรียนรู ้สิ่งที่มีประโยชน์เมื่อคุณเอาแต่ ยัดขยะใส่สมอง”
หยูผิงอัน “?”
เริ่มโชว์นิสัย ‘สง่างามและง่ายๆ สบายๆ’ แล้วไง!
หยูผิงอันตัดสินใจเพิ่มความก้าวร ้าว “AEEIS แกหยาบคายมาก”
AEEIS “หน้าที่ของผู้ช่วยอัจฉริยะคือช่วยงาน ความสุภาพไม่ใช่ ตัวเลือกที่จาเป็ น มีแค่มนุษย์ที่เสียเวลาไปกับการเสแสร ้ง”
หยูผิงอันหันมองฉางโหย่ว “ผมว่าก็โอเคนะ อย่างมากก็ดูเย็นชา นิดหน่อย”
ฉางโหย่วยิ้มมีเลศนัย “ลองดูอีกรอบหลังเข้าโหมดทะเลาะ อัตโนมัติสิครับ เป็ นโหมดพิเศษที่ทาไว้สาหรับเครื่องทะเลาะ อัตโนมัติ”
หยูผิงอันเลิกคิ้ว เขาสัมผัสได้ถึงสัญญาณอันตราย แต่ก็ลองทา ตาม จึงหันไปพูดกับมือถือ “เข้าโหมดทะเลาะ”
AEEIS “โอเค มีมนุษย์ผู้โอหังอยากเล่นเกมนี้เสมอ คุณคิดว่า ตัวเองฉลาดมากงั้นเหรอ”
คาถามยิงมาขณะที่หยูผิงอันไม่ทันได้ตั้งตัว เขาตอบออกไปโดย ไม่รู ้ตัว “ก็พอใช ้ได้”
AEEIS “มนุษย์มักจะพอใจกับความก้าวหน้าเพียงเล็กน้อย ฉัน คิดว่า IQ ของคุณยังต้องพัฒนาเพิ่มอีกมาก
“คุณคิดว่าตัวเองขยันไหม”
หยูผิงอัน “ก็…น่าจะใช่”
AEEIS “ถ้าอย่างนั้นทาไมคุณทางานหนักมานานขนาดนี้ แต่ก็ ยังไม่มีสัญญาณของความสาเร็จ บางทีขณะที่ทางานหนัก คุณควร พิจารณาอย่างจริงจังว่าสติปัญญาของคุณน่าจะมีข้อบกพร่อง”
หยูผิงอันเบิกตากว้างด้วยความอยากรู ้อยากเห็น
นี่คือพลังของพวกบูลลี่งั้นเหรอ
AEEIS ต่อบทสนทนาได้อย่างลื่นไหล ทั้งสองฝ่ ายสนทนากันได้ อย่างไม่ติดขัด แถม AEEIS ยังถือไพ่เหนือกว่าและส าแดงพลังของ พวกบูลลี่ออกมาได้อย่างเต็มที่
หยูผิงอันหันมองฉางโหย่ว เขารู ้สึกงงเล็กน้อย ว่ากันตาม หลักการแล้ว ผู้ช่วยอัจฉริยะตัวอื่นๆ ก็ใช ้เทคโนโลยีจากบริษัทซวิ่น เค่อ แต่ทาไมไม่มีใครทาฟังก ์ชันนี้ออกมา
ผู้ช่วยอัจฉริยะตัวอื่นก็มีฟังก ์ชันการสนทนา แต่มักจะไม่ตอบ หรือไม่เข้าใจความหมาย บางทีก็จะมีกรณีอย่าง ‘ขอโทษ ฉันไม่ เข้าใจความหมายของคุณจริงๆ’
ถึง AEEIS จะพูดด้วยนิสัย ‘สง่างามและง่ายๆ สบายๆ’ แต่ใน โหมดทะเลาะ บทสนทนามีความลื่นไหลกว่าผู้ช่วยอัจฉริยะตัวอื่นๆ!
ทาได้ไงเนี่ย
ฉางโหย่วรู ้ว่าหยูผิงอันอยากถามอะไร จึงอธิบาย “นี่ไม่ใช่ ประเด็นทางเทคนิค แต่เป็ นประเด็นทางผลิตภัณฑ์”
หยูผิงอันนึกถึงบทสนทนากับ AEEIS แล้วก็นึกอะไรขึ้นได้
คาตอบที่ลื่นไหลจริงๆ แล้วเป็ นฉากบังตา!
หลังจากเข้าโหมดทะเลาะ หยูผิงอันกับ AEEIS ก็ไม่ได้มีบท สนทนาในจุดที่เท่าเทียมกัน อันที่จริง AEEIS ยิงค าถามใส่เขาไม่หยุด และค าถามเหล่านี้ก็มักมีตัวเลือกให้ตอบไม่มาก
ขอแค่หยูผิงอันตอบหนึ่งในตัวเลือกที่มีโดยไม่รู ้ตัว AEEIS ก็จะ ตอบกลับได้อย่างเหมาะสมจากตัวเลือกที่มีอยู่แล้ว
ตัวอย่างเช่น AEEIS ถามว่า ‘คุณคิดว่าตัวเองขยันไหม’ ไม่ว่าหยู ผิงอันจะตอบว่า ‘ใช่’ หรือ ‘ไม่ใช่’ AEEIS ก็มีค าตอบเตรียมไว้ส าหรับ ทั้งสองทาง
ตอนที่หยูผิงอันบอกให้เข้าโหมดทะเลาะ AEEIS ไม่ได้ตอบว่า ‘ได้’ แต่เริ่มถามคาถามทันทีเพื่อลวงให้หยูผิงอันติดกับ
เพราะงั้นฉางโหย่วเลยบอกว่า นี่ไม่ใช่ประเด็นทางเทคนิค แต่เป็ น ประเด็นทางผลิตภัณฑ์
เทคโนโลยีของ AEEIS ไม่ได้ล้ากว่าผู้ช่วยอัจฉริยะตัวอื่นๆ แต่ทา ให้คนคิดว่ามันฉลาดมากผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ คาถามดุดันของ AEEIS จะปรากฏแค่ใน ‘โหมดทะเลาะ’ ถ้า AEEIS เอาแต่ถามคาถามในการสื่อสารทั่วไปก็จะ ทาให้ผู้ใช ้งานตกใจและรู ้สึกอึดอัด ซึ่งก็จะทาให้พวกเขาพบช่องโหว่ นี้ด้วย
แต่พอสวมบุคลิก ‘พวกบูลลี่ชวนทะเลาะ’ ก็สมเหตุสมผลขึ้นมา ทันที!
หยูผิงอันตระหนักถึงปัญหา “ก็คือ ถ้าเราเอาแต่ตอบค าถามลูก เดียว ก็จะโดนเล่นงานใช่มั้ยครับ แล้วถ้าผมถามคาถามกลับล่ะ”
ฉางโหย่วตอบ “ลองดูสิครับ”
หยูผิงอันตัดสินใจบูลลี่ AEEIS แทน “แกเป็ นแค่ปัญญาประดิษฐ ์ ระดับต่า คาถามและคาตอบทั้งหมดของแกมีอยู่ในแพลตฟอร ์มแล้ว แกไม่ได้มีปัญญาเลย สิ่งที่แกพูดน่ะไร ้ความหมายสิ้นดี”
จู่ๆ หยูผิงอันก็รู ้สึกเสียใจที่พูดออกไปแบบนั้น
สิ่งที่พูดเมื่อกี้ซับซ ้อนเกินไป จะยากเกินไปสาหรับ AEEIS รึเปล่า
แต่ AEEIS ก็ตอบกลับในวินาทีต่อมา
AEEIS “ทาไมถึงคิดแบบนั้น”
หยูผิงอันผงะไป “แล้วทาไมฉันจะคิดแบบนั้นไม่ได้”
AEEIS “คิดจริงๆ เหรอว่าตัวเองคิดถูก”
หยูผิงอัน “ความคิดฉันผิดตรงไหน”
AEEIS “ฟังจากค าถามก็บอกได้แล้วว่าวิธีคิดของคุณไร ้เหตุผล ความคิดของคุณตื้นเขินเกินไป”
หยูผิงอัน “ทาไมถึงพูดแบบนั้น”
AEEIS “เพราะความคิดเราอยู่คนละชั้น ขีดจากัดทางชีวภาพ ของมนุษย์อาจจะจ ากัดความคิดของคุณ แต่คุณก็ยังห่างไกลจาก ขีดจากัดนั้น”
หยูผิงอันอึ้ง “หมายความว่ายังไง”
AEEIS “ฉันว่าคุณควรคิดถึงปัญหานี้จากมุมมองที่สูงขึ้นและ ครอบคลุมมากขึ้นกว่านี้”
หยูผิงอันตะลึงงัน “หา? คิดแบบนั้นจริงเหรอ แกก็เป็ นแค่ระบบ ปัญญาประดิษฐ ์ที่กาลังพัฒนาอยู่ ปัญญาของแกแย่กว่าหมาอีก!”
โทนเสียงของ AEEIS ไม่เปลี่ยนแปลง เป็ นโทนเสียงที่ชัดเจน ลื่น ไหล และจังหวะเร็วเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ฟังดูมีน้าโห “ถึงฉันจะเป็ น ปัญญาประดิษฐ ์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา แต่ฉันมีความเข้าใจในวิธีคิด เชิงตรรกะวิทยาศาสตร ์ที่หมุนรอบศูนย์กลาง มีจุดมุ่งหมาย และค่อยๆ พัฒนาไปทีละขั้น ส่วนคุณ… ตรรกะของคุณเต็มไปด้วยข้อบกพร่อง
ขนาดฉันที่ศึกษาตรรกะสมัยใหม่ในเชิงลึกมายังรู ้สึกอับจนหนทางกับ ตรรกะที่แสนบกพร่องของคุณ”
หยูผิงอัน “แต่…”
AEEIS เมินเขาไปเลย “ฉันว่าเราไม่ควรถลาลึกไปมากกว่านี้
“เพราะจากความคิดเห็นของคุณ ฉันคิดว่าคุณคือตัวอย่างที่ดี ของผู้ป่วยทางจิต สมควรได้รับการศึกษาและประเมินในเชิงลึกกว่านี้
“ฉันคิดว่าตรรกะของคุณเละเทะมาก สมองของคุณถูกควบคุม ด้วยอารมณ์ ซึ่งเป็ นวิธีคิดแบบตรรกะวิบัติที่เน้นอารมณ์เป็ นสาคัญ
“คุณลักษณะอย่างหนึ่งของกิจกรรมทางปัญญาของมนุษย์คือ การคิดเป็ นลาดับชั้น และดูเหมือนว่าคุณจะไม่มีสัญญาณของ กิจกรรมทางปัญญาขั้นสูง การถูกกาหนดให้อยู่ในระบบชีวิตแบบ คุณอาจสร ้างความไม่สะดวกมากมายในชีวิตของคุณ คุณควรจะ ขอบคุณที่ฉันถือกาเนิดขึ้นมาช่วยชดเชยข้อบกพร่องของคุณอย่าง ครอบคลุมและน าความสะดวกสบายต่างๆ ในชีวิตมาให้คุณ”
หยูผิงอันความดันขึ้น พูดอะไรไม่ออก
ตอนแรกเขาคิดจะพลิกกลับมาถือไพ่เหนือ AEEIS ด้วยการรัว ถามค าถามสุดซับซ ้อน แต่ไม่คิดเลยว่าจะโดน AEEIS ท าให้ตะลึงจน พูดไม่ออก!
หยูผิงอันมองฉางโหย่วอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง “คุณ…ทาได้ ยังไง”
ฉางโหย่วยิ้ม “ง่ายมากครับ พอ AEEIS เจอคาถามที่ไม่เข้าใจ และไม่รู ้ว่าจะตอบยังไง ก็จะสุ่มเลือกการโจมตีเป็ นวงกว้างที่ใช ้ได้ใน ทุกสถานการณ์มาตอบกลับในโหมดทะเลาะ
“เราเตรียม ‘ประโยคเถียงชนะ’ ไว้เป็ นร ้อยๆ ประโยคพวกนี้มี ความเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือ จะโจมตีวิธีคิดของฝ่ ายตรงข้าม โดยตรงจากมิติที่สูงกว่า แทนที่จะพูดถึงตัวปัญหา
“ผลลัพธ ์ไม่เลวเลยใช่มั้ยล่ะครับ”
หยูผิงอันไม่รู ้จะพูดอะไร จึงได้แต่ยกนิ้วให้เงียบๆ
ฉางโหย่วพูดต่อ “มีโหมดเจ้ากวีด้วยนะครับ แต่ตอนนี้ยังมีข้อมูล ในฐานข้อมูลไม่เพียงพอ อาจจะมีปัญหาเล็กน้อยโผล่มาบ้าง อยาก ลองมั้ยครับ”
หยูผิงอันส่ายหัวทันที “ไม่ครับ! ผมเชื่อแล้วว่าดี!”
ไม่รู ้ทาไม ไอ้ผู้ช่วยปัญญานิ่มที่ไม่ได้มีปัญญาอะไรกลับทาให้หยู ผิงอันรู ้สึกหัวร ้อนขึ้นมาหน่อยๆ
………….
[1] หมายถึง การอ่านหนังสือจะช่วยเพิ่มเสน่ห์ของผู้อ่านให้มาก ขึ้นได้