ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 775 เยือนเมืองหลวง (3)
บทที่ 775 เยือนเมืองหลวง (3)
ที่หลงอวี่คอร์เปอเรชันจงใจไม่โปรโมตงานแข่งขัน IOI รอบคัดเลือกในจีนหลักๆ
ก็เพราะไม่อยากเปลืองเงินกบัเรื่องนี้
รอบคัดเลือกในจีนมีทีมลงแข่งแค่ไม่กี่ทีม นอกจากสามสโมสรใหญ่อย่าง SUG
แล้ว ทีมอื่นๆ ที่ลงแข่งก็เป็นแค่ตัวประกอบ ทีมที่ผ่านเข้ารอบกําหนดไว้แล้วเรียบร้อย อีกอย่างรอบคัดเลือกก็เรียกความสนใจในจีนไม่ได้มาก และไม่น่าจะมีคนมาดู การแข่งขันเท่าไหร่ หลงอวี่คอร์เปอเรชันเลยไม่ได้วางแผนใช้เงินกับจุดนี้มากนัก พวก เขาแค่หาสตูดิโอมาจัดพอผ่านๆ ให้จบๆ ไป ทําไมต้องทุ่มเงินโปรโมตในสถานการณ์แบบน้ีด้วย ถ้าโหมโปรโมต คนก็จะแห่เข้ามาดูแล้วพบว่า นี่เหรอเวที นี่เหรอมาตรฐานเกม
ห่างชั้นกบั GPL มาก!
ถึงจะผลาญเงินไปก็ไมไ่ด้ผลลัพธ์ที่ดี ดังนั้นเจ้าซวี่หมิงจึงไม่ได้ลืมเรื่องการโปรโมต แต่เขาจงใจไม่โปรโมตอะไรมากมาย แค่ทําทุกอย่างพอเป็นพิธีเพื่อส่งสามทีมจากสโมสรใหญ่ไปแข่งรอบชิงแชมป์โลก จากนั้นค่อยไปทุ่มเทโปรโมตสร้างกระแสระหว่างการแขง่ขันชิงแชมป์โลก ต้องใช้เงินให้ฉลาด ไม่คิดเลยว่าสโมสร FV จะควักกระเป๋าจ่ายเงินโปรโมตเอง!
ถ้าสโมสรแบบ SUG เป็นฝ่ายควักกระเป๋าจ่ายเงินโปรโมตก็คงไม่เป็นไร เพราะ ยังไงพวกเขาก็เป็นฝ่ายได้รับความสนใจและความนิยมจริงๆ แต่สโมสร FV มาเป็นตัว ประกอบเฉยๆ โปรโมตให้แบบนี้ไม่เสียเงินเปล่าเหรอ เครเทียนไม่พอใจเมื่อเห็นเจ้าซวี่หมงิดูงงๆ เขาเคาะโต๊ะเบาๆ พร้อมกับพูดขึ้น “บอสเจ้า เรื่องสโมสร FV ไม่ได้ส่งผลที่ดีเลย
“การโปรโมตของเราไม่ดีพอ ผู้เล่นหลายคนได้ข้อมูลจากสโมสร FV เพราะไม่มี ข่าวอะไรจากทางออฟฟิเชียล เราเลยดูไม่มืออาชีพมากๆ!
“ตอนแรกผมคิดว่าคุณเป็นคนบอกให้สโมสร FV ช่วยโปรโมต ซึ่งก็มองว่าคุณ จัดการได้ไม่เป็นมืออาชีพ แต่ไม่คิดเลยว่าคุณจะไม่รู้เรื่องนี้ แบบนี้ก็ยิ่งถือว่าไม่มีความ เป็นมืออาชีพหนักกว่าเดิมอีกครบั!
“ที่เราไม่เคยถามคุณเรื่องงานแข่งขันรอบคัดเลือกในจีนก็เพราะเชื่อมั่นในหลงอวี่ คอร์เปอเรชัน แต่สถานการณ์ปัจจุบันเหมือนจะชี้ให้เราเห็นถึงการทรยศต่อความ ไว้วางใจนะครับ” มุมปากเจ้าซวี่หมงิกระตุก เขาพูดอะไรไม่ออก ซวยแล้ว!
ตามแผนเดิม พวกเขาแค่จะจัดรอบคัดเลือกพอเป็นพิธี แค่ให้งานดูพอไปวัดไปวา ก็น่าจะโอเคแล้ว ทีมก็ตัดสินใจกันภายในแล้ว คงไม่มีใครมาดูแข่ง แล้วจะโหมโปร โมตใหญ่โตไปทําไม คงไม่ช้าเกนิไปที่จะประหยัดเงินไว้ทุ่มตอนงานแข่งขันชิงแชมป์โลกเริ่ม พอสโมสร FV ออกมาทําแบบนี้ ทางออฟฟิเชียลก็ตกที่นั่งลําบาก ผู้เล่นจะคิดว่า การโปรโมตของทางออฟฟิเชียล IOI แย่กว่าสโมสร และต้องคิดว่า Finger Games กับหลงอวี่คอร์เปอเรชันไมม่ีความเป็นมืออาชีพ เทียบให้เห็นภาพง่ายๆ คือ หลงอวี่คอร์เปอเรชันเป็นหัวหน้าแผนก ตอนแรกพวก เขาพาพนักงานอู้ไปด้วยกัน คนนอกเลยมองไม่ออก แต่ก็พอจะรู้สึกได้ว่าแผนกนี้ ทํางานไม่ดีเท่าไหร่
สุดท้ายจู่ๆ ก็มีคนในแผนกทํางานอย่างขยันขันแข็งขึ้นมาและอยู่ล่วงเวลาทุกวัน
ทุกคนในแผนกเลยโดนเปิดโปงและกลายเปน็พวกไร้ประโยชน์รอวันตาย หัวหน้าแผนกย่อมต้องเป็นคนโดนดุมากที่สุด เจ้าซวี่หมิงรีบพูดขึ้น “ไม่ต้องห่วงครับ ยังพอมีเวลากอบกู้สถานการณ์อยู่
“งานแข่งขันเริ่มวันเสาร์ ยังเหลือเวลาอีกสองวัน เราจะทุ่มทรัพยากรบางส่วนโปร โมตงานแข่งขัน IOI รอบคัดเลือก ทําแบบนี้ ผู้เล่นก็จะคิดว่าสโมสร FV แค่ได้ข้อมูล จากวงในล่วงหน้า และไม่คิดว่าเราไม่มีความเป็นมืออาชีพ
“อีกอย่าง เราน่าจะสร้างผลลัพธ์ได้ดีถ้าโปรโมตควบคู่ไปกับสโมสร FV” เครเทียนพยักหน้าแสดงความพึงพอใจ “จะดีมากถ้าคุณแก้สถานการณ์ได้ ผม
เชื่อในความสามารถของคุณ” ในเบื้องหน้า เจ้าซวี่หมิงดูนิ่งและผ่อนคลาย แต่ในใจกําลังก่นด่าไม่หยุด ทําไมสโมสร FV ต้องสร้างเรื่องด้วย นี่มันทําร้ายตัวเองโดยไม่สร้างประโยชน์ให้
คนอื่นชัดๆ!
คราวนี้หลงอวี่คอร์เปอเรชันเลยตอ้งควักเงินก้อนโตมาลงทุนกับรอบคัดเลือก นอกจากจะต้องใช้เงินโปรโมตและทําการตลาดแล้ว ยังต้องรีบตกแต่งสนามแข่ง
ให้หรูหราด้วย พอมีคนสนใจมากขึ้น ก็ต้องมีผู้เล่นที่เรื่องเยอะเพิ่มมากขึ้น ถ้าสนามแข่งไม่ดีพอ
มาตรฐานงานแข่งก็จะลดลงและกลายเป็นเรื่องน่าขายหน้า แน่นอนว่า งานแข่งจะเริ่มในอีกสองวัน เวลากระชั้นชิดมาก สายไปแล้วที่จะ
เปลี่ยนสถานที่ตอนนี้ เขาทําได้แค่ทุ่มเงินตกแต่งสนามแข่งเพิ่มเพื่อให้ดูดทีี่สุด เจ้าซวี่หมิงยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทําไมสโมสร FV ถึงทุ่มเงินโปรโมตตัวเอง ทั้งๆ ที่ทํา
ไปก็ไม่ได้อะไร แต่ก็ไม่มีเวลาพอให้มานั่งคิด เพราะตอนนี้เวลาเหลือน้อย อีกสองวันจะถึงวันงานแล้ว เขาต้องทุ่มพลังทั้งหมด
ไปกับการเตรียมงานแข่งขันรอบคัดเลือก
…
ขณะเดียวกันที่ปักกิ่ง ถังอี้ซู่ลงจากรถและก้าวเท้าเข้าสู่เมืองหลวงอย่างระมัดระวัง นี่เป็นคร้ังแรกที่เธอได้มาที่นี่ ถึงจะตื่นกลัวตลอดทาง แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทําให้ถังอี้ซู่สบายใจขึ้นเลย เธอยิ่งรู้สึกหวาดระแวงกว่าเก่า
อาจจะเพราะมาตรการด้านการปลอดภัยตลอดทางนั้นดีเกินไป ดวงซวยของเธอ เลยไม่มีโอกาสสําแดงฤทธิ์ เธอไม่รู้ว่าเจ้าดวงซวยจะสะสมพลังจนฤทธิ์เดชทะลุไปอีก ขั้นและระเบิดออกมารึเปล่า เสี่ยวซุนขับรถไปลานจอดรถของโรงแรม ชิวหงช่วยจองห้องไว้เรียบร้อยและรออยู่
ที่ล็อบบี้
ตามตาราง พวกเขาจะไปหาอะไรกินตอนเท่ียงแล้วกลับมาพักผ่อน ช่วงบ่าย เขา จะพาเธอไปศูนย์พัฒนาเกมอินดี้ จากนั้นก็แวะไปร้านสาวหน้านิ่งวันพรุ่งนี้ แล้วกลับจิ งโจวตอนบ่าย ชิวหงมองนาฬิกาแบบจักรกลบนข้อมอืแล้วคิดว่าน่าจะได้เวลาแล้ว สองนาทีต่อมา เขาก็เงยหน้าขึ้นเห็นถังอี้ซู่อยู่หน้าทางเข้าโรงแรม คนขับรถสองคนเป็นเหมือนบอดี้การ์ดยืนขนาบข้างซ้ายขวาคอยดูแลความ ปลอดภัย แต่ประตูหมุนอัตโนมัติของโรงแรมก็หยุดทํางานโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งสาม คนยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ชิวหงรีบเข้าไปเปิดประตูดา้นข้าง “น้องถังใช่มั้ย มาทางนี้ๆ!” ถังอี้ซู่กับคนขับรถสองคนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินผ่านประตูด้านข้าง แต่
ทันทีที่พวกเขาเข้ามาในล็อบบี้ ประตูหมุนอัตโนมัติตรงทางเข้าก็กลับมาทํางานตามปกติ ชิวหงไม่ได้ใส่ใจอะไร เขาคิดว่าน่าจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ และจับมือกับถังอี้ซู่
“เดินทางกันมาไกล ทั้งสามคนน่าจะเหนื่อย แผนเราคืองี้ครับ เราจะไปกินอาหาร ง่ายๆ ในร้านแถวนี้ แล้วทุกคนกลับมาพักที่โรงแรม ตอนบ่ายสองให้มารวมกันที่ล็อบ บี้ จากนั้นผมจะพาทุกคนไปดูศนูย์พัฒนาเกมอินดี้
“ตอนนี้เวลา… อ้าว”
ชิวหงยกนาฬิกาข้อมือมาดูเวลา แต่ก็พบว่านาฬิกาจักรกลของตัวเองที่ทํางานปกติ
เมื่อครู่หยุดเดินซะงั้น
เขาสับสนเล็กน้อย นาฬิกานี้ใส่มาหลายปี ไม่เคยมีปัญหาอะไร แถมยังเพิ่งปรับ
เข็มไปไม่นานด้วย ทําไมจู่ๆ ถึงหยุดเดินขึ้นมา ถังอี้ซู่เงยหน้ามองเพดานด้วยความลําบากใจ ทําทีเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
…
ตอนบ่าย ที่ศูนย์พัฒนาเกมอินดี้ อูจื้อเฉิงกําลังกินข้าวกับนักพฒันาเกมอินดี้ที่เพิ่งมาใหม่อยู่ในโซนพักผ่อน “เห็นมั้ย ฉันบอกแล้วว่าไข่ผัดมะเขือเทศของโมหยูเดลิเวอรี่อร่อยมาก รสชาติต่าง จากที่ขายตามร้านทั่วไป อาหารของ โมหยูเดลิเวอรี่ดีต่อสุขภาพสุดๆ”
“…หือ? แผนงาน? ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องทําให้ทันตามกําหนดก็ได้ แผนปรับได้ ตลอด ถ้าคิดว่าอยากเพิ่มอะไรใหม่ก็ไปคุยกับสีเฮ่าได้เลย”
“…ไม่ต้องไปกลัวเขาหรอก อย่ามองสีเฮ่าเป็นบอสหรือผู้จัดการ เขาเป็นหัวหน้า แผนกธุรการ ไม่มายุ่งวุ่นวายกับโปรเจ็กต์เรา แค่ช่วยวางแผนงานตามไอเดียของเรา ส่วนโปรเจ็กต์จะไปต่อยงัไงก็ขึ้นอยู่กับเราเอง
“มาๆ กินข้าวต่อดีกว่า” ถึงจะเพ่ิงเข้ามาทํางานได้ไม่ถึงเดือน อูจื้อเฉิงก็ทําตัวเหมือนเป็นรุ่นพี่คอยดูแล
ผู้พัฒนาเกมอินด้ีหน้าใหม่ ตอนแรก อูจื้อเฉิงไม่คิดว่าจะปรับตัวให้เข้ากับการทํางานที่นี่ได้ แต่หลังจากมา
ทํางานเรื่อยๆ เขาก็พบว่ามันไม่ใช่แบบนั้นเลย! หลังจากมาทํางานที่นี่ การพัฒนาเกมหมึกหมอกม่านเมฆก็รุดหนา้ไปอย่างรวดเร็ว อูจื้อเฉิงยังครุ่นคิดถงึความแตกต่างนี้ พอนึกย้อนกลับไป ความคิดที่ว่าเขาพัฒนาเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพที่อพาร์ต
เมนต์ตัวเองนั้นเป็นแค่ภาพลวงตา เพราะเขามักเสียสมาธิไปกับเรื่องเล็กน้อยที่ห้อง เช่น จะทําทรัพยากรงานภาพบาง ช่วงในเกมยังไง หรือจะทํายังไงถ้าผ่านไปครึ่งทางแล้วพบว่าแผนงานไม่ชัดเจนและต้อง เปลี่ยนใหม่หมด เหตุการณ์คล้ายๆ กันนี้มักเกิดขึ้นบ่อยๆ เพราะอูจื้อเฉิงไม่วางแผนโปรเจ็กต์อย่าง
ละเอียดและครอบคลุม ซึ่งเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้นี่แหละที่ทําให้เขาเสียสมาธิ แต่หลังจากมาทํางานที่ศูนย์พัฒนาเกมอินดี้ มีทีมงานคอยดูแลเรื่องเล็กน้อย เหล่านี้ให้ อูจื้อเฉิงแค่ต้องจัดการงานครีเอทีฟและออกแบบเกมอย่างจริงจัง ประสิทธิภาพการทํางานจึงเพิ่มขึ้นมาก ผู้พัฒนาเกมอินดี้หลายคนไปไมร่อดเพราะปัญหานี้ ในวงการมีงานเฉพาะทางอยู่ แม้แต่ในการวางแผนยังมีงานประเภทต่างๆ เช่น การออกแบบและปรับแก้ระบบการเล่น การระบุทรัพยากรงานภาพ และการวางแผน กับความคืบหน้าการพัฒนา เป็นเรื่องยากมากที่จะมีใครเชี่ยวชาญทุกด้าน ถ้าไม่เก่งเรื่องไหน ก็ต้องทุ่มพลังอย่างมากเพื่อชดเชยข้อบกพร่อง แต่ด้วยความช่วยเหลือของศูนย์พัฒนาเกมอินดี้ ผู้พัฒนาเกมอินดี้แบบอูจื้อเฉิงก็ ได้รับผิดชอบแค่งานครีเอทีฟและออกแบบเกม งานอื่นก็ปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญช่วย จัดการให้ พอมีการแบ่งงานอย่างละเอียด ประสิทธิภาพการทํางานจึงเพิ่มขึ้นเป็น ธรรมดา
ตอนแรก อูจื้อเฉิงค่อนข้างกังวลเรื่องการเข้าสังคมและกลัวว่าจะเกิดปัญหาในที่
ทํางาน แต่หลังจากได้ใช้เวลาร่วมกัน เขาก็พบว่าตัวเองกังวลไปเองทั้งนั้น!
ในฐานะหัวหน้าแผนกธุรการ สีเฮ่าวางตําแหน่งของแผนกตัวเองไว้ชัดเจน นั่นก็
คือเป็นแผนกให้บริการ ดังนั้นก็เลยไม่มีปัญหาเรื่องใครเป็นนายใคร ในที่ทํางานจึงไม่มีเรื่องพลิกผันอะไร กลับกัน ผู้พัฒนาเกมอินดี้เหล่านี้ต่างผ่านการคัดกรองจากชิวหงมาก่อน ถึงจะมี ความสามารถแตกต่างกันไป แต่บุคลิกนิสัยก็ค่อนข้างเรียบง่ายและตรงไปตรงมา ไม่มี การเล่นแง่หรือคิดแข่งขันกัน ทําให้พวกเขาเข้าถึงกันได้ง่ายโดยธรรมชาติ อูจื้อเฉิงตระหนักว่าในโลกมีแค่ไม่กี่คนที่เป็นคนชอบเก็บตัวจริงๆ และไม่อยาก ติดต่อสื่อสารกับใคร หลายคนดูเป็นคนเก็บตัวและกลัวสังคมเพราะอยู่ในวงสังคมที่ไม่ เหมาะกับตัวเอง ตอนนี้อูจื้อเฉิงอยู่ในวงสังคมที่เหมาะกับตัวเองมากๆ เขาจึงมีความสุขในทุกวัน
แถมยังมีนิสัยร่าเริงมากขึ้น ระหว่างที่ทุกคนกําลังกนิข้าวเที่ยงกันอย่างสุขใจ สีเฮ่าก็เดินเข้ามา
“บอสชิวอาจจะพาคนแวะมาศูนย์พัฒนาตอนบ่าย ผมมาบอกพวกคุณไว้ก่อน ล่วงหน้า คิดซะว่าเป็นการตรวจดูศูนย์พัฒนาก็ได้ครับ” สีเฮ่าบอกทุกคน อูจื้อเฉิงผงะไป “พวกผมต้องเตรียมตัวอะไรมั้ยครับ” ถึงอูจื้อเฉิงจะมีประสบการณ์การทํางานในบริษัทอย่างจริงจังน้อยมาก แต่เขาก็เคย เห็นหัวหน้าลงมาตรวจดูงาน ปกติแล้ว พวกเขาต้องเตรียมตัวล่วงหน้าเพื่อสร้างความ ประทับใจที่ดีกับหัวหน้า อันที่จริงอูจื้อเฉิงสงสัยมาตลอดว่าใครคือบอสเบื้องหลังศูนย์พัฒนาเกมอินดี้ แต่ก็
ไม่เคยได้คําตอบที่ชัดเจน ในเบื้องหน้า ชิวหงรับผิดชอบทุกอย่าง แต่ก็มีข่าวลือว่าชิวหงไม่ใช่บอสตัวจริง มี
คนอยู่เบื้องหลังแผนงานท้ังหมดนี้ เขาสงสัยว่าคนที่แวะมาตรวจรอบนี้จะเป็นบอสตัวจริงรึเปล่า สีเฮ่าส่ายหน้า “ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรครับ ให้เห็นสภาพการทํางานจริงของเราก็ พอ
“เราทําตามคําสั่งของบอสชิวอย่างเคร่งครัด ถึงการทํางานแปดชั่วโมงจะไม่ใช่เวลา ทํางานท่ียาวมากนัก แต่ทุกคนก็ทํางานอย่างจริงจังและเต็มที่ เอาเข้าจริง ดีกว่าบริษัทที่ ใช้วัฒนธรรม 996 หลายๆ แห่งอีก
“ผมคิดว่า แค่ทุกคนมีความรับผิดชอบต่องานอย่างจริงจังกันตามปกติก็น่าจะ พอแล้ว”