ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 776 เคราะห์ซ้ํากรรมซัด (3)
บทที่ 776 เคราะห์ซ้ํากรรมซัด (3)
สิบโมงเช้า ชิวหงกับถังอี้ซู่แวะไปที่ร้านสาวหน้านิ่งแล้วนั่งในมุมที่ไม่ค่อยเด่นนัก แม้จะยังไม่ถึงเวลาอาหารเที่ยง แต่ในร้านสาวหน้านิ่งก็มีลูกค้าค่อนข้างเยอะ
ทีเดียว ที่นั่งประมาณ 60% มีคนนั่ง ช่วงเที่ยงต้องมีคิวยาวแน่นอน ถังอี้ซู่มองไปรอบๆ ด้วยความสนใจ สายตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสน ทุกอย่างดูปกติดี ไม่มีปัญหาอะไร ก่อนมาที่นี่ เผยเชียนบอกให้เธอจับตาดูแบรนด์สาวหน้านิ่งเป็นพิเศษและกลับมา รายงานสถานการณ์ตามความเป็นจริง ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่เข้าใจ ไม่ต้องศึกษาอะไร ทั้งนั้น แต่สังเกตดูจากความประทับใจแรกก็พอ แต่ถังอี้ซู่ก็พบว่าไม่เห็นมีอะไรแปลกๆ เลยตั้งแต่เข้ามาในร้าน
ร้านสะอาดและเป็นระเบียบดี ดูเหมือนกิจการจะไปได้สวยทีเดียว พนักงานเสิร์ฟ ไม่กระตือรือร้นเหมือนร้านฟาสต์ฟู้ดที่อื่นๆ แต่ก็มีรอยยิ้มน้อยๆ บนใบหน้า พวกเขา ใส่ใจและต้อนรับลูกค้าดีกว่าร้านฟาสต์ฟู้ดทั่วไปด้วยซ้ํา ในสายตาของถังอี้ซู่ นี่เป็นร้านอาหารทั่วไปที่ทํากําไรได้เปน็อย่างดี ทั้งสองสั่งเมนูประจําร้าน อาหารมาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว ถังอี้ซู่รู้สึกกลุ้มใจระหว่างกนิ เธอไม่พบข้อบกพร่องหรือปัญหาร้ายแรงในร้านเลย แน่นอนว่าร้านก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ เพราะยังไงก็เป็นแบรนด์อาหารจานด่วน เรื่อง
รสชาติจึงคาดหวังอะไรไม่ได้มาก แต่ก็ถือว่าพอผ่าน ขณะเดียวกัน เมิ่งชั่งกําลังรอนกัลงทุนอยู่อีกมุมหนึ่งที่ไม่เด่นในร้าน ถึงเมิ่งชั่งจะดูนิ่งในเบื้องหน้า แต่จริงๆ แล้วเขารู้สึกกังวลเล็กน้อย เพราะพวกเขา
นัดกันไว้ตอนสิบโมง แต่ตอนนี้เหล่านักลงทุนสายไปหลายนาทีแล้ว ตอนนั้นเองสายตาของเมิ่งชั่งก็เป็นประกาย เขารีบลุกขึ้นแล้วเดินไปทางประตู ไม่นานเมิ่งชั่งกับนักลงทุนกลุ่มหน่ึงก็เดินพูดคุยหัวร่อต่อกระซิกเข้ามาในร้าน
“ขอโทษจริงๆ ครับบอสเมิ่ง พอดีรถติดมากเลยมาสายไปหลายนาที ขอโทษที่ ต้องให้รอนะครับ”
“ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไรเลย เป็นเกียรติมากที่พวกคุณยอมแวะมาร้านผม ไม่ ต้องเกรงใจกันขนาดนั้น” เมิ่งชั่งดูนิ่งและใจเย็นเหมือนทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม หลังจากพูดคุยกัน
เล็กน้อย เขาก็เริ่มอธิบายสถานการณ์ของแบรนด์สาวหน้านิ่งให้ทุกคนฟัง เขาเล่าผลลัพธ์ของแผนการตลาดล่าสุดของสาวหน้านิ่ง การเตรียมการสําหรับ
ร้านใหม่ กระแสตอบรับเมนูใหม่ รายละเอียดเรื่องบริการต่างๆ ของร้าน และอื่นๆ แบรนด์สาวหน้านิ่งพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โมเดลการบริหารและรสชาติดีขึ้นเรื่อยๆ
แม้ว่าเหล่านักลงทุนจะเคยแวะมากันแล้ว แต่พวกเขาก็เห็นถึงการพัฒนาอย่างชัดเจน เพราะยังไงเมิ่งชั่งก็ผลาญเงนิเพิ่มขึ้น คงจะแปลกถ้าร้านยังเหมือนเดิม ถังอี้ซู่ที่นั่งอยู่มุมหนึ่งกาํลังชิมบะหมี่เย็นย่างพลางเงี่ยหูฟังเนื้อหาการสนทนา แต่เมิ่งชั่งไม่ได้พูดเสียงดังมาก ถึงจะตั้งใจฟังแต่ก็ได้ยินเป็นช่วงๆ เธอจึงอดไม่ได้
ที่จะรู้สึกเป็นกังวล ถ้าแวะมาร้านสาวหน้านิ่งแล้วไม่ได้อะไรกลับไปเลย จะไปรายงานอะไรให้รุ่นพี่ฟัง เมิ่งชั่งแนะนําร้านกับนักลงทุนอย่างกระตอืรือร้น “เราปรับสไตล์การตกแต่งร้านนิดหน่อย มีเพิ่มของตกแต่งเข้ามา หลักๆ ก็เพื่อ สร้างบรรยากาศท่ีผสมผสานระหว่างประเพณีดั้งเดิมและความทันสมัย ทุกคนจะเห็น ว่านั่นคือองค์ประกอบสไตล์จีนดั้งเดิม ส่วนโปสเตอร์ตรงนั้นให้กลิ่นอายความเป็นศิลป์ องค์ประกอบเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์วัฒนธรรมของแบรนด์สาวหน้านิ่ง
“สไตล์ที่ผสมผสานกันทําให้ลูกค้าได้พบบรรยากาศการกินอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ สไตล์การตกแต่งนี้จะเป็นจุดที่ลูกค้ายินดีแชร์ลงเว่ยป๋อหรือวงโซเชียลต่างๆ ซึ่งทําให้ ลูกค้าช่วยโปรโมตร้านให้เราฟรีๆ
“รายละเอียดพวกนี้สะท้อนให้เห็นในทุกแง่มุม ตัวอย่างเช่น โต๊ะและเก้าอี้ของเรา สั่งทําพิเศษกับทางโรงงาน โดยออกแบบให้อยู่กึ่งกลางระหว่างความย้อนยุคและความ ทันสมัย อีกทั้งยังสวยงามและใช้ได้จริง ตามหลักการแล้ว น่าจะใช้ไปได้อีกสิบปีโดย ไม่มีปัญหาอะไร…” เมิ่งชั่งหมุนเก้าอี้ไปพร้อมกับอธิบาย แต่จังหวะนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียง ‘เอี๊ยด’
เบาๆ จากนั้นเก้าอี้ก็ค้างอยู่อยา่งนั้น เมิ่งชั่ง “?” เขาคิดว่าตัวเองหมุนผิดทาง แต่พอพยายามหมุนไปอีกด้าน เขาก็พบว่ามันค้างไม่
ยอมขยับจรงิๆ!
บรรยากาศชวนกระอักกระอ่วนใจสุดๆ
เมิ่งชั่งงง เกิดอะไรขึ้นเนี่ย เขาไม่ได้โกหก โต๊ะเก้าอี้พวกนี้สั่งทําพิเศษด้วยวัสดุคุณภาพดีจริงๆ ตามหลักการ
แล้ว น่าจะใช้ไปได้สบายๆ อีกสองสามปี แต่มีบางอย่างผิดพลาด! ถึงจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แค่แกนหมุนเก้าอี้ค้างโดยไม่ทราบสาเหตุและไม่สามารถ
หมุนต่อได้ แต่ความรู้สึกที่เหมือนโดนตบหน้าเข้าอย่างจังก็ทําให้เม่ิงชั่งขายหน้าสุดๆ ถึงนักลงทุนจะไว้หน้าเขาและพูดอะไร แต่เมิ่งชั่งก็รู้ว่าพวกเขาต้องคิดอะไร บางอย่างอยู่ในใจแน่นอน ข้อบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ ที่สะสมเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ จะ ส่งผลต่อการประเมินของนักลงทนุ เงื่อนไขการลงทุนที่จะได้รับอาจโหดข้ึน แต่เมิ่งช่ังก็มีจิตใจที่แข็งแกร่ง อุปสรรคเล็กน้อยแค่นี้ไม่ทําให้เขาตื่นตระหนก เขา ยิ้มและพูดขึ้น “ดูเหมือนว่าจะยังมีปัญหานิดหน่อยเรื่องการควบคุมคุณภาพของ โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์แห่งนี้ แต่ก็ไม่เป็นไร เจอปัญหาจะได้รีบแก้ ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย อะไรครับ
“เดี๋ยวผมจะบอกใหพ้วกเขาปรับปรุงเรื่องการควบคุมคณุภาพ
“นอกจากบรรยากาศในการกินอาหารแล้ว การคัดเลือกและสร้างวัฒนธรรมการ ทํางานในหมู่พนักงานเสิร์ฟของเราก็แตกต่างจากร้านอื่นด้วย…” ขณะที่กําลังอธิบายอยู่ เขาก็เห็นลูกค้าคนหนึ่งลุกขึ้นอย่างหมดความอดทน ก่อน จะเดินไปต่อว่าที่เคาน์เตอร์ “ทําไมบะหมี่เย็นยังไม่ได้อีก ไหนว่าจะมาเสิร์ฟภายในสิบ ห้านาที นี่ยี่สิบนาทีแล้วนะ!” พนักงานประจําเคาน์เตอร์ตอบกลับด้วยความลําบากใจ “ขอโทษด้วยค่ะ เดี๋ยวจะ
รีบเร่งครวัให้นะคะ” ลูกค้ากลับไปนั่งที่โต๊ะโดยไม่พูดอะไร เห็นได้ชัดว่าเหล่านักลงทุนก็เห็นเหตุการณ์นั้น สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไป
เล็กน้อย เมิ่งชั่งใจตกไปอยู่ตาตุ่มขณะก่นดา่คนในครัวนับร้อยครั้ง ปกติก็ไม่มีปัญหาอะไรนี่ แถมตอนเช้าเขาก็ย้ําไปหลายรอบว่าให้เสิร์ฟอาหารให้เร็ว
ที่สุด ทําไมถึงมาสร้างปัญหาในเวลาแบบนี้นะ!
เละเทะมาก!
แต่เขาจะมามัวจมกับเรื่องนี้ไม่ได้ ยิ่งหาทางแก้ ยิ่งจะมีข้อบกพร่องเพิ่มขึ้น เขาจึง
แสร้งทําเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นและอธบิายข้อมูลให้นักลงทุนฟังต่ออย่างกระตือรือร้น แต่ผ่านไปไม่ถึงครึ่งนาที ก็มีเรื่องเกิดขึ้นอีก ชายร่างกํายําซึ่งดูเหมือนจะทนรออาหารมานานตะโกนขึ้นจากโต๊ะ “ทําไมฉันยัง ไม่ได้เครื่องเคียงอีก กินบะหมี่จะหมดแล้วเนี่ย! เครื่องเคียงมันไม่ต้องทําใหม่ทุกจาน ไม่ใช่เหรอ หรือมัวแต่ไปปลูกผักกนัอยู่” พนักงานเสิร์ฟรีบวิ่งเข้าไปขอโทษขอโพยด้วยเสียงแผ่วเบา มุมปากของเมิ่งชั่งกระตุกเบาๆ รอบนี้เมินไม่ได้อีกแล้ว ครั้งเดียวยังพอถือว่าเป็น
เรื่องบังเอิญได้ แต่นี่ดันเกิดขึ้นสองครั้ง สาวหน้านิ่งวางจุดยืนตัวเองเป็นแบรนด์อาหารจานด่วน ซึ่งอาหารจะจัดเสิร์ฟ ภายในสิบห้านาที ยิ่งเร็วกว่านั้นได้ก็ยิ่งดี แต่พอมีปัญหาเรื่องเวลาในการเสิร์ฟอาหาร นักลงทุนก็จะมองว่าการบริหารจัดการในครัวไม่ดี ส่งผลกระทบโดยตรงกับ ภาพลักษณ์และช่ือเสียงของแบรนด์สาวหน้านิ่ง แถมตอนนี้ยังไม่ถึงช่วงเที่ยงที่ลูกค้าแน่นร้านเลย ยังไงก็ไม่ควรมีปัญหาเรื่องการ
เสิร์ฟอาหารช้า ไม่มีทางหลอกพวกเขาได้เลย เมิ่งชั่งตั้งสติและสํารวมท่าที “ขอโทษด้วยครับ ดูเหมือนจะเกิดปัญหาขึ้นในครัว
ขอเวลาสักครู่นะครับ ผมขอตัวเข้าไปจัดการก่อน” เมิ่งชั่งรีบเดินเข้าไปในครัวแล้วกระซิบถามอย่างโกรธเคือง “เกิดอะไรขึ้น! ทําไม
วันนี้เสิร์ฟอาหารช้าขนาดนี้!” พนักงานเสิร์ฟกําลังยุ่งมือเป็นระวิง พอเห็นเมิ่งชั่ง ทุกคนก็รีบเข้ามาอธิบาย “บอ สเมิ่ง! ไม่รู้ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น แต่หนูดวงไม่ค่อยดีเลย เมื่อกี้เพิ่งเผลอทําบะหมี่ไหม้ แล้วก็ลื่นล้มตอนจะไปเสิร์ฟจานหลัก ลืมเสิร์ฟเครื่องเคียงด้วยค่ะ…” เมิ่งชั่งกัดฟันแน่นด้วยความโกรธ ทําไมต้องมาเกิดเรื่องแบบนี้ในช่วงสําคัญด้วย!
แต่ในเมื่อเป็นแบบนี้ไปแล้วและไม่มีทางออกที่ดีกว่านี้ เขาก็ได้แต่ด่าพนักงานแล้ว
บอกให้รีบเสิรฟ์อาหารให้เร็วที่สุด เมิ่งชั่งเดินออกจากครัวดว้ยสีหน้าสงบอีกครั้ง เขาเดินไปที่กลางร้านและปรบมือเบาๆ “ขออภัยลูกค้าทุกท่านเป็นอย่างยิ่งครับ วันนี้ในครัวมีปัญหานิดหน่อย แต่ไม่ต้องห่วงครับ ถ้าใครไม่ได้อาหารภายในสิบห้า นาที เราจะให้กินฟรีครับ!” ในเวลาแบบนี้ วิธีเดียวที่จะดับความโกรธของลูกค้าได้คือการเอาเงินฟาดหัว ถ้ามีปัญหาก็ต้องรีบแก้ไขทันที นักลงทุนพวกนี้จับตาดูเขาอยู่ ถ้าไม่รีบแก้ เดี๋ยว
จะโดนหักคะแนนเอา
ลูกค้าที่กําลังรออาหารด้วยความหงุดหงิดสงบใจลงเม่ือได้ยินว่าจะได้กินฟรี ชิวหงแปลกใจเล็กน้อยจึงกระซิบถาม “แปลกเนอะ ตอนเรามา อาหารก็มาเสิร์ฟ
ค่อนข้างเร็ว ในครัวมีปัญหาอะไรรึเปล่า” ถังอี้ซู่ก้มหน้าก้มตากินบะหมี่เย็นย่าง แสร้งทําเป็นไม่ได้ยินอีกฝ่าย
เธอยังจําครั้งแรกที่ไปงานเลี้ยงที่ภัตตาคารบ้านหมิงฝู่ได้ขึ้นใจ ขนาดภัตตาคาร
ระดับสูงของบอสหลี่ยังได้รับผลกระทบ มีปัญหามากมายเกิดขึ้นในครัว สาวหน้านิ่งเป็นร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดธรรมดา ครัวย่อมไม่ดีเท่าภัตตาคารบ้านหมิงฝู่
แล้วจะเอาอะไรไปต้านได้ ถังอี้ซู่รู้สึกผิดขึ้นมานิดหน่อย วันนี้เธอมาโดยไม่ได้บอกใคร แต่ดูจากสถานการณ์
ตอนนี้แล้ว เธอก็กังวลขึ้นมาเล็กน้อยว่าจะทําใหแ้ผนของรุ่นพี่พังรึเปล่า ถังอี้ซู่หยิบทิชชูมาเช็ดปาก “บอสชิว ไปกันเถอะค่ะ” ชิวหงผงะไป “อ้าว ไม่ดูต่อแล้วเหรอ” ถังอี้ซู่ส่ายหน้า “ไม่ค่ะ” เธอรู้ว่าเผยเชียนลงทุนในแบรนด์สาวหน้านิ่ง ถ้านั่งต่อไปแล้วสถานการณ์ในครัว
แย่ลง ผลที่ตามมาคงไม่ดีแน่ รีบกลับให้เร็วที่สุดกอ่นจะสร้างเรื่องไปมากกว่านี้น่าจะดีกว่า ชิวหงไม่พูดอะไรมาก เพราะยังไงถังอี้ซู่ก็มาตรวจสอบโดยไม่บอกใคร ส่วนเขามี
หน้าที่พาเธอมา ทั้งสองจึงลุกกลับออกไป เมิ่งชั่งอธิบายข้อมูลต่างๆ ให้นักลงทุนฟังต่อ แต่ก็สัมผัสได้ชัดเจนว่าเหล่านัก
ลงทุนไม่ได้สนใจเท่าตอนแรกแล้ว ทําอะไรไม่ได้แล้ว เคราะห์ซ้ํากรรมซัดวันนี้สร้างความเสียหายให้ร้ายแรงเกินไป
นักลงทุนส่วนใหญ่ที่รู้สึกสนใจกลบัไปอยู่ในสถานะรอดูไปก่อนเหมือนเดิม
“โอเคครับบอสเมิ่ง วันนี้พอแค่นี้ก่อน เราจะกลับไปคุยเรื่องการลงทุนแล้วจะให้ คําตอบในอีกสองวันนะครับ” เหล่านักลงทุนยังสุภาพเหมือนเดิม แต่ชัดเจนว่าทัศนคติเปลี่ยนไปเล็กน้อยจาก
ตอนที่เพิ่งมาถงึร้าน
เมิ่งชั่งตระหนักเรื่องนี้ดี แต่ก็ทําอะไรไม่ได้ เขาได้แต่กัดฟันทําทีเป็นไม่ใส่ใจและ
เดินไปสง่เหล่านักลงทุนด้วยรอยยิ้ม เขาถอนหายใจอยู่ภายใน ก่อนจะกลับเข้าร้านแล้วไปนั่งซึมที่โต๊ะ พนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งวิ่งเข้ามากระซิบเสียงเบา “บอสเมิ่งคะ! ในครัวไม่มีปัญหา แล้วค่ะ ลูกค้าส่วนหนึ่งที่ได้อาหารช้าได้กินฟรี เรามั่นใจได้ว่าช่วงเที่ยงที่ลูกค้าแน่นร้าน ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรค่ะ!” เมิ่งชั่งหันมองเธอ แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไร ท้อใจจริงๆ