ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 793 ลงทุนและถอนทุนซ้ําไปมา
บทที่ 793 ลงทุนและถอนทุนซ้ําไปมา
วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม เผยเชียนเข้าออฟฟิศตามปกติ เขาเลื่อนดูข่าวล่าสุดและหัวข้อสนทนาบนโลก
ออนไลน์ระหวา่งตรวจดูรายงานที่กิจการต่างๆ ส่งเข้ามา ทีมงานที่เกี่ยวข้องเร่งขอวีซ่าหลังจากเคาะแล้วว่าสโมสร FV จะไปลอสแอนเจลิส
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เรื่องอื่นๆ กําลังอยู่ในระหว่างการเตรียมการ แค่คิดว่าเยว่จือโจวกับหมิ่งจิ้งเชากําลังเก็บกระเป๋าและต้องบินไปอยู่ที่
ลอสแอนเจลิสเดอืนกว่า เผยเชียนก็แสนสุขใจ เผยเชียนคิดว่าจะตามไปเล่นที่ลอสแอนเจลิสด้วย แต่หลังจากคิดดูก็ตัดสินใจไม่
ไป ส่วนหน่ึงก็เพราะสัปดาห์สอบใกล้เข้ามาแล้ว เป้าหมายเอาชนะไอ้หม่าในการสอบ รอบนี้จะล้มเหลวถ้าบินไปเที่ยวเล่นหนึ่งเดือน อีกส่วนก็เพราะเผยเชียนไม่ได้อยากไป เที่ยวต่างประเทศเท่าไหร่ เขาชอบอยู่ที่จีนมากกว่า จิงโจวดีพอแล้ว ทําไมต้องไปเที่ยวที่อื่นอีก เขาทําทุกอย่างที่อยากทําได้ในจิงโจว ตอนนี้เขามีเงินทุนระบบเยอะมาก แทนที่จะ
ใช้เงินบินไปเที่ยวเล่น เอาเงินมาแปลงโฉมจิงโจวให้กลายเป็นแบบที่เขาชอบดีกว่า อีกอย่างถ้าในอนาคตอยากไปเที่ยวเล่น ก็หาเหตุผลไปได้ตลอด ตัวอย่างเช่น ไป
เก็บข้อมูลทําเกม ศึกษาดูงาน และอื่นๆ เผยเชียนไม่อยากให้เกิดโศกนาฏกรรมแบบรอบคัดเลือกขึ้นอีก ถ้าไปดูการ
แข่งขันถึงที่ สมาชิกทีมก็จะฮึดสู้ เกิดได้ ‘ภาพระดับโลก’ มาอีกจะทํายังไง เผยเชียนเลื่อนดูเว็บไปเรื่อยๆ ก่อนจะเห็นโพสต์หนึ่ง
“สาวหน้านิ่งกําลังจะแน่นิ่งแล้วรึเปล่า
“ไม่นานมานี้ได้ความนิยมบนอินเทอร์เน็ตสูงมาก เห็นโฆษณาของสาวหน้านิ่งทั่ว ทุกที่ ขึ้นคําค้นหายอดนิยมตลอด แต่ช่วงนี้เหมือนความนิยมตกลงมาหน่อย จะเจ๊ง แล้วเหรอ” โพสต์นี้ค่อนข้างดังทีเดียว มีหลายคนเข้ามาถกในประเด็นนี้
“ฉันว่าไม่ เมิ่งชั่งเพิ่งขึ้นบรรยายไปเมื่อไม่นานไม่ใช่เหรอ ร้านก็คนแน่น ค่อนข้าง คึกคักเลย เมิ่งชั่งเองก็มั่นใจมาตลอด ไม่เห็นจะแสดงท่าทีลนลานเลยนะ”
“ไม่ต้องห่วง แค่ได้ทุนก็อยู่รอดไปได้พักใหญ่แล้ว คิดว่าคนเก่งๆ แบบเมิ่งชั่งจะ บริหารร้านบะหมี่ไม่รอดเหรอ”
“อันที่จริงฉันเคยไปกินมาครั้งนึง รู้สึกว่าไม่เห็นดีเท่าที่โม้เลย ยอมรับเลยว่า บรรยากาศร้านกับรายละเอียดต่างๆ ทําได้ไม่เลว แต่สุดท้ายมันก็แค่บะหมี่เย็นย่าง ธรรมดา ไม่ได้อร่อยเว่อร์วังอะไรขนาดนั้น”
“เห็นว่าได้เงินลงทุนจากบอสเผยไม่ใช่เหรอ เหมือนบริษัทที่บอสเผยลงทุนจะ ประสบความสําเร็จกนัหมดเลยนะ อย่าได้ดูถูกตํานานการลงทุนแห่งจิงโจวเชียว”
“ฉันได้ยินมาว่าบอสเผยไม่ได้คุมบริษัทลงทุนของเถิงต๋าแล้ว บางโปรเจ็กต์ขาดทุน ต่อเนื่อง แต่ในภาพรวมก็ยังทํากําไรได้ วลี ‘ตํานานการลงทุน’ ใช้ได้แค่กับบอสเผย ใช้กับบรษิัทลงทุนหยวนเมิ่งไม่ได้”
“เห็นว่าบอสเผยถอนการลงทุนมาได้สักพักแล้วนี่ ไม่รู้ว่าจริงรึเปล่า ถ้าบอสเผยไม่ คาดหวังกับสาวหนา้นิ่ง ก็แสดงว่ามีอันตรายแฝงร้ายแรงและกําลังจะเจ๊งสิ” ชาวเน็ตถกกันอย่างดุเดือด ถึงจะไม่มีใครรู้ว่าความจริงเป็นยังไงหรือเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่ได้กระทบกับการถกเถียงของชาวเน็ต พวกเขาวิเคราะห์สถานการณ์กันอย่าง เผ็ดร้อนผ่านคีย์บอร์ด เผยเชียนอ่านคอมเมนต์ของทุกคนแล้วรู้สึกสับสนขึ้นมา ตกลงสาวหน้านิ่งจะไปรอดรึเปล่า บางคนมองว่าสาวหน้านิ่งมีโอกาสอันไร้ขีดจํากัด ถ้าได้เงินลงทุนอีกสักสองสาม รอบ ต้องทําเงินหลายร้อยล้านหยวนได้ง่ายๆ แน่นอน เมิ่งชั่งที่เป็นเจ้าพ่อ ผู้ประกอบการน่าจะพาบะหมี่เยน็ย่างรุ่งได้ง่ายๆ แต่ก็มีบางคนดูถูกสาวหน้านิ่งโดยบอกว่าทั้งหมดที่พูดมาโม้ทั้งน้ัน เดี๋ยวอีกไม่นาน
ก็เจ๊ง
เผยเชียนสับสนมาก
ใจหนึ่งก็รู้สึกว่าตัวเองทําถูกแล้วที่ถอนทุนทันเวลา แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกว่าตัวเอง
พลาดโอกาสดีในการขาดทุนไป เพราะงั้นจึงคิดไม่ตก หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน เผยเชียนก็โทรหาเฮ่อเต๋อเซิ่ง
“สาวหน้านิ่งช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง” เฮ่อเต๋อเซิ่งผงะไปและรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เขาแอบงงอยู่หน่อยๆ บอสเผยเป็นคนบอกให้ขายหุ้นสาวหน้านิ่งทิ้งหมดโดยไม่
ลังเลไม่ใช่เหรอ ทําไมวันนี้ถึงถามเกี่ยวกับสาวหน้านิ่ง ว่ากันตามตรง คนแบบบอสเผยซึ่งแน่วแน่และไม่มีทางเปลี่ยนใจไม่น่าจะหันหลัง
กลับสิ
แต่เฮ่อเต๋อเซิ่งก็ไม่ได้ถามอะไรมาก เขาตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา “ตอนนี้เรา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสาวหน้านิ่งแล้วครับบอสเผย เงินที่ได้มายังไม่ได้เอาไปลง ตรงไหน จิงไห่ปิงที่เป็นผู้จัดการการเงินก็กลับมาจิงโจวแล้ว เรากําลังรอลงทุนในโป รเจ็กต์ถัดไปอยู่ครับ
“เพราะงั้นผมเลยไม่มั่นใจว่าสถานการณ์ที่แน่ชัดของสาวหน้านิ่งเป็นยังไง ให้ผม ถามเมิ่งชั่งดูไหมครับ แต่พวกเราก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอีกฝ่ายแล้ว เขาอาจไม่ยอมบอก ผมก็ได้
“หรือจะให้ถามจิงไห่ปิงดีครับ เธอเคยดูแลเรื่องการเงินของสาวหน้านิ่ง น่าจะรู้ ข้อมูลวงในบ้างตอนที่ส่งงานต่อ” หลังจากคิดดู เผยเชียนก็ตัดสินใจไม่ถามเมิ่งชั่งเพราะถอนการลงทุนออกมาแล้ว ควรถามจิงไห่ปิงมากกว่า ถ้าไม่ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ก็ปล่อยไป ไม่ยุ่งกับสาวหน้านิ่งอีก แต่ถ้ามีจุด
เปลี่ยน ก็ต้องลองคุยกันดู คิดได้แบบนั้นเผยเชียนก็พูดขึ้น “โอเค เปิดประชุมวิดีโอเลย” เฮ่อเต๋อเซิ่งวางสายแลว้รีบเปิดประชุมวิดีโอ จิงไห่ปิงปรับแว่นสายตา สีหน้าของเธอยังดูจริงจังเหมือนตอนประชุมวิดีโอรอบที่
แล้ว “บอสเผยมีเรื่องอยากคุยกับดิฉันเหรอคะ” เผยเชียนพยักหน้า “คุณคิดยังไงเกี่ยวกับสาวหน้านิ่ง จากสถานการณ์ตอนที่คุณ
ทํางาน คุณคิดว่าโปรเจ็กต์นี้จะประสบความสําเร็จมั้ย” จิงไห่ปิงส่ายหน้า “เรื่องนี้อยู่เหนือความสามารถของดิฉันค่ะ ดิฉันเป็นแค่
ผู้จัดการการเงิน คงไม่กล้าอวดดีตัดสินอะไรต่อหน้าบอสเผยหรอกค่ะ” เผยเชียนกะไว้แล้วว่าต้องได้รับคําตอบแบบนี้ เพราะจิงไห่ปิงเป็นคนนิ่งและไม่ทําตัวโดดเด่น เธอไม่มีทางตัดสินอะไรที่ตัวเองไม่
เข้าใจ แต่จะจัดการงานของตัวเองให้เสร็จอย่างพิถีพิถัน ที่ผ่านมา จิงไห่ปิงไม่เคยมีส่วนร่วมในการตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับสาวหน้านิ่ง หรือ
‘บ่น’ อะไรกับเผยเชียนหรือเฮ่อเต๋อเซิ่ง เผยเชียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเปลี่ยนวิธีถาม “ถ้างั้นในแง่ของการเงิน แบ
รนด์สาวหน้านิ่งเป็นยังไง” หลังจากคิดสักพัก จิงไห่ปิงก็ตอบ “โมเดลของเมิ่งชั่งน่าจะเป็นโมเดลการตลาด ทางอินเทอร์เน็ตตามมาตรฐาน ถึงจะไม่ได้สร้างบัญชีการเงินปลอม แต่ก็ใช้วิธีการ ต่างๆ เพื่อทําให้งบการเงินดูดเีป็นพิเศษ
“แต่ว่ากันตามตรง กระแสเงินสดของสาวหน้านิ่งติดขัดมากมาตลอด เมิ่งชั่งทุ่ม เงินกับการตลาดหนักมอื จึงอยู่ในสถานะขาดเงินทุนตลอด
“ก่อนดิฉันออกจากบริษัท เงินลงทุนก้อนสุดท้ายที่สาวหน้านิ่งได้คือแปดล้าน หยวนจากบอสเผย ซึ่งเขาก็ใช้หมดไปอย่างรวดเร็ว
“แต่สาวหน้านิ่งจะเจอปัญหาอะไรหรือเปล่าขึ้นอยู่กับว่าเมิ่งชั่งหาเงินจากแหล่งอื่น ได้ไหม ถ้าทําได้ มูลค่าสาวหน้านิ่งก็จะพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าทําไม่ได้ ก็จะเจอปัญหาด้าน กระแสเงินทุนภายในสัปดาห์นี้ค่ะ
“ถ้าดิฉันคิดไม่ผิด เมิ่งชิ่งน่าจะกําลังหาเงินอย่างกระวนกระวายใจ แม้ตอนนี้จะดู นิ่งมากๆ
“แต่ถ้าเมิ่งชั่งลดค่าใช้จ่ายด้านการตลาดลง เขาก็น่าจะไปต่อได้อีกนาน เพราะ รายจ่ายของร้านไม่ได้เยอะ เงินไปลงกับการตลาดซะเยอะเลยค่ะ” เฮ่อเต๋อเซิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “ผมคิดว่าเขาน่าจะไม่ทําแบบนั้น ที่สาว หน้านิ่งมูลค่าพุ่งสูงได้ขนาดนี้เป็นเพราะนักลงทุนให้ความสนใจสูง ถ้าเมิ่งชั่งไม่ผลาญ เงินเพื่อรักษาความนิยม ความสนใจของนักลงทุนก็จะลดลง จากนั้นก็จะตกเข้าสู่วงจร อุบาทว์
“นี่คืออันตรายที่แท้จริงสําหรับเมิ่งชั่ง” เผยเชียนฟังอยู่เงียบๆ ในใจรู้สึกงุนงง เฮ่อเต๋อเซิ่งกับจิงไห่ปิงก็อธิบายอะไรไม่ได้มาก พวกเขาบอกได้แค่ว่าตอนนี้สาว
หน้านิ่งอยู่ในจุดคับขันสุดๆ ถ้าได้เงินก้อนโตมาใช้ดันมูลค่าและเรียกความมั่นใจจากนักลงทุนกลับมา มูลค่า ของสาวหน้านิ่งก็จะพุ่งสูง แต่ถ้านักลงทุนยังระแวดระวังกันอยู่ ห่วงโซ่เงินทุนของสาว หน้านิ่งก็จะเกดิปัญหาอย่างรวดเร็วและล้มละลาย ทํากําไรได้เป็นกอบเป็นกําหรือขาดทุนย่อยยับวัดกันที่พริบตาเดียว เผยเชียนจึงยังตัดสินใจไม่ได้ เขากลัวว่าถ้าลงทุนต่อไป มูลค่าของสาวหน้านิ่ง อาจจะพุ่งได้ แต่ถ้าหันหลังให้การลงทุนนี้ เขาก็กลัวว่าจะพลาดโอกาสขาดทุนครั้งเดียว ในชีวิตนี้ไป
ตอนนั้นเองเผยเชียนก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงถามออกไป “สาวหน้านิ่งใช้เงินกับ
การตลาดสัปดาหล์ะเท่าไหร่” จิงไห่ปิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง “โดยเฉลี่ย… ไม่ถึงหนึ่งล้านหยวนต่อสัปดาห์ค่ะ แต่ กิจกรรมการตลาดบางอย่างจัดทุกเดือน เช่น หาพื้นที่โฆษณาและถ่ายทําโฆษณา ค่าใช้จ่ายตรงนี้สูงมาก แต่ก็มีค่าใช้จ่ายประจําวันอื่นๆ ของร้านด้วย” เผยเชียนถามต่อ “ถ้าให้เงินเขาสัปดาห์ละหนึ่งล้านหยวนจะพอสําหรับการต่อชีวิต
สาวหน้านิ่งโดยไม่เพิ่มความนิยมได้มั้ย”
จิงไห่ปิงงงเล็กน้อย หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ตอบกลับ “ในทางทฤษฎีก็ใช่ค่ะ
แต่ดิฉันไม่ทราบเรื่องการบริหารธุรกิจ เลยการันตีไม่ได้ค่ะ” เผยเชียนคิดว่าควรลองดูจึงบอกออกไป “โอเค เฮ่อเต๋อเซิ่ง จับตาดูสาวหน้านิ่งไว้ ถ้าพบว่าอีกฝ่ายเงินหมดจริงๆ เมื่อไหร่ ให้ลงทุนเดือนละหนึ่งล้านเพื่อต่อชีวิต แต่ถ้า พบสัญญาณว่ามีคนอื่นๆ อยากเข้ามาลงทุน ให้หยุดทันที” เฮ่อเต๋อเซิ่งงง เขาไม่รู้ว่าบอสเผยต้องการทําอะไร จะแกล้งเมิ่งชั่งเหรอ บอสขายหุ้นทิ้งหมดแล้ว ทําไมถึงจะให้เงินสาวหน้านิ่งตอนที่สภาพร่อแร่แบบนี้ล่ะ ขาย ซื้อ ขาย ลงทุน ถอนทุนกับสาวหน้านิ่งซ้ําไปมา?
แต่ในเมื่อเป็นแผนของบอสเผยที่เป็นเทพเจ้าแห่งการลงทุน เฮ่อเต๋อเซิ่งก็คิดว่า ต้องมีเหตุผลเบื้องลึกแน่นอน เขาพยักหน้า “โอเคครับ ผมยังมีเงินเหลือจากการขาย หุ้นสาวหน้านิ่ง เดี๋ยวผมใช้เงินส่วนนี้จัดการ” เผยเชียนพอใจกับแผนของตวัเองมาก
ในเมื่อสาวหน้านิ่งนั้นก้ํากึ่งระหว่างรุ่งเรืองกับดับคาที่ ถ้ารักษาให้อยู่สภาพนี้ต่อไป
ได้ก็ไม่น่าจะเป็นอะไร นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายไม่ทําให้เจ๊งหรือรุ่งขึ้นมากะทันหัน สมบูรณ์แบบ
เลยไม่ใช่เหรอถ้าเปิดโอกาสให้เมิ่งชั่งทําการตลาดและช่วยเขาผลาญเงินไปพร้อมกันได้