ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 795 อัปเกรดที่นั่งได้ไหม
บทที่ 795 อัปเกรดที่นั่งได้ไหม
หลังจากอู๋เยว่และติงกั้นขึ้นเครื่อง ทั้งสองก็บอกให้สมาชิกทีมเก็บกระเป๋าบนชั้น
จากนั้นก็ไปนั่งประจําที่ของตัวเอง นี่คือการขึ้นเครื่องบินครั้งแรกของพานอิงที่เป็นหัวหน้าทีมสโมสร FV หลังจากนั่ง
ลง เขาก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองรอบๆ
“ที่นั่งบนเครื่องบินกว้างขนาดนี้เลยเหรอ นึกว่าจะคล้ายๆ กับรถไฟความเร็วสูงซะ อีก” พานอิงพึมพําเบาๆ อู๋เยว่หัวเราะ “ถ้าบินชั้นประหยัด คุณคงไม่พูดแบบนี้ ที่นั่งของชั้นเฟิร์สคลาส กว้างกว่านี้อีกนะ แต่บนเครื่องมีที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาสแค่ไม่กี่ที่ และผมว่าเราก็ไม่ควร ฟุ่มเฟือยเกินไป เลยจองเป็นชั้นธุรกิจแทน” ห้องโดยสารเฟิร์สคลาสเป็นเหมือนห้องส่วนตัว ที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาสหนึ่งที่มีขนาด เท่ากับที่นั่งชั้นประหยัดหกที่ ระยะห่างระหว่างด้านหน้ากับด้านหลังมากกว่าสองเมตร สามารถนอนกลิ้งไปมาได้ แต่ชั้นเฟิร์สคลาสมีที่นั่งไม่ถึงสามสิบที่ อู๋เยว่ไม่อยากให้ทุกคนได้รับการดูแลที่
ต่างกัน และไม่อยากฟุ่มเฟือยมากเกินไป เลยไม่เลือกนั่งเฟิร์สคลาส ชั้นธุรกิจแย่กว่าชั้นเฟริ์สคลาสแค่นิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก ถึงจะไม่มีห้องส่วนตัว แต่ที่นั่งชั้นธุรกิจก็มีโครงสร้างแบบกึ่งส่วนตัว มองเป็นช่อง เล็กๆ แยกกันด้วยที่กั้นเพื่อความเป็นส่วนตัวในระดับหนึ่งได้ แต่ก็ไม่เหมือนที่นั่ง เฟิร์สคลาสที่เป็นห้องส่วนตัว ตัดขาดจากโลกภายนอก แต่ที่นั่งชั้นธุรกิจก็ยังถือว่ากว้างอยู่ดี ด้านข้างมีโต๊ะขนาดใหญ่ ด้านหน้ามีจอ พร้อมช่องเสียบต่างๆ อยู่ข้างๆ ที่นั่งปรับเอนได้หนึ่งร้อยแปดสิบองศา เพราะงั้น ประสบการณ์ที่ได้รับจึงดกีว่าชั้นประหยัด ทุกคนนั่งประจําที่ตัวเอง แผงกั้นชั้นธุรกิจแบ่งทุกคนออกจากกัน ทําให้นักกีฬา
หลายคนที่เพิ่งขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรกประหม่าเล็กน้อย พานอิงพูดขึ้น “ผู้จัดการลู่ครับ มีอะไรที่ผมต้องระวงัไหม อะไรใช้ไม่ได้บ้าง” ผู้จัดการลู่ยิ้ม “อยากสั่งอะไรก็สั่งได้เลย ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนถามพนักงานได้ บอกไปว่าเพิ่งนั่งชั้นธุรกิจครั้งแรก พนักงานมีความเป็นมืออาชีพมาก พวกเขาไม่ หัวเราะคุณหรอก” พูดจบ พนักงานต้อนรับบนเคร่ืองบินก็เดินเข้ามาต้อนรับพร้อมมอบเครื่องดื่ม ผ้า
ร้อน และของว่างต่างๆ ให้ พนักงานย่อตัวลงข้างๆ ที่นั่ง เธอยื่นผ้าเปียกให้เช็ดมือและหน้าก่อน จากนั้นก็ เสิร์ฟน้ํากะทิลิ้นจี่ ก่อนจะยื่นเมนูอาหารให้พร้อมกับถามว่ามีข้อกําหนดพิเศษอะไร เกี่ยวกับอาหารรึเปล่า พานอิงตาลายขณะพลิกดูเมนู ที่ผ่านมาเขาคิดว่าอาหารบนเครื่องบินจะเป็นข้าวกล่องธรรมดา แต่พอเห็นเมนู เขา
ก็ตระหนักว่าอาหารไม่ใช่ข้าวกล่อง แต่มีให้เลือกมากมายหลายประเภท!
มีอาหารเรียกน้ําย่อยอย่างกุ้ง ส้มหั่นเต๋า สลัดตามฤดูกาล และอื่นๆ อาหารจานหลักสุดหรูมีทั้งเสต็กกระทะร้อนเสิร์ฟพร้อมหัวหอมผัด หน่อไม้ฝรั่ง และมันฝรั่งแดงราดซอสเกรวี่ หรือ ปลาค็อดดําเสิร์ฟกับมะเขือเทศราชินี มันฝรั่งอบ และมะกอกดํา มีชีส ผลไม้ ของหวาน อูด้งทะเล แซนด์วิชไก่และชีส และติ่มซําแบบจีนต้นตํารับ นอกจากนั้นยังมีเมนูอาหารเช้าอย่าง ไข่กวนกับหัวไชเท้า เห็ดชุบแป้งทอดกับน้ํา
เต้าหู้ บะหมี่ผัดไก่และเห็ด เบคอน ไส้กรอกหมู แพนเค้ก และอื่นๆ ที่น่าทึ่งที่สุดคือ พานอิงเห็นบะหมี่กึ่งสําเร็จรูปในเมนู ผู้โดยสารบางคนคงชอบ
แหละมั้ง แน่นอนนอกจากเมนูที่ว่ามาแล้ว ยังมีเมนูเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทต่างๆ
อย่างไวน์ แชมเปญ และอื่นๆ สรุปแล้ว เมนูนี้ทําให้พานอิงตาลายจนเลือกไมถู่กเลยทีเดียว แต่เขาก็ไม่ได้รีบ ยังมีเวลาให้คิดอีกเยอะกว่าเครื่องจะขึ้น หลังจากเครื่องขึ้น พานอิงก็เข้าใจสิทธิประโยชน์ของชั้นธุรกิจมากขึ้น เขาเลือกได้ว่าจะพักผ่อนหรือกินก่อน ถ้าเลือกนอน ก็สามารถนอนราบลงและ หลับพักผ่อนได้ พอตื่น พนักงานก็จะเข้ามาถามว่าต้องการกินอะไรไหม ถ้าเลือกกิน ก่อน เขาก็เลือกสั่งอาหารเรียกน้ําย่อย อาหารจานหลัก ของหวานอย่างเค้กหรือ ไอศกรีม และอื่นๆ ได้ ถ้ากินแบบไม่เร่งรีบจะใช้เวลาประมาณสองถึงสามชั่วโมง พอเหนื่อย ก็เอนตัวลงหลับพักผ่อนได้ สิ่งที่ต่างจากชั้นประหยัดคือ ที่นั่งชั้นธุรกิจเอนได้ร้อยแปดสิบองศา มีผ้าห่มผืน เล็ก หมอน ชุดนอน รองเท้าแตะ ชุดกระเป๋าสําหรับค้างคืน และอื่นๆ ประสบการณ์ การพักผ่อนจึงแตกต่างกนัโดยสิ้นเชิง พอไปเข้าห้องน้ําเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดนอนกับรองเท้าแตะ พานอิงก็ยิ่งรู้สึก สะดวกสบายมากกว่าเดิม ถึงจะอยู่บนฟ้า แต่ความรู้สึกแทบไม่แตกต่างจากโซฟาที่ บ้าน
แปรงสีฟัน ยาสีฟ้า ครีมทามือ และอุปกรณ์อาบน้ําอื่นๆ ในกระเป๋าสําหรับค้างคืน เป็นของแบรนด์ทุกชิ้น แม้แต่ตัวกระเป๋าเองก็หรูหราและคุณภาพดีมาก พานอิงไม่รู้ เลยว่ากระเป๋าใบเล็กนี้ก็ราคาเกินพันหยวนแล้ว นอกจากนั้น สิ่งอํานวยความสะดวกบางส่วนก็แตกต่างจากของชั้นประหยัดลิบลับ นอกจากที่นั่งจะปรับเอนราบได้แล้ว ยังติดระบบปรับลมเบาะมาด้วย พวกเขา
สามารถปรับอัตโนมัติได้ตามขนาดตัวเพื่อให้นั่งได้สะดวกสบายที่สดุ หูฟังเป็นหูฟังตัดเสียงรบกวนคุณภาพดี สวมปุ๊บ เสียงเครื่องยนต์ดังเสียดหูของ
เครื่องบินก็หายไปปั๊บ เข็มขัดนิรภัยเป็นเข็มขัดนิรภัยแบบหนังบุนวมรุ่นที่หนาขึ้น และไม่ได้หนาขึ้นอย่าง
เดียว แต่ยังมีถุงลมนิรภัยติดมาดว้ย ซึ่งปลอดภัยกว่า จอที่ดูอยู่ขนาดใหญ่กว่าช้ันประหยัดหลายเท่า มีรีโมตพิเศษใช้สําหรับพูดคุยกับ
ผู้โดยสารชั้นธุรกิจคนอื่นๆ แบบเรียลไทม์ด้วย พานอิงไม่ง่วงเลยสักนิด พอพนักงานอธิบายสิทธิประโยชน์ให้ฟัง เขาก็เริ่มสั่ง
อาหารไม่หยุด ก่อนหน้านี้ ตอนที่พานอิงกับทีมชนะการแข่งขันรอบคัดเลือก อู๋เยว่พาพวกเขาไป
ห้างใกล้สนามแข่งเพื่อกินอาหารดีๆ ซึ่งเป็นภัตตาคารตะวันตกราคาหวัละสี่ร้อยหยวน ส่วนอาหารที่เสิร์ฟในชั้นธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางหรือรสชาติก็ต่างทําให้พาน อิงเชื่อได้ยากว่านี่คืออาหารบนเครื่องบิน เขารู้สึกว่ามาตรฐานของมันเกือบเท่ากับ อาหารในภัตตาคารตะวันตกที่เคยกินเลย พานอิงชิมอาหารสองคําจากนั้นก็ยกไวน์ขึ้นจิบ เขารู้สึกผ่อนคลายมากจนอยากบิด
ขี้เกียจ
“ขึ้นเครื่องบินสบายขนาดน้ีเลยเหรอ “จะกินนอนตอนไหนก็ได้ไปตลอดสิบสามชั่วโมง ดูหนังตอนไหนก็ได้ ไม่เห็น เหนื่อยเลยสกันิด”
…
อีกด้านหนึ่ง ที่ห้องโดยสารชั้นประหยัด เจ้าซวี่หมิงเอนเบาะลงเรียบร้อยแล้ว แต่ที่นั่งชั้นประหยัดเอนได้แค่ร้อยยี่สิบองศา
ถึงจะใช้หมอนรองคอก็ยงัรู้สึกไม่สะดวกสบาย พอเครื่องขึ้น พนักงานก็เริ่มแจกอาหาร แต่มีข้าวกล่องให้เลือกแค่สองแบบ ไม่ว่า
จะเลือกอย่างไหนก็รสชาติไมด่ี ที่นั่งคับแคบกับถาดวางขนาดเล็กที่สั่นไปมาทําให้เพลิดเพลินกับอาหารได้น้อยลง
ต้องคอยระวังตลอดว่าข้าวกล่องหรือซุปจะหกใส่ตัก ไม่มีชุดนอน รองเท้าแตะ เครื่องอาบน้ํา และอื่นๆ ให้ เรื่องดีเพียงอย่างเดียวคือ ทุกคนได้นั่งด้วยกัน จึงไม่ต้องกลัวว่าที่นั่งข้างๆ จะเป็น
คนอ้วนหนักร้อยโลที่พยายามยัดตัวลงบนเบาะจนคนดา้นข้างไม่มีพื้นที่ส่วนตัว ถึงอย่างนั้น ที่นั่งชั้นประหยัดสุดคับแคบก็ทําใหเ้จ้าซวี่หมิงรู้สึกอึดอัดและคิดผิด เขารู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่มาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับสมาชิกทั้งสองสโมสร จริงๆ แล้ว
ควรจองที่นั่งชั้นธุรกิจให้ตัวเอง!
บอกได้แค่ว่าเขาไม่ได้คิดอะไรมากนักตอนที่จองตั๋วเครื่องบิน คิดแค่ว่ายอมนั่งๆ
ไปจนถึงลอสแอนเจลิส ให้สิทธิ์ตัวเองเหนือคนอื่นจะดูไม่ดี แต่สภาพจิตใจของเจ้าซวี่หมิงก็พังทลายทันทีเมื่อเห็นทีมสามสิบคนของสโมสร FV
นั่งชั้นธุรกิจ ส่วนเขาต้องมานั่งเบยีดเสียดในชั้นประหยัด พนักงานบังเอิญเดินผ่านมาพอดี เจ้าซวี่หมิงจึงรีบถามขึ้น “ผมอัปเกรดเป็นชั้น
ธุรกิจตอนนี้ได้ไหมครับ” พนักงานผุดยิ้มมืออาชีพพลางตอบกลับ “ขอโทษด้วยค่ะผู้โดยสาร ชั้นเฟิร์ส คลาสกับชั้นธุรกิจของเที่ยวบินนี้เตม็หมดแล้ว ไม่มีที่ว่างเลยค่ะ” เจ้าซวี่หมิงผงะไป “ไม่เหลือเลยเหรอครับ” พนักงานยิ้มพร้อมกับพยกัหน้า “ใช่ค่ะ ต้องขออภัยจริงๆ ค่ะ” เจ้าซวี่หมิงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ตามหลักแล้ว มักจะมีที่ว่างเหลือในชั้นเฟิร์ส
คลาสกับชั้นธุรกิจ เพราะราคาแพงมาก จึงอัปเกรดที่นั่งระหว่างบินได้ แต่สโมสร FV จองที่นั่งชั้นธุรกิจไปรวดเดียวสามสิบที่ แถมนี่ยังเป็นไฟล์ตไป
ลอสแอนเจลิสที่เป็นที่นยิมมาก เพราะงั้นจึงไม่มีที่นั่งเหลือเลย พูดอีกอย่างคือ เจ้าซวี่หมิงไม่มีทางเลือกอื่น เขาทําได้แค่นั่งเบียดเสียดในชั้น
ประหยัดไปอีกสิบชั่วโมง แล้วค่อยไปพักผ่อนให้เต็มที่ที่ลอสแอนเจลิส ริมฝีปากของเจ้าซวี่หมิงกระตุกขณะพยายามฝืนยิ้ม “ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ
ครับ” สายตาของเขามองไปยังทางเดินสู่ชั้นธุรกิจตรงหน้าอย่างฝืนใจ เขาเห็นพนักงานส่ง
ยิ้มให้ขณะดึงม่านกั้นระหว่างช้ันธุรกิจกับชั้นประหยัด เจ้าซวี่หมิง “…” เขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา ทริปไปลอสแอนเจลิสครั้งนี้ไม่น่าจะเป็นไปด้วยดีแน่
…