ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 798 การวิเคราะห์ข้อมูลระดับมืออาชีพแบบเต็มรูปแบบ
- Home
- ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี
- บทที่ 798 การวิเคราะห์ข้อมูลระดับมืออาชีพแบบเต็มรูปแบบ
บทที่ 798 การวิเคราะห์ข้อมูลระดับมืออาชีพแบบเต็มรูปแบบ (1)
หลังจากเห็นภาพคร่าวๆ ของสถานการณ์สโมสร FV ที่ลอสแอนเจลิส เผยเชียนก็
พักเรื่องนี้ไว้ชั่วคราว พวกเขาอยู่ห่างกันครึ่งโลก เวลาก็ห่างกันสิบกว่าชั่วโมง ถึงจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่
นู่น ก็คงสายเกินไปกว่าเผยเชยีนจะแก้ไขอะไรได้ เขาได้แค่ปล่อยให้เป็นไปตามแต่ที่จะเป็นและหวังว่าชีวิตอันเสื่อมโทรมของระบบ
ทุนนิยมจะทําใหไ้ฟในการสู้ของสมาชิกทีมพังลง เผยเชียนเช็กกิจการอื่นๆ ต่อ ตอนนั้นเองก็มีคนมาเคาะประตูห้องทํางาน เผยเชียนเงยหน้าข้ึนมองแล้วเห็นว่าเป็นเฮ่อเต๋อเซิ่ง
“มีอะไรเหรอ” เผยเชียนถาม
เฮ่อเต๋อเซิ่งพยักหน้า “บอสเผยครับ เรื่องแบรนด์สาวหน้านิ่งครับ เมิ่งชั่งมาที่จิ งโจวอีกแล้ว เขาอยากพบบอสอีก ผมยังไม่ได้ตอบตกลงไป เลยแวะมาถามก่อน บอส…อยากพบเขาไหมครับ” เผยเชียนผงะไป ทําไมไอ้เมิ่งชั่งมาที่จิงโจวอีกแล้วเนี่ย!
ฉันก็ดีใจที่แกบินไปบินมาเพราะจะได้ออกเงินค่าเดินทางคืนให้ แต่ทําไมแกอยาก
คุยกับฉันแบบต่อหน้าอีกแลว้ล่ะ ฉันยุ่งมาก… เอ้อ จริงๆ ก็ไม่ได้ยุ่ง แต่ถึงจะมีเวลาเยอะ ฉันก็ต้องเอาเวลาไปใช้ ผลาญเงิน ไม่ว่างมาฟังแกพูดอะไรไร้สาระหรอก
เผยเชียนถาม “รอบนี้มาทําไม” เฮ่อเต๋อเซิ่งตอบ “เขาบอกว่าอยากมาขอบคุณบอสต่อหน้าสําหรับเงินสองล้าน หยวนที่ให้ไปก่อนหน้านี้ พูดอีกอย่างคือ เขาน่าจะอยากมาสู้ดูเผื่อจะได้เงินลงทุนเพิ่ม จากบอส”
เผยเชียนขมวดคิ้ว ลงทุนเพิ่ม?
ไม่ใช่ว่าฉันลงทุนเพิ่มไม่ได้ แต่ประเด็นอยู่ที่แกต้องใช้เงินอย่างตรงไปตรงมา อย่า
สร้างปัญหาให้ฉัน!
รอบนี้เผยเชียนให้เงินสองล้านหยวนไปโดยไม่พูดอะไร เขาซื้อหุ้นบางส่วนของสาว
หน้านิ่งตามมูลค่าปัจจุบัน เผยเชียนวางแผนจะให้เงินเมิ่งชั่งอีกหลังอีกฝ่ายใช้หมดแล้ว เหตุผลหลักๆ ก็
เพื่อให้สาวหน้านิ่งอยู่ในสภาพพอไปต่อได้ นี่คือวิธีผลาญเงินที่ปลอดภัยที่สุด แต่เผยเชียนก็ไม่ได้บอกเมิ่งชั่งเรื่องนี้ อันที่จริงเขาไม่ได้ให้แม้กระทั่งคําใบ้อะไร
เลย เมิ่งชั่งจึงไม่รู้ว่าบอสเผยมีแผนจะลงทุนต่อไปเรื่อยๆ เผยเชียนไม่ได้คิดอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ “ผมจะไม่พบกับเขา” เผยเชียนรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรจะคุยกับเมิ่งชั่งมากนัก เมิ่งชั่งมาจิงโจวก็เพื่อขอ เงินเพิ่มไปทําการตลาดและเพิ่มมูลค่าแบรนด์สาวหน้านิ่ง แต่เผยเชียนไม่อยากให้เป็น แบบนั้น เพราะงั้นเป้าหมายของทั้งสองฝ่ายจึงขัดแย้งกันโดยพ้ืนฐาน ถึงจะเจอกัน ก็คงไม่ เข้าใจกันอยู่ดี เผยเชียนเองก็บอกความจริงกับเมิ่งชั่งไม่ได้ มีแต่จะเสียเวลาตัวเองไป เปล่าๆ
เฮ่อเต๋อเซิ่งพยักหน้า “โอเคครับบอสเผย เดี๋ยวผมไปบอกให้เขากลับ”
…
อีกด้านหนึ่ง ในห้องรับรองของบริษัทลงทุนหยวนเมิ่ง เมิ่งชั่งกําลังรอเฮ่อเต๋อเซ่ิงกลับมาอย่างกังวลใจ ของขวัญแสดงความขอบคุณที่
เตรียมมายังวางอยู่ข้างๆ ระหว่างช่วงที่ผ่านมา ถึงในเบื้องหน้าเขาจะดูนิ่ง แต่จริงๆ แล้วในใจกําลังวิตก
กังวลหนักมาก จู่ๆ บอสเผยก็ขายหุ้นสาวหน้านิ่งท้ิงหมดและถอนตัวออกไป ปล่อยให้ผู้ก่อตั้ง
อย่างเขาตกอยู่ในสภาพน่าเวทนาและเกือบเกิดเรื่องใหญ่ข้ึน โชคดีที่คุณสมบัติอันยอดเยี่ยมของเมิ่งชั่งทําให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนไม่ พังทลายลงทันที เขายังหลอกล่อเหล่านักลงทุนได้อยู่ แต่เรื่องนี้ก็ยังส่งผลกระทบ ร้ายแรงอยู่ดี ค่าใช้จ่ายประจําวันของสาวหน้านิ่งสูงมาก ในเมื่อหาเงินเพิ่มไม่ได้ เมิ่งชั่งก็ทําได้ แค่ลดค่าใช้จ่ายลงอย่างระมัดระวัง เขาไม่กล้าทําอะไรชัดเจนเกินไป เพราะกลัวจะโดน จับไต๋ได้ เมื่อไหร่ที่ข่าวเรื่อง ‘สาวหน้านิ่งลดต้นทุนลง’ กระจายออกไป แม้แต่คนโง่ก็มอง ออกว่าสาวหน้านิ่งขาดแคลนเงินทุนและกําลังจะเจ๊ง จากนั้นได้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นจริงๆ แน่ แต่ไม่ว่าในเบื้องหน้าจะตบตายังไง ยอดเงินในบัญชีก็ไม่มีทางโกหก แถมยังหวัง
พึ่งกําไรเพียงเล็กน้อยของร้านก็ไม่ได้ เมิ่งชั่งเครียดจนนอนไม่หลับ เพราะยิ่งนานวันไป สถานการณ์ฝั่งเขาก็ยิ่งตกเป็น
รองมากขึ้น
เขาถึงขั้นอยากยอมแพ้และปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม พอห่วงโซ่เงินทุนไปต่อ ไม่ไหว เขาก็จะประกาศให้แบรนด์สาวหน้านิ่งล้มละลาย การล้มละลายของบริษัท จํากัดจะไม่เกี่ยวข้องกับเขาซ่ึงเป็นผู้ก่อตั้ง อย่างมากสุดก็มองทุกอย่างเป็นแค่ความฝัน จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ได้มาเจอจิ้งจอกที่เจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าซึ่งก็คือบอสเผย อย่างน้อยก็ถือว่าแพ้ อย่างสมศักดิ์ศรี แต่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ บอสเผยก็กลับมา!
ถึงเงินสองล้านหยวนจะไม่มาก แต่ก็ช่วยจัดการปัญหาเร่งด่วนของเมิ่งชั่งและทํา
ให้กิจการสาวหน้านิ่งไปต่อได้ อีกอย่างท่าทีของบอสเผยครั้งนี้ดูน่าสนใจมากๆ เขาซื้อหุ้นตามมูลค่าสูงสุด ไม่มีตัดราคา เล่นเล่ห์เหลี่ยม หรือแม้แต่ขออะไรเป็น
พิเศษ เหมือนกับว่าให้เงินมาเปล่าๆ เรื่องนี้ทําให้เมิ่งชั่งสับสนมาก แต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนเห็นแสงแห่งหวังอัน
ริบหรี่ เมิ่งชั่งรู้ดีว่าสาวหน้านิ่งมีความนิยมในระดับหนึ่งแล้วหลังพัฒนามาถึงขั้นนี้ ตอนนี้ มีชื่อเสียงและไม่มีปัญหาอะไรในเบื้องหน้า การหาคนมารับช่วงต่อนั้นขึ้นอยู่กับการ หลอกล่อครั้งสุดท้าย เงินสองล้านหยวนจากบอสเผยไม่ได้มาก แต่ก็ทําให้เมิ่งชั่งเห็นความหวังอีกครั้ง อีกอย่างเมิ่งชั่งเห็นเว่ยป๋อของสโมสร FV ในอินเทอร์เน็ตวันนี้และรู้ว่าบอสเผยใจ กว้างกับสโมสร FV มาก เขายอมให้คนจากสโมสรบินชั้นธุรกิจและพักโรงแรมห้าดาว ทริปลอสแอนเจลิสที่ไปกันเยอะขนาดนั้นตอ้งใช้เงินอย่างน้อยหลายล้านหยวน ชัดเจนมากว่าบอสเผยใจกว้างมากและยังมีเงินอยู่ในมือล้นเหลือ เขาจะยอมเสียเงินมากขนาดนั้นเพื่อให้สโมสรอีสปอร์ตไปเที่ยวเล่นต่างประเทศ
แทนที่จะลงทุนในแบรนด์สาวหน้านิ่งเน่ียนะ ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเลยรึเปล่า เพราะงั้นในเมื่อบอสเผยให้เงินเขามาส่วนหนึ่งแล้ว เมิ่งชั่งจึงคิดว่าตัวเองยังขอเงิน
จากบอสเผยเพิ่มได้ แค่ขอพบสักสิบนาทีคงไม่น่าจะมากเกินไป
ระหว่างที่เมิ่งชั่งกําลังรออย่างอยู่ไม่สุข เฮ่อเต๋อเซิ่งก็กลับมา “เป็นยังไงบ้างครับบอสเหอ” เมิ่งชั่งลุกขึ้นถามทันที เฮ่อเต๋อเซิ่งส่ายหัวเบาๆ “ขอโทษด้วยครับ บอสเผยไม่มีเวลามาพบคุณ เชิญ
กลับไปก่อนนะครับ” เมิ่งชั่งเผยอปากเล็กน้อย ในใจรู้สึกเคว้ง โดนปฏิเสธเหรอ บอสเผยให้เงินเขามาแล้ว แต่แค่ห้านาทีก็ไม่ยอมมาเจอเลยเหรอ นี่มันอะไรกันเ
นี่ย
ตอนนี้บอสเผยคิดยังไงกับสาวหน้านิ่งกันแน่
“บอสเหอครับ เราสู้อีกหน่อยไม่ได้จริงๆ เหรอครับ” เมิ่งชั่งยังไม่ยอมแพ้ เฮ่อเต๋อเซิ่งถอนหายใจ ส่ายหน้า แล้วตอบกลับ “บอสเผยเป็นคนยึดมั่นในคําพูด ตัวเอง ถ้าตัดสินใจไปแล้ว ไม่มีใครโน้มน้าวได้ ถ้าบอกว่าจะไม่พบก็คือไม่พบ ถ้าไป ถามอีกคงไม่ดีแน่ รบกวนกลับไปกอ่นด้วยครับ”
เมิ่งชั่งอ้าปากจะพูดแต่ก็นกึลังเล ถึงจะไม่เต็มใจ แต่ก็ทําอะไรไม่ได้ ได้แต่หันหลังกลับออกไปเงียบๆ เฮ่อเต๋อเซิ่งหยิบของขวัญราคาแพงต่างๆ ที่เมิ่งชั่งนํามาด้วยส่งคืนให้ “ของขวัญ
พวกนี้ไม่จําเป็นครับ บอสเผยไม่รับของพวกนี้”
เมิ่งชั่งอยากจะปฏิเสธ แต่พอเห็นสีหน้าแน่วแน่ของเฮ่อเต๋อเซ่ิงก็ทําอะไรไม่ได้นอก
จากรับคืนมา
…
เมิ่งชั่งเดินถือของขวัญกลับออกจากบริษัทลงทุนหยวนเมิ่งดว้ยความสับสนสุดๆ แสงแห่งความหวังอันริบหรี่ที่เพิ่งลุกพรึบขึ้นมาโดนดับไปด้วยการปฏิเสธจากบอส
เผย
ไม่รู้ทําไม เมิ่งชั่งรู้สึกเหมือนเจอเข้ากับคนชั่วช้า
บอสเผยหมายความวา่ไงกันแน่ ลงทุน ถอนทุน กลับมาลงทุน แล้วถอนทุนอีก…
ประเด็นอยู่ที่เขาไม่สามารถคาดเดาการเคลื่อนไหวถัดไปของบอสเผยได้ พอเดาว่า จะลงทุนต่อ อีกฝ่ายก็ขายหุ้นในราคาถูก พอเดาว่าคงไม่ลงทุนอีกแล้ว จู่ๆ ไม่รู้ทําไม อีกฝ่ายกเ็อาเงินมาให้สองล้านหยวน จับทางไม่ถูกเหมือนพวกเพลย์บอยตัวฉกาจเลย คนขับรถรับของขวัญมาแล้วเอาไปเก็บท้ายรถ จากนั้นก็ถามขึ้น “ไปไหนต่อครับ
บอสเมิ่ง จะกลับปักกิ่งเลย หรือว่า…” เมิ่งชั่งขมวดคิ้วครุ่นคิด จู่ๆ เขาก็นึกอะไรขึ้นไดเ้ลยหยิบมือถือขึ้นมาเช็กดู
“บอสหลี่จากบริษัทลงทุนฟู่หุยก็อยู่ที่จิงโจว เราแวะไปดูกันดีกว่า ในเมื่อมาถึงที่ แล้วก็ไม่ควรเสยีโอกาสเปล่าใช่มั้ยล่ะ” เมิ่งชั่งมีรายชื่อนักลงทุนท่ีมีศักยภาพและอาจลงทุนในสาวหน้านิ่งอยู่ในใจ
สําหรับเขา รายชื่อนี้สําคัญมาก หลี่สือจับตาดูสถานการณ์สาวหน้านิ่งมาตลอดและคิดอยากลงทุน เมิ่งชั่งรู้เรื่องนี้ดี ในเมื่อมาถึงจิงโจวแล้ว ก็ไม่จําเป็นต้องรีบกลับ เขาควรใช้โอกาสนี้แวะไปหาบอ
สหลี่เพื่อคุยดูว่าจะขอเงนิลงทุนได้หรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นยุงตัวเล็กขนาดไหนยังไงก็มีเนื้อ แถมบริษัทลงทุนฟู่หุยก็มีเงินทุน เยอะมาก อาจเป็นไปได้ที่จะโน้มน้าวให้บอสหลี่ตัดสินใจลงทุนสักสองสามล้านเดี๋ยว นั้นเลย ในแวดวงการลงทุน ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรกับการลงทุนหลายร้อยล้านภายในสิบ
นาที แถมยังเกิดขึ้นค่อนข้างบ่อย เงินแค่ไม่กี่ล้านจึงถือเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย พอคิดได้แบบนั้น เมิ่งชั่งก็หันไปบอกคนขับรถ “อย่าเพิ่งกลับปักกิ่ง แวะไปบริษัท
ลงทุนฟู่หุยก่อน”
บทที่ 798 การวิเคราะห์ข้อมูลระดับมืออาชีพแบบเต็มรูปแบบ (2)
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เมิ่งชั่งก็มาถึงห้องรับรองบริษัทลงทุนฟู่หุย เขาไม่ได้เอาของขวัญมาด้วย ส่วนหนึ่งก็เพราะเป็นของขวัญขอบคุณบอสเผย ถึง บอสเผยจะไม่รับ แต่ก็ไม่เหมาะที่จะเอาไปให้คนอื่น เพราะบอสหลี่เองก็สนิทกับบอส เผยมาก อีกส่วนหนึ่งเพราะกลัวว่าถ้าทําตัวนอบน้อมเกินไปอาจย้อนมาทําร้ายตัวเองที หลังได้ หลี่สือมาต้อนรับเขาด้วยตัวเองอย่างอบอุ่น เซวียเจ๋อปินเองก็อยู่ด้วย ทั้งสามรู้จัก
กันมานาน พวกเขาคุยกันพลางจบิชา บรรยากาศเป็นไปอย่างปรองดอง หลังจากพูดคุยกันเล็กน้อย ทั้งสองฝ่ายก็เข้าประเด็นหลัก
“บอสเมิ่งน่าจะยุ่งมากท่ีปักกิ่ง ทําไมถึงมีเวลาแวะมาจิงโจวครับเนี่ย” หลี่สือถาม ขึ้นระหวา่งยกชาจิบช้าๆ เมิ่งชั่งยิ้ม “น่าอายจังครับ
“ถ้าผมเป็นพวกเสแสร้ง คงจะบอกว่าแวะมาหาบอสหลี่โดยเฉพาะ แต่ผมเป็นคน ซื่อสัตย์เสมอ คงพูดโกหกแบบนั้นไม่ได้
“อันที่จริง ผมแวะมาที่จิงโจวรอบนี้เพื่อขอบคุณบอสเผยเป็นการส่วนตัว แต่บอส เผยยุ่งกับงานอยู่เลยไม่มีเวลามาพบผม บังเอิญที่บอสหลี่เองก็อยู่ที่จิงโจวเหมือนกัน ผมเลยแวะมาหาครับ” หลี่สือยิ้ม “บอสเมิ่งสุภาพเกินไปแล้วครับ ถึงจะแวะมาหาระหว่างทาง ยังไงก็เป็น
การเยี่ยมเยียนอยู่ดี มีมิตรไมตรีจิตรมากครับ เอ้า เชิญดื่มชาก่อนครับ” เมิ่งชั่งรู้ดีว่าหลี่สือฉลาดเป็นกรดและระแวดระวังตัวเป็นอย่างดี อีกฝ่ายคอยสังเกตการณ์และจับตาดูแบรนด์สาวหน้านิ่งมาตลอดตั้งแต่งานโชว์เคส ครั้งแรก แต่ก็ไม่ยอมลงทุนแม้แต่หยวนเดียวจนถึงตอนนี้ แค่นี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าห
ลี่สือกังขาแบรนด์สาวหน้านิ่งและไม่มั่นใจในตัวเมิ่งชั่งขนาดไหน ถ้าเมิ่งชั่งบอกไปว่าแวะมาหาหลี่สือโดยเฉพาะ อาจจะทําให้หลี่สือระวังตัวมากขึ้น
และเกิดผลร้ายกับตัวเอง พอบอกไปว่ามาหาบอสเผยเลยแวะมาหาหลี่สือด้วยระหว่างทาง ถึงจะดูไม่ค่อยดี
เท่าไหร่ แต่ก็ช่วยผ่อนคลายความระแวงของอีกฝ่ายได้ อีกอย่างเมิ่งชั่งรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างหลี่สือกับบอสเผยดี และรู้ด้วยว่าหลี่สื
อชอบลงทุนตามบอสเผยอยา่งไม่ลืมหูลืมตาเสมอ ดังนั้นคําพูดของเขาจึงวางกับดักเล็กๆ ไว้ได้อย่างชาญฉลาด ตอนนี้ขึ้นอยู่กับว่าห
ลี่สือจะกระโดดมางับเหยื่อล่อรึเปลา่ ถ้าหลี่สือไม่เข้ามางับเหยื่อ เมิ่งชั่งก็จะไม่พูดขึ้นมาอีก เพราะจะดูจงใจเกินไป หลี่สือจิบชาและจับสารที่เมิ่งชั่งจะสื่อได้อย่างเฉียบขาด “ตั้งใจว่าจะไปขอบคุณ
บอสเผยเป็นการส่วนตัว? ไม่ทราบว่าจะไปขอบคุณเรื่องอะไรเหรอครับ” จากข้อมูลที่เขามี บอสเผยขายหุ้นสาวหน้านิ่งไปหมดแล้ว ทําให้นักลงทุนส่วน
ใหญ่รอดูสถานการณ์ไปก่อน สร้างปัญหาให้เมิ่งชั่งมากทีเดียว ในเมื่อไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก ทําไมเมิ่งชั่งถึงต้องถ่อมาตั้งไกลเพื่อขอบคุณบอส
เผยด้วยละ่ ไม่เห็นสมเหตุสมผลเลย เมิ่งชั่งตอบพร้อมรอยยิ้ม “จริงๆ ก็ไม่มีอะไรมากครับ แค่บอสเผยลงเงินก้อน
เล็กๆ ซื้อหุ้นสาวหน้าน่ิงไปส่วนหนึ่งอีกรอบครับ”
เขาไม่อยากระบุจํานวนเงินสองล้าน เพราะไม่ได้น่าตื่นเต้นอะไร และเขาก็คุยโว มากเกินไปไม่ได้ ถ้าหลี่สือไปยืนยันข้อมูลกับบอสเผยขึ้นมาจริงๆ จะทํายังไง ดังนั้น เขาจึงทําได้แค่บอกแบบกํากวม หลี่สือตาเป็นประกายดว้ยความสนใจ บอสเผยลงทุนอีกรอบเหรอ ก่อนหน้านี้หลี่สือบอกเซวียเจ๋อปินว่ามีโอกาสสูงที่บอสเผยจะกลับมาเล่นเกมนี้อีก
เหมือนตอนโปรเจ็กต์แอป ‘มาสิเด็กหัวกะทิ’ ซึ่งถือเป็นจังหวะที่ดีที่สุดในการลงทุน ถ้าบอสเผยกลับมาลงทุนอีก ก็หมายความว่า…
แต่พอคิดดูอีกที หลี่สือก็ตระหนักว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล ถ้าบอสเผยอยากใช้กลยุทธ์แบบตอนโปรเจ็กต์แอป ‘มาสิเด็กหัวกะทิ’ อีก เขาก็ ไม่น่าจะลงทุนแค่ ‘ก้อนเล็กๆ’ แต่ควรกว้านซื้อหุ้นสาวหน้านิ่งมาหมดเพื่อเข้าควบคุม เด็ดขาด เพราะเขาจะปรับสิ่งต่างๆ ตามความคิดของตัวเองได้ก็ต่อเมื่อมีสิทธิ์ควบคุมทุก
อย่างเด็ดขาด คําว่า ‘เงินก้อนเล็กๆ’ นี่น่าสงสัยมากๆ หลี่สือตระหนักว่าบอสเผยลงทุน จากนั้นก็ขาย แล้วกลับมาลงทุนต่ออีก ถึงจะดู
เหมือนว่าลงเงินให้เรื่อยๆ ซ้ําไปมา แต่ทุกครั้งนั้นเหมือนจะไปจี้จุดอ่อนเมิ่งชั่งเข้า บอสเผยจะสาดน้ําเย็นใส่เมิ่งชั่งทุกครั้งที่อีกฝ่ายเรียกความสนใจจากนักลงทุนได้ และกําลังจะประสบความสําเร็จ และจะลงเงินอีกก้อนเพื่อให้โปรเจ็กต์ไปต่อได้ทุกครั้ง ที่เมิ่งชั่งกาํลังจะหมดเงินแล้วไปต่อไม่ไหว หรือจะแปลว่า…
บอสเผยมั่นใจในความสามารถของเมิ่งชั่ง แต่ไม่มั่นใจในนิสัยของเขา?
หรือบอสเผยจะคิดว่าความคิดของเมิ่งชั่งไม่ได้อยู่ในทิศทางท่ีถูกต้อง เลยใช้วิธีนี้
เพื่อตบอีกฝ่ายให้เข้าลู่เข้ารอย
หลี่สือมีความคิดมากมายผุดในหัว การกระทําที่ผ่านมาของบอสเผยเหมือนจะมี
คําอธิบายที่ค่อนข้างสมเหตุสมผล เมิ่งชั่งไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย แต่ดูจากท่าทีของหลี่สือ ก็เห็นได้ชัดว่าหลี่สือจับ
ข้อความแฝงที่เขาต้ังใจจะสื่อสารผ่านข้อมูลที่ให้ไปได้ ถ้าเป็นแบบนั้น ก็หมายความว่ายังพอมีโอกาสที่หลี่สือจะลงทุน!
หลังจากพิจารณาอยู่พักหนึ่ง หลี่สือก็พูดขึ้น “ผมอยากจะลงทุนก้อนหนึ่งกับสาว
หน้านิ่ง แต่…” เมิ่งชั่งดีใจมากตอนที่ได้ยินช่วงครึ่งแรก แต่พอได้ยินคําว่า ‘แต่’ เขาก็เหมือนโดน
สาดด้วยน้ําเย็น หลี่สือไม่พูดให้จบในทันที แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายลุ้นอยู่อย่างนั้น แล้วถามขึ้น “บอ
สเมิ่งมั่นใจในโมเดลสาวหน้านิ่งไหมครับ” เมิ่งชั่งพยักหน้า “มั่นใจแน่นอนอยู่แล้วครับ แต่… พอเป็นเรื่องธุรกิจ ยังไงก็ยังมี
โอกาสล้มเหลวอยู่ครับ” หลี่สือคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น “ผมกับเซวียเจ๋อปินลงทุนแปดล้านหยวนกับ คุณได้ แต่มีเงื่อนไขคือ คุณต้องเซ็นสัญญาในข้อตกลงเพิ่มเติม คุณต้องร่วม รับผิดชอบหนี้สินของบริษัทแบบไม่จํากัด” ได้ยินแบบนี้เมิ่งชั่งก็อดเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยไม่ได้ การรับผิดชอบร่วมกันและแทนกันแบบไม่จํากัด ขอแค่เป็นนักธุรกิจ ถ้ามาได้ยิน
คํานี้ก็คงขนลุกซู่กันหมด การรับผิดชอบร่วมกันและแทนกันแบบไม่จํากัด คือการที่เขาในฐานะผู้ก่อตั้ง
บริษัทต้องแบกรับหนี้สนิของบริษัทด้วยเงินส่วนตัว ว่ากันตามหลักการแล้ว บริษัทส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่มีความรับผิดชอบหนี้สินแบบ จํากัด ถึงเมิ่งชั่งจะทําบริษัทเจ๊ง ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการประกาศให้บริษัทล้มละลาย เขาไม่ต้องแบกรับหนี้ด้วยเงนิส่วนตัว แต่ถ้าเป็นการรับผิดชอบหน้ีแบบไม่จํากัด หนี้สินของบริษัทจะตกเป็นของเมิ่งชั่ง ในแวดวงธุรกิจมีสถานการณ์แบบนี้มากมาย ผู้ก่อตั้งบริษัทมักจะต้องแบกหนี้ หลายร้อยล้านหยวนไว้บนหลังและต้องนั่งแท่นผู้บริหารเพราะเซ็นสัญญาข้อตกลงเดิม พัน ข้อตกลงการซื้อคืนทุน หรือข้อตกลงรับผิดร่วมกันอย่างไม่จํากัด เหตุผลที่เมิ่งชั่งไม่ได้เงินลงทุนมากนักก็เป็นเพราะเขายืนกรานไม่ยอมเซ็นสัญญา
ข้อตกลงเดิมพันกับข้อตกลงการซื้อคืนทุน เพราะถ้าเขาเซ็นสัญญาเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะได้เงินลงทุนมากขนาดไหน ก็มีความ
เป็นไปได้สูงที่จะเป็นหน้ีท่วมหัว ความเสี่ยงนี้สูงเกินกว่าที่เขาจะรับได้ไหว แต่เงื่อนไขของบอสหลี่แตกต่างจากนักลงทุนคนอื่นๆ เอาเข้าจริง ถือว่าเมตตา
มากกว่าอย่างเห็นได้ชดั เพราะบอสหลี่ไม่ได้ขอให้เมิ่งชั่งเซ็นสัญญาเดิมพันหรือขอให้เมิ่งชั่งซื้อคืนทุน ทั้งหมดในอนาคต และคืนเงินลงทุนทั้งหมดที่ได้ไปกลับมา แต่ขอแค่ให้เมิ่งชั่ง รับผิดชอบหนี้สินของบริษัทแบบไม่จํากัด พูดอีกอย่างคือ เมิ่งชั่งต้องจ่ายหนี้สินทั้งหมดของบริษัท แต่หุ้นจะยังเน่าคามือนัก ลงทุน
เมิ่งชั่งคิดหนัก ถ้าบริษัทไม่มีปัญหาเรื่องหนี้สินและได้เงินทุนจากนักลงทุนคนอื่น เขาก็หาคนมา
ซื้อหุ้นเพื่อถอนเงินสดออกมาได้ จบสวยกับทุกฝ่าย ถ้าบริษัทมีปัญหาจริงๆ เงินที่ค้างชําระส่วนใหญ่จะเป็นพวกค่าเช่า เงินเดือน พนักงาน เงินที่ต้องจ่ายให้กับซัพพลายเออร์ และอื่นๆ อย่างมากก็ประมาณหลักล้าน ถึงหลักสิบล้าน คงไม่เกิดสถานการณ์แบบที่ต้องแบกรับหนี้หลายร้อยล้านหยวนและกลายเป็น
ขอทานไปชั่วชีวิต ถ้าไม่อยากแบกรับความเสี่ยงเลย ก็ไม่ควรรับเงินก้อนนี้ แต่สําหรับเมิ่งชั่งแล้ว นี่
คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดที่เขาจะได้ในอนาคตอันใกล้นอกจากการลงทุนจากบอสเผย ถึงสาวหน้านิ่งจะไม่ประสบความสําเร็จเลยก็ไม่เป็นไร แต่มาถึงขั้นนี้แล้วจะให้ยอม
แพ้ได้ยังไง ในฐานะนักเดิมพัน เมิ่งชั่งไม่สามารถตัดสินใจโหดร้ายแบบนั้นได้ อันที่จริง เมิ่งชั่งดันความเสี่ยงขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างการบริหารสาวหน้านิ่ง ยิ่งความ เสี่ยงสูงข้ึน ก็ยิ่งยอมแพ้ได้ยากขึ้น เดิมทีเขาเป็นแค่พนักงานธรรมดาๆ ที่ไม่มีสิทธิ์มี ส่วนร่วมในเกมการลงทุนแบบนี้ ไม่มีแม้กระทั่งสิทธิ์จะถือไพ่สักใบ เขาค่อยๆ เดินมาทีละขั้นจนถึงจุดนี้ ถึงจะมีเหตุการณ์พลิกผันบ้างระหว่างทาง แต่ชิปก็ยังวางกองรวมอยู่บนโต๊ะ ถ้าทนต่อไปอีกหน่อย ก็ดูเหมือนมีโอกาสที่จะกวาด ชิปส่วนใหญ่บนโต๊ะไปได้…
ภายใต้สถานการณ์นี้ หัวใจที่แน่วแน่มาตลอดของเมิ่งชั่งก็สั่นคลอนเล็กน้อย เขา
เต็มใจที่จะยอมรับความเสี่ยงระดับหนึ่งเพื่อชิปที่ลงพนันไปแล้ว หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง เมิ่งชั่งก็พูดขึ้น “ผมรับเงื่อนไขได้ครับบอสหลี่ แต่ขอ
ผมดูรายละเอียดสัญญาการลงทุนก่อนได้ไหมครับ” หลี่สือยิ้มพร้อมกับพยักหน้า “ได้ครับ”
…
บ่ายสอง ลอสแอนเจลิส ทั้งสามสโมสรกําลังฝึกซ้อมอยู่ในร้านอินเทอร์เน็ต แต่สโมสร FV อยู่ชั้นสอง
ส่วนอีกสองสโมสรอยู่มุมหนึ่งของชั้นล่าง สมาชิกของสโมสรใช้แอกเค้านต์แรงก์สูงที่ได้จาก Finger Games เล่นเกมแรงก์
ไปสองสามตา ตอนนี้พวกเขากําลังรอแข่งซ้อมมือกับทีมจากยุโรปและสหรัฐอเมริกา ถึงทั้งสองทีมจะซ้อมด้วยกัน แต่ก็เว้นระยะห่างจากกันประมาณหนึ่งที่ชั้นแรกของ
ร้านอินเทอร์เน็ต ถึงพวกเขาจะไม่ได้ถูกจัดอยู่ในสายเดียวกันแน่นอน แต่ก็อาจบังเอิญมาเจอกัน
หลังช่วงแบ่งสาย ทั้งสองทีมจึงต้องสงวนไพ่ตายเผ่ือไว้ไม่ให้อีกฝ่ายรู้ ผู้จัดการทีมหนึ่งหันมองเวลาอย่างกระวนกระวายใจ “ยังไม่เข้ามาอีกเหรอ ให้เลข
ห้องไปผิดรึเปล่า” สมาชิกทีมส่ายหน้า “ถูกแล้วครับ “มาแล้วครับ มาแล้ว!” นักกีฬาห้าคนทยอยเข้ามาในห้องตั้งเอง ชื่อ ID พวกเขานําหน้าด้วย FRY หลังจากเข้ามา พวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไร แค่พิมพ์ถามว่า “GO?” ผู้จัดการทีมดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ แต่ก็ยังตอบออกไป “อืม เริ่มได้เลย” การแข่งซ้อมมือเริ่มต้นขึ้นอย่างเปน็ทางการหลังสมาชิกทีมตอบไปว่า “GO” สโมสร FRY ถือเป็นสโมสรใหญ่ของต่างประเทศ ทีม GOG ที่ตั้งขึ้นก่อนหน้านี้ เข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศของงานแข่งขันชิงแชมป์โลกและคว้าที่สี่กลับมาได้ เรียกได้ว่า เป็นผลงานที่ดีที่สุดที่ทีมจากต่างชาติทําได้ การทําผลงานได้ระดับนั้นแม้จะเริ่มปั้นทีมช้ากว่าแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานและ
ความแข็งแกร่งของสโมสร FRY ตอนนี้สโมสร FRY ถือเป็นทีมระดับแนวหน้าในแวดวงเกม IOI
ไม่ง่ายเลยที่จะขอให้พวกเขามาร่วมแข่งซ้อมมือครั้งนี้ด้วยได้ เจ้าซวี่หมิงเชิญพวก เขามาแข่งด้วยผ่านเส้นสายของ Finger Games ถ้าติดต่อไปเป็นการส่วนตัว สโมสร
FRY น่าจะปฏิเสธ เพราะงานแข่งขันชิงแชมป์โลกกําลังจะเริ่มขึ้นแล้ว เวลาของทุกทีมมีค่ามาก ใน หนึ่งวันแข่งซ้อมมือได้แค่ไม่กี่รอบ ถ้าแข่งกับทีมฝีมืออ่อนกว่าแล้วไม่ได้พัฒนาอะไร เลยก็ถือเป็นการเสียเวลาเปล่าและฉุดตัวเองลง สโมสร FRY อยากแข่งซ้อมมือกับทีมจากยุโรปและอเมริกามากกว่า พวกเขาไม่
แยแสทีมจากจีนเลย ผู้จัดการทีมรู้เรื่องนี้ดี เพราะงั้นเลยไม่พูดอะไรแม้สโมสร FRY จะมาสายไปหลาย
นาทีและไม่คิดจะขอโทษเลยสักนิด พวกเขาเริ่มแข่งซ้อมมือกันตามปกติ
บทที่ 798 การวิเคราะห์ข้อมูลระดับมืออาชีพแบบเต็มรูปแบบ (3)
หนึ่งชั่วโมงต่อมา การแข่งซ้อมมือจบลง สมาชิกทีมตกอยู่ในสภาพงุนงงอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาดูหน้าสรุปผลเกมและสถิติ
ต่างๆ บนหน้าจอแล้วขมวดคิ้วพลางไตร่ตรองถึงชีวิต ในเวลาหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา พวกเขาแข่งซ้อมมือกันไปสองเกม สกอร์อยู่ที่ 2:0
ซึ่งรวมเวลาพักสิบห้านาทีระหว่างเกมด้วย หลังจากนั้น สมาชิกสโมสร FRY ก็ออกจากห้องไปโดยไม่แม้แต่จะบอกลา ราว
กับว่าถ้าอยู่นานกว่านี้อีกวินาทีเดียวจะโดนฉุดฝีมือลง ผู้จัดการทีมเองก็สับสนไม่ต่างกับสมาชิกทีม
หลังจากนั้นโค้ชกับสมาชิกทีมก็เริ่มถกกันอย่างดุเดือด
“FRY ใช้สไตล์การเล่นแบบไหนเนี่ย ไม่เห็นเข้าใจอะไรเลยตั้งแต่การเลือกตัวไป จนถึงกลยุทธ์ที่ใช้ แตกต่างกับเวอร์ชันที่แล้วสุดๆ!”
“เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเลือกฮีโร่ที่เก่งขึ้นหลังอัปเดตเป็นเวอร์ชันใหม่ ส่วนเรายังใช้ กลยุทธ์เดิมอยู่ แบบนี้จะไปสู้เขาได้ยังไง”
“บอกแล้วไงว่าตัวไหนสู้ไม่ได้เลยให้แบน!”
“จะมาพูดอะไรไร้ประโยชน์เอาตอนนี้ คิดว่าเราแบนฮีโร่ได้เยอะขนาดนั้นเลย เหรอ”
“ฉันรู้สึกว่าสไตล์การเล่นของทีมยุโรปกับอเมริกาไม่ได้แก้ทางเราขนาดนั้น แถม ยังรู้สึกเหมือนพวกเขาไม่ได้เล่นจรงิจังด้วยซ้ํา แค่ฝั่งเรายิ่งเล่นยิ่งพัง…”
“ต้องแก้ทางอะไรอีก ฝีมือต่างกันขนาดนี้…”
สมาชิกทีมถกเถียงกัน แพ้การแข่งขันไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ที่น่ากลัวคือแพ้ยับเอาง่ายๆ ขนาดที่ตัวเองยังไม่รู้ ว่าพลาดตรงไหน ตั้งแต่การเลือกฮีโร่ ความเข้าใจในเวอร์ชันเกม ไปจนถึงการปรับใช้กลยุทธ์และ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในเกม สโมสร FRY นําหน้าพวกเขาทุกอย่างแบบทิ้งห่างไม่ เห็นฝุ่น!
เรื่องการเล่นระดับพื้นฐานของทั้งสองทีมไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่สโมสร FRY ก็ ถือไพ่เหนือกว่าได้ง่ายๆ จากกลยุทธ์เล็กน้อยช่วงต้นเกม จากนั้นอีกฝ่ายก็ใช้กลยุทธ์ที่ เหนือกว่าในการเพิ่มข้อได้เปรียบ พอไอเทมเริ่มทิ้งห่างกัน ไม่ว่าพวกเขาจะทําอะไรก็ สูญเปล่า สมาชิกทีมทุกคนรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ควรโทษตัวเอง แต่พวกเขาก็แพ้ยับเยิน ไม่ว่า
ใครก็คงสลัดความผิดไปจากตัวไม่ได้ สถานการณ์แบบนี้กอ่ให้เกิดความขัดแย้งภายในได้ง่าย โค้ชปรบมือดึงสติทุกคน
“โอเค เลิกเถียงกันได้แล้ว!
“ยังเหลือเวลาอยู่ก่อนงานแข่งขันชิงแชมป์โลกจะเริ่ม ในเมื่อทุกคนตระหนักถึง ช่องว่างระหว่างทีมเรากับทีมยุโรปและอเมริกา แล้วเราก็ควรใช้เวลานี้เปลี่ยนแปลง ตัวเอง
“ตั้งแต่นี้ไป เราจะศึกษากลยุทธ์ของทีมยุโรปและอเมริกา เรายืนยันได้แล้วว่าการ แข่งชันชิงแชมป์โลกจะใช้เวอร์ชันใหม่ ดูจากสถานการณ์ของเราในตอนน้ี เราต้องโดน ถล่มยับแน่ถ้าไม่ยอมปรับตัวให้เข้ากับเวอร์ชันใหม่
“ตอนนี้มาทบทวนการแข่งซ้อมมือและเรียนรู้จากกลยุทธ์ของ FRY กัน…” เหล่านักกีฬาสงบใจลงไดเ้ล็กน้อยหลังโค้ชแนะนํา ถึงพวกเขาจะวิเคราะห์อะไรจากการแข่งขันที่มีช่องว่างทางฝีมือที่ห่างกันมากๆ ไม่ได้เท่าไหร่ แต่โค้ชกับเหล่านักกีฬาก็ไม่มีทางออกที่ดีกว่านี้เหมือนกัน พวกเขาจึงได้ แต่ทําเท่าที่ทําได้ไปทีละนิด การพัฒนาระบบนิเวศสโมสร IOI ในจีนนั้นไม่ได้ดีอยู่แล้วตั้งแต่แรก พอ Finger Games ตัดสินใจใช้เวอร์ชันใหม่ในงานแข่งขันชิงแชมป์โลก สถานการณ์ก็ยิ่งแย่ลงไป อีก แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ทําได้แค่กัดฟันสู้ต่อไป ผู้จัดการทีมเห็นว่าบรรยากาศยังหดหู่อยู่ จึงรีบเข้าไปปลอบ “ไม่เป็นไรนะ ทุกคน ก็พยายามกันให้เต็มที่ ที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตา เป้าหมายของเราคือ ผ่านรอบแบ่งสายไปรอบแปดทีมสุดท้าย ถ้าฮึดสู้กันอีกหน่อยแล้วเข้ารอบสี่ทีมสุดท้าย ได้ก็ถือว่าประสบความสําเร็จยิ่งใหญ่แล้ว
“เพราะยังไง FRY ก็เป็นทีมสโมสรใหญ่ที่แข็งแกร่งมากของฝั่งตะวันตก งาน แข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งนี้มีทีมอ่อนหลายทีมจากภูมิภาคต่างๆ ถ้าเราชนะทีมอ่อนไปได้ เรื่อยๆ ยังไงก็ได้เข้ารอบแน่นอน
“อีกอย่างสโมสร FV ก็ไม่ได้สิทธิพิเศษเหมือนเรา พวกนั้นไม่มีแอกเค้านต์แรงก์ สูง แถมยังไม่มีช่องทางติดต่อทีมฝั่งยุโรปและอเมริกา ถึงจะไม่ได้เจอกันและตกรอบ แปดทีมสุดท้ายทั้งคู่ ยังไงพวกเขาก็ต้องแบกรับกระแสด่าทอเกือบ 90% เพราะเป็น ทีมอันดับหนึ่งของจีน
“เพราะงั้นไม่ต้องกดดันตัวเอง เตรียมตัวให้ดี ถึงเราจะโดนด่า สโมสร FV ก็ต้อง โดนด่ากอ่นแน่ กระแสสังคมที่เราได้รับน่าจะอยู่ในระดับที่ทนได้ไหว” สมาชิกทีมมองหน้ากัน พวกเขารู้สึกว่าที่ผู้จัดการทีมพูดก็ฟังดูสมเหตสุมผล
มีสโมสร FV รั้งท้ายอยู่แล้ว ก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลอีก พวกเขาเป็นทีมอันดับหนึ่ง บินชั้นธุรกิจมาต่างประเทศ พักโรงแรมห้าดาว แถมยัง
ได้ตีตั๋วเข้ารอบแปดทีมสุดท้ายเลยอีก จึงไม่มีโอกาสให้ได้ซ้อมมือเลย ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว พวกเขาน่าจะตกรอบตั้งแต่นัดแรกของรอบแปด
ทีมสุดท้าย ถึงจะแพ้การแข่งขัน ยังไงสโมสร FV ก็โดนรุมด่าก่อนเพื่อนอยู่ดี พอคิดได้แบบนั้น บรรยากาศในห้องก็เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้น เหล่านักกีฬาเริ่มทบทวน
การแข่งซ้อมมือก่อนหน้านี้เพ่ือศึกษาสไตล์การเล่นของสโมสร FRY
…
ขณะเดียวกัน ที่ชั้นสองของร้านอินเทอร์เน็ต ทีมหนึ่งของสโมสร FV กับสโมสร SUG กําลังแข่งซ้อมมือกันอยู่ ส่วนสมาชิกทีมสองกําลังวิเคราะห์กลยุทธ์และความ แข็งแกร่งของฮีโร่ในเวอร์ชันใหม่กับทีมวิเคราะห์ข้อมูลเกม ไฟล์เอกสารบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเยว่จือโจวมีข้อมูลต่างๆ อัดแน่นเต็มไป
หมด ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเวอร์ชันใหม่
“ฮีโร่พวกนี้ยังไม่เป็นที่นิยมเหมือนเดิม เพราะถึงปรับมาแล้วก็ยังอ่อนแอในเลน แถมคนทั่วไปก็ไม่คอ่ยหยิบมาเล่น โอกาสชนะจึงต่ํามากในสถิติของทางออฟฟิเชียล
“แต่พอจับคู่กับไอเทมบางชิ้นในเวอร์ชันใหม่ ความสามารถในการสู้ช่วงท้ายเกมก็ เพิ่มขึ้นจากเดิมมากถ้าดูจากข้อมูลดิบ
“ถ้าเราเลือกฮีโร่มาเสริมโดยมีพวกนี้เป็นตัวหลัก เราก็ต้องเน้นเรื่องการป้องกัน เลนจากทิศทางต่างๆ ขณะเดียวกัน คนที่จะหยิบฮีโร่พวกนี้มาเล่นก็ต้องฝีมือดีมากๆ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องแกร่งพอจะต้านการกดดันได้ไหว เพราะถ้าฮีโร่ที่เราเลือกมาไม่ เกิด ก็จะเกิดผลกระทบต่อไปถงึเลนอื่นๆ ทําให้เลนพังกันหมด… “กลับกันถ้าเรายืนเลนช่วงต้นและกลางเกมได้ราบรื่น ทีมไฟต์ช่วงท้ายเกมก็งัดข้อ กับอีกฝ่ายได้ โอกาสชนะจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด…” รอบนี้สโมสร FV พาทีมวิเคราะห์ข้อมูลทีมใหญ่มาด้วย โดยมีทั้งนักออกแบบเกม อย่างเยว่จือโจว หมิ่งจิ้งเชา เปาซวี่ โค้ชสโมสร DGE และทีมวางกลยุทธ์เดิมของ สโมสร FV
ถึงคนกลุ่มนี้จะวิเคราะห์เกม GOG มาก่อน แต่พวกเขาก็ปรับตัวเข้ากับ IOI ได้ใน
เวลาไม่นาน เพราะยังไงทั้งสองเกมก็เป็นเกมประเภทเดียวกัน แถม IOI ยังปรับระบบการเล่น
ให้คล้ายกับ GOG อีก หมิ่งจิ้งเชารับผิดชอบเรื่องการปรับสมดุลเกม GOG จึงเชี่ยวชาญเรื่องข้อมูลมาก
เขาสามารถประมาณความแข็งแกร่งของฮีโร่ IOI หลังปรับเวอร์ชันใหม่ได้คร่าวๆ แน่นอนว่าการประมาณการจากข้อมูลดิบเพียงอย่างเดียวไม่แม่นยําเท่าไหร่ ค่าสถานะฮีโร่บางตัวดูดี แต่ในความเป็นจริงไม่สามารถสร้างผลงานที่ดีได้ แม้แต่ คนปรับสมดุลเกมของทางออฟฟิเชียลก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าการปรับเปลี่ยนเกมที่ ออกมาจริงๆ จะสมบูรณ์แบบเหมือนที่คาดการณ์ไว้รึเปล่า แต่ทีมกลยุทธ์ของสโมสร FV ไม่ได้แค่วิเคราะห์ข้อมูลอย่างเดียว พวกเขาแบ่ง
กระบวนการออกเป็นสามขั้นตอนเพื่อใหม้ั่นใจว่ากลยุทธ์จะนําไปปรับใช้ได้จริง ขั้นแรก เยว่จือโจว หมิ่งจิ้งเชา กับนักวิเคราะห์ข้อมูลคนอื่นๆ จะวิเคราะห์ข้อมูลดู ว่าฮีโร่และสไตล์การเล่นไหนแข็งแกร่งในเวอร์ชันใหม่ โดยระบุเป็นช่วงที่ไม่ชัดเจนไว้ คร่าวๆ
จากนั้นโจวเผิงหย่วน โค้ชสโมสร DGE จะนําฮีโร่และสไตล์การเล่นที่แข็งแกร่งไป รวมเข้ากับระบบกลยุทธ์ที่พัฒนากว่าของ GOG เพื่อทําแผนต้นแบบออกมาและรอ ยืนยันผลลัพธ์ต่อไป สุดท้ายนักกีฬาของทั้งสามทีมจะทดสอบความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ในช่วงต้น
กลาง และท้ายเกมซ้ําไปมาผ่านการเล่นเดี่ยวและการแข่งซ้อมมอื ถ้าความแข็งแกร่งไม่ได้มาตรฐาน ทีมกลยุทธ์จะวิเคราะห์สาเหตุที่ทําให้ล้มเหลว และปรับแก้ ถ้ายังไม่ได้มาตรฐานก็จะยอมแพ้ ถ้าเจอกลยุทธ์ไหนได้ผลลัพธ์ดี พวก เขาก็จะลองหาฮีโร่ไว้ใช้เล่นแทนฮีโร่ตัวหลักและปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นให้ลึกล้ํา ยิ่งขึ้นภายใต้เงื่อนไขต่างๆ พวกเขาจะทําวนซ้ําไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ชุดคอมโบฮีโร่และสไตล์การเล่นพื้นฐาน สองสามชุด จากนั้นก็จะวิเคราะห์ดูว่ามีสไตล์การเล่นแบบไหนที่แก้ทางสไตล์การเล่น พื้นฐานนี้ได้
พานอิง หัวหน้าทีม FV ยืนกรานให้เล่น IOI โดยใช้สไตล์การเล่น GOG และ ได้รับการเห็นชอบจากบอสเผย ตอนนี้พอ IOI ปรับแก้แล้ว ก็ทําให้ใช้สไตล์การเล่นนี้ ได้ง่ายขึ้น ดังนั้นสมาชิกทีมจึงให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องแอกเค้านต์แรงก์สูงกับการแข่งซ้อมมอืกับสโมสรอื่น… ยังสําคัญอยู่เหรอ การเล่นเกมแรงก์แค่ช่วยรักษาความคุ้นชินกับตัวเกม ไม่ได้ช่วยพัฒนาทักษะกล ยุทธ์ของทีมอย่างมีนัยสําคัญ ถึงจะหยิบฮีโร่ไปเล่นกับผู้เล่นแรงก์สูงเพื่อให้ชินมือได้ แต่ก็ยังห่างไกลจากการเอามาใช้จริงในการแข่งขนัอยู่ดี การแข่งซ้อมมือกับสโมสรอื่นก็ไม่จําเป็น เพราะการได้ข้อมูลกลยุทธ์จากการแข่ง ซ้อมมือเป็นดาบสองคม
ถ้าแข่งซ้อมมือกับทีมฝั่งตะวันตก พวกเขาก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องงัดกลยุทธ์ใหม่ บางอย่างออกมาใช้ พอชนะการแข่ง ทีมฝั่งตะวันตกก็จะได้ไอเดียและค้นคว้าต่อใน ทิศทางนั้น เมื่อเป็นแบบนั้น ช่องว่างทางกลยุทธ์ของทั้งสองฝั่งก็จะลดลง แน่นอนว่าถึงจะดูเย่อหยิ่งและอวดดี แต่กุญแจสําคัญคือฝ่ายไหนมีกลยุทธ์ล้ําหน้า
มากกว่ากัน เห็นได้ชัดว่าสโมสร FV นั้นมั่นใจในทีมวิเคราะห์ข้อมูลของตัวเองมาก เพราะทีมวิเคราะห์ข้อมูลของพวกเขาได้หัวหน้าฝ่ายออกแบบและโค้ชจากสโมสร DGE มาช่วย พอรวมกับความสามารถของสมาชิกทีมแต่ละคน ก็มีความเป็นได้สูงที่ พวกเขาจะพบกลยุทธ์สําหรับเวอร์ชันนี้!
ทุกคนจากสโมสร FV ต่างก็กลั้นหายใจ
โดนคัดออกตั้งแต่นัดแรกของรอบแปดทีมสุดท้ายเหรอ แบบนั้นยอมรับไม่ได้
แน่นอน!
บอสเผยเตรียมทุกอย่างให้เป็นอย่างดีพร้อมทีมสนับสนุนในฝัน ถ้าทําให้ขนาดนี้
แล้วยังทําผลงานดีๆ ไม่ได้ จะมีหน้ากลับจีนไปพบบอสเผยได้ยังไง เราต้องทุ่มทุกอย่างเต็มที่!