ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 823 งานแข่งขันสตรีตฟู้ด
บ่ายโมงกว่า ที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งในปักกิ่ง
ฉีเหยียนเพิ่งบอกทีมงานในสถานที่จัดงานเรื่องการเปลี่ยนแปลง
กิจกรรมจากบันทึกภาพมาเป็นไลฟ์สตรีม เธอบอกให้กรรมการ
‘ประเมินสาวหน้านิ่งอย่างเข้มงวด’ ด้วย
การเปลี่ยนแปลงกะทันหันท าให้ฉีเหยียนสับสนเล็กน้อย โชคดีที่
การเปลี่ยนเปลงทั้งสองอย่างไม่ใช่เรื่องร้ายแรง หลังใช้เวลาอธิบาย
พักหนึ่ง งานก็ด าเนินต่อได้ตามปกติ
ฉีเหยียนเป็นผู้จัดการแผนกการตลาดของสาวหน้านิ่ง งานของ
เธอคือท าตามค าสั่งของเมิ่งชั่งและคอยดูแลงานด้านการตลาดต่างๆ
ของสาวหน้านิ่ง
หลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสาวหน้านิ่ง ฉีเหยียนก็เคว้งไปพัก
หนึ่งเหมือนพนักงานคนอื่นๆ
เมิ่งชั่งเองก็งานรัดตัว จึงไม่มีเวลามาคุยกับเธอ ฉีเหยียนหางาน
อยู่สองสามวัน แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะไปไหนดี สุดท้ายก็มีข่าวดีจาก
สวรรค์ ต าแหน่งหน้าที่ของเธอปลอดภัยแล้ว!
หลังจากเถิงต๋าซื้อกิจการสาวหน้านิ่ง เงินเดือนที่จ่ายล่าช้าก็
ได้รับตามปกติ งานสามารถท าได้ต่อตามเดิม!
ฉีเหยียนทั้งดีใจและกังวลในเวลาเดียวกัน
เธอดีใจเพราะไม่ต้องหางานอีกแล้ว เมิ่งชั่งใจป ้าทีเดียวเรื่องการ
ให้เงินเดือนพนักงาน ฉีเหยียนกังวลว่าถ้าย้ายไปบริษัทอื่นแล้วจะ
ไม่ได้เงินเดือนเท่าเดิม
แต่สิ่งที่เธอกังวลมากที่สุดคือเรื่องหน้าที่การงาน
ที่ฉีเหยียนเข้ามาท างานกับสาวหน้านิ่ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะถูก
เสน่ห์ความเป็น ‘ผู้ประกอบการที่สมบูรณ์แบบ’ ของเมิ่งชั่งดึงดูด และ
รู้สึกว่าน่าจะเรียนรู้จากเขาได้ อีกส่วนเป็นเพราะเธอมองเห็นอนาคต
อันรุ่งเรืองของสาวหน้านิ่ง
แต่นอกจากสาวหน้านิ่งจะแน่นิ่งแล้ว ชื่อเสียงยังฉาวโฉ่เป็นที่
โจษจันไปทั่ว
ตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าสาวหน้านิ่งเป็นโปรเจ็กต์ที่เชื่อถือไม่ได้ ซึ่ง
ก็บอกได้ยากว่าประสบการณ์การท างานกับบริษัทนี้จะช่วยเพิ่มหรือ
ลดแต้มให้ถ้าท างานกับสาวหน้านิ่งไปอีกสามถึงห้าปีแล้วค่อยเปลี่ยน
งาน
ฉีเหยียนสองจิตสองใจ แต่ก็ตัดสินใจรอดูสถานการณ์ต่อไปก่อน
พอรู้ว่าเถิงต๋าคือเจ้าของคนใหม่
เพราะเถิงต๋าก็เป็นบริษัทใหญ่และมีชื่อเสียงดีสุดๆ ยังไงก็เชื่อถือ
ได้
เมิ่งชั่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับสาวหน้านิ่งอีกแล้ว เฮ่อเต๋อเซิ่งจึง
ส่งงานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสาวหน้านิ่งให้ฉีเหยียนดูแล เธอต้อง
รายงานเรื่องต่างๆ ให้กับเฮ่อเต๋อเซิ่ง และเฮ่อเต๋อเซิ่งก็จะไปรายงาน
กับบอสเผยต่อ
สาวหน้านิ่งในปัจจุบันเป็นแค่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดธรรมดา แถม
กิจการกับชื่อเสียงในตอนนี้ก็ไม่ได้ดีนัก เป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะได้
รายงานกับบอสเผยตรงๆ
งานใหญ่แรกของฉีเหยียนหลังจากเปลี่ยนเจ้าของคืองานแข่งขัน
สตรีตฟู้ด
นอกจากงานนี้ กิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่เหลือถูกยกเลิกหมด
ฉีเหยียนไม่รู้ว่าท าไม แต่เธอก็ยังท าตามแผนเดิมต่อ
จริงๆ การเตรียมงามเริ่มไปนานแล้ว มีการส่งผู้เชี่ยวชาญไปยัง
เมืองต่างๆ ในประเทศเพื่อตามหาร้านอาหารที่มีชื่อเสียง จากนั้นก็
จ่ายเงินเชิญให้พวกเขามาที่ปักกิ่งเพื่อร่วมงานแข่งขัน ขณะเดียวกัน
พวกเขาก็เชิญเชฟภัตตาคารหลายคนที่มีความสามารถด้านการชิม
มาเป็นกรรมการ
งานแข่งขันก าลังจะเริ่มขึ้น
ฉีเหยียนหยิบมือถือขึ้นมาดูไลฟ์สตรีม
มีคอมเมนต์วิ่งผ่านหน้าจอประปราย มีคนเข้าไม่ดูไม่เท่าไหร่
ซึ่งก็ไม่แปลก
พวกเขาเปลี่ยนมาเป็นไลฟ์สตรีมกระชั้นชิดเกินไป ฉีเหยียนต้อง
รีบขอทรัพยากรและพื้นที่ส าหรับไลฟ์สตรีมเป็นการเร่งด่วน แต่พื้นที่
โฆษณาต่างๆ จัดสรรให้คนอื่นไปหมดแล้ว พวกเขาจึงไม่ได้พื้นที่
แนะน าดีๆ ได้มาแค่พื้นที่ธรรมดาๆ
อีกอย่างนี่ก็เป็นบ่ายวันจันทร์ ช่วงนี้มีคนเข้าใช้งานแพลตฟอร์ม
ไลฟ์สตรีมไม่มากอยู่แล้ว เพราะงั้นจึงแทบไม่มีใครเข้ามาดูเลย
ฉีเหยียนถอนหายใจด้วยความหดหู่
เธอวางแผนไว้ว่าหลังตัดต่อเสร็จจะทุ่มเงินก้อนใหญ่ให้ขึ้นอันดับ
เว็บอ้ายลี่เต่า แต่ดันเปลี่ยนมาเป็นไลฟ์สตรีมที่ไม่ได้พื้นที่แนะน าแทน
แบบนี้จะมีกระแสได้ยังไง
ถ้าสร้างกระแสไม่ได้ แล้วจะจัดงานแข่งขันสตรีตฟู้ดครั้งนี้ไปเพื่อ
อะไร เงินทั้งหมดก็เสียไปเปล่าๆ สิ
แต่มานึกกังวลตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ เธอได้แต่ปล่อยให้ทุกอย่าง
เป็นไปตามยถากรรม
…
เวลาบ่ายสอง งานแข่งขันสตรีตฟู้ดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ!
พิธีกรคู่ชายและหญิงเดินเข้ากล้องแล้วเริ่มแนะน าผู้จัดงาน
แข่งขัน แขกที่มาร่วมงาน และกฎเฉพาะของงานแข่งขันให้กับผู้ชม
นอกจากกรรมการไม่กี่คนที่มีทักษะด้านการชิมอาหารสูงพอตัว
แล้ว ก็มีแขกอีกหลายสิบคนที่มาร่วมชิมอาหารและให้คะแนนร้าน
ต่างๆ
แขกที่มาร่วมงานสามารถแสดงความคิดเห็น ซึ่งน ้าหนักของ
คะแนนจะสูงกว่า คะแนนของกรรมการกับแขกจะถูกนับรวมเข้า
ด้วยกันเพื่อค านวณคะแนนรวม จากนั้นจะเลือกผู้ชนะการแข่งขัน
สตรีตฟู้ดจากคะแนนรวม
ด้านหลังพิธีกร ร้านอาหารกลุ่มแรกเตรียมตัวกันเสร็จเรียบร้อย
แล้ว มีผู้เข้าแข่งขันจากต่างเพศและต่างวัย แต่ทุกคนต่างเชิดหน้า
ด้วยสีหน้าจริงจัง
ด้านหลังพวกเขามีรถเข็นขายอาหาร การแข่งขันรอบแรกคือ
‘กลุ่มเจียนปิ่ง ’ ผู้เข้าแข่งขันทุกคนนั้นเก่งด้านการท าเจียนปิ่ง
เจ้าของร้านแต่ละคนมีหมายเลขติดอยู่ พวกเขาต้องท าเจียนปิ่ง
หลายแผ่น แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้กรรมการและแขกชิม
หลังจากประเมินเจียนปิ่งเสร็จ ก็มีอาหารข้างทางอื่นๆ อีก
ตัวอย่างเช่น โส่วจัวปิ่ง หมึกย่าง ไส้กรอกทรงเครื่อง เหลียง
เฝิ่น เต้าหู้กระทะร้อน โร่วเจียโม๋ บะหมี่เย็นย่าง และอื่นๆ
ฟังจากชื่อก็บอกได้เลยว่าติดดินมากๆ
แน่นอนว่านอกจากอาหารข้างทางทั่วไปแล้ว ยังมีกลุ่มพิเศษ
‘อาหารข้างทางที่ไม่เป็นที่นิยม’ ด้วย โดยจะมีอาหารข้างทางตามร้าน
ข้างทางที่หากินได้ยากมาแข่งกัน
อันที่จริงถ้าพูดถึงอาหารร้านข้างทาง เต้าหู้เหม็นก็น่าจะติดโผ
กับเขาด้วย แต่เพราะสถานที่จัดงานแข่งขันเป็นพื้นที่ปิด ไม่สามารถ
ระบายกลิ่นได้ง่ายๆ ผู้จัดจึงปฏิเสธเจ้าของร้านเต้าหู้เหม็นด้วยความ
เสียดายเพื่อให้งานแข่งขันสตรีตฟู้ดเป็นไปด้วยความราบรื่น
วัตถุดิบอาหารข้างทางเหล่านี้คัดเลือกมาล่วงหน้าแล้ว ทางร้าน
สามารถเลือกได้ตามความต้องการและสูตรของตัวเอง ความแตกต่าง
ในเรื่องรสชาติของอาหารที่ออกมาหลักๆ ขึ้นอยู่กับทักษะในการ
ท าอาหารและการควบคุมไฟ
แน่นอนว่าพอเป็นเรื่องของการประเมินและการแข่งขัน ก็เป็นไป
ไม่ได้ที่จะมีความยุติธรรมและเป็นกลางเต็มร้อย เพราะรสชาติและ
ความชอบของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน
แต่การน าคะแนนของกรรมการและแขกที่มาร่วมงานมาประเมิน
รวมกันท าให้มั่นใจได้ถึงความยุติธรรมของการแข่งขันในระดับสูงสุด
สุดท้ายแล้วอาหารที่ได้รับเลือกจะตรงกับรสชาติที่คนทั่วไปชอบ
หลังพิธีกรแนะน ากฎและกรรมการการแข่งขันเสร็จ กล้องก็แพน
ไปที่ร้านต่างๆ
แต่ละร้านสามารถแนะน าตัวคร่าวๆ ประมาณสองสามประโยค
ทันใดนั้น ภาษาถิ่นจากทั่วประเทศจีนก็ดังขึ้นทีละภาษา สร้าง
ความคึกคักให้กับรายการ
งานจัดที่โรงแรมหรูในปักกิ่ง พื้นปูพรมแดง แม้แต่โต๊ะเก้าอี้ก็ยังดู
หรูหรา
เจ้าของร้านต่างสวมชุดเชฟและหมวกเชฟทรงสูง ดูเป็นทางการ
มากๆ แต่ภาพลักษณ์ก็พังทันทีที่อ้าปาก
พิธีกรทั้งสองคนรับมือได้ค่อนข้างยาก ถ้าไม่ได้ความเป็นมือ
อาชีพของตัวเอง พวกเขาคงหัวเราะลั่นออกมาแล้ว
ในที่สุดเหล่าเจ้าของร้านก็แนะน าตัวเองเสร็จ
งานแข่งขันเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
เจ้าของร้านประจ าต าแหน่งตัวเอง พอพิธีกรให้สัญญาณ เวลา
บนหน้าจอก็เริ่มเดิน!
เจ้าของร้านช านาญสุดๆ พวกเขาตักแป้งธัญพืชผสมเสร็จหนึ่ง
ช้อนเทลงใส่เตา จากนั้นก็หมุนเป็นวงกลมด้วยไม้พาย พอแป้งเริ่ม
เปลี่ยนสีเล็กน้อย ก็ตอกไข่…
ขั้นตอนนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน แทบทุกคนในงานเคยเห็นมาแล้ว
หลายครั้ง แต่เทคนิคของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันเล็กน้อย ปริมาณ
เครื่องปรุง ความร้อนของเตา และรายละเอียดอื่นๆ ไม่เหมือนกัน
แขกที่มางานอดทนรอระหว่างชมการท าอาหารของเจ้าของร้าน
ข้างทาง
ไม่รู้ท าไม จู่ๆ บรรยากาศก็ตึงเครียดขึ้นมา