ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 900 Successor/ผู้สืบทอด (1)
ขณะเดียวกันที่คอร์สสร้างแรงบนัดาลใจของเว็บจงเตี่ยนจงเหวิน ชุยเกิ่งมองเวลา เหลืออีกสองชั่วโมงก่อนจะถึงเวลาเลิกงาน หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปในช่ัวพริบตา วันพรุ่งนี้คือวันหยุดสุดสัปดาห์อีกแล้ว เขาออกจากโซนดูหนังของคอร์สสร้างแรงบันดาลใจแล้วไปหาโต๊ะว่างในโซน
ทํางานเพื่อเขียนพล็อตเรื่องผู้สืบทอดต่อ ในเวลางานแปดชั่วโมงพวกเขาต้องใช้เวลาหกชั่วโมงไปกับการดูหนังและอ่าน การ์ตูนกับนิยายเพื่อรวบรวมข้อมูล เวลาเขียนงานมีแค่สองชั่วโมงเท่านั้น นี่คือกฎอัน เข้มงวดของคอร์สสร้างแรงบันดาลใจ ตอนแรกชุยเกิ่งรู้สึกว่าสองช่ัวโมงนั้นสั้นเกินไป เขาไม่ชินเลย เวลาที่มีนั้นตรงกันข้ามกับตอนเขียนเว็บโนเวลของตัวเองลิบลับ อย่างมากสุดเขา
ใช้เวลาแค่สองชั่วโมงในการรวบรวมข้อมูลและใช้เวลาที่เหลือในการเขียนงาน กลับกันชุยเกิ่งไม่ชินเลยที่มีเวลาเขียนงานแค่สองชั่วโมง เขารู้สึกเหมือนเวลาหมด
ไปก่อนที่เขาจะทันได้เริ่มซะอีก ชุยเกิ่งรู้สึกว่าจังหวะการเขียนงานไม่ค่อยลงล็อกเท่าไหร่ในช่วงครึ่งสัปดาห์แรก
เขาต้องใช้เวลาทั้งหมดสองช่ัวโมงกว่าจะปรับอารมณ์ให้อยู่ในโหมดเขียนงานได้ คอมพิวเตอร์ในออฟฟิศจะบันทึกเวลาเขียนงานของนักเขียนทุกคน พวกเขาไม่
สามารถเขียนงานเกินสองชั่วโมงได้ แน่นอนว่านักเขียนจะไปเขียนงานต่อด้วยโน้ตบุ๊กหรือเข้าร้านอินเทอร์เน็ตหลังเลิก งานหรือช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ได้ การเขียนนิยายตามสัญญานี้ไม่มีข้อกําหนดเรื่อง จํานวนการลงงานและจํานวนคําทั้งหมด เพราะงั้นจะมีใครในคอร์สสร้างแรงบันดาลใจ ไปเขียนงานในเวลาวา่งกัน ชุยเกิ่งจึงปรับตัวได้ยากมากในตอนแรก เขาเขียนงานเหมือนเต่าคลาน ปล่อยให้
นักอ่านค้างคาจนโดนด่าเปิง แต่เขาก็ค่อยปรับโหมดเขยีนงานของตัวเอง เขาใช้เวลาหกชั่วโมงต่อวันในการรวบรวมข้อมูลและสรุปรายละเอียดเรื่องราวที่จะ เขียนในวันนี้ เวลาที่เหลืออีกสองชั่วโมงเพียงพอสําหรับเขาในการตั้งสมาธิเขียนงาน เนื้อหาทั้งหมดไตร่ตรองมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว เขาจึงไม่เจอกับอาการสมองตันเลย อีกอย่างพอต้องบีบอัดเนื้อหาทั้งหมดที่จะเขียนในแต่ละวันให้พอดีกับเวลาสอง
ชั่วโมง เรื่องราวก็มีความกระชับขึ้น หลังจากปรับจังหวะการเขียนงานของตัวเองได้ ชุยเกิ่งก็ไม่รู้สึกอึดอัดอีก ชุยเกิ่งเดินไปโซนทํางาน เปิดคอมพิวเตอร์ แล้วเข้าสู่โหมดเขียนงานอย่างรวดเร็ว มือของเขารัวลงบนแป้นพิมพ์ขณะที่เนื้อเรื่องแต่ละส่วนจากความคิดในหัวปรากฏเรียง ร้อยทีละคํา ชุยเกิ่งไม่กล้าล่าช้าไปมากกว่านี้เพราะเขารู้ว่าทันทีท่ีได้เวลาเลิกงาน เมาส์ทุกตัวใน
ออฟฟิศจะมีชีวิตขึ้นมาและวิ่งไปมาไม่ยอมใหจ้ับเหมือนหนูจริงๆ เขาต้องรีบเขียนงานวันนี้ให้เสร็จก่อนเมาส์จะวิ่งหนี คอร์สสร้างแรงบนัดาลใจสัปดาห์นี้มีคนเพิ่มขึ้น มีนักเขียนเว็บจงเตี่ยนจงเหวินที่เขียนงานตัวเองเสร็จ ยอมรับสัญญาซื้อลิขสิทธิ์ แบบใหม่ และเข้าร่วมคอร์สสร้างแรงบันดาลใจเพื่อรวบรวมข้อมูลขณะเขียนงานมาก ขึ้น
แต่ส่วนใหญ่ก็ยังโดนด่ากันอยู่ดี นักอ่านเว็บจงเตี่ยนจงเหวินตระหนักถึงการมีอยู่ของคอร์สสร้างแรงบันดาลใจและ
ความคิดเห็นของพวกเขาก็เริ่มเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีนักเขียนแค่ไม่กี่คนในเว็บจงเตี่ยนจงเหวินที่เขียนงานเรื่องเก่าเสร็จและ เริ่มเขียนนิยายตามกําหนดโดยใช้ IP ของเถิงต๋า กลุ่มผู้อ่านที่ได้รับผลกระทบจึงไม่ กว้างมาก แต่มีนักเขียนที่ได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตลอดสัปดาห์กว่าๆ ที่ผ่านมา นักอ่านเห็นนักเขียนที่เขียนนิยายเรื่องเก่าจบหลาย คนกลายเป็น ‘เทพตกสวรรค์’ จํานวนนิยายใหม่ที่พวกเขาอยากอ่านลดลง จึงไม่ แปลกที่เหล่านักอ่านจะไม่พอใจกันมากๆ และคิดว่าเว็บจงเตี่ยนจงเหวินตัดสินใจไร้ เหตุผลและกําลังทําอะไรเกินตัว พวกเขาคิดว่าถ้าทางเว็บตั้งเป้าหมายไว้สูงเกินไป สุดท้ายอาจให้ผลในทางตรงกันข้ามได้ แต่เว็บจงเตี่ยนจงเหวินก็ไม่ได้ออกมาตอบโตก้ระแสนี้ ด้านนักเขียนมีท่าทีตอบสนองแตกต่างกันไป บางคนรู้สึกว่าแนวทางการเขียนในปัจจุบันค่อนข้างดีทีเดียว ถ้าเมินกระแสทักท้วง จากนักอ่านก็สามารถเขียนเนื้อหาที่ชอบได้สบายๆ และอิสระมาก นักเขียนอีกกลุ่ม รู้สึกคิดผิด พวกเขารู้สึกไม่พอใจเนื้อหาท่ีตัวเองเขียนและนักอ่านเองก็ไม่พอใจ เหมือนกัน ทําให้อยากรีบเขียนงานตามสัญญาลิขสิทธิ์ให้จบแล้วกลับไปเขียนงาน แบบเดิม เห็นได้ชัดว่าคอร์สสร้างแรงบันดาลใจจะตัดนักเขียนไปได้กลุ่มหนึ่งหลังผ่านไป
หนึ่งถึงสองเดือนแล้วเหลือไว้เพียงแค่ส่วนหนึ่ง แต่ยังไงทุกคนก็ต้องทําตามสัญญาการเขียนงานปัจจุบันให้เสร็จก่อน โชคดีที่ กําหนดจํานวนคําสูงสุดแค่ห้าแสนคํา ถ้าไม่มัวชักช้าอย่างมากสุดก็เขียนเสร็จได้ภายใน สามเดือน หม่าอี้ฉวิน จูซิงอัน และบรรณาธิการคนอื่นๆ ของเว็บจงเตี่ยนจงเหวินปล่อยให้
พวกเขาทําตามใจชอบตามที่บอสเผยสั่ง ชุยเกิ่งไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ นักเขียนคนอื่นจะอยากกลับไปใช้สัญญาส่วนแบ่ง
รายได้หรืออยากเขยีนแบบสัญญาซื้อลิขสิทธิ์ต่อก็ไม่ได้เกี่ยวกับเขา ตอนนี้เขาอยากเขียนเรื่องผู้สืบทอดอย่างสงบสุข ถึงจะไม่มีใครชอบยังไงก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีสําหรับเขา ชุยเกิ่งเขียนบทเปิดเรื่องผู้สืบทอดไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน เขาวางโครงเรื่องของผู้สืบทอดเกือบเสร็จแล้วภายในหนึ่งสัปดาห์ ที่เหลือแค่ปรับ
รายละเอียดในแต่ละจุดให้สมบูรณ์
…
ฟีล ซิมมอนส์ เสือผู้หญิงทายาทตระกูลร่ํารวยผู้ไร้ซ่ึงพลังพิเศษตัดสินใจเป็น ซูเปอร์ฮีโร่ เขาได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากพ่อผู้ร่ํารวยและสามารถใช้เงินสอง พันล้านดอลลาร์ในการทําฝันอยากเป็นซูเปอร์ฮีโร่ให้เป็นจริงได้ ฟีลตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพบว่ายุคนี้คนธรรมดาสามารถเป็นฮีโร่ได้ในสี่
ขั้นตอนนี้ หาทางเป็นเด็กฝึกซูเปอร์ฮีโร่แล้วเดบิวต์ให้ได้ ระมัดระวังคําพูดและการกระทําระหว่างขั้นตอนสังเกตการณ์และรวบรวม
ผู้สนับสนุน เข้าร่วมการคัดเลือกฮีโร่และเป็นกระบอกเสียงใหก้ับชุมชนหรือกลุ่มสังคม ขึ้นเป็นซูเปอร์ฮีโร่ระดับแนวหน้า กลายเป็นบุคคลทรงอํานาจและทรงอิทธิพลที่สุด
ในโฮปซิตี้หรือแมแ้ต่ทั้งประเทศ ฟีลรู้ดีว่าคนทั่วไปเดินเส้นทางนี้ได้ยากมาก หลายสิบล้านคนในสหรัฐอเมริกาฝันอยากเป็นซูเปอร์ฮีโร่ แต่มีแค่ไม่กี่ร้อยคนที่ ผ่านขั้นตอนแรกไปได้ มีไม่กี่สิบคนที่ผ่านขั้นที่สองมาได้ มีสิบกว่าคนที่ผ่านขั้นที่สาม ได้ และมีแค่สามถึงห้าคนที่ขึ้นไปยนืบนจุดยอดสุดของพีระมิดได้ ยิ่งไปกว่านั้นแล้วฟีลไมใ่ช้คนรวยคนแรกที่อยากเป็นซูเปอร์ฮีโร่ด้วยการโปรยเงิน มีมหาเศรษฐีอีกอย่างน้อยหลายสิบคนที่รวยกว่าไรอัน ซิมมอนส์ผู้เป็นพ่อของเขา
ในโฮปซิตี้ แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้อยากเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ส่วนใหญ่เลือกทางอื่นซึ่งก็คือ การใช้อิทธิพลทางอ้อมโดยการจัดงานแสดง ความสามารถของซูเปอร์ฮีโร่ การจัดหาเงินทุนสําหรับแคมเปญซูเปอร์ฮีโร่ หรือการ ลงทุนในฮีโร่ก่อนท่ีจะเดบิวต์ พอกลุ่มสมาคมใหญ่เข้ามาอุดหนุนเงินทุนให้เหล่าซูเปอร์ฮีโร่ ถึงซูเปอร์ฮีโร่พวกนี้
จะไม่ถือว่าเป็นลูกน้องพวกเขา แต่ยังไงในกรณีส่วนใหญ่ก็ต้องไว้หน้าบ้าง แต่ปัญหาอยู่ที่การมีอิทธิพลแบบน้ันไม่สามารถได้มาด้วยการให้เงินเพียงอย่าง
เดียว ไรอัน ซิมมอนส์นับว่าเป็นเศรษฐีชื่อดังในโฮปซิต้ี แต่ฟีลยังไม่อยู่ในระดับที่
สามารถทําอะไรก็ไดต้ามใจชอบเพราะเขาไม่ได้มีอํานาจควบคุมฮีโร่มากขนาดนั้น ตระกูลซิมมอนส์สามารถบงการได้แค่ซูเปอร์ฮีโร่กระจอกๆ ประชาชนชาวอเมริกันไม่ยอมให้ซูเปอร์ฮีโร่เป็นลูกไล่ของกลุ่มสมาคมใหญ่ ดังนั้น
จึงมีข้อจํากัดมากมายในระบบ ตัวอย่างเช่น กลุ่มสมาคมใหญ่อุดหนุนเงินทุนแคมเปญให้ซูเปอร์ฮีโร่ได้ แต่ จะต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจและเป็นการให้ในทางอ้อม สามารถมีอิทธิพลได้แต่ ห้ามควบคุมเด็ดขาด ซูเปอร์ฮีโร่ผู้ทรงพลังไม่ได้มีกลุ่มสมาคมคอยหนุนหลังแค่กลุ่มเดียวแน่นอน แต่ เป็นกลุ่มผลประโยชน์ร่วมกันของหลายๆ กลุ่มสมาคม สมาคมเหล่านี้สร้างสมดุล ระหว่างกัน ยิ่งไปกว่านั้นซูเปอร์ฮีโร่ยังสามารถใช้ ‘เจตจํานงของประชาชน’ เป็น เหตุผลในการปฏิเสธข้อเรียกร้องจากกลุ่มสมาคมบางแหง่ได้ด้วย ถ้ามีปัญหากับกลุ่มสมาคมไหนซูเปอร์ฮีโร่จะตัดขาดทันที อาจถึงขั้นใช้หลักการ ‘จัดการญาติมิตรเพื่อปกป้องความเป็นธรรมของสังคม’ และจัดการกับกลุ่มสมาคม นั้นเป็นการส่วนตัว สรุปแล้วชนชั้นกลุ่มสมาคมนั้นควบคุมซูเปอร์ฮีโร่อยู่ แต่ถ้าพิจารณาเหล่าเศรษฐี
เป็นรายบุคคลก็ไมต่่างอะไรกับปลาบนเขียง ซูเปอร์ฮีโร่ระดับแนวหน้ามีพลังต่อสู้สุดแข็งแกร่งและอิทธิพลยิ่งใหญ่ แถมยังมี เงินทุนก้อนโตในมือ พวกเขากลายเป็นมหาเศรษฐีและกลุ่มสมาคมสุดไร้เทียมทานไป แล้ว ถึงจุดที่พลิกกลับสลับบทบาทมาเป็นผู้ควบคุมเหล่าเศรษฐีเสียด้วยซ้ํา เหล่าคนรวยอย่างตระกูลซิมมอนส์เป็นแค่ฝุ่นผงในสายตาซูเปอร์ฮีโร่ระดับแนว
หน้า
กลุ่มสมาคมรายใหญ่ต่างก็มีส่วนร่วมในการต่อสู้อย่างเปิดเผยและซ่อนเร้นเพื่อ แย่งชิงอํานาจเหนือฮีโร่ ถึงอย่างนั้นตระกูลซิมมอนส์ก็ขาดข้อได้เปรียบในด้านนี้อย่าง ชัดเจน ไรอัน ซิมมอนส์จึงเต็มใจสละทรัพย์สินคร่ึงหนึ่งของตัวเองเพื่อเดิมพันกับอนาคต
ของตระกูลซิมมอนส์และสนับสนุนให้ฟีล ซิมมอนส์ขึ้นเป็นซูเปอร์ฮีโร่