ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 902 Successorผู้สืบทอด (3)
บทที่ 902 Successor/ผู้สืบทอด (3)
ฟีล ซิมมอนส์พูดคุยได้อย่างไม่ติดขัดในรายการ เขาพูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกับ ยักษ์ใหญ่อีกสามคนอย่างเสมอภาคกันสุดๆ ฟีลตอบรับอะไรก็ตามที่อีกฝ่ายยิงมาได้ อย่างไร้อาการตื่นตระหนก นอกจากนั้นฟีลยังล้อตัวเองและเล่นมุกบ้างเป็นพักๆ ทําให้ผู้ชมหัวเราะกันได้ แต่ทุกอย่างในรอบคัดเลือกก็เป็นไปตามที่ทุกคนคาดไว้ ฟีลดึงตัวผู้เข้าแข่งขันที่มี
ศักยภาพมาไม่ได้เลย รายการผู้สืบทอดมีการกรองผู้เข้าแข่งก่อนแล้ว คนที่ได้เข้าร่วมรายการต่างเป็นคน
ที่มีศักยภาพในการเป็นซูเปอร์ฮีโร่ แต่มีแค่ไม่กี่คนที่จะชนะใจกรรมการได้ ในรอบคัดเลือกซึ่งถ่ายทอดสดภารกิจหลักของผู้เข้าแข่งขันคือการสร้างความ ประทับใจให้กับกรรมการและผู้ชม การสร้างความประทับใจนั้นทําได้หลายวิธี ทั้งใช้ รูปร่างหน้าตา ทักษะและความสามารถพิเศษ หรือเรื่องราวชวนซึ้ง คนที่สง่าผ่าเผยและดูเป็นที่รักใคร่จะมีโอกาสชนะใจพี่เลี้ยงสูงกว่าถ้าบังเอิญ
หน้าตาดีหรือมีความสามารถพเิศษติดมาด้วย แน่นอนว่าถ้าไม่มีอะไรแบบนั้น ประสบการณ์ชีวิตอันสลับซับซ้อนที่สามารถเรียก คะแนนเห็นใจจากผู้ชมได้ก็ทําให้พวกเขามีป้ายกํากับพิเศษ และสร้างความประทับใจ ให้กับพี่เลี้ยงได้เช่นกนั
ในตอนแรกเหล่าผู้เข้าแข่งขันที่มีความโดนเด่นโดนสามพี่เลี้ยงแย่งไปหมด พวก
เขาดึงคนเหล่าน้ันไปร่วมทีมได้อย่างน้อยทีมละคน มีแค่ทีมฟีล ซิมมอนส์ที่ยังว่างอยู่ ดังนั้นหลังจากตอนแรกออกอากาศไปก็ได้กระแสนิยมล้นหลามบนอินเทอร์เน็ต
ทันที บางคนคิดว่าฟีลไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นพี่เลี้ยงของรายการนี้และรู้สึกชอบอกชอบ ใจกัน บางส่วนคิดว่าฟีลพูดจาดีและไม่ได้ด้อยไปกว่าพี่เลี้ยงคนอื่นๆ เวลาถามคําถาม
เฉพาะด้านก็ตอบได้อยา่งฉะฉาน แสดงให้เห็นเลยว่ามีความสามารถ นอกจากนั้นฟีลยังไม่ได้โฆษณากิจการอสังหาริมทรัพย์ของตัวเองในรายการเลย เขาไม่ได้มาออกรายการเพื่อชื่อเสียงหรือผลกําไร ค่าตัวเล็กน้อยที่ได้ก็น่าจะห่างจาก มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของเขา พูดอีกอย่างคือเขามาร่วมรายการเฉยๆ ไม่ได้มีเจตนาแอบ แฝง
กลับกันเหล่าเด็กฝึกไม่มีใครเห็นศักยภาพในตัวฟีล พวกเขายังมองฟีลเป็นทายาท ตระกูลร่ํารวยไม่เอาถ่าน ทีมโปรดักชันถึงขั้น ‘ขายความน่าเวทนา’ ของฟีลเพื่อสร้าง กระแส ถือว่าไปสุดจริงๆ!
ทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันไม่หยุดบนอินเทอร์เน็ตจนเกิดเป็นประเด็นสนทนาร้อนแรง เห็นได้ชัดว่าเบื้องหลังเสียงเหล่าน้ีมาจากการสนับสนุนและชี้นําของฟีล รายการผู้สืบทอดเดินหน้าถ่ายทําและออกอากาศต่อท่ามกลางกระแสความนิยมสูง
ลิ่ว
ในตอนที่สองฟีลได้เด็กฝึกคนแรกมาเข้าทีมในที่สุด เขาดีใจมากเมื่อได้ต้อนรับ เด็กฝึกผิวดําหน้าตาไม่โดดเด่นเข้าร่วมทีม และสัญญาว่าจะพาคนผู้นี้ไปติดหนึ่งในห้า อันดับสดุท้ายของรายการให้ได้ เกิดประเด็นร้อนแรงบนอินเทอร์เน็ตอีกครั้งโดยมีการถกเถียงกันว่าฟีลขี้โม้และให้
สัญญาลม้ๆ แล้งๆ พี่เลี้ยงแบบนี้ไมค่วรค่าแก่การเข้าร่วมทีม พี่เลี้ยงอีกสามคนในรายการก็เอาประเด็นนี้มาล้อเหมือนกัน พี่เลี้ยงคนหนึ่งถึงกับ ล้อเลียนว่าตอนนี้ยังไม่สายที่ฟีลจะถอนตัวจากการแข่งขัน แต่ฟีลก็ไม่ได้โกรธเลยสัก นิด เขากลับพูดด้วยความม่ันใจว่าจะทําให้ลูกทีมชนะการแขง่ขันให้ได้ ไม่นานช่วงแรกของรายการผู้สืบทอดก็ออกอากาศครบทกุตอน ทีมของพี่เลี้ยงทั้งสี่ได้ลูกทีมครบ ทีมของพี่เลี้ยงอีกสามคนดูครบเครื่องมาก ส่วน ทีมของฟีลดูไม่มีอะไรจะไปสู้คนอื่นได้ ลูกทีมส่วนใหญ่ได้มาในช่วงท้ายๆ ซึ่งล้วนเป็น คนที่พี่เลี้ยงคนอื่นๆ มองไม่เห็นถึงศักยภาพ ผู้ชมให้การตอบรับธรรมดา สุดท้าย กลายเป็นว่าทีมของฟีลยังขาดลูกทีมสองคน ทีมโปรดักชันจึงต้องออกกฎฟื้นคืนชีพ เรียกผู้เข้าแข่งขันสองคนที่ตกรอบไปก่อนหนา้นี้มาเติมทีมฟีลให้เต็ม ไม่มีผู้ชมคนไหนตั้งความหวังกับทีมของฟีลในการแข่งขันที่กําลังจะมาถึง ในการ สํารวจความคิดเห็นแบบสุ่มของรายการโทรทัศน์ ผู้ชมกว่า 70% คิดว่าทีมของฟีล น่าจะได้ที่โหล่ แทบไม่มีใครคิดว่าทีมของฟีลจะได้ที่หนึ่งหรือที่สอง แต่ก็ไม่มีใครรู้เลยว่าทั้งหมดนี้เป็นบทที่ฟีลวางไว้ ส่วนที่สองของรายการผู้สืบทอดเป็นการแข่งขันแบบทีมที่นําโดยสี่พี่เลี้ยง การ
แข่งขันแบ่งออกเป็นสี่ประเภท การแข่งขันประเภทแรกคือการพูดสุนทรพจน์/การโต้วาที ทีมโปรดักชันจะกําหนด
หัวข้อที่มักเรียกความสนใจได้มากและเป็นไปได้สูงว่าจะเกี่ยวข้องกับซูเปอร์ฮีโร่ พี่เลี้ยงจะช่วยเตรียมตัวให้ทีม พวกเขาจะได้ขึ้นพูดสดและโต้แย้งความคิดเห็นกับ
ทีมตรงข้าม จากนั้นก็ตัดสินผู้ชนะโดยวัดว่าโน้มน้าวใจผู้ชมได้ขนาดไหน ซูเปอร์ฮีโร่ต้องเป็นกระบอกเสียงให้กลุ่มของตัวเอง ต้องมีความคิดและหลักการ ของตัวเอง และต้องพูดสุนทรพจน์บ่อยๆ การแข่งขันแบบทีมประเภทนี้เป็นการ ทดสอบความสามารถของเดก็ฝึกในด้านนี้ การแข่งขันประเภทที่สองคือการวางแผนช่วยชีวิต แต่ละทีมจะได้สถานการณ์
เฉพาะ เช่น มีกลุ่มผู้ร้ายจับกุมตัวประกันเอาไว้และทีมเด็กฝึกต้องวางแผนช่วยชีวติ แต่พวกเขาไม่ต้องช่วยเหลือตัวประกันเอง ทีมมืออาชีพที่เตรียมไว้จะเป็นคน
ปฏิบัติการกู้ภัยตามแผน ซูเปอร์ฮีโร่มักมีส่วนร่วมในปฏิบัติการกู้ภัยคล้ายๆ กันนี้ แต่พวกเขาจะเป็นไอ้งั่งไร้ สมองไม่ได้ เพราะอาจทําให้ตัวประกันบาดเจ็บหรือสร้างความเสียหายต่อเมืองหนักขึ้น กว่าเดิม ซูเปอร์ฮีโร่ที่มีสมองเป็นที่นิยมในสังคมมากกว่า การแข่งขันแบบทีมประเภทนี้จัด
ขึ้นเพื่อทดสอบความสามารถของเด็กฝึกในด้านนี้ การแข่งขันประเภทที่สามคือการทดสอบความสามารถด้านการต่อสู้ ทีมโปรดักชัน จะจัดทดสอบความสามารถทางร่างกายโดยเฉพาะ ซึ่งรวมถึงการเผชิญหน้ากันระหว่าง ทีม เพื่อดูว่าทีมไหนทําผลงานได้ดีกว่า ซูเปอร์ฮีโร่ต้องมีสมองก็จริง แต่สมรรถภาพทางกายกับทักษะการต่อสู้ก็เป็นสิ่งที่ ขาดไม่ได้ ซูเปอร์ฮีโร่ที่สามารถ ‘ต่อสู้’ ได้จะทําให้สาธารณชนรู้สึกปลอดภัยกว่าและ ไม่เกิดความคิดว่า ‘ซูเปอร์ฮีโร่คนนี้ใช้พลังพิเศษเสียเปล่า’ การแข่งขันประเภทที่สี่คือการทดสอบรอบด้านขนาดใหญ่ การแข่งขันประเภทนี้มักประกอบด้วยหลายองค์ประกอบ โดยหัวหน้าของแต่ละ ทีมต้องประสานงานและแจกจ่ายภารกิจให้สมาชิกทีม หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว ทีมงานจะประเมินผลรอบด้าน การทดสอบทั้งสี่จะดําเนินไปทีละขั้น ทีมงานจะบันทึกการเตรียมตัวทั้งหมดของ แต่ละทีม และตัดต่อให้ซีนกับเด็กฝึกคนที่สําคัญๆ มากหน่อย เพื่อที่ผู้ชมจะได้
คุ้นเคยกับเด็กฝึกที่นา่จะเป็นซูเปอร์ฮีโร่ในอนาคตมากขึ้นเรื่อยๆ
ระหว่างขั้นตอนต่างๆ พี่เลี้ยงจะมีขอบเขตการแนะนําทีมที่จํากัด พวกเขาไม่ สามารถรับจบทําเองได้หมด เพราะจะเป็นการแย่งซีนเด็กฝึกและทําให้เด็กฝึกไม่มี โอกาสได้อวดโฉมเรียกคะแนนนิยม แต่จะปล่อยให้จัดการกันเองทั้งหมดก็ไม่ได้เพราะ อาจทําให้แพ้ราบคาบในการแข่งขันทีม สรุปแล้วการแข่งขันทีมในรายการเป็นเหมือนการแสดงตัวอย่างการทํางานของ
เหล่าซูเปอร์ฮีโร่ในอนาคต ตอนแรกของรอบแข่งขันทีมเป็นไปตามที่ทุกคนคิดไว้ ทีมของฟีลโดนทีมอื่นๆ
ถล่มจนพา่ยแพ้ยับเยิน ทีมโปรดักชันให้ซีนทีมฟีลน้อยที่สุด ทําให้ผู้ชมเกิดภาพในหัวว่าฟีลไม่ได้ทําอะไร
เลยและทีมของเขาก็ไร้ความสามารถเหมือนพี่เลี้ยง พวกเขาแพ้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นกระแสถกเถียงเรื่องฟลีจึงแย่ลงไปอีก แต่ทีมของฟีลก็เหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงในตอนที่สอง พวกเขาคว้าที่
สองมาได้ด้วยผลงานอันโดดเด่น ถึงอย่างนั้นครั้งนี้ทีมโปรดักชันก็ยังให้ซีนทีมฟีลน้อยที่สุดอยู่ดี ทําให้ข้อมูล
หลายๆ อย่างในขั้นตอนเตรียมตวัหายไป ผู้ชมจึงรู้สึกไม่พอใจกัน ผู้ชมรู้สึกว่าทีมโปรดักชันดูแคลนทีมของฟีลและไม่ให้ค่าพวกเขาอย่างจริงจัง ทีม โปรดักชันให้ซีนอีกสามทีมมากกว่า ทําให้ทีมของฟีลไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างยุติธรรม แม้ว่าจะสร้างผลงานได้เป็นอย่างดี ดังนั้นทีมโปรดักชันจึงให้ซีนทีมของฟีลมากขึ้นในตอนสามของรอบการแข่งขันทีม
คราวนี้ผู้ชมได้เห็นกระบวนการเตรยีมตัวทั้งหมดของทีมฟีล
ฟีล ซิมมอนส์มีบทบาทสําคัญมากในข้ันตอนการเตรียมตัว เขาคอยให้กําลังใจ และบอกเคล็ดลับต่างๆ กับเด็กฝึกตลอด เขาไม่ได้ตัดสินใจแผนให้เด็กฝึกทําตาม แต่ ใช้วิธีกระตุ้นให้คิดเพื่อให้วางแผนที่สมบูรณ์แบบมากข้ึน เด็กฝึกที่เดิมทีไม่เป็นโล้เป็นพายจู่ๆ ก็เปี่ยมไปด้วยไฟในการต่อสู้ นอกจากความ เชื่อมั่นของทีมที่พุ่งสูงแล้ว พวกเขายังสมานสามัคคีและความสามารถรายบุคคลก็ เหมือนจะเริ่มฉายแสง ชื่อเสียงของฟีลในรายการจึงเริ่มเปลี่ยนไป ความประทับใจของหลายคนที่มีต่อฟีลเปลี่ยนไปมาก พวกเขาประเมินฟีลใน
หลายมิติมากขึ้น เขาเป็นเสือผู้หญิงและทายาทตระกูลร่ํารวย เกิดมาก็อยู่บนเส้นชัยแล้วทําให้หลาย
คนรู้สึกอิจฉา เขาเป็นคนจริงใจ บอกเล่าสิ่งที่คิดอย่างตรงไปตรงมาในทวิตเตอร์ ความสนใจ
ของเขาไม่ได้ต่างจากหนุ่มสาวทั่วไป ทําให้ผู้คนรู้สึกว่าเขาเป็นคนติดดิน เขามีการศึกษาสูง บริษัทก็มีผลประกอบการดี ด้วยอายุเท่านี้ก็หมายความว่าเขา เป็นคนมีความสามารถและประสบความสําเร็จในด้านธุรกิจ นอกจากฉลาดแล้วยังเป็น คนตั้งใจทํางานด้วย สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือเขาเข้าใจปัญหาต่างๆ อย่างชัดเจน เขามีความเข้าใจที่ มากกว่าคนทั่วไป นอกจากจะพูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกับพี่เลี้ยงอีกสามคนในรายการได้ อย่างทัดเทียม ยังวางกลยุทธ์นําทีมฝีมืออ่อนด้อยให้คว้าชัยชนะได้ มาตรฐานของเขา ทัดเทียมกับเหล่ายักษ์ใหญ่ในวงการ แน่นอนว่ายังมีเสียงกงัขาฟีลอยู่ ซึ่งเสียงเหล่านี้ก็ดังขึ้นเรื่อยๆ แต่เสียงสนับสนนุฟีลก็ดังขึ้นเรื่อยๆ จนกลบเสียงกังขาไปจนหมด ผลงานของฟีลในรายการชนะใจใครหลายคนได้ คนที่กังขาในตัวเขาจะโดนตรา หน้าเป็น ‘พวกอิจฉาตาร้อน’ ‘พวกเกลียดคนรวย’ และ ‘พวกมีทัศนคติขี้แพ้’ ได้ ง่ายๆ ตอนจบของรายการชายผิวดําจากทีมของฟีลคว้าอันดับสองไปได้ด้วยผลงานอัน
โดดเด่น ฟีลรักษาคําสัญญาที่ว่าจะพาเขาติดห้าอันดับสุดท้ายได้สําเร็จ แถมยังเกินจากที่
สัญญาไว้ด้วย ชายผิวดําในรายการรู้สึกซาบซึ้งใจในตัวฟีลสุดๆ ดวงตาของเขาเอ่อไปด้วยน้ําตา ในขณะที่ฟีลยิ้มและพูดขึ้น “ทุกอย่างเกิดขึ้นได้เพราะความพยายามของคุณเอง ผม แค่ชว่ยคุณขุดศักยภาพที่มีออกมา” ผู้ชมจึงรู้สึกว่าฟีลรู้จักผู้คนเป็นอย่างดีและคู่ควรกับตําแหนง่ ‘พี่เลี้ยง’
หลังจากรายการจบลงทีมโปรดักชันก็ติดต่อหาบริษัทนายหน้ารายใหญ่หลายๆ แห่ง เด็กฝึกผลงานโดดเด่นบางส่วนได้อยู่ในแผนที่จะเดบิวต์เป็นซูเปอร์ฮีโร่ เรียก กระแสความสนใจได้ยกใหญ่
หลายคนคิดว่าว่าฟลีคงใช้โอกาสนี้เดบิวต์เป็นซูเปอร์ฮีโร่ด้วย แต่ฟีลกลับทวิตว่าตัวเองเข้าร่วมรายการนี้ด้วยความคิดชั่ววูบ ไม่ได้มีความตั้งใจ
จะเป็นซูเปอร์ฮีโร่เลย หลังจากนั้นฟีลก็ไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในหัวข้อที่เกี่ยวกับซูเปอร์ฮีโร่อีก ทําให้ผู้ชม
รู้สึกเสียดายกันใหญ่ แต่พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่าแผนการขั้นแรกของฟีลประสบความสําเร็จแล้ว ถึงเขาจะไม่ได้เดบิวต์เป็นซูเปอร์ฮีโร่ แต่ก็สร้างกระแสนิยมและเปลี่ยนภาพจําของ สังคมที่มีต่อตัวเองได้ โดยเปลี่ยนจากทายาทตระกูลร่ํารวยท่ีไม่มีความเกี่ยวข้องกับ ซูเปอร์ฮีโร่ ไปเป็นคนในวงการที่มีความสามารถและมีความรู้เกี่ยวกับซูเปอร์ฮีโร่ใน ระดับมืออาชีพ ฟีลต้องรอโอกาสที่ดีกว่าน้ีถึงจะเริ่มแผนขั้นต่อไปได้