ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 943 ผู้จัดการตลาดร้านข้างทาง
บทที่ 943 ผู้จัดการตลาดร้านข้างทาง
วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม
เผยเชียนมาถึงห้องทํางาน ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้ว่าจะเลือกใครมาดูแลตลาด
ร้านข้างทาง คนคนนั้นก็คือจางหยาฮุย!
จากข้อมูลที่ได้จากฝ่าย HR จางหยาฮุยเป็นเจ้าของร้านบะหมี่เย็นย่างชื่อดังใน
พื้นที่ ฉีเหยียนดึงตัวเขามาดูแลห้องวิจัยอาหารของสาวหน้านิ่งเพราะผลงานอันโดด
เด่นในการแข่งขันทําบะหมี่เย็นย่าง ตอนนี้เขาอยู่ที่ฉางอาน เพิ่งถ่ายทําสารคดี ‘ร้าน
ข้างทาง’ ตอนแรกกับทีมงานจากเฟยหวงสตูดิโอเสร็จ
ตอนแรกเขาเป็นแค่เจ้าของร้านบะหมี่เย็นย่างข้างทางธรรมดาๆ การศึกษาไม่ได้สูง
ไม่มีความสําเร็จที่โดดเด่น แต่เผยเชียนสัมผัสได้ถึงสัญญาณอันตรายจากคนคนนี้
ที่ฉีเหยียนไว้ใจมอบหมายงานสําคัญอย่างห้องวิจัยอาหารกับสารคดีร้านข้างทางให้
เขาทํา คงเป็นเพราะเขามีความสามารถโดดเด่น
ถ้าอย่างนั้นการดึงตัวเขามาก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด!
จางหยาฮุยจะมาเป็นผู้จัดการตลาดร้านข้างทาง การทําแบบนี้ส่วนหนึ่งจะช่วยให้
สาวหน้านิ่งอ่อนกําลังลงและสร้างอุปสรรคให้กับห้องวิจัยอาหาร การถ่ายสารคดี และ
อนาคตของห้องวิจัยอาหาร อีกส่วนหนึ่งก็จะช่วยดึงคนจากสาวหน้านิ่งได้ง่ายขึ้นใน
อนาคตเพราะแผนเดิมของเผยเชียนไม่ใช่แค่ดึงคนมาแค่คนเดียว ต่อไปในอนาคตตลาด
ร้านข้างทางจะดึงคนจากห้องวิจัยอาหารของสาวหน้านิ่งมาเรื่อยๆ เพื่อขัดขวางการ
พัฒนากิจการสาวหน้านิ่ง ดังนั้นผู้จัดการตลาดร้านข้างทางจึงต้องมีบารมีและเสน่ห์
ส่วนตัวที่จะช่วยดึงคนมาได้
ไม่อย่างนั้นถ้าบอกชื่อผู้จัดการตลาดร้านข้างทางไปแล้วเจ้าของร้านคนอื่นๆ ไม่
ยอมมา คงน่ากระอักกระอ่วนใจแน่ถ้าพวกเขาเลือกอยู่กับห้องวิจัยอาหารของสาวหน้า
นิ่งต่อไป
ดังนั้นการดึงตัวจางหยาฮุยมาโดยตรงจึงให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ามาก
เผยเชียนไม่มีเบอร์ติดต่อจางหยาฮุย แต่เขามีเบอร์หวงซื่อปั๋ว ในเมื่อจางหยาฮุย
กับหวงซื่อปั๋วทําสารคดีร้านข้างทางอยู่ด้วยกัน ถ้าติดต่อหวงซื่อปั๋วได้ก็เท่ากับติดต่อ
จางหยาฮุยได้
…
ขณะเดียวกันที่ฉางอาน
หวงซื่อปั๋วและกองถ่ายสารคดีร้านข้างทางกําลังเก็บข้าวของเตรียมออกเดินทาง
ตอนแรกของสารคดีร้านข้างทางถ่ายทําเสร็จแล้วและได้กระแสตอบรับดีมาก
ดังนั้นพวกเขาจึงพักที่ฉางอานต่ออีกหนึ่งวันเพื่อลิ้มรสอาหารท้องถิ่นต่างๆ แล้ว
ตัดสินใจออกเดินทางวันนี้เพื่อไปสู่จุดหมายต่อไป
ตามแผนที่วางไว้สารคดีนี้เป็นสารคดีระยะยาว กองถ่ายต้องบินไปทั่วประเทศเพื่อ
ตามหาอาหารท้องถิ่นสุดอร่อยพร้อมขอสูตรลับเฉพาะจากร้านต่างๆ ขณะเดียวกันก็
ต้องโปรโมตสาวหน้านิ่งไปด้วยแน่นอนว่าในฐานะผู้จัดการเฟยหวงสตูดิโอ หวงซื่อปั๋วมีเรื่องอื่นให้ต้องจัดการ
ดังนั้นเขาจึงติดตามกองถ่ายไปด้วยแค่ตอนแรกของสารคดี ตอนที่เหลือหลังจากนี้จะ
เป็นความรับผิดชอบของผู้กํากับสารคดีร้านข้างทาง
มือถือของหวงซื่อปั๋วดังขึ้นตอนที่เขากําลังเก็บกระเป๋าอยู่ในห้อง
“หืม? บอสเผยโทรมางั้นเหรอ”
หวงซื่อปั๋วผงะไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบรับสาย
“สวัสดีครับบอสเผย มีงานอะไรให้ทํา
เหรอครับ”
เสียงของบอสเผยดังขึ้นจากปลายสาย
“จางหยาฮุยอยู่กับคุณมั้ย ให้ผมคุยกับเขา
หน่อย”
หวงซื่อปั๋วอึ้งไปพักหนึ่ง
“ครับ? เอ่อ ได้ครับ บอสรอสักครู่นะครับ”
ถึงจะไม่เข้าใจว่าทําไมบอสเผยถึงข้ามหลายขั้นเพื่อคุยกับจางหยาฮุย แต่หวงซื่อปั๋ว
ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ เขาตรงไปเคาะห้องของจางหยาฮุยแล้วส่งมือถือให้อีกฝ่าย
จางหยาฮุยดูตกใจ
“บอสเผยอยากคุยกับผมเหรอครับ”
ตั้งแต่เข้ามาทํางานกับสาวหน้านิ่ง ชื่อ ‘บอสเผย’ ก็เป็นเหมือนตํานานมาตลอด
ตอนนี้จู่ๆ เขาก็จะได้คุยกับบอสเผยด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ แถมอีกฝ่ายยังเจาะจงมาที่
เขาโดยตรง แน่นอนว่าจางหยาฮุยก็ต้องรู้สึกปลาบปลื้ม
จางหยาฮุยรับมือถือจากหวงซื่อปั๋วแล้วพูด
“สวัสดีครับบอสเผย บอสอยากคุยกับ
ผมเหรอครับ”
เสียงใจดีของบอสเผยดังขึ้นจากปลายสาย
“จางหยาฮุยใช่มั้ย สวัสดีๆ ไม่มีอะไร
มาก ผมแค่อยากจ้างคุณมาเป็นผู้จัดการโปรเจ็กต์ใหม่ของผมที่ชื่อ ‘ตลาดร้านข้าง
ทาง’ คุณสนใจมั้ย”เผยเชียนเล่ารายละเอียดโปรเจ็กต์ตลาดร้านข้างทางให้อีกฝ่ายฟังคร่าวๆ
สรุปสั้นๆ คือเขาจะซื้อที่ในจิงโจวเพื่อเปิดร้านให้กับเจ้าของร้านข้างทางที่มีสูตรลับ
เฉพาะตัว ซึ่งจะเปิดโอกาสให้พวกเขาดําเนินธุรกิจเดิมได้ที่นี่
ตลาดนี้จะไม่เก็บค่าเช่า สามารถใช้สถานที่ได้ฟรี มีแผนกรับผิดชอบเรื่องวัตถุดิบ
และส่วนผสมแบบครบวงจรโดยเฉพาะ ถ้าทํากําไรได้ก็จ่ายส่วนแบ่งให้ตลาดร้านข้าง
ทางแค่ 20% นอกจากนั้นยังมีเงินเดือนพื้นฐาน ประกัน เงินอุดหนุน และสิทธิ
ประโยชน์ต่างๆ เหมือนพนักงานของเถิงต๋า
ในฐานะผู้จัดการตลาดร้านข้างทาง โดยปกติแล้วจางหยาฮุยจะดูแลเรื่องการ
บริหารจัดการประจําวัน แน่นอนว่าถ้าเขาอยากตั้งร้านของตัวเองด้วยก็ไม่มีปัญหา
และนอกจากงานเหล่านี้แล้วเผยเชียนยังบอกเป็นนัยให้จางหยาฮุยดึงเจ้าของร้าน
ฝีมือดีๆ จากห้องวิจัยอาหารของสาวหน้านิ่งมาด้วย ยิ่งดึงมาได้เยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
จางหยาฮุยรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย
“แต่บอสเผยครับ แบบนี้จะไม่ขัดขวางงานของ
ห้องวิจัยอาหารสาวหน้านิ่งเหรอครับ”
ฉีเหยียนต้องการให้จางหยาฮุยรับตําแหน่งผู้จัดการห้องวิจัยอาหาร นอกจากนี้เธอ
ยังดึงเจ้าของร้านข้างทางชื่อดังจากทั่วประเทศมาทํางานด้วยหรือไม่ก็ทุ่มเงินขอซื้อสูตร
แต่ตอนนี้บอสเผยกลับอยากดึงพวกเขาไปเปิดตลาดแทน แบบนี้จะฟังฝั่งไหนดีล่ะ
เผยเชียนกระแอมกระไอ
“เอ่อ ตลาดร้านข้างทางกับห้องวิจัยอาหารของสาวหน้า
นิ่งมีแนวทางการพัฒนาแตกต่างกัน พิจารณาจากความสามารถคุณแล้ว ถ้าให้ไปดูแล
ห้องวิจัยอาหารจะเสียของมาก คุณจะพัฒนาได้ดีขึ้นก็ต่อเมื่อมาดูแลโปรเจ็กต์ของผม
“เรื่องสาวหน้านิ่งคุณไม่ต้องห่วงเลย ทุกอย่างเป็นการจัดสรรบุคลากรภายในของ
เถิงต๋า ฉีเหยียนต้องเข้าใจแน่นอน ประเด็นสําคัญอยู่ที่ความตั้งใจส่วนตัวของคุณ”จางหยาฮุยคิดในใจ ยังต้องเสียเวลาคิดอีกเหรอ การดูแลของทั้งสองฝั่งแตก
ต่างกันลิบลับ!
ห้องวิจัยอาหารเป็นแค่แผนกหนึ่งภายในสาวหน้านิ่ง พูดอีกอย่างคือฉีเหยียนเป็น
หัวหน้าโดยตรงของจางหยาฮุย เหนือขึ้นไปคือเฮ่อเต๋อเซิ่งจากบริษัทลงทุนหยวนเมิ่ง
และเหนือจากนั้นอีกคือบอสเผย
แต่ตลาดร้านข้างทางเป็นโปรเจ็กต์ที่บอสเผยสร้างขึ้นด้วยตัวเอง เขาจะได้รายงาน
ต่อบอสเผยโดยตรง ซึ่งหมายความว่าได้เลื่อนตําแหน่งขึ้นไปอีกสองระดับโดยไม่มี
เหตุผล!
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลหรือทรัพยากรที่แท้จริงก็เห็นได้ชัดว่าอยู่คนละระดับกัน
ถึงตลาดร้านข้างทางจะฟังดูไม่ยิ่งใหญ่เท่า ‘ห้องวิจัยอาหาร’ แต่นั่นก็เป็นแค่ชื่อ
ต้องดูขอบเขตความรับผิดชอบต่างๆ ด้วย
ว่ากันตามตรงงานของห้องวิจัยอาหารค่อนข้างน่าเบื่อ ไม่มีอะไรมากกว่าตระเวนไป
ที่ต่างๆ เพื่อตามหาเจ้าของร้านข้างทางชื่อดัง จากนั้นก็ปรับสูตรที่ได้มาและสร้างเมนู
ใหม่ที่สามารถผลิตทีละมากๆ ให้กับร้านสาวหน้านิ่ง
กลับกันงานของตลาดร้านข้างทางมีความซับซ้อนกว่า คล้ายกับการบริหาร
ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์อาหารขนาดใหญ่
สําหรับจางหยาฮุย เหตุผลที่เขาเลือกออกจากบ้านเกิดและมาที่ปักกิ่งก็เพราะไม่
พอใจตัวตนในฐานะเจ้าของร้านข้างทาง และหวังที่จะไต่เต้าไปสูงกว่านี้
อีกทั้งจางหยาฮุยยังชอบเปิดร้านมากกว่า การทํางานในห้องวิจัยอาหารหมายความ
ว่าเขาต้องทิ้งงานอดิเรกนี้ไป แต่ถ้าทําตลาดร้านข้างทางก็สามารถเปิดร้านตามอารมณ์
ได้ ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ต้องพิจารณาไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธ
หลังจากพิจารณาอยู่ครู่ใหญ่จางหยาฮุยก็ตอบออกไป
“โอเคครับบอสเผย ถ้าบอส
คิดว่าผมเหมาะกับตําแหน่ง ผมก็จะลองดูครับ ผมหวังว่าจะไม่ทําให้บอสผิดหวังนะ
ครับ”
เผยเชียนดีใจมาก
“เยี่ยมเลย! เอางี้แล้วกัน เสาร์อาทิตย์นี้คุณพักให้เต็มที่ก่อน
แล้ววันจันทร์ค่อยมาจิงโจว เดี๋ยวผมอธิบายรายละเอียดงานให้คุณฟัง”
หลังจากวางสายไปจางหยาฮุยก็ยังสับสนอยู่
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาช่างมหัศจรรย์จริงๆ!
ตอนแรกเขาเป็นแค่เจ้าของร้านข้างทางที่พอมีชื่อเสียงเล็กน้อยในบ้านเกิดซึ่งขาย
บะหมี่เย็นย่างประทังชีวิต แต่ภายในเวลาแค่ไม่กี่เดือนเขาก็กําลังจะได้เป็นผู้จัดการ
ตลาดร้านข้างทางขนาดใหญ่ แถมยังได้รายงานการทํางานกับบอสเผยแห่งเถิงต๋าคอร์
เปอเรชันโดยตรงอีก…
จางหยาฮุยหันไปหาหวงซื่อปั๋ว
“พี่หวง บอสเผยให้ผมไปดูแลโปรเจ็กต์ใหม่ในจิ
งโจวที่ชื่อตลาดร้านข้างทาง…”
หวงซื่อปั๋วไม่ได้แปลกใจอะไรเท่าไหร่ เห็นได้ชัดว่าเขาคิดถึงความเป็นไปได้นี้แล้ว
ตั้งแต่บอสเผยขอสายจางหยาฮุย
เขายิ้มแล้วตบบ่าจางหยาฮุย
“ไม่ต้องห่วง บอสเผยมองคนเก่งที่สุดแล้ว ถ้าบอส
เผยเลือกคุณก็หมายความว่าคุณมีคุณสมบัติที่ดีมากในด้านนี้!
“สตูดิโอของพวกผมอยู่ที่จิงโจว ถ้ามีปัญหาอะไรแวะมาหาผมได้ตลอดเลยนะ ไว้
ตลาดร้านข้างทางเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่เราจะแวะไปสนับสนุน!”จางหยาฮุยพยักหน้า
“ได้เลยครับ! เดี๋ยวผมขอตัวโทรไปอธิบายเรื่องต่างๆ กับ
บอสฉีจากสาวหน้านิ่งก่อนนะครับ…”
…
ขณะเดียวกันฉีเหยียนกําลังชิมเมนูใหม่ที่เพิ่งมาเสิร์ฟระหว่างคุยกับรุ่ยยู่เฉินอยู่ใน
ร้านโมหยูเดลิเวอรี่
ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาอาหารกลางวันในร้านจึงมีคนไม่มาก พนักงานส่งอาหารก็ยัง
ไม่ยุ่งมากนัก
ช่วงนี้ฉีเหยียนแวะมาร้านโมหยูเดลิเวอรี่บ่อยเพราะต้องการเรียนรู้จากผู้มี
ประสบการณ์สูง
ชื่อเสียงของสาวหน้านิ่งบนอินเทอร์เน็ตดูดีขึ้นเล็กน้อยหลังสารคดีร้านข้างทางตอน
แรกออกฉาย แต่ก็ไม่ได้สร้างผลกระทบแง่บวกต่อรายได้ของร้านสาวหน้านิ่งมากนัก
ห้องวิจัยอาหารตั้งขึ้นเรียบร้อย รสชาติของบะหมี่เย็นย่างได้รับการปรับปรุงขึ้น
อย่างมากตามสูตรของจางหยาฮุยและคนอื่นๆ ถือได้ว่าได้รับเสียงวิจารณ์ด้านบวก
เพิ่มขึ้น
แต่การเปลี่ยนแปลงเพียงเท่านี้ยังห่างไกลจากการพลิกสาวหน้านิ่งให้กลายเป็นแบ
รนด์อาหารฟาสต์ฟู้ดยอดนิยม
มือถือของฉีเหยียนดังขึ้นระหว่างที่คุยกับรุ่ยยู่เฉินอยู่
จางหยาฮุยเล่าเรื่องการโยกย้ายบุคลากรของบอสเผยให้ฟังคร่าวๆ และเสนอขอลง
จากตําแหน่งผู้จัดการห้องวิจัยอาหารอย่างเป็นทางการ
นอกจากนั้นจางหยาฮุยยังเตือนฉีเหยียนล่วงหน้าว่าตลาดร้านข้างทางอาจดึง
เจ้าของร้านข้างทางบางส่วนจากห้องวิจัยอาหารมาที่จิงโจวฉีเหยียนผงะไป
“อ่า… อือ โอเค”
เธอพูดอะไรไม่ได้มากนักเพราะเป็นคําสั่งของบอสเผย
แต่พอวางสายไปฉีเหยียนก็ตกอยู่ในความสับสนสุดๆ
บอสเผยตั้งใจจะทําอะไรกันแน่ บอสกําลังพยายามแย่งคนจากสาวหน้านิ่งไปงั้น
เหรอ
นอกจากจะดึงจางหยาฮุยไปเป็นผู้ดูแลโปรเจ็กต์แล้ว ยังตั้งใจจะดึงเจ้าของร้านข้าง
ทางจากห้องวิจัยอาหารไปเพิ่มอีกเหรอ
ไม่เห็นจะสมเหตุสมผลเลย
หรือในใจของบอสเผยจะมีความแตกต่างกันด้านความสัมพันธ์ใกล้ชิด บอสคิดว่า
ถ้าให้คนกลุ่มนี้ทํางานกับสาวหน้านิ่งจะเป็นการใช้ความสามารถสูญเปล่า เลยย้ายไปทํา
ตําแหน่งที่มีความหมายกว่างั้นเหรอ
หรือบอสเผยมีแผนอย่างอื่นเตรียมไว้ให้สาวหน้านิ่ง