ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 948 เปาซวี่กลับมาอีกแล้ว!
วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม
เปาซวี่กับเหลียงชิงฟานที่แสนเหนื่อยล้าจากการท่องเที่ยว
ได้เหยียบเท้าลงบนแผ่นดินจิงโจวอีกครั้ง
เหลียงชิงฟานดูเหนื่อยอ่อนแต่ก็มีชีวิตชีวา “เฮ้อ ถึงสักที!
“ถึงทริปเที่ยวฟรีจะเป็นเรื่องดี แต่ต้องเดินทางเป็นเวลานานก็เหนื่อยเหมือนกัน
“พี่เปาดูสดใสมากเลยครับ สมแล้วที่เป็นปรมาจารย์ด้านการท่องเที่ยว!
ผมติดหนี้บุญคุณพี่จริงๆ ที่พี่ช่วยไปทริปอียิปต์เป็นเพื่อน!”
เปาซวี่ที่อยู่ข้างๆ กลอกตา ไม่พูดอะไร
หมายความว่าไงที่ว่าดูสดใส!
ฉันกลับมาสดใสได้ก็เพราะในที่สุดฉันก็ได้กลับมาจิงโจวอีกครั้ง เข้าใจมั้ย
เปาซวี่กลัวว่าถ้าอยู่อียิปต์ต่ออีกสักสัปดาห์ จะแห้งตายเป็นมัมมี่กลางทะเลทรายเอาได้
สรุปคือในที่สุดทริปนี้ก็จบลงสักที!
เปาซวี่รอไม่ไหวที่จะได้กลับไปนอนและเล่นเกม เขาไม่อยากมัวชักช้าแม้สักวินาทีเดียว
แต่พวกเขาก็ยังต้องนั่งแท็กซี่กลับ
เปาซวี่ที่นั่งอยู่บนรถแท็กซี่ไม่มีอารมณ์พูดคุยกับเหลียงชิงฟานเลยแม้แต่นิดเดียว
เขานั่งขบคิดเรื่องหนึ่งที่ไตร่ตรองมาตลอดทั้งเดือน
ต้องทำยังไงถึงจะเลิกไปเที่ยวได้
การถูก ‘ลักพาตัว’ ออกเดินทางถึงสองครั้งติดต่อกัน ทำให้เปาซวี่ระแวงขึ้นมา
ตอนแรกเปาซวี่คิดว่าขอแค่พยายามทำตัวไม่เด่น
และซ่อนตัวอยู่ในฝ่ายเกมโดยที่ไม่รับผิดชอบงานอะไรเลย
เขาก็จะไม่ถูกเลือกเป็นพนักงานดีเด่น แต่เขาก็พลาดท่าถึงสามครั้ง
ครั้งแรกตอนที่หลี่หย่าต๋าได้เป็นพนักงานดีเด่นอันดับสอง
เพราะผลงานอันโดดเด่นในฝ่ายเกม เปาซวี่ก็ถูกจัดให้ร่วมเดินทางไปเป็นเพื่อน
รอบที่สองตอนที่หวงซื่อปั๋วได้เป็นพนักงานดีเด่นอันดับสอง
เปาซวี่ก็ได้รับมอบหมายให้เดินทางไปด้วย
รอบที่สามก็โดนเหลียงชิงฟานลากไปอีก…
สองรอบแรกไม่เท่าไหร่ ที่ทำให้เปาซวี่เหวอที่สุดคือเขาไม่ได้สนิทกับเหลียงชิงฟานเลย!
หมายความว่า ‘ถ้าได้ตำแหน่งพนักงานดีเด่นอันดับสอง ก็ต้องพาเปาซวี่ไปเที่ยวด้วย’
กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติและกฎที่เป็นอันรู้กันภายในเถิงต๋าคอร์เปอเรชันไปแล้ว
ถ้าเป็นแบบนั้น ไม่ว่าใครจะได้ตำแหน่งพนักงานดีเด่นอันดับสองในอนาคต
คนคนนั้นก็จะพาเปาซวี่ติดสอยห้อยตามไปด้วยแน่นอน!
อีกอย่างกลยุทธ์ไม่ทำตัวเด่นของเปาซวี่ก่อนหน้านี้
นอกจากจะไม่บรรลุเป้าหมายในการอำพรางตัวเองแล้ว ยังให้ผลตรงกันข้ามอีก
เพราะทุกคนคิดว่าพี่เปาไม่ได้มีงานสำคัญที่ต้องรับผิดชอบ
พาไปเที่ยวด้วยก็ไม่น่ามีปัญหา ไม่ได้ทำให้งานไหนล่าช้า
ดังนั้นเปาซวี่จึงรู้สึกว่าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้อีก เขาต้องเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง!
แต่จะเปลี่ยนแปลงอะไรล่ะ
ตอนนี้เปาซวี่ยังอยู่ในฝ่ายเกมเถิงต๋า ถ้าเสนอตัวรับงานมาทำก็ย่อมมีอะไรให้ทำแน่นอน
แต่ปัญหาคือเขาเป็นพนักงานรุ่นใหญ่ ทุกสายตาจับจ้องมาที่เขา
ถ้าสร้างผลงานอะไรออกมา อาจจะทำให้ถูกโหวตได้ แบบนั้นก็ยิ่งแย่ไปกันใหญ่สิ
ดังนั้นเปาซวี่จึงรู้สึกว่าทางที่ดีที่สุดสำหรับเขา คือหางานในกิจการอื่นทำ
ทำแบบนี้เขาก็จะปฏิเสธได้อย่างมีเหตุผล เมื่อมีคนมาขอให้ไปเที่ยวด้วยว่า
‘ขอโทษที พอดีมีงานต้องทำ ไปชวนคนอื่นนะ!’
แต่จะช่วยงานกิจการไหนดีล่ะ เปาซวี่ไม่ได้อยากย้ายไปทำงานกิจการอื่น
เขายังอยากอยู่ในฝ่ายเกมเถิงต๋า
เพราะงั้นถ้าไปช่วยงานได้ชั่วคราวก็จะดีที่สุด แต่งานหลักของเขาคือการออกแบบเกม
บอกได้ยากว่ากิจการอื่นจะต้องการความช่วยเหลือจากเขารึเปล่า
ดังนั้นเปาซวี่จึงเค้นหัวคิดมาตลอด เพื่อหาทางหลีกหนีจากชะตากรรม
ที่ต้องติดสอยห้อยตามไปเที่ยวกับคนอื่น
…
ขณะเดียวกันที่สำนักงานใหญ่เถิงต๋าคอร์เปอเรชัน
เผยเชียนอยู่ในห้องทำงาน กำลังเปิดอ่านรายงานของกิจการต่างๆ พลางครุ่นคิด
ว่าจะจัดการและปรับปรุงแผนงานขั้นต่อไปยังไงดี
เผยเชียนรู้เรื่องทู่เหว่ยไลฟ์สตรีมแล้ว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
ถือเป็นเรื่องบ้ามากๆ ที่การบรรยายอย่างไม่เป็นทางการ เป็นที่นิยมมากกว่าการบรรยายของออฟฟิเชียล!
บอกได้แค่ว่าหลงอวี่คอร์เปอเรชันไร้ประโยชน์เกินไป
แค่เรื่องง่ายๆ อย่างการบรรยายการแข่งขัน ยังทำให้ดีไม่ได้
ชอบสร้างปัญหามากมายให้กับเผยเชียนโดยไม่มีเหตุผล
แต่ก็ได้ข่าวมาว่าหลงอวี่คอร์เปอเรชันก็กำลังปรับแก้อย่างเร่งด่วน
พวกเขากำลังตามหานักกีฬามืออาชีพจากสโมสรอื่นๆ มาเป็นแขกรับเชิญช่วยวิเคราะห์เกมให้
คาดว่ามาตรฐานการบรรยายของออฟฟิเชียลน่าจะดีขึ้นในไม่ช้า
เผยเชียนไม่ได้สนใจเรื่องนี้อีก
ตราบใดที่ลีก ICL ได้รับความนิยมมากขึ้น ก็ถือว่าไม่เป็นไร
ระหว่างที่กำลังไล่อ่านรายงานจากกิจการต่างๆ ก็มีคนมาเคาะประตู
เผยเชียนเงยหน้าขึ้นมอง แล้วพบคนไม่คุ้นหน้า
จางหยางฮุย แนะนำตัวเองอย่างประหม่า
“สวัสดีครับบอสเผย ผมจางหยางฮุย จากสาวหน้านิ่ง
บอสโทรมาก่อนหน้านี้ บอกให้ผมมาคุยเรื่องตลาดร้านข้างทางกับบอสวันจันทร์…”
เผยเชียนนึกขึ้นได้ทันที “อ๋อ ใช่ๆ เชิญนั่งก่อน”
เขาอยากตั้งตลาดร้านข้างทางเพื่อดึงคนจากสาวหน้านิ่ง และขัดขวางการพัฒนา
แต่ก็ต้องมีฉากบังหน้า ถ้าข้อเสนอของตลาดร้านข้างทางไม่ดีพอ
เจ้าของร้านจากสาวหน้านิ่งจะอยากมาทำเหรอ
เผยเชียนรินชาให้จางหยางฮุย แล้วพูดขึ้น
“จริงๆ แล้วตอนนี้ผมมีแค่แนวคิดคร่าวๆ เกี่ยวกับตลาดร้านข้างทาง
คุณต้องเอาไปคิดต่ออย่างละเอียดรอบคอบว่าจะจัดการยังไง
“เรื่องเงินทุนไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะให้คุณก่อนสิบล้าน เอาไปค่อยๆ ใช้
ถ้าไม่พอก็ขอเพิ่ม กุญแจสำคัญคือต้องดึงดูดใจเจ้าของร้านข้างทางให้ได้!
“ส่วนเรื่องข้อกำหนดอื่นๆ…
“ตลาดร้านข้างทางต้องตั้งอยู่ในจิงโจว
เจ้าของร้านข้างทางทุกรายที่เข้ามาเปิดร้านในตลาด ต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกัน
เพื่อให้มั่นใจถึงเรื่องสุขอนามัยและความปลอดภัย วัตถุดิบต้องสั่งซื้อด้วยกัน
ตลาดร้านข้างทางต้องมีทีมงานพิเศษช่วยกำกับดูแลแบบครบวงจร…”
เผยเชียนอธิบายความคิดของตัวเองคร่าวๆ จางหยางฮุยดูแปลกใจ
“มีข้อกำหนดแค่นี้เหรอครับ”
จากที่ได้ฟังเงื่อนไขของบอสเผย ดีมาก! เงินทุนสูงมาก ข้อจำกัดเรื่องยอดขายก็ไม่มี
ที่ตั้งขอแค่อยู่ในจิงโจวก็พอ ไม่มีข้อกำหนดว่าต้องเปิดที่ไหน
เรื่องกฎเกณฑ์ที่ต้องยอมรับร่วมกันอย่างสุขอนามัย ความปลอดภัย และอื่นๆ
ก็เป็นเรื่องพื้นฐานสุดๆ ถึงบอสเผยจะไม่บอก จางหยางฮุยก็ต้องคำนึงถึงเรื่องนี้อยู่แล้ว
นอกจากเรื่องพวกนี้แล้ว ก็ไม่มีข้อกำหนดอื่นๆ อีกเลยเหรอ ให้อิสระมากเกินไปแล้ว!
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เผยเชียนก็ถามขึ้น “คุณต้องการอะไรอีก ล่ะ”
จางหยางฮุยตอบ “ก็อย่างเช่น… ตลาดร้านข้างทางนี้ต้องตั้งอยู่ย่านใจกลางเมือง
หรือห่างจากตัวเมืองเล็กน้อย ควรเปิดติดกับกิจการอื่นๆ ของเถิงต๋า รึเปล่า
การตกแต่งควรใช้สไตล์ไหน ต้องกำหนดเวลาเปิดให้บริการของเจ้าของร้านยังไง
ผมเป็นคนกำหนดเรื่องทั้งหมดนี้เองเหรอครับ”
เผยเชียนไตร่ตรองดู ตอนแรกเขาอยากให้จางหยางฮุยตัดสินใจเอง
เพราะเขาก็ไม่ได้มีข้อกำหนดเกี่ยวกับตลาดร้านข้างทางมากนัก
จะทำเงินได้หรือไม่ก็ปล่อยไปตามยถากรรม
เจตนาที่แท้จริงของเผยเชียน คือหาเหตุผลดึงคนจากสาวหน้านิ่งมา
เผยเชียนคิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้เซลล์สมองครุ่นคิดถึงรายละเอียดเหล่านี้มากจนเกินไป
แต่พอมาคิดดูอีกที เขาก็รู้สึกว่าต้องคุยเรื่องพวกนี้กับจางหยางฮุย
เพราะโบราณบอกไว้ว่างานสำเร็จได้เพราะพากเพียร เละเทะเพราะเหยาะแหยะ
ความสำเร็จบรรลุผ่านการคิดใคร่ครวญ พังพินาศเพราะปล่อยปละตามสบาย
ปัญหามากมายที่ผ่านมาเป็นเพราะเขาปล่อยตามสบายเกินไป
เป็นเรื่องถูกต้องเสมอที่จะทำอะไรเพื่อกันไว้ก่อน
เผยเชียนพิจารณาคำถามของจางหยางฮุยดูคร่าวๆ
ตลาดร้านข้างทางจะเปิดในย่านใจกลางเมืองไม่ได้ เพราะเจ้าของร้านข้างทางฝีมือไม่ธรรมดา
แถมเงินทุนก้อนโต ต้องทำให้บรรยากาศการกินอาหารออกมาดีแน่นอน
ถ้าเปิดในย่านใจกลางเมือง ลูกค้าก็จะเป็นคนที่มีกำลังจ่ายเยอะ
ซึ่งต้องทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำแน่นอน
แต่เปิดในทำเลห่างไกลตัวเมืองเกินไปก็ดูไม่เหมาะ
เพราะค่าที่ในละแวกนั้นถูก ถ้าตลาดร้านข้างทางเป็นที่นิยมขึ้นมา
ก็จะทำให้ค่าที่โดยรอบพุ่งขึ้น และกิจการในละแวกได้ประโยชน์ไปด้วย
มีช่องให้พัฒนาเพิ่มเติมเยอะเกินไป
ไม่ควรเปิดติดกับกิจการอื่นๆ ของเถิงต๋า
ถ้าไปเปิดใกล้ๆ กับภัตตาคารไร้ชื่อ โซนนั้นต้องกลายเป็นฟู้ดสตรีตแน่นอน
ลูกค้าจากทั่วประเทศจะแวะมาที่นี่
ถ้าไปเปิดใกล้ๆ กับอพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อย หรือร้านอินเทอร์เน็ตโมหยู
กลุ่มวัยรุ่นต้องแวะไปหาอะไรกินหลังเล่นเกมเสร็จแน่…
แบบนี้ก็ไม่ดีเหมือนกัน ส่วนเรื่องสไตล์การตกแต่งก็ต้องขัดกับสไตล์ของร้านข้างทาง
เรื่องเวลาเปิดให้บริการ ยิ่งปล่อยตามสบายเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เผยเชียนพูดขึ้น
“ทำเลที่ตั้งต้องไม่อยู่ในย่านใจกลางเมือง แต่ก็ห้ามอยู่ห่างตัวเมืองเกินไป
“ห้ามเปิดใกล้กับกิจการของเถิงต๋า
“สไตล์การตกแต่งต้องออกมาดูดี ทันสมัย และไฮเอนด์
ต้องแตกต่างจากคอนเซปต์ ‘ร้านข้างทาง’
“เวลาเปิดให้บริการใช้ระบบการทำงานแบบยืดหยุ่น
เราจะไม่จำกัดเวลาเปิดให้บริการมากจนเกินไป และให้เจ้าของร้านมีอิสระเต็มที่
“ข้อกำหนดของผมมีเท่านี้ ไม่มีอะไรแล้ว”
จางหยางฮุยดูสับสน ข้อกำหนดพวกนี้มันอะไรเนี่ย
แต่เขาก็เคยได้ยินมานานแล้วว่าบอสเผยมีสไตล์การทำงานยังไง จึงไม่ได้แปลกใจมากนัก
เขาได้แต่ท่องข้อกำหนดทั้งหมดเงียบๆ ในใจ
“ถ้างั้น… ผมควรไปเตรียมงานเลยไหมครับบอสเผย” จางหยางฮุยถาม
เผยเชียนพยักหน้า “อืม ลุยเลย!”
…
จางหยางฮุยยังงงๆ อยู่ ระหว่างที่เดินออกจากตึกเฉินฮว่าแกรนด์วิว
ก่อนตรุษจีนเขาเป็นแค่เจ้าของร้านข้างทางธรรมดาๆ
ต้องตื่นแต่ไก่โห่มาขายบะหมี่เย็นย่าง หาเงินประทังชีวิตยันมืดค่ำ
กลายเป็นว่าพอได้ไปเข้าร่วมงานแข่งขันสตรีตฟู้ด
บอสฉีก็เลือกเขามาเป็นดูแลงานห้องวิจัยอาหารและทำคลิปโปรโมต
จากนั้นบอสเผยก็ถูกใจเขา และมอบหมายให้รับผิดชอบตลาดร้านข้างทางโดยตรง
บอกได้แค่ว่าชีวิตมีขึ้นมีลง น่าตื่นเต้นสุดๆ!
ตอนนี้เขาได้ทุนก้อนโตจากบอสเผยมา แต่ก็ยังสับสนอยู่
ไม่รู้ว่าตลาดร้านข้างทางต้องออกมาเป็นยังไงถึงจะตรงกับข้อกำหนดของบอสเผย
เขายังเป็นแม่ทัพที่ไม่มีกองทัพ จึงทำได้แค่วางแผนในระยะยาว
แต่ระหว่างที่กำลังจะกลับ เขาก็เห็นแท็กซี่ขับมาจอดหน้าทางเข้าตึกเฉินฮว่าแกรนด์วิว
คนที่นั่งมาคือเหลียงชิงฟานกับเปาซวี่
จางหยางฮุยตาเป็นประกายขึ้นมา “คุณเหลียงที่เป็นสถาปนิกใช่ไหมครับ
ผมเคยเห็นคลิปโปรโมตอพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อยของคุณ!”
เหลียงชิงฟานพยักหน้า “คุณคือ…”
จางหยางฮุยตอบ “ผมชื่อจางหยางฮุย
ตอนนี้ดูแลโปรเจกต์ตลาดร้านข้างทางที่บอสเผยเพิ่งตั้งขึ้นครับ…”
จางหยางฮุยดีใจมาก เขารีบอธิบายเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นสาเหตุให้ได้มาที่นี่
เหลียงชิงฟานดูประหลาดใจ “ตลาดร้านข้างทางเหรอครับ ฟังดูน่าสนใจมากครับ!
“ขอโทษที ผมไปทริปต่างประเทศมาเป็นเดือนเลยไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้เท่าไหร่
“แต่… ช่วงนี้อพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อยที่ผมดูแลอยู่ไม่ค่อยมีงานเท่าไหร่
คุณอยากให้ช่วยออกแบบตลาดร้านข้างทางไหม ผมช่วยได้ครับ”