ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 958: ปัญญาประดิษฐ์กับเกม
เผยเชียนไม่เปิดโอกาสให้อีกสองคนโต้แย้ง และเข้าประเด็นถัดไปทันที
“ต่อไปเราต้องกำหนดทิศทางกาวิจัยหลักของห้องวิจัยปัญญาประดิษฐ์หนูหม่า พวกคุณมีไอเดียอะไรมั้ย”
เผยเชียนโยนหินถามทางเหมือนอย่างเคย ไม่อย่างนั้นถ้าไอเดียที่เสนอไปดันขัดแย้งกับผู้จัดการก็คงเปลี่ยนแปลงได้ยาก
เสิ่นเหรินเจี๋ยพูดขึ้น
“บอสเผยครับ งานวิจัยปัจจุบันของเราเน้นไปที่การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ตามฉบับดั้งเดิมเป็นหลัก ว่าง่ายๆ คือเป็นการปรับปรุงและยกระดับปัญญาประดิษฐ์สำหรับมือถือ ตัวอย่างเช่น ฟังก์ชันมือถือที่ปัญญาประดิษฐ์ AEEIS รับผิดชอบ ก็อยู่ในขอบเขตการวิจัยของเราหมดเลยครับ”
เจียงหยวนพยักหน้าเบาๆ นี่เป็นเหตุผลหลักที่เขาเลือกซื้อบริษัทนี้ ผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์บนมือถือ ลำโพงอัจฉริยะ บ้านอัจฉริยะ และอื่นๆ เป็นแวดวงที่ปัญญาประดิษฐ์มีการปรับใช้อย่างแพร่หลายและพัฒนาในเชิงพาณิชย์มากที่สุด
นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับจุดมุ่งเน้นในอุตสาหกรรมปัจจุบันของเถิงต๋ามากที่สุดอีกด้วย ผลการวิจัยของห้องวิจัยนี้สามารถนำไปใช้กับ AEEIS ได้โดยตรง ทำให้ AEEIS บนมือถือ OTTO ใช้งานได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันฉางโหยวก็กำลังพัฒนาอุปกรณ์บ้านอัจฉริยะต่างๆ ดังนั้นผลการวิจัยในแวดวงนี้จึงสำคัญมากสำหรับบริษัท OTTO ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นแวดวงที่สร้างผลลัพธ์ได้ค่อนข้างง่าย
เพราะในปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์โดยพื้นฐานแล้วคือปัญญาที่สร้างขึ้นโดยความพยายามของมนุษย์ ยิ่งมนุษย์ป้อนข้อมูลเข้าไปมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งฉลาดขึ้นเท่านั้น ตัวอย่างเช่น AEEIS เบื้องหลังฟังก์ชันของมันสนับสนุนโดยโค้ดจำนวนมาก ถึงเบื้องหน้าจะดูฉลาดล้ำ แต่จริงๆ แล้วเป็นผลลัพธ์ของการเขียนโปรแกรมและการกำหนดค่าที่ตั้งไว้ล่วงหน้า
ทิศทางการวิจัยอื่นๆ สร้างผลลัพธ์ได้ยากกว่า เผยเชียนเงียบไป ชัดเจนว่าไม่ใช่หลักการซับซ้อนหรือลึกซึ้งมากนัก เขาเข้าใจสิ่งที่ว่ามาทั้งหมด ในเมื่อเป็นแบบนั้นก็ต้องเลือกแวดวงอื่น!
ส่วนจะเลือกแวดวงไหนนั้น เผยเชียนเองก็ไม่รู้ แต่อย่างน้อยเสิ่นเหรินเจี๋ยกับเจียงหยวนก็ตัดคำตอบที่ถูกต้องออกไปให้แล้วหนึ่งข้อ เผยเชียนกระแอมกระไอ
“ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำวิจัยในแวดวงนี้ แต่ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องวางเป็นทิศทางการวิจัยหลัก แบ่งให้ทีมเล็กๆ ไปศึกษาต่อ”
เผยเชียนบอกให้พวกเขาทิ้งแวดวงนี้ไปเลยไม่ได้ เพราะผลวิจัยส่วนใหญ่ของพวกเขาอยู่ในแวดวงนี้ คงจะบ้าเกินไปถ้าบอกให้ทิ้งไปซะให้หมด แต่จะปล่อยให้ขุดคุ้ยแวดวงนี้ต่อก็ไม่ได้ เพราะสร้างปัญหาได้ง่ายเกินไป ทางที่ดีที่สุดคือแบ่งทีมงานกลุ่มเล็กๆ ไปศึกษาต่อ ปล่อยให้ทำงานไปงั้นๆ เพื่อรักษาหน้า ไม่จำเป็นต้องทุ่มเทมากเกินไปจนสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ออกมาได้
เสิ่นเหรินเจี๋ยตะลึงงัน
“หา?”
ก่อนหน้านี้เขาได้ยินมาว่าบอสเผยอยากกำหนดทิศทางการวิจัยหลักให้ห้องวิจัย ซึ่งเขานึกว่าบอสอยากให้ทุ่มเทในจุดที่ดีกว่าภายในแวดวงปัจจุบัน ไม่คิดเลยว่าจะเปลี่ยนไปแวดวงอื่น! เพราะห้องวิจัยมีประสบการณ์น้อยมากในแวดวงอื่น แถมความยากในการวิจัยและพัฒนาก็สูง ไม่ง่ายเลยที่จะสร้างผลลัพธ์ได้ ความพยายามทั้งหมดอาจสูญเปล่าได้ง่ายๆ
เมื่อเห็นสีหน้าตื่นตะลึงของเสิ่นเหรินเจี๋ยกับเจียงหยวน เผยเชียนก็รู้ว่าได้เวลางัดทักษะพูดเอาตัวรอดออกมาใช้ เขาตีหน้าจริงจังทันที
“แวดวงวิจัยนี้มีปัญหาร้ายแรงอยู่สองอย่าง”
“อย่างแรกคือมันเหมือนกันจนเกินไป แข่งขันไปก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างอะไรเลย เรื่องอื่นไม่ต้องพูดถึง ตอนนี้มีบริษัทและห้องวิจัยในจีนทำวิจัยในทิศทางนี้เยอะขนาดไหน บริษัทมือถือแทบทุกเจ้าต่างก็พัฒนาผู้ช่วยอัจฉริยะเป็นของตัวเอง นี่ยังไม่ได้พูดถึงบริษัทซวิ่นเคอที่เป็นผู้นำวงการนี้อยู่”
“เพราะงั้นจะไปสู้กับพวกเขาให้ตายกันไปข้างหนึ่งในแวดวงนี้ทำไม เราซื้อเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วของบริษัทซวิ่นเคอมาเลยตรงๆ แล้วแบ่งคนส่วนหนึ่งไปปรับปรุงเพิ่มเติมเล็กน้อยและพัฒนาจากรากฐานนั้นก็ได้”
“สองคือเพดานต่ำเกินไป ไม่ใช่เป้าหมายระยะยาว ถึงจะสร้างผลลัพธ์ได้บ้าง แต่จะทำกำไรให้ได้เท่าไหร่กันเชียว มันไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าทำให้ฟังก์ชันของปัญญาประดิษฐ์ AEEIS หลากหลายขึ้น และสร้างอุปกรณ์อัจฉริยะออกมาเพิ่มอีกสองสามตัว แต่ถ้าเราทำได้แล้วบริษัทอื่นจะทำไม่ได้เหรอ”
“ฟังก์ชันปัญญาประดิษฐ์ AEEIS จะเพิ่มพูนได้มากสักเท่าไหร่ จะมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับผู้ใช้งานมือถือของเราได้รึเปล่า เห็นได้ชัดว่าเป็นแวดวงที่มีความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนต่ำ”
“ถ้าอยากทำสิ่งที่มีความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนต่ำ เราก็ซื้อเทคโนโลยีที่เสร็จพร้อมใช้แล้วมาเลยสิ ทำไมต้องเปิดห้องวิจัยเป็นของตัวเองด้วย ดังนั้นเราต้องเลือกทิศทางที่มีความเสี่ยงสูงแต่ให้ผลตอบแทนสูง!”
“ไม่สำคัญเลยว่าเราจะสร้างผลลัพธ์จริงจังได้ภายในหนึ่งหรือสองปี และเอาแต่ขาดทุนไปเรื่อยๆ รึเปล่า เราต้องวางเป้าหมายของเราให้ไกลออกไปอีก! พูดอีกอย่างคือพวกคุณทำวิจัยในทิศทางไหนก็ได้แต่ห้ามวิจัยในทิศทางนี้ต่อ พวกคุณใช้เงินมากเท่าไหร่ก็ได้ในการวิจัย แต่เป้าหมายต้องเป็นเป้าหมายระยะยาว”
“แน่นอนว่าอย่ามัวคิดแต่จะทำการใหญ่และยึดติดอยู่แค่นั้น ถึงจะสร้างผลลัพธ์เล็กๆ ได้บ้างก็ถือว่าเป็นผลลัพธ์!”
ที่เผยเชียนเพิ่มประโยคสุดท้ายเข้าไป หลักๆ เป็นเพราะเขากลัวว่าห้องวิจัยจะไม่สร้างผลลัพธ์อะไรไปพักใหญ่และทำให้การสรุปบัญชีล่าช้าออกไป ตราบใดที่มีผลลัพธ์ออกมา เขาก็สามารถเอาไปทำอะไรขายตามเงื่อนไขของระบบได้
สิ่งที่เผยเชียนพูดออกมาอย่างมั่นใจทำให้อีกสองคนดูละอายใจ ดูวิสัยทัศน์ของบอสสิ คนละชั้นเลย! ผู้นำองค์กรใหญ่ช่างมีวิธีคิดแตกต่างจากพนักงานทั่วไปจริงๆ!
เสิ่นเหรินเจี๋ยรีบพยักหน้า
“เข้าใจแล้วครับบอสเผย ผมจะยึดถือคำแนะนำของบอสเป็นหลัก การทำงานของพนักงานทุกคนในห้องวิจัยปัญญาประดิษฐ์หนูหม่า ผมจะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดและจำให้ขึ้นใจอยู่เสมอครับ!”
เผยเชียนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ อืม ไม่เลวเลย เสิ่นเหรินเจี๋ยเป็นผู้ใหญ่และรอบคอบ ดูเป็นคนที่อยู่ในโอวาททำให้รู้สึกไว้วางใจได้ ส่วนเจียงหยวนก็เพิ่งเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาไม่นานและยังไม่ได้สร้างปัญหาอะไร น่าจะดีกว่าฉางโหยว
เผยเชียนลุกยืน
“โอเค ผมขอตัวก่อน”
ตอนนี้เขาแค่ช่วยห้องวิจัยปัญญาประดิษฐ์หนูหม่าตัดหนึ่งในตัวเลือกหลักออกไป แต่ยังไม่ได้ชี้ให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนนัก หลักๆ ก็เพราะเผยเชียนกลัวว่าดวงมหาเฮงของเขาจะสำแดงฤทธิ์และเผลอชี้หนทางสู่ความก้าวหน้าโดยไม่ได้ตั้งใจ เขาจึงปล่อยให้เสิ่นเหรินเจี๋ยคิดให้ออกเอง ส่วนอีกฝ่ายจะคิดอะไรได้ก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตา
หลังจากส่งบอสเผยกลับออกไป เจียงหยวนกับเสิ่นเหรินเจี๋ยก็กลับไปที่ห้องประชุม เสิ่นเหรินเจี๋ยอดทึ่งใจขึ้นมาไม่ได้
“นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมได้เจอบอสเผย ไม่คิดเลยครับว่าเป็นคนแบบนี้”
เจียงหยวนถาม
“เป็นคนแบบไหนเหรอครับ”
เสิ่นเหรินเจี๋ยคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกไป
“มีความเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่สอดคล้องกับอายุ ผมไม่เคยเห็นแบบแผนและวิสัยทัศน์แบบนี้จากคนอื่นๆ”
“ต้องบอกเลยว่าออร่าของเถิงต๋าคอร์เปอเรชันน่ะคล้ายกับออร่าของบอสเผยมาก คืออายุยังน้อยและเปี่ยมไปด้วยพลัง”
เสิ่นเหรินเจี๋ยเกือบจะเข้าวัยกลางคนแล้ว และผ่านการติดต่อกับเจ้านายหรือ CEO ของบริษัทักษ์ใหญ่มามากมาย เห็นอะไรมามาก แต่ก็ยังตกตะลึงเมื่อเห็นสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆ หลังได้เข้ามาทำงานในเถิงต๋า ตัวอย่างเช่น เจียงหยวนถือว่าอายุน้อยมาก แต่บอสเผยกลับเด็กยิ่งกว่า ฉางโหยวที่เคยดูแลบริษัท OTTO ได้ย้ายไปดูแลกิจการอื่นหลังจากทำหน้าที่ได้เพียงหนึ่งปี ประเด็นคือผลงานของเขาโดดเด่นมากและได้รับตำแหน่งพนักงานดีเด่น เขาไม่เคยเห็นเรื่องแบบนี้ในบริษัทอื่นมาก่อน
เจียงหยวนยิ้ม
“เดี๋ยวก็ชินครับ”
เสิ่นเหรินเจี๋ยหน้าจ๋อยอีกครั้ง
“แต่บอสเผยก็ไม่ได้ให้คำแนะนำที่ชัดเจนกับเราอีกแล้ว”
เจียงหยวนยกชาขึ้นจิบช้าๆ
“บอสเสิ่น จุดนี้คุณคิดผิดครับ ตามขั้นตอนการทำงานตามมาตรฐานของเถิงต๋า ขั้นต่อไปคือส่วนสำคัญในงานของเราครับ”
เสิ่นเหรินเจี๋ย
“หือ? หรือว่า…”
เจียงหยวนพยักหน้าเบาๆ
“ใช่ครับ บอสเผยให้คำใบ้กับเราจากคำแนะนำเมื่อกี้มากพอแล้ว ทีนี้เราก็ต้องมาตีความกันอย่างจริงจัง”
เสิ่นเหรินเจี๋ยกะพริบตา รู้สึกสับสนสุดๆ เจียงหยวนคิดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ ถึงเสิ่นเหรินเจี๋ยจะอายุมากกว่าแต่ก็ไม่เคยทำงานที่เถิงต๋ามาก่อน จึงไม่เข้าใจความคิดของบอสเผย ดังนั้นเขาเลยต้องรับหน้าที่นี้เอง เขาหยิบมือถือขึ้นมาแล้วค้นอินเทอร์เน็ตด้วยคำว่า ‘หนูหม่า’
“ก่อนอื่นเลย ชื่อที่บอสเผยตั้งให้ห้องวิจัยนั้น ความหมายดีมาก”
“ถึงความหมายตามตัวอักษร หนูหม่า จะแปลว่าม้าที่ด้อยกว่าม้าตัวอื่นๆ และดูไม่ใช่ชื่อที่มงคลนัก แต่ในคัมภีร์สวินจื่อ บทชวนให้ศึกษา มีคำสอนว่า ‘ม้าพันธุ์ดี พุ่งพรวดเดียวไปไกลไม่ถึงสิบก้าว ม้าพันธุ์ด้อย มีมานะวิ่งไม่หยุด ไปได้ไกล’”
“หมายความว่าถึงม้าพันธุ์ดีจะวิ่งได้เร็ว แต่ก็ไม่สามารถพุ่งพรวดเดียวไปไกลได้สิบก้าว แต่ม้าพันธุ์ด้อยนั้นวิ่งไปได้ไกลมากถ้ามีมานะอุตสาหะ พอเอาไปเทียบกับ ‘กิเลน’ ที่เป็นชื่อเดิมของห้องวิจัยแล้ว ความหมายก็ยิ่งชัดเจน”
“บอสเผยจะสื่อว่าให้ลดจุดยืนลง วงการปัญญาประดิษฐ์นั้นลึกล้ำและซับซ้อนมาก ไม่เว่อร์เกินไปเลยถ้าจะบอกว่ามันเป็นตัวแทนของอนาคตมนุษยชาติ เราควรจะรักษาทัศนคติของผู้ที่อ่อนประสบการณ์และเดินหน้าไปทีละก้าวในวงการนี้เหมือนม้าพันธุ์ด้อย จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเราวิ่งได้เร็วขนาดไหนในช่วงต้น แต่อยู่ที่เราวิ่งไปได้นานแค่ไหน”
“ดังนั้นที่บอสเผยจะสื่อคือเราไม่ควรผยองลำพองใจ ต้องรักษาทัศนคติที่ถูกต้องและตระหนักถึงข้อบกพร่องของตัวเอง เราต้องมองไปในระยะยาวและมีความมานะอุตสาหะในการวิจัย ถึงจะมีจุดยืนในวงการนี้ได้!”
เสิ่นเหรินเจี๋ยถึงบางอ้อ
“เข้าใจแล้วครับ! ถ้างั้นชื่อห้องวิจัยปัญญาประดิษฐ์หนูหม่าก็มีความหมายล้ำลึกทีเดียว! นอกจากจะไม่ใช่ชื่อที่ใช้กันจนเกร่อแล้ว ยังมีความหมายทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งแฝงอยู่ด้วย”
เจียงหยวนพูดต่อ
“ส่วนเรื่องทิศทางการวิจัยของห้องวิจัยหนูหม่า… บอสเผยไม่ได้ชี้เป้าชัดเจนแต่ก็ชี้ให้เห็นขอบเขตทั่วไป บอสอยากให้เราแข่งขันกับห้องวิจัยอื่นผ่านจุดยืน เราต้องมองการณ์ไกลและให้ความสำคัญกับข้อได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบอย่างเต็มที่”
“ผมคิดว่า… เราลองมุ่งเน้นไปที่การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในแวดวงเกมดีมั้ยครับ”
เสิ่นเหรินเจี๋ยผงะไป
“เกมเหรอครับ สมเหตุสมผลมากเลย! ฝ่ายเกมเถิงต๋ามีผลงานโดดเด่นมาก AI และผู้ช่วยในเกมก็ถือเป็นทิศทางการวิจัยของปัญญาประดิษฐ์ ถ้าเราสร้างผลงานใน AI เกมได้ ก็จะทำประโยชน์ได้มากกว่าปรับปรุง AEEIS ให้สมบูรณ์!”
“โอเคครับ งั้นก็สรุปตามนี้ ผมจะแบ่งพนักงานกลุ่มเล็กๆ ไปวิจัยปัญญาประดิษฐ์สำหรับ AEEIS และบ้านอัจฉริยะ ส่วนทิศทางการวิจัยหลักจะเน้นไปที่แวดวงเกม!”