ข้าคือหงส์พันปี - บทที่ 424 แค่สิ่งที่ผ่านเข้ามา ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น
เขานั่งหันหลังไปทางประตูห้องขัง แสงไฟริบหรี่วูบไหวสะท้อนอยู่บนแผ่นหลัง
ของเขา ซึ่งกำลังนั่งนิ่งราวกับรูปปัน
เฉินเสียนกำลังจะเดินเข้าไปหาเขาตามสัญชาตญาณ แต่ยังไม่ทันจะก้าวขา
ออกไป ฉินหรูเหลียงก็คว้าข้อมือของเธอและรั้งเธอไว้ เพียงครู่เดียวก็ปล่อยมือและ
ส่งสัญญาณบอกให้เธออย่าเพิ่งใจร้อน
เมื่อผู้คุมสองคนเห็นทั้งคู่เข้ามาก็บ่นทันทีว่า “ทำไมเพิ่งมาเอาปั่านนี้ พวกเจ้า
ควรมาตั้งแต่ตอนใกล้จะพ้นยามจื่อ (ช่วงเวลาระหว่าง 23:00 น. – 01:00 น.) นี่
ล่วงเข้ามายามโฉ่วแล้วเพิ่งจะมา! หรือคิดจะอู้งานเสียสักครึ่งค่อนชั่วยาม? เอ๊ะ
พวกเจ้าไม่ใช่เสียวอู่กับหนิวชีนี่ เกิดอะไรขึ้น พวกเขาอยู่ไหน”
ฉินหรูเหลียงตอบไปว่า “พวกเราถูกเรียกให้มาเปลี่ยนเวรชั่วคราว เมื่อคืนสอง
คนนั้นน่าจะหนาวมากจนเป็นไข้”
ผู้คุมไม่ได้ติดใจสงสัยและเอ่ยว่า “งั้นเหรอ พวกเจ้าปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ห้องไต่
สวนด้านหน้างั้นสิ ข้าถึงไม่เคยเห็นพวกเจ้ามาก่อน” เขาพูดพลางถูมือไปมาและ
เอ่ยอีกว่า “หลังเที่ยงคืนที่นี่จะหนาวมาก ถ้าพวกเจ้ายังไม่เคยผ่านเรื่องลำบาก
เช่นนี้ก็ระวังหน่อย ไม่ใช่ว่ามาแค่คืนเดียวก็ปั่วยเสียละ”
ฉินหรูเหลียงพยักหน้า เขากับเฉินเสียนหลีกทางให้ผู้คุมทั้งสองซึ่งไม่อยากอยู่
ในอุโมงค์ใต้ดินที่เย็นเยือกอีกแม้แต่วินาทีเดียว หลังจากส่งต่อเวรกันแล้ว พวกเขา
จึงรีบออกไป
143
ห้องขังแห่งนี้ว่างเปล่าและเงียบสงัด
มีแค่เพียงเสียงคุของถ่านที่อยู่ในเตาถ่านซึ่งดังขึ้นมาบางครั้งบางคราว
เฉินเสียนจ้องมองไปที่แผ่นหลังของเขาอีกครั้ง ภายในแววตาเต็มไปด้วย
อารมณ์ความรู้สึกที่ยากจะควบคุม
เธอเดินเข้าไปทีละก้าวและนั่งลงข้างๆ ประตูห้องขังของซูเจ๋อ ก้มลงมองมือ
ของเขาที่วางอยู่ข้างกาย ปลายนิ้วที่สั่นเทาค่อยๆ เอื้อมผ่านช่องว่างระหว่าง
ลูกกรงเข้าไปกุมมือของเขาไว้อย่างเงียบเชียบ
มือของเขาเย็นกว่าที่เธอคิด เย็นไปจนถึงกระดูก
เฉินเสียนหยุดนิ่ง ทันใดนั้นลมหายใจของเธอก็ขาดห้วง เธอซ่อนความรู้สึกไว้
ไม่ได้อีกต่อไป
เธอพูดอะไรไม่ออก คำพูดทุกคำจุกอยู่ที่ลำคอ มีเพียงนิ้วที่ยังเกี่ยวพันอยู่กับ
นิ้วของเขา
ดูเหมือนซูเจ๋อจะไม่มีท่าทีโต้ตอบใดๆ แต่นิ้วของเขาเข้ามาผสานกับนิ้วของ
เธออย่างเงียบเชียบและกราชับนิ้วของเธอไว้แน่น
คนหนึ่งหนาวเย็นถึงขั้วกระดูก คนหนึ่งเริ่มหนาวเล็กน้อย ดูเหมือนตราบใดที่
ฝั่ามือสัมผัสกัน ความอบอุ่นก็จะส่งถึงกันได้
ซูเจ๋อไม่ได้ถามอะไร เขาไม่แม้แต่จะมอง ทว่ากลับจำเฉินเสียนได้ทันทีที่สัมผัส
กับความอบอุ่นบนฝั่ามือของเธอ
ซูเจ๋อกล่าวว่า “ผู้คุมที่ไหนกัน อยู่ๆ ก็มาจับมือข้าโดยไม่พูดอะไรสักคำ”
144
เฉินเสียนตอบว่า “ไม่มีทางเลือก ข้าเป็นผู้คุมที่มีความชื่นชอบบางอย่างเป็น
พิเศษ”
ได้ยินเสียงของกันและกันราวกับอยู่ในห้วงแห่งความฝัน
เฉินเสียนคลายมือออกและลุกขึ้น แต่ซูเจ๋อยังคว้านิ้วของเธอไว้ไม่ยอมปล่อย
เฉินเสียนเอ่ยกลั้วหัวเราะว่า “ข้าจะไปเอากุญแจมาเปิดประตู”
“อีกครู่หนึ่งองครักษ์ที่อยู่ด้านนอกจะเข้ามาตรวจ ยังไม่ควรเคลื่อนย้ายกุญแจ
ตอนนี้”
แม้ว่าส่วนมากซูเจ๋อจะไม่ค่อยได้พูดอะไรตอนอยู่ในคุกจนคนอื่นๆ คิดว่าเขา
อาจจะหลับหรือสลบไป แต่เวลาเปลี่ยนเวรคือตอนไหน เวลาตรวจตราคือตอนไหน
เขากลับรู้ทั้งหมด
หลังจากนั้นไม่นานกลุ่มองครักษ์ที่อยู่ด้านนอกประตูใหญ่ก็เข้ามาจริงๆ พวก
เขาพกดาบเข้ามาด้วยและเดินตรวจคุกอย่างเป็นระบบ พวกเขาตรวจห้องขังและ
ทางเดินทั้งหมดแล้วรอบหนึ่ง และเพื่อความแน่ใจจึงกลับไปตรวจอีกรอบ
องครักษ์กลุ่มสุดท้ายหยุดตรวจอยู่ตรงจุดพักที่หน้าห้องขังของซูเจ๋อ
ในตอนนั้นเฉินเสียนกำลังนั่งยองๆ อยู่กับพื้นและเติมถ่านลงในเตาถ่าน
พยายามเร่งไฟให้แรงขึ้น
องครักษ์พุ่งความสนใจไปที่ฉินหรูเหลียงและเฉินเสียน ในที่สุดก็เอ่ยขึ้นมาว่า
“พวกเจ้าสองคนดูไม่ค่อยคุ้นหน้าเลย ไม่ใช่สองคนที่มาเปลี่ยนเวรเมื่อคืนก่อนนี่”
145
เฉินเสียนกดเสียงต่ำตอบไปว่า “ขอรับ พอตกค่ำแล้วอากาศหนาวจริงๆ นะ
ขอรับ เมื่อคืนเสียวอู่กับหนิวชีปฏิบัติหน้าที่กลับไปแล้วเป็นไข้ เดิมทีข้ากับพี่ชาย
มิได้ประจำการที่นี่ แต่ถูกเรียกมาสมทบชั่วคราว” เธอพูดพลางกวักมือเรียกฉินหรู
เหลียง “เร็วเข้า รีบหยิบเตาถ่านอันนั้นมาหน่อย ใส่ถ่านเพิ่มเสีย ไม่เช่นนั้นคืนนี้จะ
ลำบาก”
ฉินหรูเหลียงยกเตาถ่านมาให้โดยที่ไม่เอ่ยอะไร จากนั้นจึงหยิบถ่านขึ้นมาใส่
รวมไปกับเฉินเสียน
องครักษ์เห็นแล้วก็เลิกสนใจ ในคุกแห่งนี้หนาวจริงๆ หนาวยิ่งกว่าตอน
เฝั้ายามอยู่ข้างนอกถึงสองเท่า
พวกเขาเฝั้ายามยามค่ำคืนอยู่ข้างนอก เมื่อหนาวก็ยังพอจะวิ่งไปรอบๆ จัตุรัส
สร้างความอบอุ่นให้ร่างกายได้ แต่ในนี้ทำได้แค่อาศัยเตาถ่านเล็กๆ นี้เท่านี้
ดังนั้นหลังจากองครักษ์ยืนยันแน่ชัดว่าซูเจ๋อยังอยู่ในคุก พวกเขาก็คลายความ
สงสัยก่อนหน้านี้และคร้านที่จะอยู่ที่นี่ต่อ จึงพากันหันหลังและเดินจากไป
แม้แต่แมลงวันเข้ามาแล้วยังขยับปีกหนีออกไปได้ยาก แล้วนับประสาอะไรกับ
ผู้คุมหน้าใหม่สองคนที่เข้ามาในนี้
ข้างนอกมีองครักษ์คุ้มกันอยู่มากมาย พวกเขาจึงไม่กังวลเลยสักนิดว่าจะมีใคร
ลักพาตัวซูเจ๋อออกไป
เฉินเสียนนั่งยองๆ อยู่บนพื้นและกลั้นหายใจตั้งใจเงี่ยหูฟัง เธอได้ยินเสียง
ฝีเท้าขององครักษ์เดินห่างออกไปไกลจนกระทั่งไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก เธออดกลั้น
อยู่อีกครู่หนึ่งก่อนจะถามฉินหรูเหลียงว่า “ไปหมดแล้วใช่หรือไม่”
146
ฉินหรูเหลียงตอบว่า “ออกไปหมดแล้ว”
วินาทีถัดมา เฉินเสียนก็ทิ้งเตาถ่านกับถ่านเหล่านั้นไว้ให้ฉินหรูเหลียง ส่วนตัว
เธอก็ลุกขึ้นช้าๆ ไปหยิบกุญแจที่แขวนอยู่บนผนัง
เธอหยิบกุญแจมาและแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะเดินไปที่ประตูห้องขังของซูเจ๋อ
แต่ช่วยไม่ได้ที่มีกุญแจอยู่หลายดอกในแต่ละพวง เธอลองทีละดอกๆ อยู่หลายดอก
ก็ยังใช้ไม่ได้
ซูเจ๋อกระซิบเบาๆ ว่า “ดอกที่แปดในพวงที่สามทางซ้าย ท่านลองดู”
เขาเอ่ยกับเธออย่างนุ่มนวลและอ่อนโยนว่า “ที่นี่มีห้องขังหลายห้อง กุญแจจึง
เยอะไปด้วย เพื่อปั้องกันไม่ให้ใครมาปล้นคุกและหยิบกุญแจมาไขได้ทันที กุญแจ
จำนวนมากจึงถูกนำมาเรียงไว้รวมกันและจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบตามลำดับ
เรื่องนี้มีแต่ผู้คุมเท่านั้นที่รู้
ทุกครั้งที่ใช้กุญแจนั้นเสร็จ กุญแจเหล่านั้นจะถูกใส่เก็บไว้ตามลำดับ ครั้งต่อไป
จึงหากุญแจที่จะใช้ได้ตามลำดับนั้น”
เฉินเสียนแสร้งทำเป็นสงบและกล่าวว่า “ถ้าหากเจอโจรปล้นคุกเข้าจริงๆ
ท่านแค่บอกโจรนั่นว่ากุญแจดอกไหนใช้เปิดประตูได้ เท่านี้ก็ได้แล้วนี่ ผู้คุมจะทำ
อะไรไปก็ไร้ประโยชน์”
ซูเจ๋อยิ้ม “ตอนที่ผู้คุมมาเปิดประตู เขาจะไม่ยอมให้ข้าเห็นว่าใช้กุญแจดอก
ไหน”
147
“แล้วเหตุใดท่านจึงรู้เยอะขนาดนี้” เฉินเสียนถามพลางทำตามคำชี้แนะของซู
เจ๋อ เมื่อหากุญแจดอกที่แปดในพวงที่สามจากทางซ้ายจนเจอ เธอก็สอดเข้าไปในรู
กุญแจ
เมื่อมีเสียงดังคลิก แม่กุญแจหนักๆ ก็เปิดออก
ซูเจ๋อเอ่ยช้าๆ ว่า “ถึงจะไม่ได้มอง แต่ข้ายังได้ยิน”
เฉินเสียนผลักประตูห้องขังเข้าไปและขังตัวเองกับซูเจ๋อไว้ข้างใน กุญแจแกว่ง
ไปมาเบาๆ อยู่บนแม่กุญแจทองเหลือง ส่องประกายให้เห็นถึงความเก่าของโลหะ
เธอก้าวเข้าไปหาซูเจ๋อทีละก้าวและค่อยๆ นั่งลงบนหญ้าแห้งที่อยู่บนพื้น
เฉินเสียนก้มหน้าลง คว้าชายเสื้อของเขาขึ้นมาและจ้องมอง เธอไล่มองไปตาม
ชายเสื้อของเขาจนกระทั่งถึงช่วงแขน จากนั้นจึงหันไปมองที่หน้าอก
เธอคิดว่าการที่เขาต้องอยู่ในคุกแห่งนี้ เขาอาจจะเพียงแค่หนาวนิดหน่อยและ
อาหารก็อาจจะไม่อร่อย แต่อย่างน้อยเขาก็คงไม่ถูกลงโทษรุนแรงนัก
ทว่าเสื้อผ้าสีขาวของซูเจ๋อซึ่งเฉินเสียนกำลังสัมผัสอยู่ตอนนี้เต็มไปด้วยรอย
เลือด มันทำให้เธออยากจะสัมผัสเขา อยากจะกอดเขา แต่เธอทำไม่ได้
เฉินเสียนพยายามสะกดกั้นอารมณ์อย่างสุดความสามารถและบอกว่า “ข้า
ฝากฝังเฮ่อเซียงแล้วไม่ใช่หรือ ว่าให้ผู้พิพากษาศาลยุติธรรมต้าหลี่ออกหน้ามาห้าม
ไม่ให้เฮ่อฟังทรมานท่าน แล้วเหตุใด… เหตุใดท่านจึงยังเสียเลือดมากขนาดนี้”
เธอเงยหน้ามองซูเจ๋อด้วยแววตาที่สั่นไหว “อา… ทำไม เฮ่อฟังยังทุบตีท่าน
หรือ เขายังทุบตีท่านอยู่ใช่หรือไม่”
148
ซูเจ๋อมองดูท่าทีที่หวั่นไหวของเธอ มองดูความร้อนใจและความเจ็บปวดใน
สายตาคู่นั้น ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าความยุ่งยากซับซ้อนใดใดในโลกล้วนเป็นแค่สิ่งที่
ผ่านเข้ามา ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น
เขารู้สึกสงบ
ในโลกนี้มีเพียงผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น ที่นำความสงบเช่นนี้มาให้เขาได้
149