ข้าคือหงส์พันปี - บทที่727 นางคิดว่าตัวเองช่างเป็นคนดีชอบช่วยคนอื่นจริงๆ
ในห้องบรรทมมีขนาดกว้างมาก มีห้องอาบนํ้าอยู่ด้านหลัง และได้นำนํ้าจาก
บ่อนํ้าพุร้อนลงในอ่าง ครึ่งหลังของช่วงบ่ายได้เข้าไปแช่ตัวอยู่พักหนึ่ง ถ้าหาก
ไม่ใช่เพราะซูเจ๋อไปอุ้มนางออกมา นางคงไม่มีแรงจะคลานออกมาด้วยตัวเอง
เฉินเสียนเปลี่ยนชุด แม่นมซุยเข้ามาพร้อมกับสาวใช้และเปลี่ยนผ้าคลุมเตียง
อย่างชำนาญ เฉินเสียนพิงไปอยู่ตรงกลางหน้าต่าง จ้องมองดูภาพหิมะนอก
หน้าต่างอย่างไม่คลาดสายตา ใบหน้าเริ่มร้อนขึ้น และสุดท้ายรู้สึกว่าคงไม่มีหน้า
ไปพบใครแล้ว
ในตอนเย็น สามคนในครอบครัวได้นั่งทานอาหารเย็นด้วยกัน
เฉินเสียนนึกถึงองค์หญิงจาวหยางและถามซูเซี่ยน “อาของเจ้าล่ะ?”
“เมื่อคืนเสด็จอากลับไปที่โรงเตี๊ยมหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“หากมีเวลาพานางไปเดินเล่นรอบๆ เมืองหลวง เพราะน้อยครั้งที่นางจะ
ได้มาต้าฉู่”
ซูเซี่ยนกล่าวว่า “เสด็จอาตอนนี้มีรักใหม่แล้ว จึงไม่น่าจะให้ลูกไปทำลาย
บรรยากาศแล้ว ปล่อยให้ท่านลุงฉินไปกับนางดีกว่า”
ตอนนี้แม้แต่ซูเซี่ยนก็มองออกแล้ว ว่าจาวหยางมีใจให้ฉินหรูเหลียงจนไม่
สามารถจะซ่อนความรู้สึกได้
ในความเป็นจริง จาวหยางออกจากวังพร้อมกับฉินหรูเหลียงเมื่อคืนนี้
จาวหยางมีคนรับใช้จากเป่ยเซี่ยเพื่อพานางกลับไปที่โรงเตี๊ยมหลวง แต่ฉินหรู
เหลียงอยู่คนเดียว นางมองไปที่แผ่นหลังของฉินหรูเหลียงที่เดินอย่างโดดเดี่ยว
777
บนหิมะ เขาดื่มเหล้าไปไม่น้อย และนางก็เป็นกังวลแล้วพูดว่า “ท่านแม่ทัพ เรือน
ท่านอยู่ที่ไหน ให้ข้าไปส่งท่านไหม?”
แต่เดิมฉินหรูเหลียงไม่ได้สนใจนาง
ผลลัพธ์คือตัวนางเองที่เดินตามหลังของฉินหรูเหลียงทีละก้าว รูปร่างของฉิน
หรูเหลียงสูงมาก ซึ่งทำให้นางดูตัวเล็กขึ้นทันที
จาวหยางยกมือขึ้นบนหลัง โดยมีหมอกสีขาวออกมาจากจมูกเล็กๆ ของนาง
และกล่าวว่า “ครั้งก่อนที่เป่ยเซี่ย แม้ว่าท่านจะเย็นชา แต่ก็ไม่เคยเห็นท่านจะโดด
เดี่ยวเช่นตอนนี้ ท่านดื่มเหล้าก็คนเดียว กลับเรือนก็คนเดียว หากท่านไม่รังเกียจ
ข้าจะเดินตามถนนเส้นนี้ไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นเพื่อนท่าน”
ฉินหรูเหลียงก้าวเท้ายาวขึ้นเล็กน้อย
จาวหยางเดินเร็วๆ สองก้าวเพื่อให้ตามทัน แล้วพูดว่า “ครั้งสุดท้ายที่บอกลา
เกือบจะสองปีแล้ว” หลังจากหยุดชั่วคราว ก็ยิ้มอย่างสดใสและพูดว่า “ในสองปีที่
ผ่านมา แท้จริงแล้วข้าต้องการมาที่ต้าฉู่เพื่อที่จะได้มาพบท่าน”
นางจะสามารถบอกเขาได้ไหมว่านางคิดถึงเขามากจริงๆ
แต่พูดออกไป มันจะดูกะทันหันมาก
นางไม่รู้ว่าปีศาจตัวไหนเขามาสิงร่างแล้ว ดูจากตอนที่อยู่ในเป่ยเซี่ย นางมอง
เพียงแค่ผู้ที่มีใบหน้าอันหล่อเหลาสง่างามผู้นี้เท่านั้น
ฉินหรูเหลียงพูดอย่างเย็นชาเพราะด้วยอารมณ์นํ้าเมา “กระหม่อมกับองค์
หญิงไม่ใช่ญาติกัน ได้โปรดอย่าเสียเวลากับกระหม่อมเลย”
จาวหยางกล่าวว่า “ตอนนี้ไม่ใช่ญาติกัน แต่มันจะดีเมื่อเราได้คุ้นเคยต่อกัน
นอกจากนี้ข้าไม่คิดว่ามันเสียเวลากับท่าน”
778
ฉินหรูเหลียงกล่าวว่า “ท่านกลับไปเถอะ”
“ไม่ ข้าต้องการส่งท่านกลับเรือน”
“กระหม่อมไม่ต้องการให้ผู้หญิงต้องไปส่งกระหม่อม”
จาวหยางไล่ตามติดเขาตลอดทาง และอยากรู้ว่าเรือนของเขาอาศัยอยู่ที่ไหน
และเรือนของเขาเป็นอย่างไร
แต่เพิ่งเดินไปได้ไม่ไกล ฉินหรูเหลียงก็หยุดเดิน หันหลังแล้วผลักนางไปที่
กำแพง จาวหยางหายใจเข้าลึกๆ และหัวใจเต้นแรงเมื่อมองดูเขาที่กำลังเข้ามาใกล้
เรื่อยๆ
แต่ฉินหรูเหลียงกล่าวว่า “กระหม่อมไม่ชอบผู้หญิงที่โง่เขลา โดยเฉพาะอย่าง
องค์หญิง”
จาวหยางมองดูฉินหรูเหลียงเดินออกไป และทันใดนั้นก็รู้สึกเหมือนว่าได้สูด
เอาก้อนหิมะเข้าไป เพราะเย็นเข้าไปถึงในหัวใจ
เขาไม่ชอบตัวเอง นางคงรู้สึกได้ ราวกับว่าเขาได้รู้แล้วว่า นางชอบเขาอย่างไร
อย่างนั้น
แต่นิสัยของจาวหยางเป็นแบบนี้ แทนที่จะปล่อยให้ตัวเองเศร้า กลับว่าควรจะ
พยายามกว่านี้ไม่ดีกว่าหรือ โชคดีที่นางยังมีพี่ชายที่เป็นพระสวามีในต้าฉู่ และ
พี่สะใภ้ที่เป็นถึงจักรพรรดินีแห่งต้าฉู่
จักรพรรดินีทรงออกคำสั่ง และขอให้ฉินหรูเหลียงพาจาวหยางได้เดินเล่นรอบ
เมืองหลวง
ในช่วงสองสามวันนี้ ฉินหรูเหลียงต้องเดินเคียงข้างจาวหยางทุกวัน
779
ดูเหมือนว่าฉินหรูเหลียงจะมีเพียงช่วงกลางหนึ่งคืนที่ปลดภาระที่หนักหน่วงนี้
ได้ และเขาจะไม่ไปพระราชวังทุกคืนเหมือนเมื่อก่อน เพียงเพื่อให้ไปเฝ้าคนในใจ
คนนั้นให้นอนหลับสบายตลอดทั้งคืน
เขาแทบจะไม่เคยไปที่พระราชวังเพื่อปฏิบัติหน้าที่อีกเลย ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เขา
จะต้องทำในฐานะท่านแม่ทัพ
ทันทีที่ตกกลางคืน เขาเกือบจะมีจิตใจที่หงอยเหงาเศร้าซึม ราวกับว่าเขา
สูญเสียคุณค่าที่สำคัญมากที่สุดในชีวิตไปอย่างกะทันหัน และปล่อยให้เขามีอนาคต
ที่ไร้ขอบเขต ซึ่งไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน
ดื่มจนไม่รู้ในปริมาณที่เหมาะสม และยังดื่มอย่างดุเดือดยิ่งกว่าในคืนงาน
แต่งงานของเฉินเสียนกับซูเจ๋อ
จาวหยางรู้ว่าต้องมีบางอย่างซ่อนอยู่ในหัวใจของเขา และเมื่อใดก็ตามที่เขา
ออกมาจากโรงเตี๊ยมอย่างเมามาย จาวหยางจะส่งเขากลับเรือนเสมอ
นางเข้าไปในเรือนของเขาและรู้แล้วว่าเรือนของเขาเป็นอย่างไร และรู้ว่าเขา
พักอยู่ตรงไหน เมื่อเขากระหายนํ้าและต้องการดื่มนํ้าในตอนกลางคืน ก็มักจะนำ
นํ้าอุ่นหนึ่งแก้วมาวางข้างๆ เขาเสมอ
จนกระทั่งวันรุ่งขึ้น ฉินหรูเหลียงตื่นจากอาการเมาเหล้า แต่จำไม่ได้ว่าจาวห
ยางมาที่นี่เมื่อคืนนี้
คืนนี้ฉินหรูเหลียงไปที่เรือนนายทหารเพื่อดื่มเหล้า ในห้องโถงมีนายทหารนั่ง
สองข้าง ดื่มเหล้ารสดีกับกินอาหารที่อร่อย และกำลังนั่งพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
ควบคู่ไปกับเสียงของไม้ไผ่ ยังมีนางระบำที่มีเสน่ห์มาที่ห้องโถง เล่นท่ารำ
อย่างหลากหลายรูปแบบ
780
ต่อมาหากนายทหารเหล่านั้นสะดุดตาใคร ก็จับแขนเสื้อของสาวงามแล้วดึง
เข้าไปในอ้อมแขน
นางระบำหลายคนโบกแขนเสื้อให้ฉินหรูเหลียง แต่เขาไม่ตอบ
ในบรรดานางระบำหลายคนในห้องโถง ที่มีเสน่ห์และสง่างามที่สุดคือเหมยอู่
เป็นเวลาหลายปีแล้ว นางยังคงวนเวียนตามเรือนต่างๆ และถูกผู้ชายกระทำ
อย่างกับของเล่น ที่ส่งไปส่งมาและต้องคอยไปปรนนิบัติเจ้านายในที่ต่างๆ
แต่ความสาวของหญิงสาวนั้นสั้นมาก หากเธอแก่ตัวและผิวเหี่ยวลงแล้ว
ต่อไปคงรำไม่ได้อีก และก็จะไม่มีใครต้องการนาง จากนั้นคงจะถูกคนอื่นทอดทิ้ง
โดยไร้ความเมตตา
ตอนนี้นางใช้ชีวิตที่น่าสังเวช และสิ่งที่นางคิดถึงมากที่สุดคือวันที่ได้รับความ
รักความเอาอกเอาใจจากฉินหรูเหลียง
ดังนั้นแม้ว่าฉินหรูเหลียงโหดเหี้ยมต่อนางในภายหลัง แต่นางก็ยังคงคิดถึง
และหวังว่าวันนี้นางจะโชคดีได้พบฉินหรูเหลียงอีกครั้ง
ว่ากันว่าหลายปีมานี้ เขายังไม่ได้แต่งงาน
เขาจะจำอดีตอันแสนหวานของพวกเขาได้ไหม?
เหมยอู่ไม่ยอมแพ้ และขณะเต้นอยู่นั้น ก็เข้าใกล้ฉินหรูเหลียงเรื่อยๆ ฉินหรูเห
ลียงมักจะเมินนางและไม่เคยที่จับแขนเสื้อของนางแม้แต่ครั้งเดียว
องค์หญิงจาวหยางตระหนักว่า การที่ฉินหรูเหลียงคอยดูแลตัวเอง ให้นางดูแล
เอาใจใส่เขาจะไม่ดีกว่าหรือ
เห็นไหมว่าครั้งไหนที่เขาไม่ดื่มเยอะ แล้วตัวเองก็ส่งเขากลับไปที่เรือน?
นางคิดว่าตัวเองช่างเป็นคนดีชอบช่วยคนอื่นจริงๆ
781
นางกังวลและกลัวว่าฉินหรูเหลียงเมาแล้วหาทางกลับบ้านไม่ได้
คิดว่าก่อนหน้านั้นพ่อของนางท่านอ๋องมู่ได้ออกไปสังสรรค์ แต่ก็เมาหัวรานํ้า
พอกลับมาเดินไปนอนกับไก่ในเล้าไก่ เมื่อตื่นขึ้น ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ด้วยการมีประสบการณ์เช่นนี้ จาวหยางถึงกังวลมาก
นางรู้ว่าฉินหรูเหลียงเข้าไปในเรือนหลังนี้ และตัวเองรออยู่นอกเป็นเวลานาน
จนมือเท้าแข็งไปหมดแต่ยังไม่เห็นเขาออกมา
จาวหยางไม่สามารถทนรอได้อีก จึงต้องบุกเข้าไปในเรือนของคนอื่น
ได้ยินมาว่านางเป็นเพื่อนของท่านแม่ทัพ และได้มาตามหาท่านแม่ทัพอีกครั้ง
เห็นว่านางแต่งตัวไม่ธรรมดา และดูไม่เหมือนหญิงสาวชาวบ้านทั่วไป คนใช้ใน
เรือนไม่กล้าที่จะหยุดนางไว้ จึงนำทางให้นางไปงานเลี้ยงอาหารคํ่าที่ห้องโถงด้าน
ใน
สุดท้ายนางเพิ่งจะปรากฏตัวที่ประตู ก็ได้เห็นเหมยอู่ที่ไร้ยางอายในห้องโถง
ได้เท้าพลิกและตกลงไปในอ้อมแขนของฉินหรูเหลียง
782