ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 101 จดหมายจากผู้ดูแลโรงหมอหลวง
บทที่ 101 จดหมายจากผู้ดูแลโรงหมอหลวง
ในบรรดาตำหนักนางสนม ข่าวเรื่องการตั้งครรภ์ของตู๋กูหมิงเยว่แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าไฟป่า
หลิวเหม่ยเอ๋อร์พยายามคิดหาวิธีซื้อใจจ้าวอู่เจียงเพื่อให้เขาหาทางช่วยเหลือนางให้ตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น นางจะขอให้เขาช่วยคำนวณวันเวลาให้ เพื่อที่นางจะได้ตั้งครรภ์ทายาทของฮ่องเต้ตามหลังตู๋กูหมิงเยว่ไม่มากนัก
ในเวลาเดียวกันนี้ นางก็ตัดสินใจจะพาตัวน้องสาวอย่างหลิวชิงชิงเข้ารับใช้พระองค์พร้อมกันด้วยเลย
นางจำได้ว่าครั้งที่แล้วฝ่าบาทก็ทรงไม่ได้ปฏิเสธพวกนาง และด้วยความใสซื่อบริสุทธิ์ของหลิวชิงชิงจึงทำให้เป็นที่ประทับใจของฝ่าบาทยิ่งนัก
เซียวว่านจวินเดินวนเวียนอยู่ในห้องนอนของตน หัวใจรู้สึกวิตกกังวล สายข่าวของนางเข้ามารายงานว่าหลิวเหม่ยเอ๋อร์ได้จัดเตรียมของขวัญเพื่อที่จะไปขอรับความช่วยเหลือจากจ้าวอู่เจียงแล้ว
บัดนี้ ตู๋กูหมิงเยว่เป็นฝ่ายที่กุมความได้เปรียบเอาไว้มากที่สุด แล้วถ้านางยังจะต้องพ่ายแพ้ให้แก่หลิวเหม่ยเอ๋อร์อีกล่ะก็…
ขณะนี้
ไม่ใช่เพียงแค่บรรดานางสนมในตำหนักเท่านั้นที่จะตกตะลึงและเป็นกังวล แม้แต่ผู้คนที่อยู่ในโรงหมอหลวงก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย
ซุนอี้ขู่ผู้ดูแลโรงหมอหลวงขังตนเองอยู่ในห้องลับมาเกือบสองชั่วยามแล้ว หัวใจของเขายังคงเต้นไม่เป็นจังหวะ
ในความคิดเห็นของเขา การตั้งครรภ์ของตู๋กูหมิงเยว่เป็นอันตรายต่อแผนการของนายท่านอย่างยิ่ง
หากตู๋กูหมิงเยว่ให้กำเนิดองค์รัชทายาท ทารกผู้นั้นก็จะได้กลายเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์แห่งแคว้นต้าเซี่ยคนต่อไป
แต่ถ้าออกมาเป็นทารกหญิงก็แล้วไป
อย่างไรก็ตาม นี่หมายความว่าตระกูลตู๋กูก็จะมีสรรพกำลังแข็งแกร่งมากขึ้นในการปกป้องดินแดนนี้
ซุนอี้ขู่ไม่อยากให้ฮ่องเต้และบรรดาขุนนางใหญ่กลายเป็นฝ่ายเดียวกันโดยสมบูรณ์ เพราะสิ่งที่เขาต้องการคือการสร้างความแตกแยก ก่อกวนคลื่นใต้น้ำ ทำให้ราชสำนักปั่นป่วน ฝ่ายบริหารโกลาหล มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น พวกเขาจึงจะได้รับชัยชนะ
แต่แผนการของพวกเขาก็ต้องพบเจอกับอุปสรรค… เพราะเจ้าขันทีจ้าวอู่เจียงเพียงผู้เดียว!
สีหน้าของซุนอี้ขู่แสดงออกถึงความอาฆาตแค้น หากจ้าวอู่เจียงไม่ปรากฏตัวขึ้นมา และดูแลสุขภาพของเซวียนหยวนจิ้งให้กลับมาแข็งแรงดีอีกครั้ง เซวียนหยวนจิ้งจะมีปัญญาเรียกตัวนางสนมเหล่านั้นเข้าไปรับใช้ได้หรือ?
ถ้าเซวียนหยวนจิ้งไม่เรียกตัวฮองเฮาและนางสนมเข้าไปรับใช้ ตู๋กูหมิงเยว่จะตั้งครรภ์ได้อย่างไร?
หากทุกอย่างยังคงเป็นเช่นเดิม เซวียนหยวนจิ้งก็ยังคงต้องหวาดระแวงตระกูลตู๋กู เช่นเดียวกับหวาดระแวงทุก ๆ ตระกูลที่หนุนหลังบรรดานางสนมแต่ละคนในวังหลัง
เพราะว่าเซวียนหยวนจิ้งขึ้นครองบัลลังก์โดยไม่มีรากฐานอำนาจใด ๆ รองรับอยู่เลย!
แต่เมื่อจ้าวอู่เจียงปรากฏตัวขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป… ยิ่งซุนอี้ขู่คิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกเกลียดชังจ้าวอู่เจียงมากขึ้นเท่านั้น
เดิมที กู่พิษชนิดเดียวกับที่เล่นงานแม่ทัพจ้าวทางแดนเหนือ ก็มีเป้าหมายที่จะเล่นงานตระกูลตู๋กูและเซวียนหยวนจิ้งเช่นกัน
พวกเขาหวังอาศัยความวุ่นวายทางแดนเหนือก่อกวนให้เซวียนหยวนจิ้งเกิดความหวาดระแวงตระกูลตู๋กู ช่องว่างระหว่างพวกเขาจะได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
แต่คาดไม่ถึงเลยว่าเมื่อจ้าวอู่เจียงปรากฏตัวขึ้น เหตุการณ์ทั้งหมดจะพลิกกลับตาลปัตรจากหน้ามือเป็นหลังมือเช่นนี้ แม่ทัพคนใหม่ที่ไปคุมกองกำลังทางแดนเหนือกลับกลายเป็นคนของตระกูลตู๋กู และตู๋กูหมิงเยว่ผู้ควบคุมอำนาจสูงสุดในวังหลังก็เกิดตั้งครรภ์ขึ้นมาอีก…
ยังไม่เพียงเท่านั้น จ้าวอู่เจียงยังสามารถทำเงินได้มากมายจากขบวนการค้าขายสมุนไพรเถื่อนของพวกเขา… ซุนอี้ขู่หอบหายใจอย่างหนักหน่วงด้วยความเกลียดชัง
บัดนี้ เขาเกลียดชังจ้าวอู่เจียงจนอยากจะกำจัดไปให้พ้นหูพ้นตาเสีย ติดก็แต่อำนาจในตอนนี้ เขาไม่มีอำนาจมากพอจะสามารถส่งคนเข้าไปกระทำการใด ๆ ในวังหลังได้
เหล่านักฆ่าที่เคยส่งเข้าไปต่างก็ถูกจ้าวอู่เจียงกำจัดจนหมดสิ้น เห็นได้ชัดว่าข้างกายเจ้าขันทีหนุ่มมียอดฝีมือคอยอารักขาความปลอดภัย
ซุนอี้ขู่ค่อย ๆ ปรับระดับลมหายใจ แผนการที่วางกันมายาวนานหลายปีมีทีท่าว่าจะถูกทำลายพังไม่เป็นท่า นี่คือสิ่งที่รบกวนจิตใจของเขาอย่างแท้จริง
หลังจมอยู่ในความเงียบงันเนิ่นนาน ซุนอี้ขู่ก็กลับมาอยู่ในความสงบสุขุมอีกครั้ง เขาค่อย ๆ หยิบขวดน้ำหมึกออกมา กางแผ่นกระดาษ และเริ่มต้นเขียนรายงานข่าวล่าสุดซึ่งได้รับมาจากในวังหลวงลงไป
[เรียนนายท่าน ข้า ตังกุย มีเรื่องต้องรายงานให้ท่านทราบ]
ตังกุยเป็นชื่อสมุนไพรจีนชนิดหนึ่ง และยังเป็นรหัสส่วนตัวของซุนอี้ขู่อีกด้วย นี่เป็นจดหมายที่กุมความลับสุดยอด เพื่อรับประกันความปลอดภัย ซุนอี้ขู่ย่อมไม่สามารถเปิดเผยชื่อจริงของตนเองโดยเด็ดขาด
[ในขณะนี้ ตู๋กูหมิงเยว่ตั้งครรภ์แล้วขอรับ]
[ในความคิดเห็นของข้า ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการตั้งครรภ์ครั้งนี้เป็นขันทีผู้หนึ่งในตำหนักนางสนม]
[และเป็นเพราะขันทีต่ำช้าผู้นั้น แผนการของพวกเราจึงต้องล่าช้าออกไป ข้าจะขอรายงานความผิดของมันให้นายท่านทราบดังต่อไปนี้]
[ความผิดกระทงที่ 1 : มันเป็นหลานชายของตัวบัดซบจ้าวโส่ว!]
[ความผิดกระทงที่ 2 : มันเป็นคนรักษาร่างกายของเซวียนหยวนจิ้ง!]
[ความผิดกระทงที่ 3 : มันทำร้ายคนของพวกเรา!]
[ความผิดกระทงที่ 4 : มันเข้ามาแทรกแซงแผนการของนายท่าน เป็นผู้ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ!]
[ความผิดกระทงที่ 5 : มันร่วมมือกับจิ้งจอกเจ้าเล่ห์อย่างหลิวเจ๋อ!]
[ความผิดกระทงที่ 6 : ขันทีผู้นี้มีความสามารถทางด้านการแพทย์สูงส่ง หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากมัน ตู๋กูหมิงเยว่ก็คงไม่สามารถตั้งครรภ์ได้!]
[ความผิดกระทงที่ 7 : …]
[…]
[โดยสรุปก็คือ ขันทีผู้นี้มีความชั่วร้ายมากมายเกินกว่าจะระบุได้หมดสิ้น ข้าตังกุยจึงอยากวิงวอนขอให้นายท่านช่วยส่งคนมาฆ่ามันด้วยขอรับ!]
ซุนอี้ขู่แจกแจงความผิดของจ้าวอู่เจียง และทุกครั้งที่เขาตวัดมือพู่กัน เขาก็ปรารถนาจะให้พู่กันในมือกลายเป็นกระบี่ที่ฟาดฟันลงบนร่างกายของจ้าวอู่เจียง
ซุนอี้ขู่มีความโกรธแค้นอัดแน่นอยู่เต็มหัวใจ เขาจึงเขียนจดหมายฉบับนี้อย่างรวดเร็ว
[แล้วก็ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่ข้าต้องเรียนให้นายท่านรับทราบขอรับ เฉินอันปังหายตัวไป เซวียนหยวนจิ้งกำลังจะทำการบุกตรวจค้นจวนที่พักของเขา]
[เฉินอันปังมีของของนายท่านอยู่ในมือ แต่พวกเราไม่สามารถฝ่าแนวเวรยามคุ้มกันบุกเข้าไปในจวนหลังนั้นได้ ในขณะนี้ ไม่มีผู้ใดสามารถเข้าออกจวนของเฉินอันปังได้เลยขอรับ]
[แต่นายท่านไม่ต้องเป็นกังวล จางทุยจะเป็นผู้รับมือกับปัญหานี้เอง เขาจะต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ดูแลการตรวจค้นอย่างแน่นอน เมื่อเวลานั้นมาถึง เขาก็จะนำของของนายท่านออกมาจากจวนตระกูลเฉินให้เองขอรับ]
[ในระหว่างที่ข้ากำลังเขียนจดหมายฉบับนี้ ข้าก็รู้สึกสังหรณ์ใจอย่างแปลกประหลาดคล้ายกับว่ากำลังจะเกิดเรื่องใหญ่โตขึ้นในอีกไม่ช้า…]
[นายท่านขอรับ ความจริงเรื่องที่ว่าตู๋กูหมิงเยว่ตั้งครรภ์ได้สั่นสะเทือนตำหนักนางสนมเป็นอย่างยิ่ง สถานการณ์กำลังอยู่ในความวุ่นวายโกลาหล ข้าต้องการจะใช้โอกาสจากความโกลาหลครั้งนี้…”
ซุนอี้ขู่ยกมือนวดขมับตนเองด้วยความขมขื่น ในระยะหลังเขามักจะรู้สึกได้ถึงสังหรณ์อัปมงคลอยู่ตลอดเวลา
[ข้าตังกุยจะยืนหยัดรับใช้นายท่านตลอดไป…]
[นายท่าน…]