ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1022 ตัวตนแท้จริงของจ้าวอู่เจียง
บทที่ 1022 ตัวตนแท้จริงของจ้าวอู่เจียง
หลู่จง…ได้ค้นพบร่องรอยบางอย่าง
แต่หลู่จงไม่ได้เปิดเผยเรื่องนี้โดยตรง กลับแอบบอกเขาเกี่ยวกับเรื่องหุ่นเชิด
เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?
แน่นอนว่าหลู่จงต้องเห็นบางสิ่งบางอย่างในตัวเขา
บางทีอาจเป็นการเห็นว่า กลยุทธ์ของผู้เล่นหมากรุกกำลังถูกควบคุมโดยใครบางคนอย่างลับ ๆ หลู่จงเฝ้าดูการเล่นหมากอย่างเงียบงัน แต่กลับแอบบอกเขาว่า เขากำลังป็นหุ่นเชิดใครบางคน นี่มิใช่การกระทำที่ขัดแย้งกันหรอกหรือ?
ดังนั้นยังมีความเป็นไปได้อีกสองประการ หนึ่งคือ หลู่จงก็เป็นผู้เล่นหมากเช่นกัน และกำลังหมายจะได้บางสิ่งจากเขา
แต่เขาได้ตัดเชือกของเชิดหุ่นแล้ว ซึ่งเท่ากับตัดขาดตัวตนของการกลับชาติมาเกิดของเทพปีศาจ แล้วเขาจะหวังได้อะไรจากเขาอีกเล่า?
หากยังมีอะไรอีก นั่นก็แสดงว่า ตั้งแต่แรกเริ่ม ตัวตนของเขาที่ผู้นั้นจากตระกูลหลี่เห็นนั้นคงผิดพลาดแน่แท้! เขาไม่ใช่คนที่มีจิตวิญญาณหรือรูปลักษณ์คล้ายกับเทพปีศาจ เขายังมีอีกหนึ่งตัวตน
ความเป็นไปได้ที่สองของหลู่จงที่ก็คือ หลู่จง เดิมตั้งใจจะเฝ้าดูเกมโดยไม่พูดอะไร แต่เพราะพบว่าคนที่ควบคุมเขา จึงแอบบอกเขา
ทำไมถึงต้องบอกเขา?
แสดงว่าหลู่จงอย่างน้อยก็รู้จักเขา!
ดังนั้นก็สามารถบอกได้ว่า เขายังมีอีกหนึ่งตัวตน! เมื่อเขาแน่ใจว่ายังมีอีกหนึ่งตัวตน การคาดเดาจึงย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้น
นับตั้งแต่อยู่ต้าเซี่ย ผู้ที่วางหมากคือคนตระกูลหลี่ แต่ยังมีบางคนที่แอบแฝงอยู่เบื้องหลังคอยชี้นำการเดินหมากอย่างเงียบ ๆ
วิธีการเดินหมากของคนเหล่านี้มีความคล้ายคลึงกับวิธีการเดินหมากของคนตระกูลหลี่
มีเพียงความคล้ายคลึงแต่ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว จึงจะสามารถแอบชี้นำการเดินหมากได้ มิเช่นนั้นผู้ที่วางหมากคงจะสังเกตเห็นแล้ว
เช่นนั้น ในสถานการณ์เช่นไรที่จะทำให้คนสองกลุ่มมีวิธีการเดินหมากที่คล้ายคลึงกัน โดยใช้เขาเป็นตัวหมาก และทำให้เขาก้าวไปข้างหน้าเล่า?
รายละเอียดไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว สถานการณ์นี้สิ่งสำคัญคือ ตัวตนของเขา
เช่นนั้นแล้ว สถานการณ์นี้คืออะไรกัน?
เขาคิดว่าเขารู้แล้วว่า เขาจ้าวอู่เจียงคือใคร!
จ้าวอู่เจียงนั่งอยู่บนถังไม้ แย้มรอยยิ้มสงบเยือกเย็น
วันนี้เขาได้รู้ว่าเขาคือเขา เมื่อเขารู้ว่าตัวเองเป็นใคร เขาก็รู้แล้วว่าใครจะเป็นพวกเดียวกับเขา
อย่างเช่น วิญญาณอาฆาตที่กำลังมีสติชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ตรงหน้านี้ เมิ่งอวี่ นางคือคนที่อยู่ฝ่ายเดียวกับเขา
ดอกบัวบนอุ้งเท้าของเสี่ยวไป๋ รอยสักดอกบัวของเหล่าปีศาจที่ถูกกักขังในดินแดนลับเต๋อเหลียน มีเพียงเมิ่งอวี่ วิญญาณอาฆาตผู้เป็นเจ้าของดินแดนลับเต๋อเหลียนเท่านั้นที่ทำได้
เพราะเมิ่งอวี่เป็นพวกเดียวกับเขา ดังนั้นเมิ่งอวี่จึงใช้เสี่ยวไป๋เป็นสื่อกลางเพื่อให้เขาได้รับอาวุธเต๋าที่แตกหัก
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีคนมาต้อนรับเขา คอยปกป้องให้เขาหลุดพ้นจากสถานะหมากตัวหนึ่งอย่างแท้จริง เพียงแค่เขาก้าวเข้าสู่ขั้นสูงสุด เขาก็สามารถหลุดพ้นได้ด้วยตัวเอง
แต่เพื่อให้เขาหลุดพ้นได้เร็วขึ้น แผนการจะถูกจัดวางไว้ที่ใดกันเล่า?
ตอนนี้มีเพียงแค่หลู่จง ยอดฝีมือตระกูลหลี่ และกระทั่งอาจารย์ของกู้เหนียนหยวนที่ปรากฏตัวพร้อมกันในดินแดนลับเต๋อเหลียนเท่านั้น!
ส่วนเรื่องว่าจะหลุดพ้นเมื่อไหร่ เขาได้รู้คำตอบแล้ว
เพราะเขาได้คาดเดาถึงการจัดเตรียมไว้แล้วสิ่งที่เขาต้องทำคือรอคอยการปรากฏตัวของคนคุ้นเคยเก่าแก่
จ้าวอู่เจียงรับก้านบัวมา พายไปยังฝั่งที่พวกเขามา
เมิ่งอวี่เท้าคางเอียงศีรษะ จู่ ๆ ก็ถามขึ้นว่า
“พี่ชาย ท่านรู้หรือไม่ว่าพวกเราจะไปที่ใด”
“ไม่รู้” จ้าวอู่เจียงส่ายหน้าพลางยิ้ม
หญิงสาวรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย อารมณ์ขุ่นมัว ริมฝีปากสีแดงของนางเผยอขึ้น ราวกับต้องการบอกอะไรบางอย่างแก่จ้าวอู่เจียง
จ้าวอู่เจียงส่ายหน้าอีกครั้ง พูดอย่างเด็ดขาดว่า
“ดูหมากไม่พูด”
“อ้อ ส่งเมล็ดบัวเต๋าให้ข้า ข้าต้องสร้างร่างบัวเต๋า” จ้าวอู่เจียงยื่นมือออกไป “ข้าต้องการทั้งหมด!”
หญิงสาวส่งเสียงฮึดฮัด ฝนเม็ดโตขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียวเริ่มตกลงมาจากท้องฟ้า ดังแปะ ๆ ตกลงในอ่างไม้ทีละเม็ด ๆ ไม่มากไม่น้อย พอดีหนึ่งร้อยแปดเม็ด
“นางให้น้ำศักดิ์สิทธิ์ข้าหกทัพพี เจ้าต้องไม่แพ้นางนะ” จ้าวอู่เจียงจอดเรืออ่างไม้ที่ริมฝั่ง แล้วเก็บเมล็ดเต๋าเหลียนในอ่างขึ้นมา
เขากำลังจะเริ่มสร้างกายเนื้อของตัวเองแล้ว
“ร่างเต๋อเหลียนยังต้องรดด้วยเลือด ให้แปดเปื้อนไอเลือดแต่ไร้มลทิน” หญิงสาวนั่งอยู่บนเรืออ่างไม้กล่าว
“วางใจเถอะ มีคนมากมายที่จะมาฆ่าเจ้า!”