ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1029 เซี่ยวไป๋ตกตะลึง
บทที่ 1029 เซี่ยวไป๋ตกตะลึง
“แน่นอน ข้ากำลังจะติดประกาศพอดี”
เซี่ยวไป๋โล่งอกอย่างไม่รู้ตัว หากจ้าวอู่เจียงที่อยู่ตรงหน้าเป็นคนที่เขารู้จักจริง จ้าวอู่เจียงคงไม่ทำร้ายเขา
อีกทั้งเขาก็เข้าใจแล้วว่า ก่อนหน้านี้ตนเองอาจจะตกใจกับการปรากฏตัวอย่างประหลาดของจ้าวอู่เจียง จนดูสับสนวุ่นวาย ทำให้สูญเสียความสงบไปชั่วขณะ
เขาเป็นตัวแทนของหอสมบัติหมื่นวัตถุในการติดประกาศอันดับยอดฝีมือ ดังนั้นกฎของดินแดนลับเต๋อเหลียนคงไม่ปล่อยให้เขาเป็นอันตราย
มือของเขาหมุนม้วนภาพ ปากพึมพำ การติดประกาศจัดอันดับอัจฉริยะต้องใช้วิชาลับของตระกูลจูกัด แม้ผู้อื่นจะได้รับประกาศไป แต่หากไม่มีวิชาลับก็ไม่สามารถดูเนื้อหาบนประกาศได้
ในวงการพ่อค้าเรียกสิ่งนี้ว่าตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว หรือการให้สิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว
ม้วนภาพลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า จากนั้นก็คลี่ออกเอง กระดาษสีขาวหิมะกลืนเป็นเนื้อเดียวกับท้องฟ้าในพริบตา ปรากฏตัวอักษรสีทอง ลอยอยู่บนท้องฟ้า
เซี่ยวไป๋แห่งตระกูลจูกัดในฐานะพ่อค้า เขาแนะนำประกาศจัดอันดับอัจฉริยะนี้ให้จ้าวอู่เจียงฟังโดยสัญชาตญาณ เขาชี้นิ้วไปที่ท้องฟ้า
“พี่ชายจ้าว ท่านดูสิ อันดับนี้เป็นอันดับของผู้ที่ทำลายสถิติการเลื่อนขั้นจากขั้นหลอมวิญญาณสู่ขั้นผู้เคารพได้เร็วที่สุดในดินแดนลับเต๋อเหลียน
ตอนนี้อัจฉริยะที่อยู่อันดับหนึ่ง ท่านก็เห็นแล้ว ชื่อจ้าวอู่…”
จูกัดเซี่ยวไป๋ชะงักกึก เสียงพูดหยุดกะทันหัน ราวกับเป็ดที่กำลังร้องแล้วถูกบีบคอ
จ้าวอู่เจียง: สามสิบสามลมหายใจ
จูกัดเซี่ยวไป๋กลืนน้ำลาย ดวงตาของเขาสั่นระริก มองไปยังจ้าวอู่เจียงที่ดูสงบนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาสงสัยว่าตนเองอาจจะมองผิดไป ยอดฝีมือที่เร็วที่สุดกลับมีนามว่าจ้าวอู่เจียงซึ่งก็คือผู้ที่อยู่ตรงหน้าเขา!
แล้วไหนจะสามสิบสามลมหายใจ…หมายความว่าอย่างไร?
สามสิบลมหายใจนับเป็นหนึ่งส่วนสี่ของเวลาหนึ่งถ้วยชาเท่านั้น!
ช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงเท่านี้ จากจุดสูงสุดของการหลอมวิญญาณไปถึงขั้นจักพรรดิ
ไม่อาจนับว่าเป็นการบุกทะลวง หรือการก้าวข้าม เรียกได้เพียงว่า ก้าวข้ามอย่างง่ายดาย เพียงแค่ทำเล่น ๆ ก็สำเร็จแล้ว เพื่อให้แน่ใจว่าภารกิจจะดำเนินไปอย่างราบรื่น จูกัดเซี่ยวไป๋ได้ศึกษาอันดับอัจฉริยะในช่วงที่มีการเปิดดินแดนลับเต๋อเหลียนในอดีตมามาก
และไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตใดที่ใช้เวลาสั้นกว่าเวลาหนึ่งถ้วยชา
สิ่งที่เร็วที่สุดที่เขาเคยเห็นคืออันดับอัจฉริยะเมื่อหลายพันปีก่อน เขาเป็นผู็ฝึกตนหลี่ใช้เวลาเพียงชั่วหนึ่งถ้วยชากับอีกสามลมหายใจเพื่อสำเร็จสู่ขั้นจักรพรรดิ
แต่จ้าวอู่เจียงที่อยู่ตรงหน้าเขา ใช้เวลาเพียงหนึงส่วนสี่ของชั่วดื่มชาหนึ่งถ้วย เพียงแค่สามสิบสามลมหายใจเท่านั้น
และจ้าวอู่เจียงคนนี้ก็คือจ้าวอู่หยางที่เขารู้จักจริง ๆ เนื่องจากเขาได้ตรวจสอบรายชื่อทั้งหมดแล้ว แต่ไม่พบชื่อจ้าวอู่หยางเลย
เป็นไปไม่ได้ที่คนมีพลังอย่างจ้าวอู่หยางจะไม่สามารถติดอันดับได้
แต่สาเหตุที่ชื่อไม่ปรากฏ เป็นเพราะจ้าวอู่หยางไม่ได้ชื่อจ้าวอู่หยาง แต่ชื่อจ้าวอู่เจียง และอยู่ในอันดับที่หนึ่ง!
จูกัดเซี่ยวไป๋ประสานมือคำนับจ้าวอู่เจียง
“พี่จ้าว ข้าต้องขออภัยที่รบกวน เซี่ยวไป๋ขอตัวก่อน ข้าจะไม่เข้าร่วมการแข่งขันชิงดอกบัวและเมล็ดบัวเต๋า ขอให้ท่านโชคดี สร้างชื่อเสียงไปทั่วหล้า!”
จ้าวอู่เจียงพยักหน้า แย้มยิ้มอ่อนโยน
จูกัดเซี่ยวไป๋เคยวางแผนเล่นงานเขา แต่เขาเข้าใจว่าเพราะอะไร ภายหลังจูกัดเซี่ยวไป๋ก็เคยช่วยเหลือเขามามาก เขาจดจำทุกอย่างได้
จูกัดเซี่ยวไป๋ประสานมือคำนับ ในใจเหมือนยังไม่อยากเชื่อ เขาเหลือบมองกระดานจัดอันดับอัจฉริยะบนท้องฟ้าอีกครั้ง เพื่อยืนยันความจริง
แต่การมองคราวนี้ทำให้เขาแข็งค้างอยู่กับที่ ร่างกายสั่นเทิ้มไปทั้งตัวเพราะเขาเห็นชื่อของคนคนหนึ่งปรากฏอยู่บนกระดานรายชื่อผู้ได้รับเมล็ดบัวเต๋าแล้ว
ดวงใจบัวยังไม่ได้เปิดออก แต่กลับมีชื่อผู้ได้รับเมล็ดบัวปรากฏ?
ที่สำคัญชื่อนั้นก็คือ…จ้าวอู่เจียง!
และที่สำคัญยิ่งกว่า จำนวนเมล็ดเต๋าที่เชขาได้ไปคือ หนึ่งร้อยแปดเมล็ด!
ความรู้สึกของจูกัดเซี่ยวไป๋ตอนนี้ไม่ใช่แค่ความตกตะลึง แต่เป็นความหวาดกลัว! ทุกครั้งที่ดินแดนลับเต๋อเหลียนเปิด จะมีเมล็ดบัวเต๋าเพียงหนึ่งร้อยแปดเมล็ดเท่านั้น!
ทว่าคราวนี้จ้าวอู่เจียงได้รับไปทั้งหมดแล้ว!
หมายความว่าอะไร?
ไม่ใช่จ้าวอู่เจียงคือกฎของดินแดนลับเต๋อเหลียนหรือ?
หรือไม่ก็จ้าวอู่เจียงเป็นหนึ่งในกฎของดินแดนลับ
แต่ก็เหมือนจะไม่แตกต่าง ทั้งสองอย่างล้วนสร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้คน
ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าทำไมจ้าวอู่เจียงถึงได้ปรากฏตัวขึ้นอย่างน่าประหลาดในสถานที่แห่งนี้