ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1066 ผู้ปกครองที่มารับลูกหลังเลิกเรียน
ตอนที่ 1066 ผู้ปกครองที่มารับลูกหลังเลิกเรียน
การมาถึงของเยว่ปู้ฝาน ทำให้ผู้อาวุโสหลายคนยิ้มแย้มพร้อมประสานมือทักทาย
ไม่ดูหน้าพระแต่ดูหน้าพระพุทธ สำหรับคนส่วนใหญ่ เยว่ปู้ฝานถือว่าอายุน้อยกว่า แต่ด้วยพลังความสามารถของตัวเขาเองรวมถึงสองยักษ์ใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง ทำให้หลายคนต้องปฏิบัติต่อเขาด้วยความเคารพ
“คุณชายเยว่ ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว พบตัวจริงถึงได้รู้ว่าท่านช่างเป็นคนมากความสามารถและบุคลิกโดดเด่นจริง ๆ”
“น้องปู้ฝาน พวกเราเคยพบกันที่แผ่นดินกลางมาก่อน จำได้หรือไม่?”
“พี่เยว่ สุขภาพของท่านอาจารย์หวังเป็นอย่างไรบ้าง? ข้าเคยได้รับคำชี้แนะจากท่านจึงมีความรู้ความสามารถอย่างทุกวันนี้ ข้าอยากไปขอบคุณท่านถึงที่ แต่ด้วยกิจธุระในสำนักมีมากมายและยุ่งยากจึงไม่มีโอกาสได้ไป ขอรบกวนพี่เยว่ ช่วยกล่าวคำขอบคุณและขอโทษต่อผู้อาวุโสด้วย ข้าซาบซึ้งใจนัก”
“เยว่ปู้ฝาน”
“คุณชายเยว่..”
“คุณชายเยว่มารับแม่นางหวังซีกลับด้วยตนเอง ช่างเป็นความรักที่ลึกซึ้งจริง ๆ ทำให้ผู้คนอิจฉาแล้ว”
“ใช่แล้ว ๆ เดินทางไกลพันลี้ ไม่สนใจความเหน็ดเหนื่อยของตนเอง วิ่งวุ่นไปมา ช่างเป็นความรักที่จริงใจและลึกซึ้งเหลือเกิน…”
“…”
ริมฝั่งแม่น้ำศักดิ์สิทธ์คึกคักขึ้นอีกหลายส่วน ผู้คนมากมายต่างพากันคำนับทักทายเยว่ปู้ฝาน
เยว่ปู้ฝานก็ตอบรับด้วยมารยาทงดงาม อ่อนโยนและน่าชื่นชม เขาโค้งคำนับตอบผู้คนทั้งหลาย ไม่ยโสโอหังและไม่ประจบสอพลอต่อผู้ใด ไม่ลำเอียงเข้าข้างฝ่ายใด ราวกับสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิที่พัดผ่าน
ท้องฟ้าปรากฏแสงวาบไหวหลายสาย ยิ่งนานยิ่งมีผู้ฝึกฝนมากขึ้นที่มุ่งหน้ามายังริมฝั่งแม่น้ำศักดิ์สิทธ์
วันนี้เป็นวันสิ้นสุดของดินแดนลับเต๋อเหลียน ไม่เพียงแต่มีผู้แข็งแกร่งที่มาต้อนรับลูกหลานของตน ยังมีผู้แข็งแกร่งที่มาเฟ้นหาอัจฉริยะให้กับสำนักตระกูล หรือราชวงศ์เซียนของตนด้วย ผู้ที่มีชื่อเสียงบนกระดานจัดอันดับอัจฉริยะแห่งดินแดนลับเต๋อเหลียน พวกเขาจะให้ความสนใจทีละคน หากพบกับผู้ฝึกตนอิสระหรืออัจฉริยะชั้นยอดจากสำนักเล็ก ๆ ก็จะยื่นข้อเสนอให้เข้าร่วม
ริมฝั่งแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ยิ่งคึกคักขึ้นเรื่อย ๆ เหล่าผู้แข็งแกร่งต่างทักทายกัน
“พี่จื่อเยว่ พี่จื่อกวาง ข้าไม่คิดว่าครั้งนี้ตระกูลหลู่จะส่งพวกท่านมาต้อนรับ ข้ามาถูกเวลาจริง ๆ ได้พบกับพี่ชายทั้งสองท่าน”
“หลังจากที่พวกเราจากลากันปีนั้น ข้าคิดถึงวันที่ได้ดื่มสุราสนทนากับพี่ชายทั้งสองมาตลอด”
“ทำไมคนจากถ้ำกระบี่ตระกูลอู๋ถึงมาที่นี่? หรือว่าในการเดินทางยังดินแดนลับเต๋อเหลียนจะมีอัจฉริยะจากถ้ำกระบี่ตระกูลอู๋ด้วย?”
“เหยียนคูคู! ศิษย์รุ่น ‘อักษรเว่ย’ แห่งสำนักเติมฟ้า สิบปีก่อนก็ผ่านหกด่านจักรพรรดิไปแล้ว คราวนี้กลับเป็นนางที่มารับศิษย์ของสำนักเติมฟ้าเอง!”
“ผู้อาวุโสเทียนซวีจื่อ สำนักเทียนเหอของท่านรุ่งเรืองขึ้นทุกวัน ส่วนหยินเถาเอ๋อร์ผู้มีรากวิญญาณธารา คงมีอนาคตสดใสแน่นอน”
“สำนักเทพปีศาจไม่ใช่หรือ…? เฉินชิวสุ่ยมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? ทั้งยังอยู่กับคนของเผ่าจิ้งจอกชิงชิวด้วย?”
“โอ้! ผู้อาวุโสจินฮวา ไม่อยากเชื่อเลยว่าสำนักเทพบุปผาจะให้ท่านมาด้วยตัวเอง”
“สำนักอวิ๋นเล่ย…”
“สำนักกระบี่ซ่อนเร้น…”
“สำนักหนึ่งกระบี่เหนือหล้า…”
“โอ้สวรรค์! พี่เย่กวน พี่เย่ฟานก็อยู่ด้วยหรือ?”
“สามสิบปีแม่น้ำด้านตะวันออก สามสิบปีแม่น้ำด้านตะวันตก เซียวซานชื่อหลางแห่งตระกูลเซียวจงถู่หรือ?”
“หลินอวี้ ขันทีหลวงแห่งราชวงศ์เซียนต้าโจว?”
“…”
ริมฝั่งแม่น้ำศักดิ์สิทธ์คึกคักอย่างยิ่ง เพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบกันนานต่างทักทายกัน แม้แต่ผู้ที่เคยพบหน้ากันเพียงครั้งเดียวก็สนทนากันอีกครั้ง
ท้ายที่สุดแล้ว แวดวงผู้ฝึกตนไม่ได้มีแต่การต่อสู้ฆ่าฟัน ยังมีเรื่องของมนุษยสัมพันธ์อีกด้วย
โลกใบนี้กว้างใหญ่ไพศาล การมีเพื่อนเพิ่มขึ้นหนึ่งคน มีหน้ามีตาเพิ่มขึ้นอีกนิด บางทีในอนาคตอาจจะมีทางเลือกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งทาง
หลังจากที่ทุกคนทักทายกันครู่หนึ่ง ดอกบัวเต๋าที่บดบังฟ้าบังดินริมฝั่งแม่น้ำศักดิ์สิทธ์ก็เบ่งบานอีกครั้ง กลีบดอกบัวสีขาวบานและหุบ กลิ่นอายอันทรงพลังและเด็ดขาดไร้ขอบเขตแผ่ซ่านไปทั่วราวกับไอน้ำ พัดกระหน่ำมาทางฝั่งน้ำ ทำให้เสียงทักทายของผู้คนแตกกระจาย และค่อย ๆ เงียบลง
จุดเล็ก ๆ สีเขียวอมฟ้าจำนวนมากมายราวกับมดน้อยสีเทาริมสระบัวในฤดูร้อนตกลงในน้ำศักดิ์สิทธิ์ พุ่งไปยังฝั่งตามแรงกดดันของดอกบัวแห่งเต๋า
จุดสีเขียวอมฟ้าค่อย ๆ ใหญ่ขึ้น รูปร่างราวถังไม้และเรือไม้ เหมือนกองทัพเรือนับพันที่แล่นมา พริบตาก็ขยายใหญ่ขึ้นในสายตาของทุกคน
นั่นคือเหล่าอัจฉริยะมากมายที่ใช้อาวุธเทพรูปดอกบัวข้ามน้ำยังถึงฝั่ง
ขณะที่เหล่าอัจฉริยะกำลังข้ามน้ำ แสงสีทองสายหนึ่งพุ่งออกมาจากดินแดนลับเต๋อเหลียน เซี่ยวไป๋นั่งอยู่บนกระดาษจัดอันดับอัจฉริยะที่ทำจากแผ่นทองคำขนาดใหญ่เท่าหลังคาบ้าน พริบตาก็มาถึงริมฝั่งข้าวาง มือข้างหนึ่งไพล่หลัง ม้วนกรดาษจัดอันดับอัจฉริยะกลายเป็นแสงสีทองที่เขากำไว้ในมือ
ในฐานะตัวแทนของดินแดนลับเต๋อเหลียนและหอสมบัติหมื่นวัตถุ เขากระแอมเบา ๆ ใบหน้าเปล่งประกาย