ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1068 ข้าคิดว่าพี่เยว่รู้อยู่แล้ว
บทที่ 1068 ข้าคิดว่าพี่เยว่รู้อยู่แล้ว
จูกัดเซี่ยวไป๋ยิ้มโดยไม่พูดอะไร เขาคอยสังเกตเหล่าอัจฉริยะที่กำลังข้ามน้ำเข้าฝั่งและเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ พลางรอจังหวะเวลาที่เหมาะสม
เขาฟังการถกเถียงและโต้แย้งของเหล่าผู้แข็งแกร่งมากมาย ดวงตาของเขาชำเลืองมองไปยังเยว่ปู้ฝาน ผู้มีบุคลิกสุขุม เขายืนนิ่งสงบอยู่ท่ามกลางฝูงชนอย่างไม่มีพิรุธ
จู่ ๆ เซ๊่ยวไป๋ก็ร้องออกมาว่า “โอ้” พร้อมกับสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความยินดี “พี่เยว่ เป็นท่านนี่เอง!”
เยว่ปู้ฝานมองมาด้วยความประหลาดใจ เสียงถกเถียงของฝูงชนเบาลงเล็กน้อย
“ข้ากำลังเตรียมจะสิ้นสุดการเดินทางครั้งนี้ และตั้งใจจะไปหาท่านที่สำนักเมตตาธรราอันยิ่งใหญ่พอดี” จูกัดเซี่ยวไป๋เดินเข้าไปหาเยว่ปู้ฝาน
“ท่านลองเดาสิว่าข้าเห็นอะไรในดินแดนลับเต๋อเหลียน…”
ดวงตาของเยว่ปู้ฝานหรี่ลงเล็กน้อย
เสียงพูดคุยของผู้คนเบาลงมาก การชอบสอดรู้สอดเห็นคงเป็นจุดอ่อนทั่วไปของสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา
เหมือนว่าจูกัดเซี่ยวไป๋จะรู้สึกถึงสายตาของผู้คนและคำถามของเยว่ปู้ฝาน เขาแสดงสีหน้าเก้อเขินอย่างกะทันหัน เมื่อตระหนักว่ามีคนอยู่มาก เขารีบกระแอมเบา ๆ หนึ่งครั้ง ยับยั้งคำพูดของตนเอง และกล่าวอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย “เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากนี้ข้าจะพูดกับพี่เยว่อีกที”
เยว่ปู้ฝานขมวดคิ้วขึ้นเรื่อย ๆ
การโต้เถียงของฝูงชนหยุดลงเกือบหมดแล้ว ตารางอันดับสามารถดูได้ทุกเมื่อ แต่การได้รับรู้เรื่องราวอื้อฉาวไม่ใช่สิ่งที่จะได้เห็นกันบ่อย ๆ โดยเฉพาะท่าทางของจูกัดเซี่ยวไป๋เมื่อครู่นี้ สิ่งที่เขาเห็นต้องเกี่ยวข้องกับเยว่ปู้ฝานอย่างแน่นอน และไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยแน่
“จูกัดเซี่ยวไป๋เจ้าพูดตรง ๆ เถอะ” เยว่ปู้ฝานกล่าวอย่างเรียบเฉย
“ข้าเยว่ปู้ฝานไม่ละอายต่อฟ้าและไม่อับอายต่อผู้คน ดำเนินชีวิตอย่างเปิดเผยและซื่อตรง ยิ่งไปกว่านั้น ข้าไม่เคยก้าวเข้าไปในดินแดนลับเต๋อเหลียน สิ่งที่เกิดขึ้นภายในย่อมไม่เกี่ยวข้องกับข้าอย่างแน่นอน”
“ไม่ใช่อะไรมากไปกว่าเรื่องของคนที่เกี่ยวข้องกับข้าเท่านั้น แต่พูดออกมาก็ไม่เป็นไร”
เหล่าผู้ฝึกตนพากันพยักหน้า เยว่ปู้ฝานก็คือเยว่ปู้ฝาน สมกับเป็นผู้มีบุคลิกไม่ธรรมดา สงบนิ่งและอ่อนโยน ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใด
บุคลิกยอดเยี่ยม! จูกัดเซี่ยวไป๋ชูนิ้วโป้งขึ้นพร้อมรอยยิ้มเต็มใบหน้า
เขารู้มาตั้งนานแล้วว่า ด้วยบุคลิกที่เยว่ปู้ฝานภาคภูมิใจและชื่อเสียงในฐานะสุภาพบุรุษที่เลื่องลือไปทั่ว พฤติกรรมที่ปิดบังซ่อนเร้นและลังเลที่จะพูด เยว่ปู้ฝานจะต้องให้เขาพูดให้ชัดเจนต่อหน้าอย่างแน่นอน นี่คือหนทางของบุรุษผู้สูงส่ง
จูกัดเซี่ยวไป๋กระแอมเบา ๆ เขาถอดหมวกสีเขียวที่อ่อนนุ่มบนศีรษะออก แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
“ภายในดินแดนลับเต๋อเหลียน ข้าได้เห็นพี่เยว่ที่ยังไม่แต่งงาน…แล้วแม่นางหวังซีกับบุรุษผู้ฝึกวิชาที่ข้าไม่คุ้นหน้านักก็มีท่าทางค่อนข้างสนิทสนมกัน”
เมื่อคำพูดนี้ถูกเอ่ยออกมา เหล่าผู้ฝึกวิชาทั้งหลายก็เงียบลง มองหน้ากันไปมา ทุกคนเห็นความตกตะลึงและรอยยิ้มที่แทบจะกลั้นไม่อยู่ในดวงตาของผู้อื่น
แต่เนื่องจากสถานะของเยว่ปู้ฝานจึงไม่มีใครพูดอะไร เยว่ปู้ฝานหางตากระตุก สีหน้าไม่ได้แสดงความโกรธมากนัก แต่ใครก็เห็นได้ว่าขณะนี้เขากำลังกลั้นความโกรธเอาไว้
“จูกัดเซี่ยวไป๋ เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าเจ้ากำลังพูดอะไรอยู่?”
“ข้า ข้ารู้สิ ข้ายัง…ยังบันทึกไว้ในภาพวาดสวรรค์และพิภพด้วย…” สีหน้าจูกัดเซี่ยวไป๋ตื่นตระหนกเล็กน้อย เขาขมวดคิ้วพลางกล่าวอย่างประหลาดใจว่า “ข้าคิดว่า ข้าคิดว่า…”
“ข้าคิดว่าพี่เยว่มาที่นี่ด้วยตนเองก็คงรู้เรื่องนี้แล้ว แต่เรื่องนี้ไม่อาจสั่นคลอนจิตใจแห่งเต๋าของท่านได้ ดังนั้นท่านจึงให้ข้าพูดได้ตามสบาย…”
“อย่างไรกัน? พี่เยว่…”
ยังจดบันทึกลงไปอีกหรือ?
ทุกคนมองไปที่จูกัดเซี่ยวไป๋ด้วยความประหลาดใจ คิดในใจว่าจูกัดเซี่ยวไป๋ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจกันแน่ หรือว่าตั้งใจที่จะไม่ตั้งใจ?
สีหน้าของเยว่ปู้ฝานหม่นลง กระทั่งเปลี่ยนเป็นสีเขียวเล็กน้อย
“อะแฮ่ม ๆ…” จูกัดเซี่ยวไป๋รีบแก้ต่างให้เยว่ปู้ฝาน
“พี่เยว่ เรื่องนี้อาจไม่จริงเสมอไป บางทีข้าอาจจะตาฝาดไป…”
“พวกเราดูบัญชีรายชื่อกันก่อนเถิด ข้าจะประกาศรายชื่อ ข้าจะประกาศรายชื่อแล้ว”
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
แผ่นป้ายดอกบัวจำนวนมากลอยขึ้นมาจากน้ำศักดิ์สิทธิ์เบื้องหลัง บรรดาอัจฉริยะต่างก้าวขึ้นฝั่ง
จูกัดเซี่ยวไป๋ซุกมือไว้ในแขนเสื้อ มือหมุนลูกเต๋าทองสองลูกไม่หยุด เขายกมือที่ถือบัญชีรายชื่ออัจฉริยะขึ้น แสงสีทองพุ่งไปยังริมฝั่ง ปรากฏเป็นม่านสีทองจาง ๆ ริมน้ำ
เยว่ปู้ฝานทนไม่ไหวกับสีหน้าของผู้คนรอบข้างที่อยากพูดแต่ไม่กล้าพูด อยากเยาะเย้ยแต่ก็ไม่กล้าเยาะเย้ย เขาโกรธจัดอยากจะตะโกนถามจูกัดเซี่ยวไป๋และพยายามกู้หน้า
ตอนนี้บรรดาอัจฉริยะที่ขึ้นฝั่งต่างเข้าไปทักทายผู้อาวุโสของตน
ส่วนเขาก็ได้เห็นหวังจวิ้นหลางที่ไม่กล้าเข้าใกล้เขาอย่างกระตือรือร้นเหมือนเคยเป็นครั้งแรก