ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1119 ไปที่วัดเต๋า ถวายผลไม้
บทที่ 1119 ไปที่วัดเต๋า ถวายผลไม้
เมื่อได้ยินชื่อจ้าวอู่เจียงที่ฝังลึกในจิตวิญญาณ หยางเมียวเจิ้นอดไม่ได้ที่จะสะเทือนใจอย่างรุนแรง
ดวงตาของนางที่ดั่งสระน้ำฤดูใบไม้ร่วงเอ่อล้นหยดน้ำ ดวงตาเปียกชื้น ม่านน้ำตาทำให้ภาพเบื้องหน้าพร่ามัว
นางรีบคว้าม้วนภาพที่ศิษย์พี่จางเสี่ยวกั๋วส่งให้ มือสั่นเทาขณะคลี่ออก
ภาพวาดที่ผลิตจากหอสมบัติหมื่นวัตถุแสดงภาพเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต
ภายในภาพ บุรุษผู้หนึ่งสวมชุดคลุมดำ รูปโฉมงดงามไร้ที่ติ ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายชั่วร้าย มือกุมสายลมฟ้าและแสงสีทอง กำลังสังหารศัตรูอย่างบ้าคลั่ง
ใบหน้าของบุรุษผู้นั้นเหมือนจ้าวอู่เจียงราวกับแกะ ทำให้หยางเมียวเจิ้นแสบร้อนที่จมูก
จ้าวอู่เจียงตายไปแล้วในสายฝนที่โหมกระหน่ำท่ามกลางการล่มสลายของโลก บุรุษในภาพวาดผู้นี้เป็นตัวจริงหรือไม่
หยางเมียวเจิ้นไม่กล้าเชื่อ แต่ในใจกลับเชื่อมั่นอย่างที่สุดว่านี่คือจ้าวอู่เจียง จ้าวอู่เจียงฟื้นคืนชีพแล้ว
น้ำตาเอ่อคลอ ไหลลงมา นางเอ่ยเสียงสั่น “เป็นเขาใช่หรือไม่”
“ข้าไม่รู้ แต่น่าจะใช่ ถึงไม่ใช่ก็ต้องมีความเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นจะมีใบหน้าเหมือนกันได้อย่างไร เหมือนกันราวกับแกะ แม้แต่ชื่อก็ยังเหมือนกัน” จางเสี่ยวกั๋วดวงตาเปี่ยมด้วยรอยยิ้มและความลึกล้ำ
“ยังมีความเป็นไปได้อีกอย่าง บางทีอาจเป็นคนที่ตั้งใจปลอมตัวมา หวังจะล่อให้คนที่รู้จักจ้าวอู่เจียงออกมา เพื่อหวังผลบางอย่าง…เช่นเจ้า ศิษย์น้อง
“บางสิ่งบางอย่าง บางคำสั่งเสีย ห้ามเอ่ยถึงกับผู้อื่นเด็ดขาด”
จางเสี่ยวกั๋วพูดถึงแผนการและคำสั่งเสียของจางหลินต้าวในช่วงที่กำลังจะสิ้นใจ
“เฮ้อ” จางเสี่ยวกั๋วถอนหายใจเบา ๆ
“ภาพวาดจากหอสมบัติหมื่นวัตถุช่างแพงเหลือเกิน เพียงภาพเดียวก็ทำให้ข้าต้องเสียหยกวิเศษไปไม่น้อย หากจะซื้อภาพใหม่อีก ข้าคงไม่มีปัญญาพอแล้ว ศิษย์น้อง เจ้าว่าความหมายของการบำเพ็ญเพียรคืออะไรหรือ?”
หยางเมียวเจิ้นเช็ดน้ำตาใส คำนับขอบคุณศิษย์พี่จางเสี่ยวกั๋ว เม้มริมฝีปาก ในหัวเต็มไปด้วยภาพอันวุ่นวายของจ้าวอู่เจียง
“อ้อใช่ ได้ยินว่าจ้าวอู่เจียงกับเยว่ปู้ฟานมีเรื่องน่าสนใจเกิดขึ้นที่ดินแดนลับเต๋อเหลียน” จางเสี่ยวกั๋วมองไปยังเทือกเขาไกลที่มืดมิดดั่งเงาผี รอยยิ้มสงบนิ่ง
“ข้าก็ได้ยินมาเหมือนกันว่า จ้าวอู่เจียงมีสัมพันธ์กับหวังซีแห่งตระกูลหวัง เยว่ปู้ฟานโกรธจัดที่ริมแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ ส่วนจ้าวอู่เจียงเหมือนจะหลบหายไป”
หยางเมียวเจิ้นฟังอย่างเงียบ ๆ เมื่อได้ยินเรื่องความสัมพันธ์กับหวังซี นางเม้มริมฝีปากแดงแน่น แต่พอได้ยินว่าเยว่ปู้ฟานโกรธจัด หาจ้าวอู่เจียงไม่พบ มุมปากนางก็ยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว
สายลมราตรีพัดเอื่อย จางเสี่ยวกั๋วยิ่งพูดยิ่งไม่หยุด ราวกับเปิดกล่องคำพูด
เขาพูดถึงจ้าวอู่เจียง พูดถึงจูกัดเซี่ยวไป๋ พูดถึงเยว่ปู้ฟาน พูดถึงการประชุมเก้าสวรรค์ที่จะจัดขึ้นในฤดูหนาว พูดถึงวิถีเต๋า พูดถึงวาสนาบุญบารมี
สุดท้ายเมื่อพูดจบ เขาก็พูดถึงความหมายของการบำเพ็ญเพียร
ความหมายของการบำเพ็ญเพียรคืออะไรกันแน่?
ในที่สุดเขาก็ส่ายหน้าพลางประสานมือลาจากไป ทิ้งให้ศิษย์น้องหญิงอยู่คนเดียวกับความทรงจำ เขาทะยานขึ้นไปตามสายลมราตรี มุ่งหน้าสู่จันทร์เพ็ญ จนมาถึงตำหนักศรัทธาสวรรค์อันซ่อนตัวอยู่ในหมู่เมฆขาว
เขาเดินผ่านรูปปั้นเทพเซียนที่ตั้งเรียงรายสองข้างทาง สัมผัสได้ถึงกลิ่นธูปหอมภายในตำหนัก เขาก้มคำนับรูปปั้นทั้งหลายอย่างเคารพพลางพึมพำบทสวด
จากนั้นเขาก็มยังหน้ารูปปั้นดินมากมายที่ราวกับทอดยาวจากฟ้าถึงดิน
“ความหมายของการบำเพ็ญเพียรคืออะไรกันแน่?”
เขาพึมพำเบา ๆ ราวกับพูดกับตัวเอง แต่ก็เหมือนกำลังถามรูปปั้นดินเหล่านั้น
รูปปั้นเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นบรรพาจารย์ของสำนักศรัทธาสวรรค์ แต่รูปปั้นที่อยู่ตรงกลางคือรูปปั้นปรมาจารย์แห่งสำนักเต๋าทั้งมวล
จางเสี่ยวกั๋วในชุดนักพรตที่พลิ้วไหวโค้งคำนับอย่างนอบน้อมต่อรูปปั้นตรงกลาง แล้วเดินไปหยุดที่หน้ารูปปั้นตัวที่สี่นับจากตรงกลางไปทางขวา
เขาหยิบผลไม้ที่วางอยู่หน้ารูปปั้นขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ค่อย ๆ ปอกแล้วใส่เข้าปาก
ความหวานฉ่ำซึมเข้าสู่หัวใจ
เขาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ศิษย์เอกแห่งสำนักศรัทธาสวรรค์และเป็นหนึ่งในบรรพาจารย์แห่งสำนักศรัทธาสวรรค์จางเสี่ยวกั๋วนั่งคุกเข่าอย่างเกียจคร้านบนเบาะหน้ารูปปั้นของตัวเอง เคี้ยวอย่างช้า ๆ พลางเอ่ยเสียงอู้อี้
“ความหมายของการบำเพ็ญเพียรก็คือ การไปจัดเตรียมผลไม้บูชาที่ศาลเจ้าเท่านั้นเอง”