ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1172 เจ้าต้องเชื่อมั่น!
บทที่ 1172 เจ้าต้องเชื่อมั่น!
จ้าวอู่เจียงกำหมัดแน่นแล้วโบกมือไปทางจางซวีคุน ต้องการจะบอกว่าเขาต้องการทั้งหมด!
จางซวีคุนคิดว่าตนเองได้พรากทางเลือกมากมายไปจากจ้าวอู่เจียงโดยที่ไม่ได้ให้เวลาจ้าวอู่เจียงคิด จนทำให้จ้าวอู่เจียงโกรธเลยชูกำปั้นประท้วง
เขาถอนหายใจแล้วอธิบายอย่างใจเย็น
“เพราะเรื่องฐานะของสหายหญิงของเจ้าจำเป็นต้องอาศัยพลังมังกรของราชวงศ์เซียนต้าโจว ในอนาคตจะทำให้เกิดความเคลื่อนไหวในตระกูลจี และทำให้ตระกูลจีสังเกตเห็นนาง”
“ถ้าฐานะของเจ้ายังไม่พอ ก็ปกป้องนางไม่ได้”
“อย่างน้อยก็ในที่เปิดเผย”
“ดี” จ้าวอู่เจียงพยักหน้า จิบน้ำชาร้อน
“ข้าตกลงกับท่าน”
จ้าวอู่เจียงรู้เรื่องสถานการณ์ของเซวียนหยวนจิ้งมาก่อนแล้ว และรู้ว่าตนเองจะต้องตกลงกับจางซวีคุน เขาแค่ต้องการ ‘แสร้งทำเป็นรักษาท่าที’ เพื่อเพิ่มข้อต่อรองของตนเอง
เช่นตอนนี้ เขายังสามารถเลือกที่จะเป็นราชครู กลายเป็นคนเจ้าเล่ห์เหมือนจางซวีคุน
จางซวีคุนพยักหน้าพอใจ เขารู้ว่าจ้าวอู่เจียงจะไม่ตกลงง่าย ๆ ตั้งใจเพิ่มข้อต่อรอง
แล้วถ้าจ้าวอู่เจียงจะเป็นทั้งฮ่องเต้และราชครูจะเป็นไรไป? อย่างน้อยราชวงศ์เซียนต้าโจวก็จะไม่แพ้ และอาจจะพุ่งทะยานขึ้นไปเพราะเรื่องนี้
จางซวีคุนคิดว่าแม้ตนจะตายในตอนนี้ ก็สมกับที่ได้ตอบแทนบรรพาจารย์ทุกรุ่นของสำนักศรัทธาปฐพีแล้ว
การเจรจาต่อรองระหว่างคนสองคนที่ต่างก็มีเล่ห์เหลี่ยมนับร้อยจบลงแล้ว
จางซวีคุนกล่าวว่า “ข้าจะไปจัดการความวุ่นวายก่อน” แล้วโยนสมุดบันทึกเล่มหนาให้จ้าวอู่เจียง จากนั้นก็กลายร่างเป็นควันสีเขียวหายวับไปในอารามอู๋เหวย
เหล่าองค์ชายยังคงสลบอยู่ในลานบรรพชนตระกูลจี และยังมีเชื้อพระวงศ์อีกไม่น้อยที่คุกเข่ารออยู่นอกลาน รอดูว่าเรื่องราวจะดำเนินต่อไปอย่างไร ดังนั้นจางซวีคุนจึงไม่รีรอช้า รีบออกไปกอบกู้สถานการณ์ทันที
คำพูดที่จะใช้แก้ไขสถานการณ์นั้น เขาได้เตรียมไว้พร้อมแล้ว ด้วยบารมีของราชครูเช่นเขา แทบจะไม่มีใครกล้าตั้งข้อสงสัย
จ้าวอู่เจียงเปิดสมุดบันทึกที่จางซวีคุนมอบให้ก่อนจากไป
ปกสมุดเป็นกระดาษสีเหลืองดิน มีรอยชำรุดหลายจุด
เมื่อเปิดปกออก ข้างในเป็นกระดาษจดหมายสีเหลืองอ่อนหลายแผ่น
เนื้อหาที่เขียนบนกระดาษเหล่านี้ ไม่ผิดคาด น่าจะเป็นจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของประมุขและบรรพาจารย์เต๋าในอดีตอันยาวนานของสำนักศรัทธาปฐพี
ในขณะที่จางซวีคุนไปจัดการความวุ่นวาย จ้าวอู่เจียงที่ว่างอยู่จึงค่อย ๆ อ่านจดหมายเหล่านี้อย่างไม่รีบร้อน
จดหมายเหล่านี้เก็บรักษาไว้อย่างดี ตัวอักษรแทบไม่มีรอยเลือน
บางฉบับเขียนด้วยลายมือพลิ้วไหวดั่งมังกรเลื้อย คงเป็นเพราะตอนเขียนอารมณ์ดี เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น
บางฉบับเขียนด้วยลายมือสง่างามดั่งมังกรและหงส์โบยบิน คาดว่าเจ้าของจดหมายคงมีจิตใจเบิกบานถึงขั้นเคลิบเคลิ้มตอนเขียน
บางฉบับมีลายมือที่เขียนจนทะลุกระดาษ เห็นได้ชัดถึงความตั้งใจของผู้เขียนในตอนนั้น
บางฉบับตัวอักษรเต็มไปด้วยน้ำหมึก คงเป็นเพราะผู้เขียนจดหมายได้คิดทบทวนอย่างถี่ถ้วน ใคร่ครวญอย่างลึกซึ้งก่อนจะลงมือเขียน
เนื้อหาในจดหมายแต่ละฉบับล้วนแตกต่างกัน มีทั้งความกังวลต่ออนาคตของสำนัก มีการสรุปชีวิตของตนเอง มีมุมมองต่อเรื่องสำคัญของสำนักศรัทธาปฐพีในปัจจุบัน มีการวางแผนและคาดการณ์อนาคต และอื่น ๆ อีกมากมาย
จ้าวอู่เจียงมีจิตใจที่สงบ บนใบหน้ามีรอยยิ้มบาง พลางพลิกอ่านจดหมายทีละฉบับ
จดหมายเหล่านี้ บางฉบับมีเพียงครึ่งหน้ากระดาษ บางฉบับมีเนื้อหายาวถึงสามสี่หน้า
สิ่งที่เขาอ่านอยู่นั้น ล้วนเป็นเรื่องราวในอดีตของผู้คนเหล่านี้ เป็นหยาดเหงื่อแรงกายของบรรพบุรุษแห่งสำนักศรัทธาปฐพี
ในสมองของเขาผุดภาพต่าง ๆ ที่เขาจินตนาการขึ้นมา ยิ่งทำให้รู้สึกสะท้อนใจ
จนกระทั่ง เขาเห็นจดหมายฉบับหนึ่ง บนนั้นมีตัวอักษรไม่มาก แต่ผ่านกาลเวลาอันยาวนาน กลับให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างยิ่ง
ราวกับว่าผู้เขียนจดหมายเป็นคนที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับเขา
‘เจ้าตายในอดีต เจ้าเกิดในอนาคต กาลเวลาไหลผ่านร่างของเจ้า เจ้าจะไปที่ใด?’
‘ความเป็นความตาย เป็นเรื่องของชั่วพริบตา แต่ก็เป็นเรื่องที่ยาวนานที่สุด’
‘อดีตไม่อาจเปลี่ยนแปลง แต่อนาคตยังเปลี่ยนได้’
‘เจ้าต้องเชื่อมั่น เจ้าจะต้องฟื้นคืนสติได้อย่างแน่นอน อย่าได้ติดอยู่กับเหตุและผลในอดีต’
‘เจ้าต้องเชื่อมั่น และเจ้าจะต้องเข้าใจอย่างแน่นอน’
‘เจ้าต้องเชื่อมั่น… ต้องเชื่อ’
‘ต้องเชื่อ!’
ดวงตาคมลึกของจ้าวอู่เจียงสั่นไหว
จดหมายฉบับนี้ข้ามผ่านกาลเวลา เขารู้สึก… ไม่สิ เขามั่นใจว่าจดหมายฉบับนี้เขียนถึงตัวเขาเอง
ผู้ที่เขียนจดหมายฉบับนี้ในใจคงจะรีบร้อนยิ่งนัก แต่กลับเชื่อมั่นอย่างที่สุด เชื่อมั่นในความหวัง…