ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1221 อาศัยพลังจากคนรอบข้าง
บทที่ 1221 อาศัยพลังจากคนรอบข้าง
องค์ชายรองและเฉิงอ๋องจีปอทง ได้เข้าร่วมฝ่ายอิ้นอ๋อง
รวมถึงองค์ชายอีกหลายพระองค์และขุนนางกว่าสิบคนก้าวออกมาจากแถว ประกาศสนับสนุนอิ้นอ๋องด้วยคำว่า “ข้าน้อยเห็นด้วย”
ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้เหล่าขุนนางในท้องพระโรงต่างตกตะลึง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกขุนนางที่สนับสนุนรัชทายาทอจีปออิง ต่างรู้สึกตกตะลึงและสับสน
พวกเขาจำได้อย่างแม่นยำว่าเฉิงอ๋องจีปอทงนั้นแต่ไหนแต่ไรมาก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัชทายาท ติดต่อสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด มากกว่าอิ้นอ๋องจีปอฉางเสียอีก
ตามหลักการแล้ว ถึงจีปอทงจะไม่สนับสนุนรัชทายาท ก็ไม่ควรจะไปสนับสนุนอิ้นอ๋อง
และยังมีองค์ชายอีกหลายพระองค์ที่เข้าร่วมฝ่ายอิ้นอ๋อง เรื่องนี้เป็นเพราะเหตุใดกัน?
เป็นการสมัครใจตั้งแต่แรก หรือถูกชักจูงกันมา?
แต่เดิมคิดว่าการเข้าข้างในวันนี้จะเป็นภาพที่เอนเอียงไปทางเดียว โดยขุนนางที่สนับสนุนรัชทายาทจะต้องมีจำนวนมากที่สุด
แต่ดูตอนนี้แล้ว ขุนนางที่สนับสนุนอิ้นอ๋องก็มิได้มีน้อย
แม้ว่าหากพิจารณาจากตำแหน่งและสถานะ ขุนนางฝ่ายอิ้นอ๋องจะด้อยกว่าขุนนางฝ่ายรัชทายาท
แต่อิ้นอ๋องกลับได้รับการสนับสนุนจากองค์ชายหลายพระองค์ ในขณะที่รัชทายาทดูเหมือนจะไม่มีองค์ชายองค์ใดออกมาสนับสนุนเลย
เหตุผลที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้คืออะไรกันแน่
รัชทายาทจีปออิงขมวดคิ้วอย่างห้ามไม่อยู่ คำพูดที่จีปอทงออกมาพูดนั้น ล้วนเป็นการตอบสนองที่สอดคล้องกับคำพูดของจีตงก่อนหน้านี้
ตามความทรงจำของเขา สิ่งนี้ไม่น่าจะเป็นความคิดที่สมองของจีปอทงจะคิดออกมาได้
ต่อให้คิดออกก็คงไม่เร็วขนาดนั้น
เว้นแต่ว่าจีปอทงจะซ่อนความสามารถไว้ลึกเช่นเดียวกับจีปอฉาง
คำพูดเหล่านี้ เป็นไปได้มากว่าจีปอฉางได้สั่งจีปอทงไว้ล่วงหน้า
ทั้งสองคนมีการติดต่อกันตั้งแต่เมื่อไร
แล้วองค์ชายองค์อื่น ๆ เป็นอย่างไรบ้าง
จีปออิงรู้สึกปั่นป่วนในใจ เขาเหลือบมองน้องชายของเขาที่อยู่ข้าง ๆ ความหนาวเหน็บและความโกรธในใจยิ่งพลุ่งพล่าน
แต่เดิมคิดว่าวันนี้เมื่อองค์ชายจีตงลงมือ ขุนนางมากมายเข้าข้าง เขาจะได้เปรียบจีปอฉางอย่างท่วมท้น
แต่ว่าเขาก็ได้ค้นพบอีกครั้งแล้วครั้งเล่า ว่าตนเองยังคงประเมินน้องชายคนนี้ต่ำเกินไป
จีทังที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรพลันมีสีหน้าอ่อนโยนลงโดยไม่รู้ตัว แสดงท่าทีสนใจ
พระองค์มองดู ‘จีปอฉาง’ ที่มีบุคลิกนิ่งสงบ
ในฐานะจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เซียนต้าโจวในปัจจุบัน พระองค์เข้าใจบรรดาโอรสของตนเป็นอย่างดี
การที่สามารถทำให้จีปอทงผู้เป็นบุตรคนที่สองยอมเข้าร่วม แสดงให้เห็นว่า ‘จีปอฉาง’ ผู้นี้ มีความสามารถไม่ธรรมดา
ความสามารถนี้ ในสายตาของพระองค์ เหนือกว่าจีปออิงพระโอรสองค์ใหญ่อยู่มาก
จีปออิงอาศัยข้อได้เปรียบจากผู้อาวุโสในตระกูลจีและเครือข่ายความสัมพันธ์ส่วนตัว
แต่ ‘จีปอฉาง’ ไม่ใช่แค่อาศัย แต่เป็นการใช้ประโยชน์จากพลังรอบข้าง แค่ต่างกันหนึ่งคำ แต่แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน
หนึ่งคือการนำมาใช้เลย อีกหนึ่งคือการคิดหาวิธีใช้ประโยชน์
เพียงแค่เหล่าองค์ชายเข้าร่วมกับ ‘จีปอฉาง’ ผู้สนับสนุนองค์ชายเหล่านั้นก็จะเข้าร่วมกับ ‘จีปอฉาง’ ด้วย
การที่สามารถใช้ประโยชน์ได้สำเร็จ แสดงให้เห็นถึงความสามารถอย่างชัดเจน
นี่คือคนที่จางซวีคุนเลือกหรือ? ยังมีเรื่องน่าประหลาดใจอีกมากมายเพียงใดที่รอเขาอยู่กัน?
จีทังรู้สึกสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
สีหน้าของจีทังถูกเหล่าขุนนางสังเกตเห็นอย่างรวดเร็ว
ชิ่งอ๋องจีตงมีสีหน้าตึงเครียดขึ้นไม่น้อย เขาเห็นได้ชัดว่าพี่ชายของเขากำลังสนใจข้อเสนอขององค์ชายรองจีปอทง
นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลย
แสดงว่าในใจของพี่เขาไม่ได้เอนเอียงไปทางรัชทายาทจีปออิงเสียทีเดียว
หากข้อเสนอขององค์ชายรองจีปอทงได้รับการยอมรับจากฮ่องเต้ ให้อิ้นอ๋องทำหน้าที่แทนรัชทายาทในการจัดการราชกิจสองวัน แล้วใครจะรู้ว่าอิ้นอ๋องจะวางแผนอะไรในสองวันนี้
ด้วยกำลังที่อิ้นอ๋องค่อย ๆ แสดงออกมาในตอนนี้ เพียงแค่ได้เปรียบก่อน รัชทายาทจีปออิงก็จะลำบากแล้ว
ถึงแม้จะมีความได้เปรียบมาแต่กำเนิด ก็ยากที่จะเอาชนะอิ้นอ๋องได้ในเวลาอันสั้น
สิ่งที่สำคัญที่สุด
คือหากฮ่องเต้ยอมรับข้อเสนอขององค์ชายรองจีปอทง
คำพูดที่เขายืนขึ้นกล่าวในวันนี้ ทั้งที่ด้านหน้าบอกให้รัชทายาทได้พักผ่อน ด้านข้างก็ชื่นชมความขยันขันแข็งของรัชทายาท จะกลายเป็นเรื่องน่าขัน
แม้ขุนนางฝ่ายรัชทายาทจีปออิงจะไม่ตำหนิเขาอย่างเปิดเผย แต่ลับหลังก็จะเยาะเย้ยเรื่องนี้
‘หากเจ้ายังยุ่งเกี่ยวต่อไป จะเสียชื่อเสียงในบั้นปลาย…’ ชิ่งอ๋องนึกถึงคำเตือนของจีปออฉางก่อนหน้านี้
เขาพลันขมวดคิ้วลึกยิ่งขึ้น