ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1258 ความรัก ความแค้น ความผูกพัน
บทที่ 1258 ความรัก ความแค้น ความผูกพัน
“มู่เชียนเชียน อย่าตามข้าอีกเลย” จ้าวอู่เจียงจำไม่ได้แล้วว่านี่เป็นครั้งที่เท่าไรที่เขาพูดประโยคนี้
หลังจากที่เขาสังหารหลี่ซ่านฉุน และจัดการดูแลจูกัดเซี่ยวไป๋เรียบร้อยแล้ว
เขาก็ติดตามตู๋กูหมิงเยว่และคนอื่น ๆ ตลอดทาง แต่ไม่คาดคิดว่าระหว่างทางจะได้พบกับมู่เชียนเชียน
ระหว่างเขากับมู่เชียนเชียนนั้น มีทั้งความแค้น มีทั้งบุญคุณ พัวพันกันไป
มู่เชียนเชียนเป็นหนึ่งในผู้ก่อเหตุให้ราชวงค์ต้าเซี่ยล่มสลายในอดีต
เป็นความแค้นเลือดที่ทำให้บ้านเมืองแตกสลาย
แต่มู่เชียนเชียนก็เคยช่วยให้จ้าวอู่เจียงได้ตายอย่างสงบในช่วงสุดท้าย โดยการควักหัวใจของเขา ทำให้เขาตายทันที ไม่ต้องทนทรมานจากการทรมานของเยว่ปู้ฝาน
และในตอนนี้ มู่เชียนเชียนยังช่วยขัดขวางนักยุทธ์ผู้แข็งแกร่งสองคนจากถ้ำกระบี่ตระกูลอู๋แทนเขาอีกด้วย
แต่บุญคุณก็คือบุญคุณ ความแค้นก็คือความแค้น บุญคุณกับความแค้นนั้นยากที่จะหักล้างกันได้
โดยเฉพาะความแค้นนี้ไม่ใช่ความแค้นของจ้าวอู่เจียงเพียงคนเดียว แต่เป็นความแค้นของประชาชนต้าเซี่ยมากมายที่ตายไปในอดีตด้วย
เพียงแต่ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี
เมื่อพบกันแล้วจะฆ่ามู่เชียนเชียนทันทีหรือ?
ความคิดนี้ผุดขึ้นในสมองของเขาในตอนที่เขาเจอกับมู่เชียนเชียน แต่เขาก็ปฏิเสธอย่างรวดเร็ว
ไม่ใช่เพราะเขามีความเมตตา แต่เพราะมู่เชียนเชียนสามารถหลบหนีจากมือของชายชราและชายหนุ่มแห่งถ้ำกระบี่ตระกูลอู๋ได้ พลังของนางจึงไม่น่าจะเป็นอย่างที่เห็นภายนอก
ตอนนี้พลังของเขายังไม่ฟื้นคืนอย่างสมบูรณ์ การลงมือโดยไม่ไตร่ตรองจึงเป็นเรื่องไม่ฉลาด
มู่เชียนเชียนก็ไม่มีเจตนาฆ่า นางเพียงแค่เดินตามหลังเขาตลอดเวลา
ไม่มากไม่น้อย ราวกับกำลังปกป้องเขา แต่ก็เหมือนกำลังจับตาดูเขาไปพร้อมกัน
มู่เชียนเชียนพูดอย่างจริงจัง “ข้าจะไม่ทำร้ายท่านจริง ๆ”
“แต่เจ้าตามข้ามาทำไม?” จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้ว “เจ้าไม่กลัวหรือว่าเมื่อวิชาของข้าฟื้นคืนแล้ว ข้าจะฟันเจ้าด้วยดาบเพียงคมเดียว?”
“ไม่กลัว” มู่เชียนเชียนเม้มปาก เผยรอยยิ้มจาง ๆ ที่ดูหวานละมุน “การได้ตายในมือของท่าน ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร”
“ถึงอย่างนั้น ข้าก็จะไม่ให้อภัยเจ้า” จ้าวอู่เจียงพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด นี่เป็นคำพูดที่มาจากใจจริง แม้ว่าเขาจะฆ่ามู่เชียนเชียน และแม้ว่ามู่เชียนเชียนจะตาย เขาก็ไม่มีทางให้อภัยมู่เชียนเชียนได้
“ก็ได้” สีหน้าของมู่เชียนเชียนดูแข็งทื่อเล็กน้อย มือหยกที่อยู่ในแขนเสื้อบีบกระชับคางคกน้อยแน่น จนลูกตาใหญ่ทั้งสองข้างของคางคกน้อยเบิกโพลง มันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นชั่วขณะ
“แต่บางทีข้าอาจจะให้อภัยตัวเองได้แล้ว…” มู่เชียนเชียนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดประโยคที่เคยตอบเยว่ปู้ฝานในตอนนั้นออกมา นางมีความคิดที่จะตาย
“เจ้ามีสิทธิ์อะไรให้อภัยตัวเอง? เจ้าคู่ควรหรือ?” จ้าวอู่เจียงหันกลับมา อารมณ์ก็มีความผันผวนอย่างรุนแรง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ ในม่านตามีเส้นเลือดแดงเหมือนเส้นด้ายสีแดงที่พันอยู่บนต้นกระวาน
“เจ้าฆ่าคนมามากมาย เจ้าจะให้อภัยตัวเองได้หรือ? นี่คือความผิดที่เจ้าก่อ!”
“มันคือความผิดพลาด ความผิดพลาด เข้าใจหรือไม่?”
“ความผิดพลาดอาจจะจางหายตามกาลเวลา แต่มันจะไม่มีวันหายไป มันจะคงอยู่ตลอดไป!”
“เจ้าเกิดมาไม่ได้นำความผิดพลาดมาด้วยตอนเกิด แต่ตอนตายเจ้าก็นำความผิดพลาดไปไม่ได้!”
“เจ้านำไปไม่ได้!”
ร่างอันบอบบางของมู่เชียนเชียนสั่นเทาก่อนโงนเงนเล็กน้อย
คำพูดของจ้าวอู่เจียงทำให้นางรู้สึกเหมือนตกลงไปในหลุมน้ำแข็ง หนาวเหน็บจนถึงกระดูกและช่างจริงแท้เหลือเกิน
“เรื่องผิดพลาดหนึ่งเรื่อง หากต้องการไถ่บาป แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ไม่ว่าเจ้าจะทำความดีมากแค่ไหน เจ้าก็ชดเชยไม่ได้” จ้าวอู่เจียงอารมณ์นิ่งลงเล็กน้อย เขาพูดเสียงทุ้ม
“อย่าตามข้ามาอีกเลย ถึงแม้เจ้าจะตายในมือข้า เจ้าก็ไม่มีวันหลุดพ้น ข้าต้องการให้เจ้ามีชีวิตอยู่พร้อมความรู้สึกผิด จนกว่าจะถึงวันที่ข้ากลับมาเอาสิ่งที่เป็นของข้าคืน”
มู่เชียนเชียนรู้สึกหายใจถี่รัว นางนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้น ซุกศีรษะไว้ในอ้อมแขนทั้งสอง ราวกับเป็นเด็กไร้บ้านที่ไม่รู้จะไปที่ใด
เสียงสะอื้นดังออกมาจากลำคอ
จ้าวอู่เจียงจากไปแล้ว
ในเวลาเดียวกัน ตู๋กูหมิงเยว่อุ้มเสี่ยวเนี่ยนเซี่ยไว้ในอ้อมแขน ดวงตางามเต็มไปด้วยน้ำตา ท่วมท้นด้วยความสิ้นหวัง
ตรงหน้าพวกนางปรากฏร่างชายชรา ชายชราโบกมือเพียงครั้งเดียวก็ทำลายวิชาย่นพื้นที่
“คราวนี้พวกเจ้าไม่มีทางหนีรอดอีกแล้ว!”
ชายชรายิ้มเยาะ ฟาดฝ่ามือมา ทะลุผ่านความว่างเปล่า ตรงไปกระแทกร่างของเสี่ยวเนี่ยนเซี่ย
“ไม่!”
ตู๋กูหมิงเยว่ร้องไห้โหยหวนอย่างปวดร้าว