ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1260 เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน
บทที่ 1260 เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน
ฟ้าดินเบื้องหน้าเต็มไปด้วยสีขาว หิมะเริ่มตกลงมา
เกล็ดหิมะเล็ก ๆ ละเอียดโปรยปราย ตกลงสู่โลกมนุษย์
จ้าวอู่เจียงรู้สึกว่าตนเองเหมือนก้าวจากทิวาเข้าสู่ความมืดมิดของราตรีในชั่วพริบตา
ท้องฟ้าไม่ได้เป็นสีเทาหม่นอีกต่อไป แต่กลับมืดสนิทอย่างที่สุด
เกล็ดหิมะดุจเศษเงินที่โปรยปราย ราวกับได้ก้าวเข้าสู่อีกมิติหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
เขาได้ยินเสียงสายน้ำที่ไหลเอื่อย ๆ และเสียงเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่น
เมื่อเขามองไปรอบด้าน ทุกทิศทางล้วนถูกปกคลุมด้วยความมืด
ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใด มีเพียงหิมะกับตัวเขาเท่านั้น
“เทพอสูรตายแล้ว”
จ้าวอู่เจียงได้ยินเสียงชราที่แฝงไปด้วยไอร้อน ตรงหน้าเขาปรากฏร่างของชายชราในอาภรณ์หลากสีขึ้น
ทันใดนั้น เขารับรู้ได้ว่าในความมืดรอบด้าน มีเงาร่างพร่าเลือนมากมายปรากฏขึ้น ดูเหมือนทุกคนกำลังมองมาที่เขา สายตาของพวกเขาเหมือนใบมีดเย็นเยียบในความมืด ทำให้วิญญาณของเขาปวดแปลบ
“พวกเจ้าวุ่นวายถึงเพียงนี้ ก็เพียงเพราะต้องการทดสอบดูว่าจ้าวอู่เจียงในตอนนี้จะเป็นอมตะหรือไม่ ไม่ใช่หรือ?”
เจียงไฉ่เหอเดินเข้าหาจ้าวอู่เจียงทีละก้าวด้วยสีหน้าเย็นชา
“พวกเจ้ายังคงหวาดระแวงเขาอยู่ ทุกเรื่องล้วนทำแค่พอหยั่งเชิง แสวงหาความปลอดภัยและปกป้องตัวเอง”
“สิ่งที่พวกเจ้าไม่กล้าทดสอบ ข้าจะทำเอง!”
“พอดีเลย ข้าก็อยากกำจัดเหตุแห่งกรรมนี้แทนศิษย์ของข้าเช่นกัน!”
เงาหลายสายในความมืดขยับไหว เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้สึกประหลาดใจกับการกระทำของเจียงไฉ่เหอ เจียงไฉ่เหอควรจะเป็นจักรพรรดิฝ่ายเทพอสูร แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงได้ลงมือกับจ้าวอู่เจียงในตอนนี้?
“เจียงไฉ่เหอ เจ้าบ้าไปแล้วหรือ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่?” เมิ่งอวี่ปรากฏตัว สายน้ำในความมืดเคลื่อนไหว ดูเหมือนต้องการผลักจ้าวอู่เจียงออกจากอาณาเขตของจักรพรรดิ
เมื่อครู่เจียงไฉ่เหอต่อสู้กับหลี่เว่ยยางจนแก่นแท้ของตนเองปรากฏออกมา ยิ่งต่อสู้ก็ยิ่งโกรธ
แต่เจียงไฉ่เหอไม่ได้ต่อสู้กับหลี่เว่ยยางจนถึงขั้นไม่มีใครยอมถอยอย่างที่คาดการณ์ไว้ กลับยอมหยุดมือ และพูดตรง ๆ ว่าอย่ามายืนดูอีกเลย เรื่องวันนี้เขาจะจดจำทุกคนไว้
ไม่ว่าจะเป็นหลี่เว่ยยางจากตระกูลหลี่ หวังอ่ายจากตระกูลหวัง หรือประมุขสำนักเมตตาธรรม รวมถึงคนเหล่านั้นที่คิดว่าตัวเองซ่อนตัวได้ลึก หรือพวกคนหัวโบราณที่เชื่อมั่นในเทพอสูรอย่างลู่จ้ง เมิ่งอวี่ เจียงไฉ่เหอจะจดจำเรื่องวันนี้ไว้ทั้งหมด
ไม่มีใครรู้ว่าเรื่องวันนี้ที่เขาพูดถึงคืออะไร และไม่มีใครรู้ว่าจู่ ๆ เจียงไฉ่เหอเกิดบ้าอะไรขึ้นมา
เจียงไฉ่เหอดึงจ้าวอู่เจียงเข้าไปในอาณาเขตของจักรพรรดิโดยตรง และลงมือกับจ้าวอู่เจียงต่อหน้าทุกคน
ในความมืดหลี่เว่ยยางและคนอื่น ๆ มองดูด้วยสายตาเย็นชา ไม่ได้ลงมือในทันที พวกเขาคาดเดาว่าเจียงไฉ่เหออาจจะกำลังแสดงละคร หรือต้องการวางแผนอะไรบางอย่าง
เมิ่งอวี่ป้องกันการโจมตีของเจียงไฉ่เหอ แล้วตวาดด้วยความโกรธว่า “เจ้าทรยศพวกเราตั้งแต่เมื่อไร?”
“ทรยศรึ?” เจียงไฉ่เหอใช้พลังจักพรรดิอันทรงพลังกักขังจ้าวอู่เจียงไว้กับที่ ถึงการโจมตีของเขาถูกขัดขวาง แต่จ้าวอู่เจียงก็ไม่มีทางหนีไปได้
เขาหัวเราะเย็นชาแล้วกล่าวว่า “ข้าไม่เคยเข้าร่วมกับพวกเจ้า จะเรียกว่าทรยศได้อย่างไร?”
“การร่วมต่อต้านภัยพิบัติด้วยกัน ไม่ได้หมายความว่าพวกเราจะเป็นพวกเดียวกัน”
“เรื่องวันนี้ หากสำเร็จ ทุกคนก็มีความสุข อย่างไรเสียผลลัพธ์ก็ถูกกำหนดไว้แล้ว ทุกอย่างล้วนเป็นความพยายามที่ไร้ประโยชน์”
“แต่หากล้มเหลว ข้าจะจัดการกับพวกเจ้าทีละคนด้วยตัวเอง”
ยอดเซียนที่ซ่อนตัวอยู่ได้ลงมือแล้ว บรรดายอดเซียนฝ่ายหลี่เว่ยยางต่างพากันโจมตีจ้าวอู่เจียง การโจมตีของยอดเซียนพุ่งเข้าใส่จ้าวอู่เจียงอย่างรุนแรงในชั่วขณะนั้น
“เทพอสูรตายแล้ว”
เสียงหัวเราะเย็นชาดังมาจากความมืดอีกครั้ง
จ้าวอู่เจียงไร้ซึ่งอารมณ์บนใบหน้า ไม่มีทั้งความยินดีหรือเศร้าโศก ในตอนนี้เขาเหมือนนักโทษที่ถูกนำตัวขึ้นแท่นประหาร ไม่อาจดิ้นรนได้ แต่ดวงตาของเขากลับไม่มีความสิ้นหวังแม้แต่น้อย
เขาเหมือนเทพเจ้าที่อยู่เหนือสรรพสัตว์มองลงมา มองทะลุทุกสิ่ง เข้าใจทุกอย่าง แสดงความเย็นชาอย่างเต็มที่
ในความมืดมีพู่กันที่ต้องการวาดเส้นทางหนีให้กับจ้าวอู่เจียง แต่พู่กันเพิ่งจะโบกไปก็ถูกพลังอันสูงส่งอีกสายหนึ่งปัดออกไป
มีดอกบัวที่ต้องการเข้าใกล้ ปกป้องจ้าวอู่เจียงต่อต้านการโจมตีอันรุนแรงนี้แทนจ้าวอู่เจียง แต่ดอกบัวนั้นยังไม่ทันได้เข้าใกล้ก็ถูกพลังวิเศษอันมากมายมหาศาลทำลายจนแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ไม่มีใครสามารถช่วยจ้าวอู่เจียงได้
จนกระทั่งมีหญิงสาวผู้หนึ่งสวมชุดสีหลากสี โอบกอดจ้าวอู่เจียงที่ถูกพันธนาการไว้
หยาดน้ำตาที่หางตาของหญิงสาวสั่นไหวเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นมานาน
“หยุดเดี๋ยวนี้!” เจียงไฉ่เหอดวงตาสั่นไหวอย่างรุนแรง ตะโกนด้วยความโกรธและเศร้า พุ่งเข้าไปหาจ้าวอู่เจียง
“เชียนเชียน!”