ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1313 มนุษย์ ปีศาจ เทพเจ้า ไร้พรมแดน
บทที่ 1313 มนุษย์ ปีศาจ เทพเจ้า ไร้พรมแดน
ผู้ปกครองเขตไป๋ฝูเป็นชายชราร่างผอมแห้ง ร่างกายบอบบางราวกับลมพัดก็จะล้มป่วยได้
แต่อย่าตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก ชายชราผู้นี้มีนามว่าหวังโส่วเหริน มีวรยุทธ์ถึงระดับห้าภัยพิบัติขั้นสูงสุด
ขณะนี้หวังโส่วเหรินลอยอยู่เหนือพื้น ราวกับเหยียบย่ำอยู่บนอากาศ คงเป็นเพราะความรู้ด้านกระแสมิติของเขาสูงกว่าคนทั่วไปมากแล้ว
ใบหน้าของเขาไม่ได้หม่นหมองเหมือนคนชราทั่วไป แต่กลับเปล่งปลั่งแดงฉานคล้ายเลือดบาง
เมื่อเผชิญหน้ากับอิ้นอ๋องผู้มาล้างแค้นและทรงพลังเหนือใคร ใบหน้าของเขาไม่ได้แสดงความตกใจ ไม่ได้ด่าทอหรือวิงวอนขอชีวิต
แน่นอน…
หากไม่ใช่เพราะตอนนี้เขากำลังถูกจ้าวอู่เจียงบีบคอแน่น คงเป็นชายชราที่ไม่ตื่นตระหนกเมื่อเจอเหตุการณ์ใด ๆ
“พูดมา” จ้าวอู่เจียงค่อย ๆ ออกแรงบีบมือ ใบหน้าอันชราของหวังโส่วเหรินยิ่งแดงฉ่ำขึ้น แดงจนดูเหมือนกำลังจะมีเลือดหยดออกมา
หวังโส่วเหรินพยายามดิ้นรน แต่เท้าทั้งสองที่ลอยอยู่ในอากาศใช้แรงไม่ได้ มือก็ใช้แรงไม่ได้เช่นกัน
เขาไม่ได้ไม่ตื่นตระหนกเมื่อเจอเหตุการณ์ แต่เพียงแค่ไม่ทันได้ตกใจ ก็ถูกบีบลำคอแห่งชะตากรรมเสียแล้ว
ตอนนี้เขาเป็นคนที่ไม่ส่งเสียงเมื่อเจอเหตุการณ์ถูกบีบคอไว้ ถึงอยากจะส่งเสียงก็ส่งไม่ออก
บีบทีหนึ่งก็ไม่มีเสียงออกมาสักคำ
เขาเบิกตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยกว้าง เขาอยากจะพูด แต่เขาอ้าปากไม่ออก เขาอยากให้อ๋องอิ้นผ่อนแรงลงสักหน่อย
อีกอย่างอิ้นอ๋องก็ไม่ได้ถามอะไรนี่ สรุปแล้วให้เขาพูดอะไรกันแน่?
ตั้งแต่อิ้นอ๋องบุกเข้ามาในจวน จนถึงบีบคอเขา ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงเจ็ดแปดลมหายใจ เขาก็งุนงงเหมือนกัน
แต่เขาได้ส่งข่าวออกไปแล้ว เพียงแค่ถ่วงเวลาอีกสักพัก คิดว่าผู้ปกครองเขตอื่น ๆ ก็น่าจะได้รับข่าวและมาช่วยเหลือเขา หรือส่งทหารมาล้อมจับอิ้นอ๋อง ตัดไฟแต่ต้นลมในคืนนี้
“ดูเหมือนพวกเจ้าจะสมคบคิดกันจึงเลือกที่จะเงียบกันทั้งหมด” จ้าวอู่เจียงเห็นว่าผู้ปกครองเขตไป๋ฝูไม่ยอมพูดอะไร จึงค่อย ๆ ส่ายหน้า
“ยังพอมีความกล้าอยู่บ้าง…”
“หืม?” หวังโส่วเหรินยิ่งฟังยิ่งรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง เขาอยากจะอธิบาย แต่รู้สึกว่าทุกส่วนของกล้ามเนื้อและเลือดเนื้อในร่างกายถูกบีบอัดราวกับมีบางสิ่งกำลังจะระเบิดออกมา
โครม!
จ้าวอู่เจียงออกแรงบีบมือจนหวังโส่วเหรินระเบิดออกเป็นดอกไม้ไฟสีเลือด
หวังโส่วเหรินตายไปโดยที่ไม่เข้าใจว่า อิ้นอ๋องกำลังเล่นตลกกับเขาใช่หรือไม่? บอกให้เขาพูด แต่ไม่บอกว่าให้พูดอะไร ทั้งยังบีบคอเขาจนพูดไม่ออก
เขาไม่มีทางรู้ว่า อิ้นอ๋องในตอนนี้ไม่ใช่อิ้นอ๋อง แต่เป็นจ้าวอู่เจียง
และไม่ใช่แค่จ้าวอู่เจียงแต่เป็นจ้าวอู่เจียงที่ละทิ้งความเป็นมนุษย์และเทพ เป็นจ้าวอู่เจียงที่เต็มไปด้วยพลังปีศาจ เป็นยมราชที่มาประกาศตัวเพื่อเอาชีวิตสุนัขของพวกเขา
ด้วยพลังระดับห้าภัยพิบัติขั้นสูงสุด จ้าวอู่เจียงเพียงยกมือก็สามารถปราบและทำลายล้างได้
เขาไม่ได้เป็นเพียงผู้มีพลังจักรพรรดิช่วงผ่านสามภัยพิบัติอย่างเมื่อสิบกว่าวันก่อนอีกต่อไป แต่เป็นผู้มีพลังจักรพรรดิช่วงหกภัยพิบัติแล้ว
หลังจากมู่เชียนเชียนเสียชีวิต เขาได้ชิงเอากระดูกและหัวใจส่วนหนึ่งของตัวเองกลับคืนมา เขาก็ได้กลายเป็นผู้มีพลังจักรพรรดิช่วงหกภัยพิบัติแล้วแล้ว
นอกจากนี้ เขายังมีกระดูกเกือบครึ่งหนึ่งอยู่ในร่าง ร่างกายของเขาเป็นร่างดอกบัวแห่งเต๋า วิญญาณก็ยิ่งใหญ่มหาศาล แม้ดูเหมือนเขาจะอยู่ในระดับหก แต่ความจริงแล้วไม่ด้อยไปกว่าระดับเจ็ดในสามภัยพิบัติขั้นสูงสุดเลย
นี่คือรากฐานที่ทำให้เขาสามารถใช้เพลงกระบี่ชิงเหลียนฟันผู้ที่อยู่ในระดับแปดภัยพิบัติขั้นสูงสุดอย่างชื่อหยางจื่อจนพิการได้ เป็นทุนรอนให้เขาต่อกรกับผู้ที่แข็งแกร่งกว่า
และการจัดการกับผู้ที่อยู่ในระดับห้าภัยพิบัติธรรมดา สำหรับเขาแล้ว ช่างง่ายดายเหลือเกิน
รอยแยกตรงกลางคิ้วของจ้าวอู่เจียงยิ่งชัดเจนขึ้น สีแดงจางลง สีม่วงเข้มขึ้น
เขาเคลื่อนไหวดั่งพายุหิมะที่กวาดโลก ร่างกายพลันกระจายตัวออกไป แล้วปรากฏตัวในทุกมุมของจวนผู้ปกครองเขต ทุกที่ที่เขาผ่านไป ไม่มีศพใดล้มลง
ทุกคนที่ตายล้วนถูกทำลายทั้งร่างและวิญญาณ แตกสลายกลายเป็นละอองเลือด
ไม่นาน ละอองเลือดหนาทึบค่อย ๆ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ทั้งจวนราวกับถูกปกคลุมด้วยหมอกราตรีสีแดงฉาน
ท้องฟ้ามืดมิดจนมองไม่เห็นดวงดาว
จ้าวอู่เจียงปิดประตูใหญ่ของจวนอย่างสุภาพ เขายืนอยู่บนขั้นบันไดหน้าประตูใหญ่ ทั่วร่างเต็มไปด้วยพลังปีศาจ พลางยิ้มบาง ๆ มองไปยังขอบฟ้าอันไกลโพ้น
ในความมืดของราตรี พลังมากมายกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ ก่อนตกลงมาบนพื้นหิมะนอกจวนผู้ปกครองเขตและบนหลังคาบ้านโดยรอบ
เสียงการปะทะของอาวุธดังแหวกผ่านหิมะและลม พลังอันน่าเกรงขามกึกก้องเข้าใกล้จ้าวอู่เจียงราวกับคลื่นยักษ์สีดำที่ซัดเข้ามา
เสียงการบรรจุลูกธนูเข้าเครื่องยิงดังไม่หยุด ธนูคมกริบนับไม่ถ้วนได้เล็งเป้าหมายไว้แล้ว พร้อมที่จะปล่อยออกไป
บนที่สูงไม่ไกลนัก บุรุษในชุดขาวที่พลิ้วไหวออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“มันผู้นี้ไม่เคารพกฎหมาย ก่อความวุ่นวายในเก้าเขต ทำร้ายประชาชน สังหารขุนนาง สมควรถูกประหาร!”
“ฆ่า!”
ทหารที่ถือหอกยาวราวกับกระแสน้ำสีดำที่ไหลบ่าเข้ามา เสียงคำรามและการจู่โจมในชั่วขณะนั้นสั่นสะเทือนหิมะและลมในทุกทิศทาง
ธนูจากทุกทิศถูกยิงพร้อมกัน พลังวิเศษที่ติดมากับมันกดดันร่างและพื้นที่หลบหนีของจ้าวอู่เจียง
ในความมืด ดวงตาของจ้าวอู่เจียงดำกว่าน้ำหมึก ลึกล้ำดั่งห้วงเหว เขาเผชิญหน้ากับกองทัพที่เต็มไปด้วยไอสังหารและสายฝนธนูที่โปรยปรายทั่วฟ้า
เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว…