ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1334 สาวน้อยแรกรัก
บทที่ 1334 สาวน้อยแรกรัก
อาหารค่ำ
ทุกคนในครอบครัวนั่งล้อมวงอยู่รอบโต๊ะ
เสี่ยวเนี่ยนเซี่ยที่ทานอาหารพิเศษของตัวเองไปก่อนแล้ว นั่งอยู่บนม้านั่งเล็ก ๆ ข้าง ๆ ในมือถือดินสอวาด ๆ เขียน ๆ ลงบนตำราโบราณเล่มหนึ่ง พลางส่งเสียงร้องอย่างสนุกสนานเป็นระยะ
เซวียนหยวนจิ้งเคี้ยวอาหารอย่างช้า ๆ ใบหน้างดงามราวกับภาพวาดยังมีรอยแดงระเรื่อจาง ๆ สองแห่ง
ชิงเอ๋อร์กำลังขยับแก้มไปมา ดวงตากวาดมองใบหน้าของพี่สาวทั้งสองคนและจ้าวอู่เจียงเป็นระยะ
“พี่เขย ท่านเป็นอะไรหรือไม่…” ชิงเอ๋อร์ทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหว แต่เพิ่งจะเอ่ยปาก ตู๋กูหมิงเยว่ก็กระแอมเบา ๆ
“กินข้าว”
จ้าวอู่เจียง “???”
“โอ้…” ชิงเอ๋อร์ตอบรับเสียงหนึ่ง แล้วก้มหน้าก้มตาตักข้าวอย่างไม่พอใจ
ไม่นาน นางก็เงยหน้าขึ้นทันที
“ท่านกลับมาแล้วรังแกพี่จิ้งใช่หรือไม่?”
“ค่อก ค่อก…” จ้าวอู่เจียงสำลักอาหาร
เซวียนหยวนจิ้งแก้มแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อยโดยไม่พูดอะไร
ดวงตาตู๋กูหมิงเยว่หลบเลี่ยง ไม่ส่งเสียงใด ๆ
“เจ้าแอบฟังใช่หรือไม่?” จ้าวอู่เจียงเอียงศีรษะ จ้องมองชิงเอ๋อร์อย่างดุดัน
“ไม่ได้แอบฟัง!” ชิงเอ๋อร์เคี้ยวอาหารในปาก พูดอย่างเด็ดขาด
“พี่สาวบอกข้าเอง แล้วข้าก็เดินมาฟังอย่างเปิดเผยต่างหาก!”
ตู๋กูหมิงเยว่แก้มแดงขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะไอสองสามครั้ง ก้มหน้าก้มตากินข้าว
เซวียนหยวนจิ้งจ้องมองจ้าวอู่เจียงอย่างอับอายและโกรธ
จ้าวอู่เจียงพยักหน้า ยื่นนิ้วโป้งให้ชิงเอ๋อร์
“ดีมาก ดีมาก”
“ทำตัวเรียบร้อย ซื่อตรง โปร่งใส”
“แน่นอนอยู่แล้ว” ชิงเอ๋อร์ยืดอกที่พอจะนูนนิดหน่อย
“ข้าเกิดมาเพื่อเป็นยอดหญิงที่ปราบความชั่วร้ายและรักษาความยุติธรรม!
ข้าทนไม่ได้กับคนอย่างท่านที่รังแกสตรี!”
จ้าวอู่เจียงหุบปากเล็กน้อย ชายหนุ่มรูปงามถึงกับพูดไม่ออก
“พี่สาวฝึกวิชาอย่างเหน็ดเหนื่อย ท่านยังรังแกนางอีก” ชิงเอ๋อร์วางตะเกียบลง ดวงตาที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวามองขึ้นฟ้า พึมพำว่า
“ท่านมีความสามารถมากก็มารังแกข้าสิ…”
ตู๋กูหมิงเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง เอามือปิดปากหัวเราะเบา ๆ ที่แท้ ชิงเอ๋อร์ก็วางแผนเล็ก ๆ เช่นนี้ ดูเหมือนว่านางจะได้ลิ้มรสความหวานแล้วติดใจ
เซวียนหยวนจิ้งก็หุบปากยิ้ม ความอึดอัดที่ถูกชิงเอ๋อร์พูดเรื่องความรักออกมาก่อนหน้านี้หายไปในพริบตา
ชิงเอ๋อร์ใบหน้าแดงก่ำ แค่นเสียงเบา ๆ ก่อนจะก้มหน้ากินข้าว ใบหน้าแทบจะจมลงไปในชามใบใหญ่
“ข้าจะลองคลำดู หางจิ้งจอกของเจ้างอกออกมาตั้งแต่เมื่อไรกัน” จ้าวอู่เจียงยื่นมือไปลูบก้นอันนุ่มนิ่มของชิงเอ๋อร์
ชิงเอ๋อร์รีบขยับเก้าอี้ ยื่นมือไปตีมือของจ้าวอู่เจียงอายจนแทบไม่รู้จะซ่อนหน้าไว้ที่ไหน
เด็กน้อยเนี่ยนเซี่ยผู้ช่างสงสัยค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น นางอยากดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
นางไม่เข้าใจอะไรเลย รู้แต่เพียงว่าท่านพ่อและท่านแม่ต่างก็หัวเราะ แต่น้าสาวกลับก้มหน้าไม่พูดอะไร
……
“ข้าต้องจากเจ้าไป เพื่อไม่ให้จมดิ่งลงในห้วงรักอันวังเวง”
“กลับเชื่ออีกแล้ว ความรักที่เปล่งประกายเหล่านั้น”
“ความรักที่ลุ่มหลงนั้นไม่มีการวางเค้าโครงล่วงหน้า…”
หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จ จ้าวอู่เจียงแช่ตัวอยู่ในถังอาบน้ำขนาดใหญ่ มีผ้าขนหนูวางพาดอยู่บนดวงตา
เขาหลับตาพริ้มพลางฮัมเพลงไปด้วย
ความเหนื่อยล้าทั้งหมดกำลังจางหายไปอย่างรวดเร็ว
เขาเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองติดนิสัยชอบร้องเพลงตอนอาบน้ำตั้งแต่เมื่อไร
และไม่รู้ว่าคนอื่น ๆ ในโลกนี้เป็นเหมือนเขาหรือไม่
แม้จะชอบร้องเพลง แต่เขาร้องเพี้ยน จัดอยู่ในระดับที่เปิดปากก็ทำให้คนคุกเข่า
คนอื่น ๆ อย่างมากก็แค่ร้องผิดจังหวะ แต่เขาไม่ได้อยู่ในจังหวะเลย
ประตูห้องถูกผลักเปิดด้วยเสียง ‘เอี๊ยด’ ลมเย็นพัดเข้ามาในห้อง
ตามมาด้วยเสียงหวานของสาวน้อย
“พี่เขย เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนหลังอาบน้ำวางไว้ตรงนี้แล้วนะ”
จ้าวอู่เจียงค่อย ๆ แงะผ้าที่บดบังสายตาออก
ชิงเอ๋อร์สวมชุดกระโปรงยาวสีฟ้าอ่อน คลุมทับด้วยเสื้อคลุมสั้นสีเดียวกันแต่เข้มกว่าเล็กน้อย ผมดำสนิทถูกมัดเป็นหางม้าสูง ทั้งร่างแผ่กลิ่นอายของความสดชื่นและน่ารักออกมา
“มาอาบด้วยกันสิ?” จ้าวอู่เจียงเลิกคิ้วพร้อมรอยยิ้ม
“ชิ ใครจะไปอาบกับท่านกัน ไปอาบของท่านเถอะ เอ๊ะ ๆ ๆ ๆ…” ชิงเอ๋อร์พูดพึมพำด้วยใบหน้าน่ารักที่เริ่มแดงระเรื่อ
แต่นางยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกจ้าวอู่เจียงคว้าตัวเข้าไป ตกลงในน้ำร้อนด้วยเสียงตูม ทำให้น้ำกระเซ็นขึ้นมามากมาย
เส้นผมของชิงเอ๋อร์เปียกชุ่ม แนบติดกับใบหน้าอันน่ารัก นางดิ้นรนพยายามจะลุกขึ้น แต่ถูกจ้าวอู่เจียงกดไว้ในอ้อมกอด
“ปล่อยข้า!” นางร้องด้วยความอายและโกรธ
จ้าวอู่เจียงหัวเราะพูดว่า
“ข้ากำลังรังแกเจ้าอยู่ไม่ใช่หรือ?”