ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1343 ความสุขคืออะไร?
บทที่ 1343 ความสุขคืออะไร?
ความสุขคืออะไร?
ดูเหมือนไม่เคยมีคำนิยามที่แน่ชัด แต่ละคนก็มีความสุขที่แตกต่างกันไป
ตอนเด็ก จ้าวอู่เจียงไม่เคยคิดจะสอบเข้าบัณฑิตวิทยาลัย แต่เขาจำคำพังเพยหนึ่งได้
‘ความสุขก็คือแมวได้กินปลา สุนัขได้กินเนื้อ อุลตราแมนเอาชนะเหล่าปีศาจร้าย’
ตอนนี้หลี่ฉวนจวินรู้สึกมีความสุข
แม้เขาจะไม่ได้ล่องลอยไปครึ่งชีวิต แต่หากไม่ได้มาถึงโลกใบนี้ เขาก็คงจะตายอย่างโดดเดี่ยว
ครึ่งแรกของชีวิตเขา เกือบทั้งชีวิตของเขา ล้วนแต่ไล่ตามวิถีแห่งดาบ ไล่ตามการสังหารเทพ
หลังจากมาถึงโลกใบนี้ เขาจึงได้ท่องเที่ยวไปทั่วอย่างแท้จริง
จนกระทั่งได้พบกับซิ่วเหนียง หัวใจของเขาจึงได้สงบลงอย่างหาได้ยาก
การที่จ้าวอู่เจียงและสหายเก่าปลอดภัยดี ทำให้เขาสบายใจ
การมีอยู่ของซิ่วเหนียง ทำให้จิตใจเขาสงบและนิ่ง
แม้เขาจะรู้ตัวช้า แต่เขาก็รู้ว่า เขาอาจจะ… อาจเป็นไปได้ว่า เขาชอบหรือกระทั่งตกหลุมรักหญิงสาวในอ้อมกอดของเขาแล้ว
ไม่ว่าจะมีวรยุทธ์เพียงใด เขาก็ไม่อาจต้านทานความอ่อนหวานและการเย้ายวนของซิ่วเหนียงได้
เขาไม่เคยใช้วรยุทธ์ของตนเพื่อทำให้ตัวเอง ‘ไม่เสียหน้า’ เพราะกลัวจะทำร้ายอีกฝ่าย
ดังนั้นสัตว์ประหลาดตัวน้อยของเขาจึงพ่ายแพ้ต่อร่างอันเว้าโค้งของนางครั้งแล้วครั้งเล่า
ซิ่วเหนียงผู้มีหน้าอกอวบอิ่ม สะโพกผาย และเอวคอดกิ่ว อ่อนโยนต่อเขา พัวพันกับเขา ทำให้เขายินดีจมดิ่งในห้วงรัก
“ครั้งนี้เจ้าจะไปเมื่อไร” ซิ่วเหนียงทาบร่างบนหลี่ฉวนจวิน ร่างขาวนวลของนางเสียดสีเย้ายวนเขาเป็นระยะ
นางเห็นว่าแววตาของหลี่ฉวนจวินดูเหม่อลอย คงจะมีเรื่องกังวลใจอยู่บ้าง
“ข้าไม่รู้…” หลี่ฉวนจวินลูบไล้ไหล่หอมของซิ่วเหนียง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ที่จริงข้ามีบางเรื่องที่ไม่เคยบอกเจ้า”
“หึ! อะไรกัน เจ้าปิดบังข้าว่ามีหญิงอื่นอีกหรือ?” ซิ่วเหนียงยันอกของหลี่ฉวนจวินลุกขึ้น ขมวดคิ้วจ้องเขา
“เป็นไปไม่ได้หรอก ข้าไม่เหมือนเพื่อนข้าคนนั้น…” หลี่ฉวนจวินทรยศจ้าวอู่เจียงทันที
“ข้าเป็นคนรักเดียวใจเดียวยิ่ง”
“แล้วเรื่องอะไรกัน?” ซิ่วเหนียงเม้มริมฝีปากแดง
“ข้าไม่ใช่คนธรรมดา ข้าเป็นผู้ฝึกวรยุทธ์ เป็นนักดาบ” หลี่ฉวนจวินทนมองภาพยั่วยวนที่กำลังแกว่งไกวตรงหน้าไม่ได้ จึงยื่นมือดึงซิ่วเหนียงกลับมากอดไว้ในอ้อมอก
“ข้าก็ไม่ได้มีรูปร่างเป็นวัยกลางคนอย่างที่เห็นตอนนี้ ความจริงแล้วข้าอายุกว่าร้อยปีแล้ว แต่ก่อนข้าเป็นคนไว้เคราเฟิ้ม เป็นตาเฒ่าที่ดูแย่มาก หลังจากวิชาของข้าสูงขึ้น ข้าก็ดูหนุ่มลงไม่น้อย ร่างกายก็แข็งแรงขึ้นมากด้วย…”
หลี่ฉวนจวินพูดออกมาอย่างรวดเร็ว เขากังวลอยู่บ้างว่าซิ่วเหนียงจะรังเกียจเขา
แม้ว่าซิ่วเหนียงจะเป็นแม่เล้า แต่ความจริงแล้วนางก็เพิ่งอายุสามสิบกว่าปีเท่านั้น ดูมีรูปร่างอรชรงดงาม ยังสาวยังสวย เพียงแต่การแต่งตัวของนางดูเหมือนจงใจแต่งให้ดูมีอายุ
และที่สำคัญที่สุดคือ ตอนแรกเขาไม่ได้เปิดเผยความจริงทั้งหมด เขาปิดบังเรื่องอดีตของตัวเอง แม้แต่ฐานะนักพรตก็ยังปิดบังไว้
การปิดบังคือความรู้สึกผิดที่ใหญ่ที่สุดของเขา
“ข้าก็มองไม่ออกว่าเจ้าแข็งแรงตรงไหน…” ซิ่วเหนียงอึ้งไป แล้วเอามือปิดปากหัวเราะเบา ๆ ก่อนพูดล้อเล่นว่า
“ข้าเพียงแค่ขยับตัวไม่กี่ที หรือแค่ยกร่างขึ้นนิดหน่อย เจ้าก็ร้องว่าทนไม่ไหวแล้ว”
“แหะ ๆ…” หลี่ฉวนจวินหัวเราะอย่างซื่อๆ เมื่อได้รับคำตอบจากซิ่วเหนียง เขากอดร่างในอ้อมแขนแน่นขึ้น ดวงตาเปล่งประกายอ่อนโยน
ซิ่วเหนียงไม่ได้รังเกียจเขา เพียงแค่ล้อเล่นว่าเขาไม่อึด ไม่ได้ตำหนิเขาที่ปิดบังเรื่องราวชีวิตของตน
“อย่าคิดว่าเจ้าเป็นนักพรตแล้วจะสวมกางเกงเดินจากไปโดยไม่รับผิดชอบ” ซิ่วเหนียงกอดหลี่ฉวนจวินแน่น
“หลายวันมานี้ทุกครั้งเจ้าไม่ได้สวมถุงปลา และปล่อยทุกอย่างไว้ในร่างของข้า บางทีข้าอาจจะตั้งท้องลูกของเจ้าแล้วก็ได้…”
“ก็เจ้าเองก็บอกว่าไม่มีถุงปลา เจ้าถึงจะรู้สึกถึงการพุ่งทะลัก… โอ๊ย ๆ ๆ…” หลี่ฉวนจวินกอดคนรักไว้ พลางพูดจาลามก พูดได้ครึ่งเดียวก็ถูกคนรักบีบเอวเข้า เขาร้องโอยอยู่หลายครั้ง แต่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“หรือว่า…” ซิ่วเหนียงเม้มริมฝีปากสีแดง นางคิดจะปิดกิจการหอฝูหลิ่ว ไม่เปิดทำการอีกต่อไป แลกกับเงินก้อนหนึ่ง เพื่อจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับหลี่ฉวนจวิน
“หรือว่าพวกเราแต่งงานกันเถอะ” หลี่ฉวนจวินจ้องมองดวงตางามของซิ่วเหนียง พูดอย่างจริงจัง
ซิ่วเหนียงจ้องมองใบหน้าของหลี่ฉวนจวินอย่างตะลึงงัน ขอบตาแดงก่ำ ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา นางซบลงไปในอ้อมอกของหลี่ฉวนจวินทันที น้ำตาอุ่นร้อนไหลรินลงมา นางตัวสั่นเทาพลางตอบรับเบา ๆ หนึ่งคำ