ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1374 ปรบมือเป็นคำสาบาน
บทที่ 1374 ปรบมือเป็นคำสาบาน
จ้าวอู่เจียงอวดความสามารถกินข้าวห้าชามใหญ่ ถือว่าเป็นปริมาณอาหารที่ไม่มีใครเทียบได้ในเวลาอาหารเย็น จนเกือบสำลักหน้าตาเหลือกลาน
ตอนแรก ตู๋กูหมิงเยว่ตักข้าวให้เขาหนึ่งชามใหญ่
ขณะที่เขากินไปก็เล่าคร่าว ๆ ว่าตัวเองจะต้อง ‘เดินทางไปทำงาน’ ไปยังต่างถิ่น
หลังจากที่เขากินเสร็จ เซวียนหยวนจิ้งก็ตักข้าวให้เขาอีกหนึ่งชามใหญ่
เมื่อกินเสร็จอีกครั้ง หลินหลางก็ตักข้าวให้เขาอีกหนึ่งชาม และดวงตานางที่มองมาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
เช่นนั้นเขาจะไม่กินก็ไม่ได้
เมื่อกินครบสามชามแล้ว ชิงเอ๋อร์ก็ยังยืนกรานจะตักข้าวให้เขาอีกหนึ่งชาม นางมองเขาด้วยสายตาแบบจะกินก็ได้ไม่กินก็ได้
แต่ถ้าหากเขาไม่กิน นางก็จะน้อยใจจนน้ำตาไหล เขาจึงจำใจกินจนหมด
เมื่อกินเสร็จ เสี่ยวเนี่ยนเซี่ยก็ถือชามข้าวใบใหญ่ที่เต็มเปี่ยม และจ้องมองเขาด้วยสายตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“ท่านพ่อ… กิน…”
พรุ่งนี้ก็จะต้องออกเดินทางไปยังต้าเฉียน เช่นนั้นถือว่ามื้อนี้ได้กินอิ่มดีจริง ๆ
เมื่อยามค่ำคืนมาถึง…จ้าวอู่เจียงเอนตัวพิงหมอนนุ่ม และทบทวนเหตุการณ์อย่างเงียบ ๆ
เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็ยิ่งเข้าใกล้ภาพรวมของเรื่องราวทั้งหมดมากขึ้น
พรึ่บ!
กลิ่นหอมกรุ่นปะทะใบหน้าและพลันขัดจังหวะความคิดทันที เขาคว้าสิ่งนั้นไว้ได้ ที่แท้ก็คือเอี๊ยมผ้าไหมสีขาวอมชมพูพร้อมกลิ่นหอมละมุนของนมที่มีกลิ่นหอมพิเศษเฉพาะตัว…
กลิ่นหอมนั้นแฝงไว้ด้วยพลังวิเศษของ ‘พลังมังกร’ แห่งราชวงศ์ต้าโจว
เซวียนหยวนจิ้งเปลือยกายมุดเข้าใต้ผ้าห่ม ชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง คล้ายจะบอกว่า ‘รู้จักสังเกตกันเสียบ้างสิ’
จ้าวอู่เจียงพยักหน้ารับอย่างนอบน้อม ก่อนจะเริ่มถอดเสื้อผ้า เขาเพิ่งปลดกระดุมเสื้อชั้นใน ทว่าก็รู้สึกเย็นวาบที่ส่วนล่าง
พรึ่บ!
กลิ่นอันยั่วยวนปะทะใบหน้าเขาอีกครั้ง และขัดจังหวะการเคลื่อนไหว ถึงแม้เขาจะงุนงง แต่ยังคว้าสิ่งนั้นไว้
ที่แท้ก็เป็นกางเกงชั้นใน แต่ตรงกลางกางเกงผิดรูปไปแล้ว คงเป็นเพราะกักขังมังกรยักษ์มานาน จนถูกมังกรกระแทกไม่หยุด
“เชื่องช้าเหลือเกิน” เซวียนหยวนจิ้งใบหน้าแดงระเรื่อ และส่งเสียงตำหนิอย่างเขินอาย
นางดึงเพียงมือเดียวก็ถอดกางเกงชั้นในของจ้าวอู่เจียงออกได้ ขณะที่จ้าวอู่เจียงยังคงถอดเสื้อผ้าอย่างสุภาพเรียบร้อย
เมื่อจ้าวอู่เจียงถอดเสื้อผ้าเสร็จ ก็เผยให้เห็นร่างกายที่กำยำแข็งแรง เขาเลื่อนตัวเข้าใต้ผ้าห่มและโอบกอดร่างอ่อนนุ่มเต็มอิ่ม
เมื่อร่างกายเสียดสีกันในความมืดใต้ผ้าห่มราวกับจุดประกายไฟขึ้น และเพียงแค่กอดไว้ในอ้อมแขนก็รู้สึกถึงความตื่นเต้นเร้าใจ
“เดือนสิบสอง วันที่สิบสาม ราชวงค์ต้าเซี่ยอาจจะได้เห็นแสงตะวันอีกครั้ง” จ้าวอู่เจียงนวดแป้งอยู่ใต้ผ้าห่ม เพียงแค่มือเดียวยังกำก้อนแป้งไม่หมด ทำให้ความนุ่มนวลทะลักผ่านซอกนิ้วของเขา
เขาได้รับข่าวเกี่ยวกับดินแดนลับของราชวงค์ต้าเซี่ยจากจางซวีคุน ในฐานะจักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงค์ต้าเซี่ย และเขารู้สึกว่าจิ้งเอ๋อร์ควรจะรู้เรื่องนี้
“ข้าจะไป” เซวียนหยวนจิ้งรู้สึกถึงความปรารถนาที่พลุ่งพล่านในมือทั้งสองข้าง ใบหน้างดงามราวกับภาพวาดของนางจ้องมองจ้าวอู่เจียงด้วยดวงตาคมกริบ
ราชวงค์ต้าเซี่ยกำลังจะกลับมาปรากฏสู่โลกอีกครั้ง นางจำเป็นต้องกลับไปดูบ้านเกิดในอดีต ดูอาณาจักรที่แตกสลาย ดูโลกที่เต็มไปด้วยบาดแผล
จ้าวอู่เจียงปล่อยมือที่กำลังนวดออก แล้วโอบเอวอ่อนช้อยของจิ้งเอ๋อร์ ใช้มือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังของนาง
“อันตรายอยู่รอบด้าน ข้าไม่อยากให้เจ้าไป”
“แต่ข้าต้องไป” เซวียนหยวนจิ้งดวงตาเป็นประกายวาววับ อีกทั้งมือทั้งสองหมุนเป็นวง
“ท่านจะปกป้องข้าไม่ใช่หรือ?”
จ้าวอู่เจียงถูกจับได้ถนัดมือ แล้วจะกล้าปฏิเสธได้อย่างไร
เขาบอกว่าไม่อยากให้เซวียนหยวนจิ้งไปยังดินแดนลับที่ราชวงค์ต้าเซี่ยตั้งอยู่ เพราะกังวลว่าเซวียนหยวนจิ้งจะเจออันตราย
แต่เขาไม่ได้เผด็จการสั่งห้ามเซวียนหยวนจิ้ง เพียงแค่บอกว่าไม่อยากให้ไป
เขาเคารพการตัดสินใจของคนรักเสมอ
หรือแม้จะมีอันตรายรอบด้าน เขาก็จะปกป้องนางให้ได้
“เจ้ามีอะไรจะบอกกับข้าอีกไหม?” เซวียนหยวนจิ้งเอียงใบหน้าเข้าใกล้ กระทั่งปลายจมูกของทั้งสองแตะ และลมหายใจเกี่ยวกระหวัดกันไปมา
เมื่อผ้าห่มขยับไหว จ้าวอู่เจียงใช้มือข้างเดียวโอบขาเรียวยาวดั่งหยกของนาง พลางกล่าวอย่างยิ้ม ๆ
“ข้ารู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว ฤดูหนาวอากาศเย็นเช่นนี้ ขอฝ่าบาทโปรดอนุญาตให้ข้าน้อยได้มุดเข้าไปในโพรงไม้เพื่อจุดไฟสักหน่อยเถิด”
เสียงกระสับกระส่ายดังมาจากใต้ผ้าห่ม ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเชื่อมต่อเข้าหากัน เซวียนหยวนจิ้งก็พลิกตัวทันที มือเรียวบางดั่งหยกกดมือทั้งสองของจ้าวอู่เจียงไว้ แล้วนั่งทับบนเอวของเขา
นางแสร้งทำเสียงงอนอย่างน่ารัก
“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าต้องการใช้วิธีการขี่ม้า”
ในความมืดไร้แสงสว่าง จ้าวอู่เจียงลูบไล้ตามเส้นโค้งที่เว้าเข้าอย่างชัดเจนไปจนถึงส่วนโค้งที่ผงาดขึ้น
“ฝ่าบาทช่างเฉลียวฉลาด”
ทั้งสองบรรลุข้อตกลงร่วมกัน และในความมืดของค่ำคืนนั้นมีเสียงปรบมือดังไม่ขาดหูเป็นสัญญาณ