ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1397 ท่าทีอันไร้เทียมทาน!
บทที่ 1398 ไม่มีทางถอยเด็ดขาด!
บทที่ 1398 ไม่มีทางถอยเด็ดขาด!
ผู้แข็งแกร่งที่รวมตัวกันต่างแสดงอิทธิฤทธิ์ของตน และสะสมพลังรอคอย สังเกตการณ์สถานการณ์การต่อสู้ต่อไป
พวกเขากังวลว่าหากทุกคนร่วมมือกันโจมตีอิ้นอ๋อง ทูตจากราชวงศ์เซียนต้าโจวผู้นี้อาจจะต้องสิ้นชีพจนวิญญาณแตกสลาย ณ ที่แห่งนี้
หากกองทัพนำพลังคำสาปอันมหาศาลมาจับกุมอิ้นอ๋องได้ พวกเขาก็จะได้หยุดมือและได้ประหยัดพลัง
แต่หากกองทัพพ่ายแพ้ พวกเขาจะเข้าร่วมโจมตีต่อเพื่อจับกุมอิ้นอ๋องในคราวเดียว
ทว่าจ้าวอู่เจียงไม่กังวลและยิ่งไม่ตื่นตระหนกท่ามกลางศัตรูที่ล้อมรอบ เมื่อปลายเท้าได้แตะแผ่นหินหยกเขียว ร่างของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและชนมังกรยักษ์ในทันที
ในชั่วขณะที่สัมผัสกับมังกรยักษ์ที่รวมตัวจากพลังบำเพ็ญอันมหาศาลและคำสาปต้องห้าม มือขวาของจ้าวอู่เจียงฉวยคอมังกรอย่างรวดเร็วราวกับโอบจันทร์ไว้ในอ้อมอก อีกทั้งแขนขวาของเขาก็กดลงอย่างรุนแรง
ตู้ม!
เจ้ามังกรถูกเขากดลงบนพื้นอย่างฉับพลันราวกับมดที่คว่ำช้าง
ขณะนั้นร่างมังกรได้กระแทกลงบนหอชมดาวจนแตกกระจายเป็นประกายสว่างนับไม่ถ้วน รวมถึงพลังวิเศษอันเกรียงไกรและพลังผูกมัดของคำสาปแผ่ซ่านออกไปกวาดทั่วหอชมดาวทั้งหมด พร้อมกับปัดสายฝนลูกธนูที่กองทัพอีกกลุ่มยิงมาให้ปลิวไป
กองทัพที่ร่วมกันสร้างมังกรยักษ์ได้รับผลสะท้อนกลับ ต่างพากันพ่นเลือดสดออกมา ทั้งร่างกายและจิตใจก็ไม่มั่นคงจนล้มลง กระทั่งในที่สุดก็ร่วงลงไปจากหอชมดาว
ผู้แข็งแกร่งที่รวมตัวกันถูกสายฝนลูกธนูที่สะท้อนกลับมาทำให้บาดเจ็บ พวกเขาพลันรู้สึกตกตะลึงอย่างบอกไม่ถูกในชั่วขณะนั้น
ท่วงท่าการจับมังกรของอิ้นอ๋องเมื่อครู่ไม่ต่างจากมดพยายามสั่นต้นไม้
เดิมทีพวกเขาคิดว่าทั้งสองฝ่ายจะได้รับบาดเจ็บไม่ต่างกัน แต่ผู้ใดจะรู้ว่าท่วงท่าการกำราบมังกรของอิ้นอ๋องนั้นรุนแรงเกินต้าน
เพราะเขาใช้ท่วงท่าที่เรียบง่ายแต่สั่นสะเทือนได้ทั่วฟ้า กดมังกรลงตรงมายังพื้น และทำลายการร่วมมือของกองทัพ
ทั้งความกล้าหาญ ความองอาจ และความเป็นราชาในนั้นช่างมีพลังกระแทกยิ่งนัก
พวกเขาต่างรู้สึกสะท้านใจในทันที แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะโจมตีตอบโต้กลับ การโจมตีที่เตรียมพร้อมไว้นานแล้วพลันถูกปล่อยออกมาอย่างพรั่งพรู
ท่วงท่าที่อิ้นอ๋องจับมังกรนั้นแม้จะน่าตกตะลึง แต่คงต้องใช้พลังมหาศาล และบัดนี้เขาคงจะใกล้หมดแรงแล้วกระมัง?
ทว่าต่อมา พวกเขาได้เห็นภาพที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่า
จ้าวอู่เจียงสูดลมหายใจลึก ดวงตาเจิดจ้าดั่งคบเพลิง เขากำมือแน่นฟาดฝ่ามือใส่พวกทหารอย่างรุนแรง
ขณะนั้นเสียงร้องอื้ออึงที่ดังขั้นได้แผ่กระจายออกไปเหมือนระลอกคลื่น ทะลุแก้วหูของผู้คนจนเข้าสู่จิตวิญญาณ
ทว่าเสียงร้องอื้ออึงนี้กลับเป็นเสียงร้องโหยหวนของคำสาปต้องห้ามอันมหาศาลบริเวณหอชมดาว
เมื่อคำสาปกำลังแตกสลายไปทีละส่วน และในชั่วขณะที่คำสาปนั้นแตกสลาย ทุกคนรู้สึกเพียงว่าทุกสิ่งรอบตัวเปลี่ยนไป
แม้จะยังยืนอยู่รอบหอชมดาวเหมือนเดิม แต่พวกเขากลับรู้สึกถึงคลื่นลูกใหญ่ที่ซัดเข้าใส่ และพื้นที่โดยรอบพวกเขาก็ดูเหมือนจะยุบตัวลงทั้งหมดในทันที
ทั้งมหาสมุทรเดือด ฟ้าถล่มพิภพทลาย ตามมาด้วยวิชาบำเพ็ญในร่างของพวกเขาที่ไม่อาจควบคุมได้ กระทั่งกลายเป็นเส้นสายพลังสีต่าง ๆ ดั่งธารน้ำเล็ก ๆ ที่พุ่งเข้าหาอิ้นอ๋องอย่างบ้าคลั่ง
อีกทั้งน้ำเสียงทรงพลังของอิ้นอ๋องที่เย็นชา ไร้ความรู้สึก และเต็มไปด้วยกลิ่นอายชั่วร้ายดังขึ้นในจิตใจของพวกเขา ทำให้พวกเขาไม่อาจต่อต้านได้แม้แต่น้อย
แต่ ณ ขณะนั้น พวกเขากลับได้ยินเพียงแค่สองคำเท่านั้น
“กลืนนภา”
บนหอชมดาว
ปรากฏการณ์อันน่าตื่นตะลึงได้เกิดขึ้นอีกครั้ง พลันให้ผู้แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนต่างลอยอยู่กลางอากาศและโอนเอนไปมา
อีกทั้งสีหน้ายังมีแต่ความทรมาน รวมถึงวิชายุทธ์ในร่างของพวกเขาไหลออกมาไม่หยุด และพุ่งตรงไปยังชายชุดดำบนหอชมดาวราวกับดวงดาวทั่วสารทิศที่โคจรรอบดวงอาทิตย์อันเจิดจ้าที่กำลังถูกดวงอาทิตย์ดึงดูด
แม้อยากจะหนี แต่ก็ไม่อาจหนีพ้น
รวมถึง..ฉลองพระองค์มังกรของฮ่องเต้อวิ๋นเหวินแตกสลายไม่หยุดและกลายเป็นเศษผ้าขาดวิ่น ซึ่งเป็นผลจากคาถาป้องกันบนฉลองพระองค์ที่ค่อย ๆ ทนต่อพลังภายนอกไม่ไหว
แคว่ก!
ขณะเดียวกันกับที่ฉลองพระองค์มังกรของเขาแตกสลายกลายเป็นเศษผ้าเล็ก ๆ ร่วงหล่นลงที่พื้นที่หอชมดาว
ฮ่องเต้อวิ๋นเหวินรู้สึกตกตะลึงจนตาค้าง และจ้องมองอิ้นอ๋องผู้ที่โจรกรรมวิชายุทธ์ของทุกคนอย่างไม่วางตา ทว่าในดวงตากลับเต็มไปด้วยความไม่ยอมแพ้และความโกรธเป็นอย่างมาก
ไม่ว่าศัตรูจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ในฐานะฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ต้าฉินแล้ว…เขาจะไม่มีทางถอยเด็ดขาด!