ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1417 ความเศร้าโศกอันใดจะยิ่งใหญ่เท่าใจที่ตายแล้ว
- Home
- ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า
- บทที่ 1417 ความเศร้าโศกอันใดจะยิ่งใหญ่เท่าใจที่ตายแล้ว
บทที่ 1417 ความเศร้าโศกอันใดจะยิ่งใหญ่เท่าใจที่ตายแล้ว
ซูอวิ๋นเหยาจ้องมองซูเสี่ยวเหยาด้วยดวงตาที่แดงก่ำ เขาจับไหล่ของนางแน่นด้วยสองมือ ก่อนจะถามอย่างคาดคั้น
“แล้วเหตุใดเจ้าถึงยังชอบเจ้าคนจอมปลอมเช่นนั้นอีกเล่า?”
“แม้ว่าเจ้าจะชอบความสามารถ แต่ความสามารถของเขาก็อาจจะเป็นของปลอม”
“ใบหน้าที่แท้จริงของเขาอาจเป็นคนที่มีรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์”
“เขาอาจจะแสร้งทำทุกอย่าง”
“เขาอาจโหดร้าย บ้าคลั่ง เหี้ยมเกรียม โฉดชั่ว และฆ่าคนเป็นผักปลา มือของเขาอาจเปื้อนเลือดนับไม่ถ้วน…”
“สิ่งเหล่านี้เจ้าไม่รู้หรือพยายามจะเข้าใจสิ่งใดเลยหรือ เจ้าชอบอะไรในตัวเขากัน?”
ดวงตาของซูเสี่ยวเหยาพลันสั่นระริก เพราะแท้จริงแล้วนางก็ไม่รู้ว่านางชอบอะไรในจ้าวอู่เจียง
นางรู้ว่ามีเหตุผลมากมาย แต่เมื่อลองคิดถึงเหตุผลเหล่านั้นจริง ๆ นางถึงได้พบว่าเหตุผลนั้นได้กลายเป็นความรู้สึกคลุมเครือ และวนเวียนอยู่ในใจของตน
แต่…นางกลับพูดไม่ออก เช่นนั้นนางชอบอะไรในตัวเขากัน?
สิ่งที่พูดออกมาได้คือความชื่นชม แต่สิ่งที่พูดไม่ออกต่างหากคือความรัก
เพราะนางไม่รู้ว่า…นางชอบอะไรในตัวเขา
“เจ้าดูสิ เจ้าก็ไม่รู้ว่าเจ้าชอบเขาตรงไหน…” ซูอวิ๋นเหยาพูดด้วยความกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ จนใบหน้าของเขาค่อย ๆ บิดเบี้ยวเพราะความโกรธแค้น
“ความชอบของเจ้า ล้วนเป็นเพียงภาพลวงตา เป็นเพราะการยั่วยวนของเขาก่อนหน้านี้ เป็นเพราะความเย็นชาของเขา หลังจากที่ทำให้เจ้าไม่ยอมแพ้ ทำให้เจ้านึกถึงเขาจนเกิดเป็นภาพลวงตา!”
“เขาก็ไม่ได้ชอบเจ้า แล้วเหตุใดเจ้าต้องทรมานตัวเองด้วยเล่า?”
“ท่านพี่…ข้าเข้าใจแล้ว…” ซูเสี่ยวเหยาเม้มปากยิ้มอย่างขมขื่น
“ไม่…เจ้าไม่เข้าใจหรอก” ซูอวิ๋นเหยาดึงซูเสี่ยวเหยาเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน
“เขาไม่ชอบเจ้า แต่ข้าชอบเจ้า”
“ข้าจะไม่มีวันทำให้เจ้าทุกข์ใจ ไม่มีวันทำให้เจ้าเสียใจ”
“ข้ารู้ว่าท่านรักข้ามาตลอด ท่านคอยดูแลปกป้องข้ามาตลอด” อารมณ์ของซูเสี่ยวเหยาพลันหม่นหมอง ดวงตางามของนางก็หลุบต่ำ
“ขอบคุณท่านพี่”
ซูอวิ๋นเหยากอดซูเสี่ยวเหยาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนร่างกายสั่นเทาไปทั้งตัว แม้แต่ลมหายใจก็มีเสียงสั่นผสมอยู่เช่นกัน
“เสี่ยวเหยา ข้าจะ…ปกป้องเจ้าตลอดไป…”
“ท่านกอดข้าแน่นเกินไปแล้ว…” ซูเสี่ยวเหยารู้สึกถึงแรงจากแขนทั้งสองข้างของซูอวิ๋นเหยา นางขมวดคิ้วแน่น พร้อมกันนั้นนางก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เพราะมือของพี่ชายนางดูเหมือนจะลูบไปยังส่วนที่อ่อนนุ่มบนร่างกายของสตรี
นางจึงผลักซูอวิ๋นเหยาออกอย่างแรง ทว่าคิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน พลางมองพี่ชายของตนด้วยความไม่อยากเชื่อ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า
“ท่าน…กำลังทำอะไร?”
“เสี่ยวเหยา…เจ้าต้องฟัง…ฟังข้าอธิบาย…ข้า…” ซูอวิ๋นเหยาหอบหายใจเสียงดัง ใบหน้าดูเศร้าและบิดเบี้ยว มือทั้งสองของเขาก็สั่นจนไม่รู้จะวางไว้ที่ใด
“ข้า…ข้า…ข้าจะรักเจ้า ข้าจะไม่ทำให้เจ้าเสียใจหรือทุกข์ใจ…ข้า…”
ซูอวิ๋นเหยาพูดอย่างอึกอัก ทันใดนั้น เขาก็พุ่งเข้าใส่ซูเสี่ยวเหยาอย่างรุนแรง พลางใช้แขนทั้งสองรัดร่างของซูเสี่ยวเหยาแน่น กระทั่งใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าหอมกรุ่นอย่างรุนแรง และพยายามจะจูบริมฝีปากแดงของนางไปด้วย
ตุบ!
ซูเสี่ยวเหยาใช้หน้าผากกระแทกเข้าที่ปากและจมูกของซูอวิ๋นเหยาอย่างแรง จนหน้าผากของนางแตกและมีเลือดสีแดงสดไหลออกมา
แต่ดวงตาของนางกลับเต็มไปด้วยความตกใจและความเศร้าโศก น้ำตาใสไหลลงมา ดูเหมือนดอกท้อที่เปียกน้ำฝน
นางจึงร้องเสียงแหบเครือออกมา
“ท่านพี่…”
ซูอวิ๋นเหยาพลันรู้สึกเจ็บปวด ใบหน้าก็ยิ่งบิดเบี้ยวมากขึ้น ดวงตาก็เต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ ทว่าเขายังคงกอดน้องสาวไว้แน่นและปากก็พร่ำปลอบ
“ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัว…ข้าจะดีกับเจ้าเสมอ และจะปกป้องเจ้าให้ดี ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัว…”
ซูเสี่ยวเหยาพยายามดิ้นรน แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งแรกที่หลุดพ้นได้ง่าย เพราะไม่ว่านางจะใช้แรงอย่างไรก็ไม่สามารถสั่นคลอนแขนที่รัดแน่นได้เลย
นางจึงกัดฟันและใช้ศีรษะกระแทกอีกครั้ง จนทำให้ซูอวิ๋นเหยามีเลือดกำเดาไหลพราก
ซูอวิ๋นเหยามีเลือดไหลจากจมูก เขาหรี่ตาลง จนความคลั่งไคล้ในดวงตาเหมือนจะหายไป ทว่าสีหน้าของเขาก็พลันสงบลง ขณะเดี่ยวกันแขนทั้งสองข้างก็ค่อย ๆ คลายออก
เพี๊ยะ!
แต่ในวินาทีถัดมา…เขาได้ตบหน้าซูเสี่ยวเหยาอย่างแรง จนทำให้ซูเสี่ยวเหยาเซถลา
ซูอวิ๋นเหยาแค่นเสียงหนึ่งที ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา
“ไอ้คนต่ำช้า!”
“แสร้งทำตัวเป็นกุลสตรีผู้สูงศักดิ์ เรื่องราวบุปผาหิมะจันทราเจ้าคงอ่านมาไม่น้อย เรื่องสนุกสนานบนเตียงที่ทำให้ผู้คนล้วนหน้าแดงใจเต้น เจ้าคงไม่ใช่ว่าไม่รู้กระมัง?”
“เจ้าจำเป็นที่จะต้องแสร้งทำเป็นรักลึกซึ้งบริสุทธิ์รักษาตัวประดุจหยกด้วยหรือ?”
ซูเสี่ยวเหยามีเลือดซึมออกที่มุมปาก เส้นผมยุ่งเหยิง น้ำตาไหลอาบแก้ม อีกทั้งดวงตายังเต็มไปด้วยความเศร้าอย่างสุดซึ้ง
ความเศร้าโศกอันใด…จะยิ่งใหญ่เท่าใจที่ตายแล้ว
นางเม้มปากพลางส่ายหน้าให้พี่ชาย
“คุณหนู? คุณชาย?” มีคนรับใช้ในบ้านได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจึงรีบเข้ามา
ซูอวิ๋นเหยาหันหน้ากลับไปมองคนรับใช้ด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ก่อนจะตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า
“ไปให้พ้น!”