ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1493 วิถีแห่งมวลชนที่แท้จริง
บทที่ 1493 วิถีแห่งมวลชนที่แท้จริง
“เหตุใด?”
จ้าวอู่เจียงถามด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ
เงาสะท้อนใต้ผิวน้ำที่ดูอ่อนโยนราวหยกแต่แฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์ ยิ้มเล็กน้อย
“เป็นเพราะตัวเจ้าในยามนี้หลงตนเองนัก เจ้าคิดว่าตนเองถูกเสมอ เจ้าเศร้าโศกให้กับความทุกข์ เจ้าปรารถนาอยากช่วยเหลือทุกคน เจ้าช่างโง่เขลาเบาปัญญาที่สุด มัวแต่จมอยู่ในม่านหมอกแห่งความหลง มิยอมตื่นรู้!”
นัยน์ตาลึกล้ำของจ้าวอู่เจียงสั่นไหว
“เจ้าติดอยู่กับตนเองในอดีต มิใช่ข้าในปัจจุบัน”
“ฮึ ๆ” เงาสะท้อนส่ายหน้าพลางหัวเราะ รอยยิ้มนั้นแฝงความขมขื่นและเวทนา
“เจ้ายังมิเข้าใจอีกหรือ?
ผู้ที่ติดอยู่กับอดีต คือเจ้า!
ผู้ที่มีชีวิตอยู่เพื่ออนาคต คือข้า!
ข้าคือตัวเจ้าที่ตื่นรู้แล้ว ข้าคือตัวเจ้าที่รู้ถึงความผิดพลาดของตนเองและพยายามวางแผนแก้ไข!”
จ้าวอู่เจียงรู้สึกปั่นป่วนในใจ เขาสูดลมหายใจลึก
“มิใช่ เจ้ามิใช่! ตอนนี้ข้าเพียงแค่ติดอยู่ในภวังค์ฝันร้าย ที่นี่เป็นเพียงภาพลวงตา เจ้ามิใช่ข้า!
ข้ามิมีทางปล่อยให้หายนะลงมาสู่โลก แลเลือกที่จะยืนดูโดยมิทำอันใด…”
“เช่นนั้นแล้ว…” นัยน์ตาของเทพปีศาจสั่นไหวเล็กน้อย
“เจ้าช่วยผู้คนจากการล่มสลายของราชวงค์ต้าเซี่ยไว้ได้กี่คนกัน?”
“ข้า…”
ความเจ็บปวดแล่นเข้าหน้าอกของเจ้าอู่เจียงอย่างฉับพลัน ราวกับว่ามือที่มองไม่เห็นนั้นปรากฏขึ้นอีกครั้ง ยามนี้มันกำลังบีบหัวใจของเขาอย่างรุนแรง ลมหายใจของเขาเริ่มมีจังหวะรีบเร่งขึ้น ทั่วร่างแผ่ซ่านควันสีเทาดำออกมาเป็นสาย ราวกับพลังปีศาจ
“การล่มสลายของราชวงค์ต้าเซี่ยเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงมิได้”
พลันใดนั้นมือหนึ่งยื่นออกมาจากเงาสะท้อนใต้ผิวน้ำ ดึงจ้าวอู่เจียงลงไปอย่างรุนแรง
จ้าวอู่เจียงจมลงในสระน้ำ วารีเย็นเฉียบแทงทะลุกระดูก ไหลเข้าจมูกและปาก ทะลักเข้าสู่ทรวงอก
จากนั้นร่างของเขาก็ลอยกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ราวกับมีคนช่วยดึงขึ้นมา และตกลงบนพื้นอย่างแรง รอบข้างเป็นป่าไม้เขียวชอุ่มและไผ่สูง ข้างกายคือสระน้ำ
ตัวตนในอดีตของเขายืนอยู่บนผิวน้ำ มันกำลังเหลือบมองมาที่เขา
“แม้ว่าในอดีตเจ้าจะแข็งแกร่งเพียงใด เจ้าก็มิอาจแข็งแกร่งเกินกว่าดินแดนลับของราชวงศ์ต้าเซี่ย
เจ้ามิสามารถหยุดยั้งการล่มสลายได้
ประชาชนหากมิตายเพราะเภทภัยธรรมชาติแล้วนั้น พวกเขาก็ย่อมตายเพราะเภทภัยจากมนุษย์
พวกเขามีโอกาสชนะเพียงทางเดียวเท่านั้น คือรวมพลังทุกคนลุกขึ้นต่อต้าน แทนที่จะยืนมองโดยมิทำอันใด ตอนที่เจ้ากับหลี่ฉวนจวินกำลังต่อสู้กับศัตรู แล้วหลังจากนั้นเขาก็แทงเจ้าเพื่อเอาชีวิตรอด
แม้ว่าในที่สุด จะมีคนตื่นรู้และยอมสละชีวิตเพื่อเจ้า แต่ก็สายไปเสียแล้ว
จำนวนคนเพียงเท่านั้น มิอาจช่วยเจ้าได้ และเจ้าเพียงคนเดียว ยิ่งช่วยพวกเขาไว้มิได้!
การที่โลกพังทลายมิใช่ความผิดของเจ้า แต่การติดอยู่กับความเสียใจของโลกที่พังทลาย การมีชีวิตอยู่ในอดีต นั่นคือความผิดของเจ้า
นี่คือความผิดข้อแรก!”
จ้าวอู่เจียงขดตัวอยู่บนพื้น ร่างกายสั่นไม่หยุด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะร่างกายเปียกชุ่มด้วยน้ำเย็น หรือเพราะจิตใจที่ค่อย ๆ แตกสลาย
อดีตของเขายืนอยู่บนผิวน้ำ รอยยิ้มที่เคยอ่อนโยนกลับเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆ
“เจ้าไปถึงที่ที่ใหญ่กว่า เจ้าเดินทางไปทั่วดินแดนน้ำศักดิ์สิทธิ์ทางใต้ ไปยังดินแดนลับแห่งเต๋าเหลียน มาถึงราชวงศ์เซียนแห่งต้าโจว เจ้ากำลังเปลี่ยนไปทีละก้าว
เจ้าค้นพบว่าตัวเองเป็นเทพปีศาจ เจ้าคิดว่าตัวเองมิตาย แลมิดับในวัฏจักรแห่งเหตุและผล!
ในเสียงเรียกที่เรียกเจ้าว่าเทพปีศาจ เจ้าเชื่อมัน!
เจ้าเชื่อมันอย่างโง่เขลาเบาปัญญา เจ้าเริ่มมองตนเองสูงส่ง เริ่มหลงมัวเมาในตนเอง เจ้าเริ่มทำสิ่งที่เจ้าคิดว่าจะช่วยคนอื่นได้
เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นเทพปีศาจจริง ๆ อย่างนั้นหรือ?
“เพียงแค่พวกเขาเรียกเจ้าว่าเทพปีศาจ? เจ้าคิดว่าตนเป็นเทพที่แท้จริงหรือ?
เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถช่วยเหลือทุกคนได้?
ถึงขั้นถือว่ามันเป็นภารกิจของตนเอง?
เจ้า! จ้าวอู่เจียงเป็นอะไรกัน?
เจ้ามิใช่อะไรนอกจากผู้ที่หยิ่งผยองที่มัวแต่ติดอยู่ก่อนยุคของจอมจักรพรรดิ!
ในโลกนี้มิมีเทพปีศาจ เทพปีศาจเป็นเพียงคำเรียกขานเท่านั้น
นี่คือความผิดพลาดที่สอง ที่สาม ที่สี่ของเจ้า!
มันคือความผิดพลาดอันใหญ่หลวงของเจ้า!
เจ้าต้องการช่วยเหลือทุกคน?
โลกนี้มิมีผู้ใดที่สามารถช่วยเหลือทุกคนได้!
ประชาชนเหล่านี้มิเคยต้องการให้เจ้ามาช่วยเหลือ!
ผู้ที่สามารถช่วยพวกเขาได้ มีเพียงตัวพวกเขาเองเท่านั้น!”
จ้าวอู่เจียงที่ขดตัวอยู่บนพื้นเริ่มมีไอดำที่ไหลออกมาจากร่างกายเริ่มจางลง เขาไอรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ สภาพผู้สูงในยามนี้ดูย่ำแย่นัก เขาพยายามจะลุกขึ้นยืน
คำตำหนิเหล่านั้น ปลุกเขาให้ตื่นอย่างแผ่วเบา
เทพปีศาจก้าวออกมาหนึ่งก้าว ออกจากผิวน้ำในสระ มายืนอยู่เบื้องหน้าเขา และมองลงมาจากที่สูง
“มิใช่การไปปกป้อง และยิ่งมิใช่การไปยื่นมือช่วยเหลือ แต่เป็นการร่วมเดินทางไปกับมวลชน
มาจากหมู่มวลชน กลับคืนสู่หมู่มวลชน…
นี่คือหนทางที่แท้จริงของมวลชน!”