ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1497 ข้ากลัวเพียงเขาจะจำข้ามิได้
บทที่ 1497 ข้ากลัวเพียงเขาจะจำข้ามิได้
“หลังประตูบานนี้ เจ้ามิอาจเข้าไปได้”
จิ้งจอกขาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงยั่วยวนที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ล้นเหลือ
“ข้าเป็นจิ้งจอกจากสุสานเซวียนหยวน เกิดมาพร้อมกับกลิ่นอายของที่แห่งนี้ วิญญาณของข้าสามารถเข้าออกประตูสุสานนี้ได้อย่างอิสระ
น้องสาว ทว่าเจ้ากลับทำมิได้ เพราะอย่างไรเสียเจ้าก็เป็นเผ่าพันธุ์ชิงชิว…
อย่างไรก็ตาม ข้าได้ก็บอกเจ้าแล้ว หากเจ้าเต็มใจที่จะแบ่งปันร่างกายของเจ้าให้กับข้า พวกเราสองพี่น้องก็จะสามารถก้าวเข้าไปในสุสานนี้ด้วยกัน แลเจ้าก็จะได้รับสิ่งที่เจ้าต้องการ”
หลินหลางส่ายหน้า วิญญาณและร่างกาย นางจะหลอมรวมกับเขา เพียงคนเดียวเท่านั้น
คนผู้นั้นก็คือจ้าวอู่เจียง
“น้องสาว เจ้าควรคิดให้ดี” จิ้งจอกขาวร่ายรำในม่านหมอกสีชมพู พลางลูบไล้เสื้อผ้าของหลินหลาง
“ร่างปีศาจของเจ้ามีข้อบกพร่องมิน้อย และหยกปีศาจก็มิใช่หยกปีศาจดั้งเดิมของเจ้าเอง
มันถูกทำลายแล้วสร้างใหม่ได้ แต่เจ้า หลังจากถูกทำลาย เจ้ามิอาจสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่อย่างสมบูรณ์ได้
ต้นกำเนิดของเจ้ามีบาดแผลมานานแล้ว แลบาดแผลก็มิใช่เล็กน้อย เจ้าถูกกำหนดให้มีชีวิตไม่ยืนยาว
หากเจ้ามิซ่อมแซมมันให้ทันเวลา ข้าเกรงว่าในมิช้าเจ้าก็จะต้องจากโลกนี้ไป
เจ้าจะยอมทิ้งผู้คนในโลกนี้หรือ?
มิสู้ฟังคำแนะนำของพี่สาวเจ้า มาแบ่งปันร่างกายกับข้า เช่นนั้นแล้วพี่สาวจะใช้วิญญาณช่วยยืดชีวิตให้เจ้า”
หลินหลางยังคงส่ายหน้า แล้วรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน
“รบกวนพี่สาวเปิดประตูให้ด้วย…”
จิ้งจอกขาวลอยวนรอบร่างอันงดงามของหลินหลาง ใบหน้าจิ้งจอกที่เรียวยาวและกลมมน ดวงตาสีฟ้าเหมือนพลอยไพลินจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของหลินหลาง
ในยามที่ทั้งสองสบตากัน จิ้งจอกขาวหัวเราะเบา ๆ ราวกับจะเยาะเย้ยเล็กน้อย ทว่ากลับแฝงด้วยความรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง
“หลินหลาง เจ้าต้องการเข้าสุสานนี้เพื่อเหตุอันใด?
ให้ข้าเดาสักหน่อย? อืม…
เรื่องอื่น ๆ ข้าอาจจะไม่ค่อยรู้นัก แต่มีจุดหนึ่งที่ข้ามิต้องสงสัยเลย เจ้าคงต้องการอาศัยวิญญาณร้างและพลังแห่งความตายที่สุสานเซวียนหยวนสะสมมานับหมื่นปี เพื่อกดข่มการสูญเสียพลังชีวิตของตนใช่หรือไม่?
เจ้าต้องการอยู่เคียงข้างชายใจร้ายคนนั้นนานขึ้นหรือ?
น้องสาว พี่สาวพูดถูกหรือไม่?”
หลินหลางยังคงมีรอยยิ้มบาง ๆ ทว่านัยน์ตาสั่นไหวเล็กน้อย
“ฮึ ๆ”
ร่างของจิ้งจอกขาวก่อตัวขึ้นจากหมอก นางยื่นอุ้งเท้าจิ้งจอกออกมา ใช้อุ้งเท้านุ่ม ๆ ลูบไล้ใบหน้างดงามของหลินหลางอย่างละเลียด ดวงตาเจ้าเล่ห์เต็มไปด้วยความปรารถนา ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเจ็บปวดบางอย่าง
“หยกปีศาจของเผ่าจิ้งจอก หากมิใช่การสละให้ด้วยความเต็มใจ เมื่อเจ้าเจอผู้ที่ต้องการจะแย่งชิงมัน ก็สามารถทำลายหยกปีศาจตนเองได้ ยอมแตกสลาย แต่มิยอมตกเป็นของผู้อื่น
เจ้ามอบหยกปีศาจให้ใครไป?
เขารู้หรือไม่ว่าหยกปีศาจสำคัญเพียงใด?
เจ้าบอกความจริงกับเขาหรือไม่?
หยกปีศาจดั้งเดิมเมื่อสละออกไปแล้ว สิ่งที่เรียกว่าหยกปีศาจใหม่ที่เกิดจากการทำลายเพื่อสร้างใหม่นั้น จะเสื่อมสลายอย่างรวดเร็ว
มันมิใช่หยกปีศาจใหม่ แต่เป็นเพียงยาต่ออายุ ที่บังคับให้มีชีวิตอยู่ต่อไปอีกระยะหนึ่งเท่านั้น
หากโชคดี อาจมิถึงกับดับสิ้น แต่เจ้าก็จะกลายเป็นร่างดั้งเดิม วิญญาณของเจ้าถูกขังอยู่ในร่างจิ้งจอก หลับใหลในโลกนี้
จนกระทั่งวิญญาณค่อย ๆ สลายไป…
เจ้ายังเหลือเวลาอีกนานเท่าใด น้องสาวที่รักของข้า…”
หลินหลางกะพริบดวงตาอันอบอุ่น
“อาจจะสี่ห้าวัน หรืออาจจะสิบสี่สิบห้าวัน”
จิ้งจอกขาวคลี่ยิ้ม แล้วจึงกล่าว
“ที่แท้ก็ป่วยหนักจนเกินเยียวยา ชีวิตคงอยู่ได้มินาน
แต่เจ้าอย่ากลัวไป พี่สาวสามารถช่วยเจ้าได้…”
เสียงของจิ้งจอกขาวยิ่งฟังยิ่งหวานเย้ายวน ชวนให้หลงใหล
“เพียงแค่เจ้ายอมแบ่งปันร่างกายกับพี่สาว พี่สาวจะเติมพลังให้กับหยกปีศาจที่กำลังจะเหือดแห้งของเจ้า มันจะช่วยยืดชีวิตให้เจ้า…
เจ้าจะสามารถอยู่เคียงข้างเขาได้ยาวนาน อยู่ด้วยกันจนสิ้นลมหายใจ…”
หลินหลางดวงตาพร่าเลือนไปชั่วขณะ ทว่าคิ้วของนางค่อย ๆ ขมวดเข้าหากันอย่างเฉียบคม นางยังคงมั่นคงอย่างที่สุด
“พี่สาว ไม่ต้องหรอก”
จิ้งจอกขาวชะงัก เสียงของนางดังขึ้นทันที
“ความรักที่ลึกซึ้ง มิอาจเทียบได้กับอยู่เคียงข้างกันอย่างยาวนาน เจ้ารักเขาอย่างลึกซึ้ง แลยังสามารถอยู่เคียงข้างเขาได้อีกนาน เหตุใดจึงมิยอมรับ?
เจ้ามิกลัวตายหรือ? ทำใจจากเขาได้อย่างนั้นหรือ?
นั่นคือคนที่เจ้ายอมสละชีวิตให้นะ!”
ม่านตาของหลินหลางค่อย ๆ แผ่ซ่านไปด้วยหมอกสีม่วง พลังปีศาจค่อย ๆ รวมตัวบนร่างของนาง นางยิ้มอย่างชดช้อย งดงามจนราวกับปีศาจเจ้าเล่ห์
“พี่สาวเจ้ารู้หรือไม่?
เมื่อเทียบกับความตาย ข้ากลัวว่าเขาจะจำข้ามิได้มากกว่า…
ตอนที่ข้ามอบหยกปีศาจให้เขา ข้าก็เคยคิดถึงผลลัพธ์เช่นนี้มาก่อน
ข้ารู้ดีกว่าใครว่าหยกปีศาจจะรอดหรือไม่ แลข้าจะยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขาได้อีกนานแค่ไหน
ข้ามิได้มาเพื่อยืดอายุขัยของตัวเอง
ข้า มาเพื่อช่วยเขา
รบกวนพี่สาว เปิดประตูด้วย!”
จิ้งจอกขาวสีหน้าแข็งทื่อ กล่าวด้วยเสียงโกรธเกรี้ยวว่า
“เจ้าช่วยเขาไปแล้วหนึ่งหน!”
มือขาวเรียวงามของหลินหลางค่อย ๆ ปรากฏโลหิตสีม่วงแดงแฝงประกายทอง นางยิ้มงดงามราวกับผกาบาน
“ไม่ว่าจะหนึ่งครั้ง สองครั้ง พันครั้ง หรือหมื่นครั้ง ข้าก็จะไปช่วยเขา”