ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 151 ทุกคนตกตะลึง
บทที่ 151 ทุกคนตกตะลึง
จุดสำคัญบนร่างกายของชายชรามีเข็มเงินปักลงไปครบทุกตำแหน่ง จ้าวอู่เจียงหรี่ตาลงเล็กน้อย
“ไม่ต้องถ่ายเทพลังให้เขาแล้ว…”
คนของหน่วยองครักษ์มังกรที่กำลังถ่ายทอดพลังลมปราณเข้าสู่ร่างกายของชายชราหยุดชะงักด้วยความสงสัยเล็กน้อย แต่ก็ยอมปล่อยมือออกมาแต่โดยดี ถึงอย่างนั้น ทุกคนก็ยังตื่นตัว เตรียมพร้อมหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
แต่เมื่อเขาผละมือออกมาแล้ว ชายชราก็ยังคงหายใจต่อไปได้อย่างมั่นคง องครักษ์มังกรผู้นั้นอดถอนหายใจด้วยความโล่งอกไม่ได้ ดวงตาที่จ้องมองจ้าวอู่เจียงเต็มไปด้วยความตกตะลึง
หน่วยองครักษ์มังกรคนอื่น ๆ ก็รู้สึกตกตะลึงสุดขีด พวกเขาไม่คิดเลยว่าคนผู้นี้จะสามารถทำให้ชายชรากลับมาหายใจได้อีกครั้งเพียงฝังเข็มเท่านั้น ในเวลาเดียวกันนี้ พวกเขาก็ต้องยอมรับในความแข็งแกร่งทางร่างกายของจ้าวอู่เจียงจริง ๆ
ต้องไม่ลืมว่าองครักษ์มังกรทุกคนมีขั้นพลังอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ หากเป็นผู้คนทั่วไปแค่พลังลมปราณของพวกเขาแค่คนเดียวก็ยากจะรับไหว แต่จ้าวอู่เจียงกลับสามารถรับการถ่ายเทพลังไปจากพวกเขาถึงสี่คนในเวลาเดียวกัน
จ้าวอู่เจียงสามารถทนรับได้โดยไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ
“เขาปลอดภัยแล้ว” ชายหนุ่มมีใบหน้าซีดขาวลงถนัดตา
“แต่พวกท่านต้องรีบไปนำยาสมุนไพรมาให้เร็ว ไปเอามาจากโรงหมอหลวงนั่นแหละ เดี๋ยวข้าจะบอกชื่อตัวยาให้ พวกท่านต้องจำให้ดี!”
“รับทราบ” กลุ่มองครักษ์มังกรมีสีหน้าเคร่งขรึม
“ลั่วฝูมู่*[1] เก๋อเกิน*[2] โท่วกู๋เฉ่า*[3] จิงจูฉ่าย เมล็ดสนหางสิงห์ ชาด*[4] ซวนเจ่าเหริน*[5]…” จ้าวอู่เจียงพูดชื่อสมุนไพรออกมาดัง ๆ
“โสมเหรินเซิน จิ่วเจี๋ยเฉ่า*[6] เสวี่ยเถิง*[7]…”
ทุกครั้งที่ชายหนุ่มเอ่ยชื่อสมุนไพรออกมา กลุ่มองครักษ์มังกรก็จะหัวใจกระตุกวูบ
ฮ่องเต้นั่งอยู่บนเก้าอี้ทางด้านข้าง สายตาจ้องมองไปยังใบหน้าที่ซีดขาวของจ้าวอู่เจียง
“เร็วเข้า! รีบไปเตรียมยามาเดี๋ยวนี้!” หลังจากบอกถึงตัวยาที่ต้องการเสร็จเรียบร้อย จ้าวอู่เจียงก็ค่อย ๆ ทรุดลงไปนั่งอยู่บนพื้น ท่าทางเหนื่อยล้า
เจี๋ยสือปากับเจี๋ยสือจิ่วไม่รอช้า รีบไปที่โรงหมอหลวงทันที
ในห้องเกิดความเงียบสงบอีกครั้ง จ้าวอู่เจียงหลับตาก้มหน้าลงใช้ความคิด แต่อันที่จริงนั้น เขากำลังพยายามซึมซับพลังลมปราณที่ตกค้างอยู่ในร่างกายต่างหาก
พลังลมปราณจากองครักษ์มังกรเหล่านี้มีค่าอย่างยิ่ง จ้าวอู่เจียงใช้พวกมันสำหรับการฝังเข็มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่พลังส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในร่างกายของเขา ชายหนุ่มจึงค่อย ๆ ใช้วิชาทองคำไร้พ่ายย่อยสลายพวกมันทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งในที่สุด พลังเหล่านั้นก็ถูกดูดซับกลายเป็นพลังลมปราณของเขาเอง
เมื่อฝึกฝนวิชาทองคำไร้พ่าย จ้าวอู่เจียงก็มั่นใจว่าร่างกายของตนเองสามารถรับพลังลมปราณเหล่านี้ได้แน่นอน แต่ด้วยความที่พลังลมปราณมาพร้อมกับแรงกดดันมหาศาล เลือดลมในร่างกายของเขาร้อนระอุ บัดนี้ ใบหน้าของจ้าวอู่เจียงจึงยังดูซีดเซียว
“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?” ฮ่องเต้หญิงเบิกตาโต ถามด้วยความเป็นกังวล
ชายหนุ่มสั่นศีรษะช้า ๆ ร่างกายกระตุกเล็กน้อย คล้ายกับว่ากำลังทรมานจากความเจ็บปวด
“ใต้เท้าจ้าว?” กลุ่มองครักษ์มังกรเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของอีกฝ่ายก็เกิดความตื่นตระหนกเล็กน้อย ดูท่าอาการของจ้าวอู่เจียงจะไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก
“ข้าไม่เป็นไร!” ชายหนุ่มหันหน้ากลับมาลืมตาตอบ ดวงตากลายเป็นสีแดงก่ำ ทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกตื่นกลัว เขาพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“พวกท่านรีบไปเตรียมอุปกรณ์สำหรับบดสมุนไพรและปรุงยาให้พร้อมเถอะ”
องครักษ์มังกรผู้หนึ่งรับคำและหมุนตัวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ฮ่องเต้หญิงมองจ้าวอู่เจียงด้วยความวิตกกังวลยิ่งกว่าเดิม นางคิดว่า จ้าวอู่เจียงใช้พลังในการรักษาชายชรามากเกินไป และเหตุผลที่อีกฝ่ายทำเช่นนี้… ก็เพราะต้องการจะช่วยเหลือนางนั่นเอง
เรื่องนี้เกี่ยวพันกับการสิ้นพระชนม์ของฮ่องเต้องค์ก่อน จ้าวอู่เจียงพยายามจะต่อสู้เพื่อค้นหาความจริงให้กับนาง สายตาที่นางมองจ้าวอู่เจียงจึงอดเกิดความสั่นไหวขึ้นมาไม่ได้ ฮ่องเต้หญิงถึงกับมีน้ำตาคลออยู่เต็มสองเบ้าตา
ไม่นานหลังจากนั้น สมุนไพรทั้งหมดที่ต้องการก็มาถึง กลุ่มองครักษ์มังกรเริ่มทำการบดสมุนไพรและปรุงยาตามคำแนะนำของจ้าวอู่เจียง
ใบหน้าที่ซีดเซียวของชายหนุ่มค่อย ๆ กลับมามีสีเลือดฝาดอย่างเชื่องช้า และคอยหมุนวนฝ่ามือในท่วงท่าแปลกประหลาดเพื่อควบคุมเข็มเงินบนร่างชายชราจากระยะไกล
เข็มเงินเหล่านั้นจะถูกดึงออกจากร่างของชายชราและฝังลงไปในตำแหน่งใหม่อย่างต่อเนื่อง เมื่อมีการเปลี่ยนตำแหน่งฝังเข็ม ใบหน้าที่เคยซีดขาวราวกับกระดาษของชายชราก็เริ่มกลายเป็นสีชมพูขึ้นมาอย่างแช่มช้า
สวนทางกับใบหน้าของจ้าวอู่เจียงที่ค่อย ๆ ขาวซีดอย่างเชื่องช้าอีกครั้ง
ครึ่งชั่วยามให้หลัง ชายชราก็มีใบหน้าเป็นสีชมพูเปล่งปลั่งดูสุขภาพดี จากนั้นก็ได้ยินเสียงดัง “เฮือก” เป็นชายชราที่กระอักเลือดสีดำออกมาจากปากคำใหญ่
“พลังตกค้างที่ทำลายหัวใจถูกขับออกมาแล้ว รีบนำยาให้เขากินเร็วเข้า!” จ้าวอู่เจียงก้มหน้าลง พูดเสียงแผ่วเบา
“ขอพวกท่านสองคนช่วยเพิ่มพลังลมปราณให้กับข้าด้วย!”
“ใต้เท้าจ้าว…” เจี๋ยสือปากับเจี๋ยสือจิ่วเริ่มต้นถ่ายเทพลังลมปราณใส่ร่างกายของจ้าวอู่เจียงอีกครั้ง พวกเขารีบปรับระดับความหนาแน่นของพลังตนเอง เพื่อไม่ให้ทำร้ายร่างกายของอีกฝ่ายมากเกินไป
ส่วนองครักษ์มังกรคนอื่น ๆ ก็ช่วยกันกรอกยาสมุนไพรใส่ปากชายชราและรอคอยคำสั่งจากจ้าวอู่เจียง
ชายหนุ่มยกมือขึ้นสะบัดหมุนวน เข็มเงินที่ฝังอยู่บนร่างชายชราเกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่ความสั่นไหวจะทวีความรุนแรงมากขึ้น พร้อมกับเข็มเงินเหล่านั้นจะถูกดึงกลับขึ้นมาจากร่างของชายชราทีละเข็ม… ทีละเข็ม…
วูบ วูบ…
เมื่อจ้าวอู่เจียงดึงเข็มกลับออกมาจากร่างชายชราหมดสิ้น เขาก็ดูเหมือนจะหมดแรงเช่นกัน ชายหนุ่มเซถอยหลัง เข็มเงินยังคงลอยอยู่ในอากาศ
“เขาปลอดภัยแล้ว แต่การรับพลังลมปราณอย่างต่อเนื่องกัดกร่อนร่างกายมากเกินไป ทำให้ต้องใช้เวลาอีกสักระยะกว่าที่จะฟื้นสติกลับคืนมา…” จ้าวอู่เจียงมีใบหน้าซีดขาวปราศจากสีเลือด ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า
“พวกท่านคอยเฝ้าดูเขาให้ดี อย่าให้มีผู้ใดเข้าใกล้เป็นอันขาด แล้วก็โปรดป้อนยาเขาให้ตรงเวลาด้วย”
“รับทราบขอรับ!” กลุ่มองครักษ์มังกรรับคำสั่งด้วยความเคารพ พวกเขาตรวจสอบสภาพร่างกายของชายชราแล้ว พบว่าชายชราพ้นขีดอันตรายแล้วจริง ๆ และร่างกายกำลังอยู่ในภาวะฟื้นตัว
สายตาที่มองจ้าวอู่เจียงเต็มไปด้วยความเคารพเทิดทูน ก่อนหน้านี้พวกเขาต้องแสดงความเคารพอีกฝ่ายเพราะเป็นคนสนิทของฮ่องเต้ แต่บัดนี้ พวกเขาล้วนเคารพจ้าวอู่เจียงจากใจจริง
ความตกตะลึงในหัวใจของพวกเขายิ่งเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง…
[1] ลั่วฝูมู่ (萝芙木) หรือ ระย่อมใหญ่ มีสรรพคุณลดความดันโลหิต บำรุงหัวใจ แก้ไข้ แก้อาการหนาวสั่น
[2] เก๋อเกิน (葛根) มีสรรพคุณ ลดอาการปวดต้นคอ ลดความดัน ช่วยขยายหลอดเลือด ดับกระหาย แก้ท้องเสีย ลดไขมัน ลดเบาหวาน แก้ไข้ ช่วยให้ความจำดีเป็นต้น
[3] โท่วกู๋เฉ่า (透骨草) มีสรรพคุณรักษาบาดแผล และรอยฟกช้ำ
[4] ชาด (朱砂) หรือ แร่ซินนาบาร์ มีสรรพคุณสงบประสาทและล้างพิษ
[5] ซวนเจ่าเหริน (酸枣仁) มีสรรพคุณบำรุงหัวใจและตับ สงบประสาทและระงับเหงื่อ
[6] จิ่วเจี๋ยเฉ่า (九结草) มีสรรพคุณขับเหงื่อ ล้างพิษ ขับหนอง
[7] เสวี่ยเถิง (血藤) มีสรรพคุณรักษาแผลเรื้อรัง แก้โรคผิวหนัง ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย