ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1532 สถานการณ์สิ้นหวัง
บทที่ 1532 สถานการณ์สิ้นหวัง
ชายชราผู้ครอบครองม่านตาซ้อนพยายามใช้วิชาเวทมนตร์อันลึกลับ ทว่ามิอาจเอาชนะเทพมรรคาอันไม่สมบูณ์ที่อยู่ตรงหน้าได้
ในเวลาเดียวกัน หลังจากที่ปีศาจในใจของจ้าวอู่เจียงตรวจสอบสภาพของจ้าวอู่เจียงที่ภูเขากุยหลายด้วยวรยุทธ์อันสูงส่ง มันก็กวาดล้างสนามรบทั้งหมดในทันที กดดันให้ชายชราม่านตาซ้อนต้องถอยร่นไปเรื่อย ๆ
“ตาเฒ่าสาม ยอมแพ้เสียเถิด” ปีศาจในใจหัวเราะเยาะ
“พวกเจ้าหมดหนทางแล้ว ยามนี้มิมีใครช่วยพวกเจ้าได้”
“หากเจ้ายอมสวามิภักดิ์ ข้าจะเหลือที่สะอาดบริสุทธิ์ไว้ให้สำนักเติมฟ้าสักแห่งหนึ่ง แต่ถ้ายังดิ้นรนต่อไป ข้าจะสังหารทุกคนให้มิเหลือ แม้แต่ผู้เดียว”
ชายชราม่านตาซ้อนยังคงยิ้มอย่างเมตตา
“เจ้าเด็กน้อยเอ๋ย เจ้าร่วมมือกับเทพมรรคาที่ต้องการทำลายล้างสรรพชีวิต สุดท้ายเจ้าก็ต้องกลายเป็นเพียงเครื่องมือของเขา จำเป็นด้วยหรือ
บัดนี้ มันเพียงแค่อาศัยพลังของเจ้า เพื่อความสะดวกในการทำลายล้างสรรพชีวิตเท่านั้น”
“ฮึ!” ปีศาจในใจมองไปทางจ้าวอู่เจียงอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ แล้วหัวเราะเยาะ
“เจ้าจะเป็นเช่นนั้นหรือ?”
เทพมรรคาไร้ซึ่งสีหน้า
“จับวิญญาณของเด็ก”
“ข้าจะอยู่ร่วมกับเจ้า” ปีศาจในใจตอบกลับชายชราม่านตาซ้อน
“ท่านลุงสามมิต้องกังวล บัดนี้ข้ากับมันเป็นหนึ่งเดียวกัน ข้าคือเทพมรรคาผู้สูงส่ง”
ชายชราม่านตาซ้อนมองเห็นความโลภในปีศาจในใจของจ้าวอู่เจียง เห็นได้ชัดว่าปีศาจในใจนั้นหมายปองเทพมรรคาอันไม่สมบูรณ์มานานแล้ว
บัดนี้ทั้งเทพมรรคาที่อาศัยพลังของปีศาจในใจจ้าวอู่เจียงเพื่อกำจัดทุกคน และปีศาจในใจของจ้าวอู่เจียงที่อาศัยมือของเทพมรรคาอันไม่สมบูรณ์เพื่อกำจัดทุกคน ฟื้นคืนชีพจิ้งเอ๋อร์ และเพิ่มพูนพลังของตน
สุดท้ายก็เพื่อจะกลืนกินเทพมรรคา
ชายชราม่านตาซ้อนถอนหายใจ มองดูเทพมรรคาและปีศาจในใจที่จ้องมองอย่างหิวกระหาย แล้วหันไปมองผู้แข็งแกร่งระดับจอมจักรพรรดิที่กำลังรบราอยู่อีกด้าน สถานการณ์ในยามนี้ไม่เป็นผลดีกับพวกเขา
เหยาจ้งหัวยกมือขึ้น ข้ามระยะทางหลายล้านลี้ มือของเขาคว้ายาลูกกลอนจากเตาไฟที่ลุกโชนอยู่ในอารามอู๋เหวยในราชวงศ์เซียนต้าโจวแล้วกลืนเข้าไป
ความกดดันของผู้เป็นจักรพรรดิและหัวหน้าตระกูลใหญ่แผ่ซ่านออกมาในพริบตา
เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเทพมรรคา
“วันนี้ต่อให้อู่เจียงมิได้ตื่นขึ้นมาอีก องค์จักรพรรดิก็จะให้พวกเจ้าฝังร่างอยู่ที่นี่!”
“ขั้นสูงสุด?” ปีศาจในใจชะงัก ก่อนจะยิ้มอย่างชั่วร้ายพลางชำเลืองมองเทพมรรคา
“เจ้าตกอยู่ในอันตรายแล้ว”
“แค่ขั้นสูงสุดที่ยังมิได้เข้าถึงมรรคาเสียด้วยซ้ำ กลับอาจหาญพูดว่าจะให้ข้าฝังร่างอยู่ที่นี่?” ดวงตาของเทพมรรคาดูเย็นเยียบ
“ข้าประทานชีวิตให้พวกเจ้า วันนี้ข้าก็จะเรียกพลังชีวิตทั้งหมดกลับคืนมา!”
สภาพแวดล้อมรอบด้านเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยพลัน มิเพียงแต่พลังวิเศษในสวรรค์และพิภพที่หายไปจนหมดสิ้น แม้แต่อากาศที่ใช้หายใจก็ราวกับว่ามันกำลังถูกดูดออกไปอย่างรวดเร็ว
ทว่าในชั่วขณะถัดมา เทพมรรคาอันไม่สมบูรณ์ลอยขึ้นกลางอากาศ ชายชุดดำที่ดูราวกับปีศาจเทพเจ้ายืนอยู่เบื้องหน้า
ในเวลาเดียวกัน ชายชราม่านตาซ้อนถอนหายใจพลางกล่าวว่า
“บัดนี้ผู้ไร้ขอบเขตตื่นขึ้นมาแล้ว มิจำเป็นต้องให้ผู้เฒ่าเยี่ยงข้าลงมือหรอก”
จ้าวอู่เจียงทั้งสามคนยืนอยู่ด้วยกันปรากฏตัวขึ้น ดึงดูดสายตาของทุกคนที่กำลังต่อสู้กันอยู่
หนึ่งคือร่างที่แปลงมาจากเทพมรรคา
หนึ่งคือปีศาจในใจ
และอีกหนึ่งคือตัวจ้าวอู่เจียงเอง
ความเยือกเย็น ความพิกลพิการ แลพลังปีศาจที่เอ่อท้น
เทพมรรคาอันไม่สมบูรณ์จ้องมองจ้าวอู่เจียงตรงหน้าอย่างมิอยากจะเชื่อ
มันหวาดกลัวจ้าวอู่เจียงมาตลอด หากจะเปรียบความหวาดกลัวที่มีต่อจ้าวอู่เจียงกับร่างมนุษย์ธรรมดา ก็คือความหวาดกลัวที่ฝังลึกถึงกระดูกและวิญญาณ
มันจำได้เพียงว่าเหตุใดตนถึงได้ลงมายังโลกนี้ เพราะเทพมรรคาเองก็หวาดกลัวกลิ่นอายของอีกคนที่ติดตัวจ้าวอู่เจียงมา
ผู้นั้นมาจากดาวดวงเดียวกับจ้าวอู่เจียงมาจากอนาคต ทว่าเขากลับปรากฏอยู่ทุกหนแห่ง ข้ามผ่านทุกห้วงเวลาและมิติ ยิ่งไปกว่านั้นยังแย่งชิงสิ่งสำคัญยิ่งยวดของเทพมรรคาไป
เทพมรรคาเกรงว่าจ้าวอู่เจียงจะเติบโตขึ้นเป็นผู้นั้น จึงตัดสินใจสังหารจ้าวอู่เจียงเสียก่อน เช่นนั้นแล้วมันจึงตามมาที่ดวงดาวนี้พร้อมกับจ้าวอู่เจียง
ในยุคโบราณกาล มันเคยเอาชนะจ้าวอู่เจียงมาด้วยมือเดียว ทว่าตลอดมามันยังคงรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของจ้าวอู่เจียงที่หลงเหลืออยู่ในโลก ดังนั้นมันจึงเอาแต่ซ่อนตัวหลบ จนกระทั่งมันรู้สึกว่ากลิ่นอายของจ้าวอู่เจียงหายไปอย่างสิ้นเชิง ถึงกล้าปล่อยวิชาออกมาอย่างไม่ยั้ง และตัดสินใจชำระล้างโลกมนุษย์
แต่มันมิได้คิดเลยว่า จ้าวอู่เจียงจะปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง และยังแข็งแกร่งกว่าเดิมมากนัก
บนร่างของจ้าวอู่เจียง มันมองเห็นพลังของสรรพชีวิตทั้งหมดบนดวงดาวดวงนี้ กว้างใหญ่ดั่งห้วงเหว เพียงพอที่จะกลืนกินมันได้ทั้งหมด