ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1559 คู่ต่อสู้ที่มีฝีมือไม่ธรรมดา
บทที่ 1559 คู่ต่อสู้ที่มีฝีมือไม่ธรรมดา
รอบด้านมืดสนิท แม้ยื่นมือออกไปก็แทบมองเห็นเพียงเค้าโครงมือของตัวเองเท่านั้น
จ้าวอู่เจียงและโม่หรานหร่านเดินอยู่ในพื้นที่มืดนอกประตูห้อง มุ่งหน้าไปยังจุดที่มีแสงสว่าง
จ้าวอู่เจียงคาดเดาว่า นี่คงเป็นพื้นที่พิเศษภายในหอคอยโบราณแห่งนี้ ที่ใช้ปกป้องผู้ที่อาศัยอยู่ในหอคอย และในระดับหนึ่งยังทำหน้าที่สอดส่องและกักขังได้ด้วย
หากไม่ใช่เพราะโม่หรานหร่านนำทาง เขาคงเดินวนเวียนในความมืดราวกับแมลงวันไร้หัวเป็นแน่
“ของที่นายส่งมา เก็บรักษาไว้ดีมาก ฉันได้รับการตอบกลับตั้งแต่เช้าแล้ว” โม่หรานหร่านเอ่ยขึ้นในความมืด
“นายเป็นหุ้นส่วนที่คู่ควรแก่การร่วมงานในระยะยาว”
ดูเหมือนว่าเบื้องหลังโม่หรานหร่านจะมีคนอื่นอีก แต่ไม่รู้ว่าเป็นผู้บริหารระดับสูงของตระกูลโม่ หรือเป็นคนนอกตระกูล..
หน้ากากอิเล็กทรอนิกส์ของจ้าวอู่เจียงดูสะดุดตามากในความมืด เขายิ้มออกมาภายใต้หน้ากาก เรื่องนี้ยิ่งทำให้เขาสงสัย แต่ตอนนี้เขายังคิดไม่ออกว่าจะถามเรื่องเบื้องหลังของหัวใจดวงนั้นอย่างไรดี
“อ้อใช่ เมื่อคืนนายหลับสบายดีใช่ไหม” โม่หรานหร่านถามอีก เธอเกลี่ยผมอย่างสวยงาม และน้ำเสียงอ่อนโยนขึ้น
จ้าวอู่เจียงตอบเรียบ ๆ
“อืม ดีมาก”
“เมื่อคืนฉันยุ่งกับงานวันเกิดของเสี่ยวหลี จนลืมสั่งให้คนรับใช้เอาค่าตอบแทนมาให้นาย พอดีเลย วันนี้หลังจากได้รับการตอบกลับ ฉันได้ขอค่าตอบแทนเพิ่มให้นายอีก เดี๋ยวจะเอาให้พร้อมกันนะ”
โม่หรานหร่านยิ้มสดใส จู่ ๆ ร่างของเธอก็เอียงไปด้านข้าง แล้วจะล้มลงพื้น
‘โอ๊ย!’
จ้าวอู่เจียงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เข้าไปคว้าเอวของโม่หรานหร่านเอาไว้เพื่อพยุงเธอให้ทรงตัว
“เป็นอะไรไป?”
“ฉันแค่พลั้งไปสะดุดเท้าตัวเองนิดหน่อย” โม่หรานหร่านตอบโดยไม่มองใบหน้าของจ้าวอู่เจียง ดูเหมือนว่าการที่ถูกเขาโอบเอวไว้จะทำให้เธอรู้สึกเขินอาย
‘จิ้งจอกพันปีกำลังแสดงโปเยโปโลเยอยู่หรือ?’
“ไหน ฉันขอดูหน่อย…” จ้าวอู่เจียงยื่นมือไปสัมผัสเท้างามใต้กระโปรงดำของโม่หรานหร่าน
เมื่อสัมผัสถึงข้อเท้า เขาก็กดเบา ๆ
“เจ็บ…” โม่หรานหร่านขมวดคิ้วร้องออกมา
ในฐานะที่จ้าวอู่เจียงเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เขาสัมผัสได้ทันทีว่าโม่หรานหร่านไม่ได้พลั้งเท้าจริง ทั้งหมดนี้เป็นการแสดงของเธอ
เขาจึงต้องแสดงตามบทละครของโม่หรานหร่าน น้ำเสียงแฝงการตำหนิ และความห่วงใยที่แทบสังเกตไม่เห็น
“ฉันไม่ควรกดแรงแบบนั้น ฉันทำให้เธอเจ็บซะแล้ว”
“ต้องรีบทายาแล้วล่ะ” เขาโอบร่างเธอขึ้นอุ้มแบบเจ้าหญิงทันที โม่หรานหร่านร้องอุทานเบา ๆ กระนั้นก็ไม่ได้ขัดขืนใด ๆ แต่กลับซุกหน้าด้วยความเขินอาย พลางส่งเสียงตอบรับเบา ๆ
ในความมืด ใต้หน้ากาก จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้วคมเข้มหากัน
การกระทำของโม่หรานหร่านวันนี้ ยิ่งยืนยันข้อสงสัยในใจเขา นั่นคือตัวตนของจ้าวเจียงที่เขาปลอมตัวมานั้นไม่ธรรมดาเลย
เหตุผลแรกก็คือ โม่หรานหร่านและจ้าวเจียงน่าจะมีความสัมพันธ์ร่วมมือกันมาก่อนที่จะรู้จักกับหม่าซูเยี่ยนเสียอีก
เหตุใดจ้าวเจียงที่ดูธรรมดาสามัญ หรือแม้แต่เป็นนักล่าเงินรางวัลที่ผู้คนรังเกียจ ถึงได้ร่วมมือกับโม่หรานหร่าน ผู้เป็นคุณหนูตระกูลโม่
เหตุผลประการที่สอง การกระทำของโม่หรานหร่านวันนี้ ชัดเจนว่าเธอมีใจให้จ้าวเจียง
แต่โม่หรานหร่านนั้นหน้าตางดงาม ทั้งยังมีฐานะไม่ต่ำต้อย ในดาวโม่คงมีคนมากมายที่จับจ้องเธอ แล้วเหตุใดเธอถึงได้จับจ้องจ้าวเจียงเพียงผู้เดียว
เธอต้องการใช้ตัวเองผูกมัดจ้าวเจียงอย่างนั้นหรือ?
แล้วจ้าวเจียงมีอะไรที่คู่ควรให้เธอต้องสละตัวเองเพื่อผูกมัดเขาล่ะ?
ด้วยเหตุสองประการนี้ ทำให้จ้าวอู่เจียงยิ่งมั่นใจว่า จ้าวเจียงไม่ใช่แค่นักล่าเงินรางวัลธรรมดาอย่างที่เห็นภายนอกแน่นอน เป็นไปได้มากว่าเขามีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่
ทั้งสองต่างรู้กันในใจ บรรยากาศคลุมเครือ ขณะเดินออกจากทางออก จ้าวอู่เจียงก็ถามเธอว่าที่ใดเหมาะสำหรับทายา
ดวงตางามของโม่หรานหร่านเหลือบมอง ใบหน้างดงามประดับด้วยความเจ็บปวดเล็กน้อย
“ไปที่ห้องจัดเลี้ยงกันเถอะ ยังมีเรื่องที่ต้องจัดการกับพวกเขาให้เรียบร้อย เสียเวลาต่อไปไม่ได้แล้ว…”
จ้าวอู่เจียงอุ้มโม่หรานหร่านเดินมุ่งหน้าไปยังห้องจัดเลี้ยง ระหว่างทางเขาลอบมองใบหน้างามของโม่หรานหร่านเป็นระยะ
การวางตัวของเขาพอเหมาะพอดี ทั้งรู้สึกอยากมอง แต่ก็รู้สึกว่าไม่ควรมอง สองความรู้สึกผสมปนเปกันจนกลายเป็นความลำบากใจ
โม่หรานหร่านยังคงแสดงท่าทางเขินอายเล็กน้อย แต่ในใจกลับรู้สึกภาคภูมิใจอย่างมาก
ขั้นตอนแรกในการพิชิตคนรักของเพื่อนสนิทของเธอ ถือว่าสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี!
ในขั้นตอนแรกเธอได้ทดสอบจนรู้ว่าจ้าวเจียงคนนี้ไม่ใช่ผู้ชายที่รักเดียวใจเดียว กินข้าวในชามยังเหลือบมองหม้อ สำหรับเธอแล้วนี่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี
เพราะมันยิ่งเพิ่มความมั่นใจในแผนการที่จะพิชิตจ้าวเจียงให้ตกอยู่ในเงื้อมมือของเธอ