ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1608 สิ่งที่เหลือรอดจากยุคโบราณ
บทที่ 1608 สิ่งที่เหลือรอดจากยุคโบราณ
หยวนเหลยแสดงสีหน้าดุร้าย ตะโกนด้วยความโกรธ พยายามใช้พลังจิตสั่นสะเทือนร่างปริศนา
ทว่าหมวกคลุมของร่างปริศนากลับขยับเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ราวกับถูกสายลมราตรีพัดผ่านเบา ๆ
“หน้าตาของข้า เจ้าผู้วิวัฒนาการผู้หยิ่งผยองกล้าจะแอบมองอย่างนั้นหรือ?” ร่างปริศนาก้าวเข้ามา ร่างกายเคลื่อนไหวดั่งมังกร
‘แกนั่นแหละที่หยิ่งผยอง’ หยวนเหลยรู้สึกหวั่นใจ ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องจะช่วยเมิ่งหลินหรือไม่แล้ว แต่เป็นเรื่องที่ว่าตนเองจะหนีรอดหรือไม่ต่างหาก
ร่างปริศนาที่มีพลังแข็งแกร่งอย่างน่าสะพรึงกลัวผู้นี้คงเป็นผู้บำเพ็ญโบราณอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ถึงอย่างนั้นหยวนเหลยก็รู้สึกสงสัย เขาไม่เข้าใจว่าทำไมผู้บำเพ็ญโบราณที่แข็งแกร่งขนาดนี้ถึงพบเห็นได้นอาณาเขตพันดารา หากคิดตามสัดส่วนประชากรแล้ว ผู้วิวัฒนาการและผู้ใช้กลไกครองสัดส่วนเกือบเก้าส่วน ส่วนผู้บำเพ็ญโบราณไม่ถึงหนึ่งส่วนด้วยซ้ำ
หยวนเหลยหันตัวแล้ววิ่งหนี ตัดสินใจแล้วว่า น้ำขุ่นนี้จะลุยได้หรือไม่? ได้ แต่ไม่ควรเอาชีวิตเข้าแลก ต้องวางแผนระยะยาว
“วาจาสิทธิ์ ข้าสั่งให้เจ้าหยุด!” ร่างปริศนาเข้าใกล้พลางพูดด้วยน้ำเสียงดูแคลน
หยวนเหลยชะงักกึกทันที ร่างกายของเขาก็พลันขยับไม่ได้ เขาตะโกนด้วยความโกรธ ใช้พลังจิตสลัดพันธนาการ วิ่งหนีอย่างรวดเร็วโดยไม่เหลียวหลัง
ร่างปริศนาส่ายหน้า เขารำพึงว่าพลังวาจาสิทธิ์และมังกรล่องลอยถูกลดทอนลงอย่างน่าเวทนา หากไม่มีกฎเกณฑ์จำกัด เขาเพียงคนเดียวก็สามารถสังหารดาวเสี่ยวชางทั้งดวงได้ เช่นนั้นแล้วเรื่องนี้ก็คงจบไปนานแล้ว
“มังกรล่องลอย!” เขาฟาดฝ่ามืออีกครั้ง พุ่งตรงไปที่หัวใจด้านหลังของหยวนเหลย ฝ่ามือนี้หยวนเหลยไม่มีทางหลบไม่พ้น อย่างน้อยก็ต้องบาดเจ็บสาหัส
แรงมังกรล่องลอยพุ่งทะยานดันสายลมราตรีออกจนหมดสิ้น พุ่งไปถึงแผ่นหลังของหยวนเหลยในพริบตา แต่การบาดเจ็บสาหัสที่ร่างปริศนาคาดการณ์ไว้กลับไม่เกิดขึ้น หยวนเหลยยังคงมีชีวิตชีวาด่าทอพลางวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต
ณ จุดที่เงาร่างของหยวนเหลยเพิ่งปรากฏเมื่อครู่ บัดนี้มีบุรุษในเสื้อคลุมดำสนิทสวมหน้ากากอิเล็กทรอนิกส์ยืนอยู่
บุรุษผู้นั้นมีบุคลิกชั่วร้าย เส้นผมดำสนิทแซมด้วยสีเงินและสีม่วงแดง เขาล้วงมือทั้งสองข้างในกระเป๋าเสื้อ ท่าทางสบาย ๆ ราวกับไม่มีผู้ใดที่อยู่ ณ ที่นี้จะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้
จากนั้นบุรุษผู้นั้นยกมือคว้าไปบนท้องฟ้ายามราตรี ราวกับดวงดาวทั้งหมดสั่นไหวในชั่วขณะนั้น ไม่รู้ว่าเขาคว้าอะไรมา บางทีอาจเป็นแสงดาว แล้วเขาก็ชูนิ้วขึ้นทำท่าดุจกระบี่ ฟันเข้าใส่ชายปริศนา ปราณกระบี่ดุจห้วงลึก
“ฮึ เลียนแบบอย่างต่ำช้า ปราณกระบี่ที่ยับเยินสิ้นดี!” ชายปริศนาเอามือไพล่หลังข้างหนึ่ง แล้วตบฝ่ามือใส่บุรุษที่ปรากฏกายขึ้นอย่างฉับพลัน
เขารู้จักบุรุษผู้นี้ดี มันก็แค่จ้าวเจียงนักล่าเงินรางวัล ผู้วิวัฒนาการที่ใช้วิชาเทียนกังถงจื่อเป็นจุดขาย เลียนแบบผู้บำเพ็ญโบราณ
ทันทีที่เสียงพูดจบลง ปราณกระบี่ก็ทะลุผ่านไหล่ของเขา แขนขวาทั้งท่อนร่วงหล่นลงมา รอยตัดที่ไหล่เรียบเนียนดุจกระจก แม้แต่โลหิตก็ยังไม่ทันตั้งตัว ลืมที่จะพุ่งกระเซ็น
จ้าวอู่เจียงโค้งนิ้วชี้ที่ถือกระบี่ ปราณกระบี่พาดผ่านรัตติกาลอีกครั้ง
คราวนี้ความดูแคลนและเยาะหยันของชายปริศนาก็พลันเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัว มือซ้ายของเขากดแน่นลงบนบาดแผลที่ไหล่ขวาซึ่งในที่สุดก็มีโลหิตไหลริน
เขารีบหลบหนีอย่างร้อนรน ตวาดด้วยความโกรธว่า
“เจ้าไม่ใช่จ้าวเจียง เจ้าเป็นผู้ใดกัน?! กระบี่ที่สามารถทะลวงดวงดาวได้เช่นนี้ ไม่มีทางที่จ้าวเจียงจะฟันออกมาได้!”
จ้าวอู่เจียงก้าวออกไปก้าวหนึ่ง เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่กำลังจะตาย เขามอบความปรานีอันยิ่งใหญ่ที่สุด นั่นคือการแนะนำตัวในสถานการณ์ที่ไม่สำคัญเช่นนี้
“จ้าวอู่เจียง”
“จ้าวอู่เจียง? ฮึ ๆ ไอ้หนูจ้าวเจียง เจ้ากำลังหยอกล้อข้าเล่นใช่หรือไม่?” ชายปริศนาทำท่าร่ายอาคมด้วยมือเดียว เหมือนว่าเขากำลังจะใช้วิชาเคล็ดวิชาที่เก็บไว้ใช้ยามคับขัน วิชานี้เป็นวิชาชั้นสูงที่สืบทอดมาจากเหล่าเทพในยุคโบราณ
ทว่าในวินาถัดมา สายลมราตรีพัดผ่านมือที่กำลังร่ายคาถาของเขา นิ้วทั้งห้าของเขาร่วงหล่นราวกับท่อนไม้ที่ถูกตัดขาด แล้วดิ่งลงสู่ท้องฟ้ายามราตรี
“อ๊าก!” ชายปริศนาร้องลั่นด้วยความตกใจและหวาดกลัวสุดขีด
“พวกเจ้าได้รับคำสั่งจากผู้ใด?”
จ้าวอู่เจียงปรากฏตัวจนถึงตอนนี้ เพียงแค่ช่วงหายใจเดียวเท่านั้น เขาไม่มีคำพูดเหลือเฟือใด ๆ มากนัก เพราะเขายังต้องรีบไปช่วยเหลือเด็กหญิงเมิ่งหลิน ผู้ซึ่งวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์กำลังสิงสถิตอยู่
“ฮึ เจ้าต้องการอะไรจากข้า…” ชายปริศนาแสดงท่าทีดูแคลนและหยิ่งผยอง เดิมทีเขาต้องการข่มขู่จ้าวอู่เจียงเพื่อไม่ให้กล้าสังหารตน แต่พอเขาเอ่ยปากพูด ปราณกระบี่ก็ทะลวงเข้าที่กลางหน้าผากและหัวใจของเขาเสียแล้ว
จ้าวอู่เจียงเฉียดผ่านร่างเขาไป พุ่งตรงไปยังยานบินขนาดเล็กที่กำลังจะหายลับไปจากสายตา
“เจ้า…” ในวาระสุดท้ายของชายปริศนา นัยน์ตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อ เขายังพูดคำขู่ไม่ทันจบก็ร่วงลงจากท้องฟ้ายามราตรี
ปัง! ร่างตกลงบนยานพาหนะที่จอดอยู่ในตรอกเล็ก ๆ ข้างถนนด้วย เละเทะไปทั้งร่าง
เสียงมันแหลมและเร่งรีบของสัญญาณเตือนภัยของรถดังขึ้นทันที