ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1612 จับกุมและฆ่าจ้าวอู่เจียง
บทที่ 1612 จับกุมและฆ่าจ้าวอู่เจียง
อวี้เถิงหลงนั่งงอตัว ริมฝีปากสั่นระริก เลือดไหลออกมาไม่หยุด เขาไม่คิดว่าพ่อจะส่งคนไปลงมือกับสถานสงเคราะห์เทียนคงชิงหลางเพื่อเขา
แต่เขายังคิดจะใช้กระแสพลังไปลักพาตัวน้องสาว คิดจะลงมือกับน้องสาวของตัวเอง
ยิ่งไปกว่านั้นเขาคิดว่าพ่อไม่รู้เรื่องนี้ แต่แท้จริงแล้วพ่อกลับรู้ทุกอย่าง
เขาน่าจะคิดได้แต่แรก ด้วยตำแหน่งและความสามารถที่เหนือกว่าสามัญชนของพ่อ ไม่มีอะไรที่เขาทำไม่ได้
หลังจากรู้ว่าตนเองมีหัวใจที่ต่ออายุได้ อวี้เถิงหลงก็รู้สึกสงบลง ไม่ฉุนเฉียวเหมือนก่อนหน้านี้ ได้แต่นิ่งเงียบรับฟังคำดุด่าของพ่อ
เขาคิดว่าการดุด่าของพ่อกำลังจะจบลง ทว่าพอเห็นพ่อเปิดอุปกรณ์สื่อสารที่ข้อมือ เหมือนจะได้รับข่าวหนึ่ง หลังอ่านมัน ใบหน้าอันสง่างามที่ค่อย ๆ ผ่อนคลายลงก็พลันเปลี่ยนเป็นคมกริบ ก่อนจะเหลือบมองเขา
“ผู้วิวัฒนาการขั้นหกสมบูรณ์แบบคนหนึ่ง อีกก้าวเดียวก็จะถึงขั้นเจ็ด เป็นผู้วิวัฒนาการและผู้บำเพ็ญโบราณที่มีพลังระดับสุดยอดจอมจักรพรรดิอีกคนหนึ่ง เพราะแก… ต้องการพาเมิ่งหลินกลับมา…
พวกเขาถึงได้ตายหมดแล้ว!”
อวี้เถิงหลงตกใจสุดขีด ‘เป็นไปได้อย่างไร? ผู้แข็งแกร่งทั้งสองคนแค่ไปที่ดาวเสี่ยวชางเพื่อพาเด็กหญิงคนหนึ่งกลับมา แล้วทำไมพวกวเขาถึงตายที่นั่นได้กัน สำนักงานรักษาความสงบส่งคนมาจัดการเหรอ หรือว่าระบบป้องกันของดาวเสี่ยวชางสังหารพวกเขา?’
“ฮึ ๆ…” อวี้เถิงหลงเห็นสายตาดุดันของพ่อ เขาฝืนยิ้มอย่างยากลำบาก ก่อนจะพยายามแก้ตัว
“ผม… ผมก็บอกแล้วว่า ผู้บำเพ็ญโบราณใช้ทรัพยากรมากมาย… ก็ไม่มีประโยชน์อะไร… ถ้าส่งไป ส่งผู้วิวัฒนาการขั้นหกสมบูรณ์แบบสองคนไป บางที… ก็อาจจะกลับมาได้…”
‘เพียะ!’ ฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าที่บวมแดงยังไม่ทันยุบของอวี้เถิงหลง ครั้งนี้ตีจนแทบจะถลอกเลือดออก
อวี้กวงจงสีหน้าเย็นชา
“ตอนนี้เมิ่งหลินถูกจ้าวเจียงจับตัวไปเป็นตัวประกันแล้ว ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่แกก่อขึ้น เดิมทีตอนนี้เธอควรจะอยู่ที่สถานสงเคราะห์เทียนคงชิงหลางอย่างปลอดภัยด้วยซ้ำ!”
อวี้เถิงหลงกุมแก้มพลางถอยหลังไม่หยุด กระทั่งติดเตียงไปแล้ว จึงถอยต่อไม่ได้อีก ในใจของเขาปั่นป่วนดั่งคลื่นพลิกผัน
‘จ้าวเจียง? จ้าวเจียงคนไหน? ไม่น่าจะเป็น…’
เมื่อไม่กี่วันก่อน หลังจากที่เขารู้ว่าตัวเองได้ขัดขวางภารกิจของนักล่าค่าหัวจ้าวเจียง และแอบลักพาตัวเด็กกลับมา เขายังภูมิใจในความสามารถของตัวเอง อีกทั้งยังแอบหัวเราะเยาะที่จ้าวเจียงต้องมารับผิดชอบแทนเขา
ต่อมาเมื่อพบว่าลูกน้องทำงานผิดพลาด เด็กที่พากลับมาไม่ใช่น้องสาวเมิ่งหลินของเขา แม้จะโกรธมาก แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องของจ้าวเจียงเลยแม้แต่น้อย
แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงที่สุดคือ เรื่องที่เขาได้ยินจากปากพ่อว่าเมิ่งหลินถูกจ้าวเจียงพาตัวไปแล้ว
‘หรือว่าผู้แข็งแกร่งสองคนที่ไปดาวเสี่ยวชางจะถูกจ้าวเจียงฆ่า จะเป็นไปได้อย่างไรกัน จ้าวเจียงก็แค่นักล่าค่าหัวธรรมดา ๆ คนหนึ่งไม่ใช่เหรอ จะมีพลังแข็งแกร่งขนาดนั้นได้อย่างไร?’
“จ้าวเจียงไม่ธรรมดา เขาเป็นผู้บำเพ็ญโบราณ และมีพลังไม่ธรรมดา…” อวี้กวงจงเห็นความสงสัยของบุตรนอกสมรสผู้โง่เขลาคนนี้ จึงอธิบายสั้น ๆ แล้วออกคำสั่งผ่านกำไลสื่อสาร
“ผู้บำเพ็ญโบราณระดับมหามรรคา ผู้วิวัฒนาการระดับเจ็ด และผู้ที่ทำให้กลไกบรรลุขั้นสูงสุด ให้นำกำลังไปให้พร้อม จับตัวจ้าวเจียงมา ถ้าจับไม่ได้ก็ฆ่าทิ้งซะ ห้ามทำคุณหนูบาดเจ็บเด็ดขาด”
อวี้เถิงหลงหดตัวสั่นเทา ในใจตกใจยิ่งนักหลังจากที่รู้ข้อมูลที่ได้รับมา ‘จ้าวเจียงแข็งแกร่งขนาดไหนกัน ถึงต้องส่งผู้แข็งแกร่งระดับมหามรรคาในหมู่ผู้บำเพ็ญโบราณและผู้วิวัฒนาการระดับเจ็ดออกปฏิบัติการ?’
ต้องรู้ไว้ว่าผู้วิวัฒนาการขั้นหกสมบูรณ์กับขั้นเจ็ดดูเหมือนจะต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่ความจริงแล้วแตกต่างกันมหาศาล ขั้นหกยังคงอยู่ในระดับ ‘มนุษย์กลายพันธุ์’ แต่ขั้นเจ็ดนั้น พวกเขามีพลังมากพอที่จะเทียบชั้นกับผู้ที่เรียกว่า ‘ผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ’
ส่วนผู้ใช้กลไกแม้เขาจะไม่ชอบ แต่ทุกคนที่สามารถยกระดับตนเองด้วยกลไกได้นั้น ตัวตนของพวกเขาก็คืออาวุธในร่างมนุษย์ที่เดินอยู่ในโลก และเนื่องจากโครงสร้างร่างกายไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่เลือดและเนื้อ แต่เป็นเปลือกร่างที่สร้างขึ้นจากเทคโนโลยีขั้นสูง จึงกล่าวได้ว่าในระดับหนึ่ง พวกเขาต้านทานได้ทุกวิชา ไม่มีสิ่งใดสามารถขวางกั้นได้