ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1619 ควบคุมฟ้าดิน
บทที่ 1619 ควบคุมฟ้าดิน
“รนหาที่ตายเอง”
คนในชุดหุ่นยนต์แค่นเสียงหึ เหตุที่ยังไม่ลงมือฆ่าจ้าวอู่เจียงตั้งแต่ตอนแรกที่เจอก็เพราะคำสั่งของอวี้กวงจงระบุว่า อันดับแรกต้องจับตัวจ้าวอู่เจียงกลับไปให้ได้ก่อน ถ้าจับไม่ได้ค่อยฆ่าทิ้ง
พวกผู้บำเพ็ญโบราณหลงระเริงในความรุ่งโรจน์ในอดีต ช่างเป็นพวกล้าหลังที่น่ารังเกียจที่สุด
ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว พลังของวิทยาศาสตร์นั้นสามารถทำลายล้างทุกสิ่งได้
เขาปล่อยลูกพลังงานจากแขนกลออกไป มวลสารในลูกพลังงานยุบตัวและปลดปล่อยพลังอันน่าเกรงขาม
“ข้าจะจัดการเอง” สิ้นเสียงจ้าวอู่เจียง บรรยากาศรอบตัวเขาก็เปลี่ยนไปในพริบตา กลิ่นอายประหลาดและขัดแย้งแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา
ทั้งอ่อนโยนสงบนิ่งและดุร้ายชั่วร้าย
เขาย่นจมูก ใช้นิ้วลากผ่านจากกลางหว่างคิ้วลงมาตามสันจมูก แล้วหัวเราะเยาะ
“ปีศาจสวรรค์ เทพประทาน”
นี่เป็นครั้งแรกหลังจากที่เขาได้พบกับโลกแห่งอารยธรรมวิทยาศาสตร์ ที่เขาใช้พลังเต็มกำลังโดยตรงด้วยเวทมนตร์เทพปีศาจของสำนักเทพปีศาจ วิชานี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ
ที่กลางหว่างคิ้วของเขาปรากฏรอยแนวตั้งสีม่วงแดง ควันม่วงและกลิ่นอายปีศาจแผ่ซ่านออกมาจากรอบกาย ด้านหลังของเขาปรากฏเงาสีม่วงทองสูงกว่าสามจั้ง
“ควบคุมฟ้าดิน”
ร่างเทพปีศาจปรากฏคุ้มครองอยู่เบื้องหลังเขา นี่คือ ‘หุ่นยนต์’ ของเขาเอง
‘ตึง!’ ร่างเทพปีศาจใหญ่โตราวกับหุ่นยนต์สามตัวซ้อนกัน มือทั้งสองข้างคว้าลูกพลังงานที่หุ่นยนต์รวบรวมไว้ราวกับผู้ใหญ่กำลังจับลูกแก้วของเด็กน้อยเล่น
หุ่นยนต์สีเงินขาวเมื่อยืนอยู่ต่อหน้าร่างเทพปีศาจก็ดูราวกับเด็กน้อยคนหนึ่ง มันพ่นเปลวไฟออกมาอย่างรุนแรงพร้อมถอยหลังด้วยความหวาดกลัว แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว
ที่มือทั้งสองจ้าวอู่เจียงพลันปรากฏสายฟ้าห้าสี เคลื่อนที่เร็วดั่งสายฟ้าแลบ ฝ่ามือของเขาฟาดลงบนจุดที่คล้ายเกราะป้องกันหัวใจของหุ่นยนต์สีเงินขาว
‘โพละ!’
เสียงปั๊มลมดังออกมาจากหุ่นยนต์ในทันใด ถัดมาหุ่นยนต์ก็แตกกระจายเป็นเศษสีเงินขาวฟุ้งกระจายไปทั่วฟ้า ไม่มีเลือดไหลออกมา แต่มีภาชนะคล้ายโหลแก้วขนาดเท่าฝ่ามือกลิ้งออกมา ข้างในบรรจุสมองมนุษย์
สมองมนุษย์ร้องตะโกนด้วยความหวาดกลัว
“จ้าวเจียง นายห้ามฆ่าฉันนะ ถ้านายฆ่าฉัน นายจะไม่สามารถจบเรื่องนี้ได้!”
“จบบ้า***อะไร” จ้าวอู่เจียงพร้อมกระแสพลังสายฟ้าอันทรงพลัง ทุ่มลงบนจุดที่สมองร่วงลงมา
สมองตกใจจนแทบขาดใจ ร้องโวยวายไม่หยุด
“จ้าวเจียง นายไม่อยากรู้เหรอว่าพวกฉันเป็นใคร? ฉันจะบอก ฉันจะบอก! ฉันมาจาก…”
“ตอนนี้ฉันไม่อยากฟังแล้ว!” จ้าวอู่เจียงปล่อยสายฟ้าห้าสายออกมา สับทั้งภาชนะและสมองให้ไหม้เกรียมเป็นผุยผง
จากนั้นเขาก็หันกลับ มองไปทางผู้บำเพ็ญโบราณหลินปู้ป้ายและหวังเซี่ยงตง สองราชาผู้วิวัฒนาการขั้นเจ็ดที่ยืนดูอยู่ตลอด
หลินปู้ป้ายหลบสายตาวูบหนึ่ง เขาก้มหน้าลงในทันที ไม่กล้าสบตาจ้าวอู่เจียง
แต่เดิมเขาคิดว่าจ้าวเจียงแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของอวี้เสี่ยวเป้าได้อย่างแน่นอน
ควรรู้ว่า อวี้เสี่ยวเป้าเป็นคนของตระกูลอวี้ ถึงแม้จะไม่ใช่ทายาทสายตรงของอวี้กวงจง แต่มีตระกูลอวี้หนุนหลัง ได้รับทรัพยากรมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นยังใช้กลไกเพื่อยกระดับตนเอง ครอบครองเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมาย
หุ่นยนต์สีขาวเงินนั้น ตามที่หลินปู้ป้ายรู้มา มันถูกสร้างจากโลหะชนิดหนึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล ไม่มีทางที่ผู้ฝึกวิชาโบราณระดับมรรคาขั้นหนึ่ง หรือผู้วิวัฒนาการระดับเจ็ดหรือแปดจะทำลายมันได้
เขาไม่มีทางคาดคิดว่า เมื่อครู่นี้หลังจากที่เจ้าเจียงตะโกนว่า “ข้าจะจัดการเอง” ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เพียงชั่วลมหายใจเดียว ทั้งอวี้เสี่ยวเป้าและชุดเกราะก็ถูกทำลายย่อยยับจนตายสนิทต่อหน้าเขา
ส่วนวิชาที่เจ้าเจียงใช้เมื่อครู่นั้น เขาหลินปู้ป้ายในฐานะผู้บำเพ็ญวิชาโบราณ เคยเห็นแต่ในตำราและบันทึกโบราณเท่านั้น มันเรียกว่า ‘ควบคุมฟ้าดิน’
เป็นพลังที่แข็งแกร่งจนดูเกินจริง
ตอนนี้นึกย้อนไปถึงท่าทางโอ้อวดของตนเมื่อครู่ ก็รู้สึกว่าตนเองช่างบ้าบิ่นเหมือนคนแก่อายุยืนที่เบื่อชีวิต แท้จริงก็คือการหาทางตายชัด ๆ
“ผมหลินปู้ป้าย คารวะพี่จ้าว”
“ปู้ป้ายมาที่นี่เพื่อฆ่าพี่จ้าว”
คิดถึงตรงนี้ เขาอยากตบหน้าตัวเองสักสองที ตอนนี้ได้แต่ภาวนาขอให้จ้าวเจียงละเว้นชีวิตเขาด้วย เห็นแก่ที่เป็นผู้บำเพ็ญวิชาโบราณเหมือนกัน เขาจะตอบทุกคำถามที่เขาถาม อย่างไรเสียเขาก็ไม่รู้ความลับสำคัญอะไรของตระกูลอวี้อยู่แล้ว ถามไปก็คงไม่ได้อะไร