ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1633 ผมแค่มาดูเด็กเท่านั้น
บทที่ 1633 ผมแค่มาดูเด็กเท่านั้น
เด็กซนส่งเสียงคำรามเบา ๆ แล้วกดปุ่มชั้นอีกครั้ง
ตอนนั้นเองหญิงสาวแต่งหน้าแต่งตัวอย่างประณีตเดินผ่านมา เธอกำลังเดินพลางส่องกระจกเช็กเครื่องสำอางไปด้วย
“แม่ครับ พี่คนนี้รังแกผม” เด็กซนเห็นจ้าวอู่เจียงยกเลิกการกดชั้นอีกครั้ง จึงฟ้องแม่ด้วยท่าทางน่าสงสาร
“คุณเป็นผู้ชายตัวโตแท้ ๆ มารังแกเด็กได้อย่างไรกัน?” หญิงสาวไม่ทันได้ถามไถ่อะไร ก็ตวาดเสียงดังใส่เขาทันที
หลิวเหม่ยเอ๋อร์รู้สึกกลัวและแปลกหน้ากับผู้คนในโลกนี้ เมื่อได้ยินเสียงดัง อารมณ์ที่ยังไม่สงบก็ยิ่งแปรปรวน ร่างกายที่ซบอยู่ในอ้อมกอดของจ้าวอู่เจียงสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความหวาดกลัว
จ้าวอู่เจียงปลอบประโลมหลิวเหม่ยเอ๋อร์อย่างอ่อนโยน เขาอาจจะโกรธได้ แต่เขาก็เลือกที่จะระงับเหตุ
เพราะมีหลิวเหม่ยเอ๋อร์คนสำคัญในอดีตอยู่ที่นี่ ตอนนี้เธอทนรับแรงกระทบกระเทือนมากไม่ไหว เขาจึงยอมประนีประนอม
เขายอมประนีประนอมเพื่อคนที่เขาใส่ใจ ถ้าวันนี้เป็นจิ้งเอ๋อร์ เขาก็จะยอมมากกว่านี้อีก
สำหรับเขาแล้ว ถ้าอยู่คนเดียวเขาสามารถทำอะไรได้ตามใจชอบ ไร้กฎเกณฑ์ ไร้ขีดจำกัด แต่เมื่อมีเพื่อนร่วมทาง เขาต้องคำนึงถึงอีกฝ่าย
เขาไม่สนใจความรู้สึกของคนที่เขาไม่ใส่ใจ แต่เขาใส่ใจความรู้สึกของคนที่เขาห่วงใย ดังนั้นแล้วจึงอธิบายเรียบ ๆ ไปว่า
“ลูกของคุณกดลิฟต์เล่น”
หญิงสาวเมื่อได้ยินดังนั้น มองหน้าจอดิจิทัลแล้วก็พอเข้าใจ เธอจ้องลูกของตัวเองด้วยสายตาดุ ๆ แต่ก็ยังยืนกรานว่า
“เด็กน้อยจะรู้อะไร คุณเป็นผู้ใหญ่ ยอมเขาหน่อยจะเป็นไรไป?”
หญิงสาวช้อนตามองจ้าวอู่เจียงและหญิงสาวประหลาดในอ้อมแขนที่มองไม่เห็นใบหน้า เธอพึมพำออกมาประโยคหนึ่ง คงจะบอกว่าจ้าวอู่เจียงกับผู้หญิงคนนั้นกำลังทำอะไรที่ไม่น่าดู
ประตูลิฟต์ยังคงไม่ปิด เด็กน้อยยังคงยืนขวางอยู่ที่ประตู ไม่นานชายวัยกลางคนก็เดินเข้ามา น่าจะเป็นพ่อของเด็ก
จ้าวอู่เจียงไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่กอดหลิวเหม่ยเอ๋อร์แล้วกระซิบข้างหูเบา ๆ ว่า
“ไม่ต้องกลัว ฉันอยู่ตรงนี้”
เขาปลอบหลิวเหม่ยเอ๋อร์ไปพร้อม ๆ กับข่มอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วนของตัวเอง
หญิงสาวแค่นเสียงฮึ เด็กน้อยแลบลิ้นใส่จ้าวอู่เจียงพร้อมทำหน้าล้อเลียนอย่างได้ใจ ชายวัยกลางคนก้าวเข้ามาในลิฟต์ สังเกตเห็นบรรยากาศที่ไม่ค่อยดีนัก เขามองภรรยาและลูกของตน แล้วก็มองจ้าวอู่เจียงเขาเหน็บกระเป๋าหนังไว้ใต้รักแร้โดยไม่พูดอะไร
ประตูลิฟต์ปิดลง จากนั้นจึงค่อย ๆ เคลื่อนขึ้น
จ้าวอู่เจียงยังคงรักษารอยยิ้มอ่อนโยนไว้ เด็กน้อยเริ่มได้ใจ คิดว่าตนมีพ่อแม่อยู่ด้วย จ้าวอู่เจียงคงไม่กล้ารังแกเขา จึงเข้าไปใกล้จ้าวอู่เจียงแล้วใช้หมัดทุบขาของจ้าวอู่เจียง
หลังจากทุบเสร็จก็เงยหน้าขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ มองท้าทายจ้าวอู่เจียง
ไม่รู้ว่าพ่อกับแม่ของเขาเห็นหรือเปล่า แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร
นั่นยิ่งทำให้เด็กน้อยฮึกเหิมมากขึ้น เขากำหมัดแล้วต่อยเข้าที่ขาของจ้าวอู่เจียงอีกหมัด
จ้าวอู่เจียงยิ้มเบา ๆ ให้เด็กน้อย ความเจ็บแค่นี้เหมือนแค่เกา ๆ เท่านั้น แล้วล้วงเงินก้อนหนึ่งออกมาจากอก ยื่นส่งให้ ราวกับจะบอกว่า
“พี่ชายขอยอมแพ้ละ อย่าตีเลย เงินนี้เป็นค่าขอความเมตตาจากนาย”
เด็กซนตะลึงไปชั่วครู่ ลองยื่นมือไปรับเงิน ในใจรู้สึกดีใจ เขาจ้องตาโตมองไปที่จ้าวอู่เจียง
จ้าวอู่เจียงลูบหัวเด็กน้อยก่อน เด็กคนนั้นคิดจะหลบ แต่พอนึกถึงว่าพี่ชายคนนี้ให้เงินเขา ก็เลยไม่หลบ
จ้าวอู่เจียงลูบศีรษะเด็กน้อยเสร็จ ก็ยิ้มให้กำลังใจเด็กอีกครั้ง
เด็กซนลองทดสอบต่อยจ้าวอู่เจียงอีกหนึ่งหมัด และเงยหน้าน้อย ๆ รอดูผลลัพธ์
รอยยิ้มของจ้าวอู่เจียงยิ่งดูอ่อนโยนขึ้น เขาล้วงเงินออกมาอีกก้อนเล็ก ๆ ยื่นให้เด็ก
เด็กน้อยได้รับกำลังใจ จึงต่อยเขาอีกหนึ่งที แล้วหัวเราะร่าอย่างสนุกสนาน
ความเคลื่อนไหวของทั้งสองคนดึงดูดความสนใจของชายวัยกลางคนและหญิงสาวอย่างรวดเร็ว ชายวัยกลางคนมองดูจ้าวอู่เจียงที่ดูเหมือนจะเล่นสนุกกับลูกชายของตน และขมวดคิ้วเล็กน้อย
ส่วนหญิงสาวรู้สึกแปลกใจมาก คิดในใจว่าก่อนหน้านี้หนุ่มหล่อคนนี้ไม่ได้มีปัญหากับลูกชายของเธอหรอกเหรอ แล้ทำไมตอนนี้ถึงมาเล่นด้วยกันได้?
ลิฟต์ขึ้นเร็วมาก ไม่นานก็ถึงชั้นยี่สิบห้า
จ้าวอู่เจียงยังคงลูบศีรษะเด็กน้อยด้วยความอ่อนโยน
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก จ้าวอู่เจียงโอบอุ้มหลิวเหม่ยเอ๋อร์เดินออกมา พร้อมกับลูบหัวเด็กอีกครั้ง เด็กน้อยก็รู้สึกอาลัยอาวรณ์ คิดในใจว่าพี่ชายใจดีที่ให้เงินค่าขนมกำลังจะจากไปแล้ว
ทันใดนั้น จ้าวอู่เจียงก็ออกแรงบีบที่มือเล็กน้อย ทำให้เด็กน้อยรู้สึกเจ็บ
“โอ๊ย” เด็กน้อยร้องด้วยความเจ็บปวด มือน้อย ๆ ยกขึ้นกุมศีรษะ
หญิงวัยกลางคนเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว จึงตะโกนด้วยความสงสัยและโกรธ
“คุณทำอะไรน่ะ?”
ชายวัยกลางคนจ้องมองมาด้วยสายตาดุดัน
“ขอโทษครับ” จ้าวอู่เจียงกล่าวด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด ดวงตาอ่อนโยนเจือด้วยความรู้สึกอาลัย
“แค่รู้สึกเสียดายนิดหน่อย…
อย่าเข้าใจผิดนะครับ…
ผมแค่มองเด็กแล้วจะไปเลย…”
เขาโบกมือให้เด็กน้อย ดวงตาฉายแววเมตตา
ชายวัยกลางคนชะงัก มองดูลูกของตนที่กำลังโบกมือตอบเช่นกัน สมองของเขาเหมือนระเบิดขึ้นมาในทันที เขาตะโกนด้วยความโกรธ
“คุณหมายความว่ายังไง?”
จ้าวอู่เจียงแกล้งชำเลืองมองหญิงวัยกลางคนอย่างรวดเร็วต่อหน้าชายคนนั้น พร้อมทั้งเลียนแบบรอยยิ้มของเด็กและท่าทางน้อยใจเหมือนตอนฟ้องเมื่อครู่ และยิ้มอย่างขมขื่น
“พี่ชายอย่าเข้าใจผิดนะ ไม่มีอะไรเกี่ยวกับภรรยาของคุณหรอก ผมแค่… มาดูเด็ก… จริง ๆ ผมไปละ…”
พูดจบ เขาก็หันหลังเดินจากไป เงาร่างดูเดียวดาย และประตูลิฟต์ก็ปิดลงพอดี
เสียงตะโกนด้วยความโกรธของชายคนนั้นดังออกมาจากในลิฟต์
“แกพูดให้มันชัด ๆ หน่อย!”
ตามด้วยเสียงทะเลาะกันระหว่างชายและหญิง จากนั้นก็เป็นเสียงปะทะของร่างกาย และเสียงร้องไห้ของเด็ก
แต่เสียงทั้งหมดนั้นห่างไกลออกไปแล้ว จ้าวอู่เจียงเดินหาห้องของตัวเอง พร้อมรอยยิ้มที่อ่อนโยนยิ่งนัก