ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1669 อิทธิพลที่มองไม่เห็น
บทที่ 1669 อิทธิพลที่มองไม่เห็น
“เธอโดนยันต์หุ่นเชิดเข้าไปแล้ว ฉันสามารถทรมานเธอได้ แต่ฉันไม่ได้ลงมือ กลับให้อิสระกับเธอ…
หลายครั้งหลายหนที่เธอไม่รู้จักดีชั่ว ยังพยายามจัดการฉันอีก แล้วเสียงนี้มันเรื่องอะไร เธอกำลังส่งสัญญาณบอกใครอยู่?
เธอยังซ่อนพลังเอาไว้จริง ๆ สินะ? ที่เธอพูดปากเปียกปากแฉะว่าให้ฉันคืนพลังให้เธอ ทั้งหมดนั่นก็คงเป็นแค่แผนหลอกลวงฉันมาตลอดเลยสินะ”
จ้าวอู่เจียงไม่ใช่คนที่จะฆ่าใครง่าย ๆ เขารู้ว่าไม่ว่าจะเป็นเอลิซาหรือเฉียนอู่ฟาง ต่างก็ไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าเขา ทั้งคู่แค่ต้องการจับตัวเขาเท่านั้น ดังนั้นตอนแรกเขาจึงไม่ได้ใช้ท่าสังหารออกมา แค่ต้องการจะทำความเข้าใจสถานการณ์
แต่เอลิซาผู้หญิงคนนี้หยิ่งยโสในความฉลาดของตัวเอง กลับคิดจะทำร้ายเขาหลายครั้ง ก่อนหน้านี้เขาเห็นเธอน่าสงสารขอร้องหลายครั้ง แม้ว่าจะไม่ได้ตอบรับคำขอของเธอ แต่เขาคิดว่าเอลิซาที่โดนยันต์หุ่นเชิดคงไม่มีพลังเหลือแล้ว
ใครจะคิดว่า เอลิซายังมีพลังพอที่จะส่งสัญญาณ?
ก่อนหน้านี้เขายังคิดว่าตัวเองคิดมากไป เอลิซาไม่ได้คิดจะหลอกเขา แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า การขอร้องหลายครั้งของเอลิซาก่อนหน้านี้ ล้วนเป็นการหลอกลวงเขาทั้งสิ้น โชคดีที่เขามีความตั้งใจแน่วแน่ไม่ได้หลงกล
จริง ๆ แล้วจ้าวอู่เจียงไม่ได้ ‘หลงกล’ แต่ความคิดมากของเขาตอนนี้ได้รับผลกระทบอย่างมากจากวงเวทขับไล่ปีศาจอย่างหนัก
“พูดมากไปแล้ว” เอลิซาเหลือสติสัมปชัญญะสุดท้าย เธอไม่อยากปล่อยตัว และไม่มีเวลาไปสนใจว่าจ้าวอู่เจียงจะมองเธอยังไงแล้ว เธอแค่นเสียงเย็นชา
“ไอ้พวกนอกรีตต่ำช้า พวกนายก็แค่อยากเห็นฉันตกต่ำ จงใจแกล้งทำเป็นจะทำลายวงเวท แต่ไม่ยอมคืนพลังให้ฉัน นายคิดว่าจะทำลายมันได้จริง ๆ เหรอ?
ถ้าฉันตกต่ำจมดิ่ง สุดท้ายวงเวทนี้ใครก็ออกไปไม่ได้ เราทั้งคู่จะติดอยู่ข้างใน
ถ้าทางศาสนจักรค้นพบ เรายังมีทางรอด แต่ถ้าค้นไม่เจอ ฮึ นายก็อย่าหวังว่าจะมีจุดจบที่ดี จ้าวอู่เจียง!”
“ร้ายกาจเสียจริง” จ้าวอู่เจียงหัวเราะเยาะเมื่อเผชิญกับคำด่าทอ
“ฉันเคยเห็นสาวงามมามากมาย แต่จะมาดูเธอตกต่ำงั้นหรือ?
ไม่ว่าเธอจะตกต่ำหรือไม่ ก็ไม่ต่างกันหรอก
เจ้าเล่ห์ร้ายกาจ หลงตัวเองและหยิ่งผยอง”
“ฮึ…” เอลิซาสูดหายใจลึก ในตอนนี้ความโกรธในอกเกือบจะเผาไหม้เธอทั้งตัว เธอกระชากผ้าคลุมศีรษะออก ผมดำสลวยสยายลงมาดุจน้ำตก ผมม้าบาง ๆ ปรกบังดวงตาที่พร่ามัวของเธอ
เธอกระชากเสื้อคลุมยาวสีดำทองตรงหน้าอกอย่างแรง ปลดกระดุมออกสองเม็ด เผยให้เห็นผิวเนื้อขาวที่ห่อหุ้มด้วยผ้าไหมสีขาว
จ้าวอู่เจียงเหลือบมองโดยไม่ตั้งใจ
การมองครั้งนี้ถูกเอลิซาสังเกตเห็น เธอแค่นเสียงอย่างสะใจ
“นายมองอะไรอยู่? ไอ้ต่ำช้า ไม่ใช่ว่าไม่อยากมองหรอกเหรอ ทำไมอดใจไม่ไหวล่ะ?
นายก็ไม่ต่างอะไรกับพวกศาสนิกชนที่หมายปองร่างกายของฉันหรอก แค่พวกเขาแสดงออกทางสายตาตั้งแต่แรก แต่ที่นายไม่แสดงออกเพราะนายซ่อนมันได้ดีเท่านั้น
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มี!”
จ้าวอู่เจียงที่ถูกใส่ร้ายในตอนนี้อยากจะอธิบายจริง ๆ แต่เขารู้ดีว่าไม่ควรพยายามพิสูจน์ตัวเอง เพราะยิ่งพยายามอธิบายก็จะยิ่งดูแย่ลง
เขาพยักหน้า ยอมรับในกลอุบายของเอลิซา แล้วกระชากเสื้อของตัวเองออก
เอลิซาก็ช้อนตามองตามสัญชาตญาณ
สายตาที่แอบมองการกระทำของผู้อื่น สัญชาตญาณแบบนี้ไม่มีใครต้านทานได้หรอก
ตอนนี้จ้าวอู่เจียงเผยให้เห็นกล้ามอกที่ล่ำสันแล้ว เขาแค่นเสียงพูดว่า
“เธอกำลังมองอะไรอยู่? ทำไมเธอก็อดใจไม่ไหวเหมือนกันหรือไง?
เธอเองก็ไม่ต่างอะไรกับพวกผู้หญิงที่อยากได้ร่างกายของฉันนั่นแหละ แค่พวกนั้นแสดงออกทางสายตาตั้งแต่แรก ส่วนที่เธอไม่แสดงออกมา ก็เพราะเธอซ่อนมันไว้ได้ดีเท่านั้นเอง
แต่ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีเสียหน่อย!”
เอลิซาที่ควบคุมอารมณ์ได้ยากอยู่แล้ว ตอนนี้ก็แทบจะถึงจุดแตกสลาย เธอหายใจเสียงสั่น กัดฟันกรอด พร้อมกับความเกลียดชังที่พุ่งพล่าน
“ช่างต่ำช้าไร้ยางอายจริง ๆ!”
จ้าวอู่เจียงเลิกคิ้วอย่างดูแคลน
“ช่างหลงตัวเองเสียจริง”