ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1699 ผู้มาเยือนทรงพลังอวดโอ่
บทที่ 1699 ผู้มาเยือนทรงพลังอวดโอ่
ในการล้อมจับหมาป่าขาวใหญ่ครั้งก่อน แม้จางเต้าเซิงไม่ได้ลงมือโจมตี แต่เขาสามารถข่มขวัญทุกคนในที่นั้น รวมถึงหมาป่าขาวใหญ่ตัวนี้ด้วย
เแม้ว่าหมาป่าขาวใหญ่พยายามจะหลบหนีสักกี่ครั้ง เขาก็สามารถคาดเดาเส้นทางหลบหนีได้อย่างแม่นยำและสกัดกั้นมันไว้ได้
ในบรรดาผู้มีพลังที่ร่วมล้อมจับหมาป่าขาวใหญ่ จางเต้าเซิงถือว่าเป็นผู้ที่มีพลังในการต่อสู้เดี่ยวที่แข็งแกร่งที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นด้านพลัง อุปกรณ์ หรือกระแสพลังที่อยู่เบื้องหลัง จางเต้าเซิงถือว่าติดอันดับท็อปสามของทุกคนที่อยู่ในที่นี้
หนึ่งในสามอันดับแรกนั้นรวมถึงชายหุ่นยนต์ด้วย
ในแขนกลของชายหุ่นยนต์นั้นซ่อนอาวุธประเภทกฎเกณฑ์เอาไว้ อาวุธชนิดนี้โดยทั่วไปแล้ว ผู้แข็งแกร่งที่ต่ำกว่าระดับผู้วิวัฒนาการขั้นเก้าและผู้บำเพ็ญโบราณระดับสามภพจะต้านทานการโจมตีจากมันได้ยาก
ดังนั้นในการล้อมจับครั้งก่อน เมื่ออาวุธประเภทกฎเกณฑ์ในแขนกลปรากฏขึ้น มันก็ได้ทำลายพลังกลืนกินของหมาป่าขาวใหญ่ได้โดยตรง บั่นเนื้อที่ขาซ้ายของมันออกไปก้อนหนึ่ง ทำให้มันได้รับบาดเจ็บสาหัส
และอีกคนที่มีคุณสมบัติติดอันดับท็อปสามในที่นี้คือหญิงสาวผมยาวสีฟ้าน้ำที่ดูบอบบางอ่อนช้อย
เธอสวมชุดรัดรูปสีแดงเข้ม สีหน้าเย็นชา
ตอนที่ทุกคนล้อมจับหมาป่าขาวใหญ่ ก็ไม่มีใครอยากเข้าใกล้เธอ
เพราะเธอเป็นหนึ่งในอัจฉริยะที่ติดร้อยอันดับแรกบนบัญชีพันดาวแห่งอาณาเขตพันดารา เพียงแต่เธออยู่ในสายการแข่งขันที่ต่างกัน
จางเต้าเซิงอยู่ในสายผู้บำเพ็ญโบราณ ส่วนเธออยู่ในสายผู้วิวัฒนาการ
สุ่ยปิงเอ๋อร์ผู้มี ID ว่า ‘ปิงหนวี่’ ผู้นี้ มีพรสวรรค์พิเศษคือการแช่แข็ง แม้จะไม่ใช้พลังพิเศษ แต่เพียงแค่เข้าใกล้รอบตัวเธอในระยะสามฟุตก็จะถูกส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง พลังจะถูกลดทอนลง
เธอคือสาเหตุที่ทำให้หมาป่าขาวใหญ่ที่มีความสามารถในการวิ่งหนีเร็วดุจสายฟ้าถูกลดทอนพลังลงอย่างมาก จนถูกคนอื่นจับภาพร่างของมันไว้ได้ตลอด
“อย่าดื้อดึงต่อต้านอีกเลย วันนี้ไม่มีใครช่วยแกได้หรอก!”
สุ่ยปิงเอ๋อร์เล่นกับเกล็ดหิมะในมือขาวเนียนของเธอ ดูเหมือนเธอจะไม่สนใจการล้อมจับหมาป่าขาวใหญ่แม้แต่น้อย เพียงแค่ทำตามภารกิจของตระกูลเท่านั้น
เธอเป่าลมหายใจออกมาเป็นน้ำแข็ง เกล็ดน้ำแข็งเล็ก ๆ ลอยไปทางหมาป่าขาวใหญ่อย่างต่อเนื่อง
“ตอนนี้แกมีให้เลือกอยู่ทางเดียว คือ ช่วยตัวเองซะ ส่งมอบพลังกลืนกินมา จางเต้าเซิงและชายหุ่นยนต์ที่เป็นลูกแหง่ก็พูดแล้วว่า แค่แกส่งมอบมา แกก็สามารถต่อรองได้
แกไม่ใช่หมาโง่ อย่าคิดจะเล่นลูกไม้ใด ๆ พวกเราเป็นแค่กลุ่มแรกที่มาล้อมจับแก ยังมีกลุ่มที่สองและสามตามมาอีก
พวกฉันมาครั้งนี้ยังพอคุยกับแกได้ แค่ทำร้าย ไม่ฆ่าแก แต่กลุ่มถัดไปที่กำลังเดินทางมา อาจจะไม่ใจดีแบบพวกฉันแล้วก็ได้”
ชายร่างหุ่นยนต์ได้ยินคำพูดของสุ่ยปิงเอ๋อร์ก็มองเธอด้วยสายตาเย็นชา
“ปิงหนวี่ พูดไม่เป็นก็ไม่ต้องพูด อะไรคือลูกแหง่?”
สุ่ยปิงเอ๋อร์พูดเสียงเย็น
“ถ้านายอยากโดนแช่แข็งทั้งคนทั้งหุ่นก็พูดมา”
คนอื่น ๆ ในที่นั้นต่างมีความคิดแตกต่างกันไป แต่ก็ระแวดระวังพร้อมกัน ตอนนี้จางเต้าเซิงและอีกสองคนพยายามโน้มน้าวให้หมาป่าขาวใหญ่ส่งมอบพลังกลืนกิน
หมาป่าขาวใหญ่ดูเหมือนกำลังครุ่นคิด มีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกชักจูง
ทันทีที่หมาป่าขาวใหญ่ยอมประนีประนอม และพร้อมจะส่งมอบพลังกลืนกินให้ ทุกคนที่อยู่ในที่นี้จะกลายเป็นศัตรูกันในทันที
ขณะที่สุ่ยปิงเอ๋อร์และลูกแหง่หุ่นยนต์กำลังเผชิญหน้ากันอยู่นั้น เสียงที่เต็มไปด้วยไออหังการก็แทรกเข้ามาในกลุ่มคน
“ส่งมอบพลังกลืนกินมาเดี๋ยวนี้ อย่ามาเสียเวลาของฉัน!
ที่นี่นอกจากฉันแล้ว ไม่มีใครมีคุณสมบัติพอที่จะบอกว่าจะปกป้องแกได้!”
สุ่ยปิงเอ๋อร์และชายลูกแหง่ต่างชะงักงัน จางเต้าเซิงก็เหลือบมองไปตามเสียงนั้นเช่นกัน
ทุกคนถูกถ้อยคำยโสโอหังนี้ปลุกความโทสะในจิตใจ
เมื่อเห็นผู้มาใหม่ เกือบทุกคนต่างตกใจ
คนที่มาเป็นชายหนุ่มสวมเสื้อคลุมสีดำสไตล์อุตสาหกรรมหนักดูหม่นหมอง
แต่ถึงแม้เสื้อผ้าจะดูไม่เท่าไร แต่ตัวชายหนุ่มเองกลับหล่อเหลาอย่างมาก คิ้วคมดั่งดาบ ดวงตาเป็นประกาย แววตาดูถูกและรอยยิ้มมุมปากทำให้รู้สึกถึงความเจ้าเสน่ห์แบบคนเกเร
ผมยาวสยายดั่งน้ำตก ดำสนิทราวท้องฟ้ายามราตรี แซมด้วยเส้นสีเงินและสีม่วงแดงเป็นช่วง ๆ
ทั้งดูลึกลับทั้งประหลาด แต่เมื่อรวมอยู่บนตัวชายหนุ่มกลับไม่มีความขัดแย้งเลยสักนิด ราวกับเป็นธรรมชาติ
สุ่ยปิงเอ๋อร์ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อย ผู้มาใหม่หล่อเหลางดงาม ทั้งดูลึกลับทั้งเจ้าเล่ห์ บุคลิกแบบนักเลงและเกเรฉายชัด ตรงข้ามกับบุคลิกเย็นชาและจริงจังของเธอโดยสิ้นเชิง ราวกับเป็นคนละลายเส้น
ชายหนุ่มถึงขนาดขยิบตาให้เธอตอนที่เธอมอง ราวกับกำลังส่งสายตาเจ้าชู้
หากเป็นก่อนหน้านี้ ถ้าเธอเห็นผู้ชายคนไหนทำตัวหลอกล่อเช่นนี้ เธอคงจะไปแช่แข็งมันผู้นั้นไปแล้ว
แต่ไม่รู้ทำไม ทั้งที่ชายที่ดูเจ้าเล่ห์คนนี้ขยิบตาให้เธอ แต่กลับไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกว่า เขากำลังหยาบคายใส่เลยแม้แต่น้อย
ราวกับว่าการขยิบตาของเขานั้นจริงจัง
จริงจังในการขยิบตา จริงจังในการจีบสาว
หรืออาจเป็นเพราะการขยิบตานี้ก็เหมือนกับดินแดนน้ำแข็งของเธอ มันเป็นทักษะแบบถูกกระตุ้น
สรุปคือ มันเป็นธรรมชาติมากจนเธอหาข้อแก้ตัวให้เขาโดยไม่รู้ตัว